สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Annie Sullivan จาก Chrome ระบุบน web.dev เมื่อ 13 ตุลาคม 2569 ว่า CrUX เริ่มเผยแพร่ LCP, INP และ CLS แบบทดลองที่รวม soft navigation ของเว็บ SPA แล้ว
- ตาม release notes ของ Chrome สัดส่วน origin ทั้งหมดใน CrUX ที่ผ่าน Core Web Vitals ครบสามตัวเพิ่มจาก 55.9% (แบบเสถียร) เป็น 59.5% เมื่อรวม soft navigation
- บน Android กลุ่ม origin ที่มี soft navigation 75-100% มีสัดส่วน LCP ระดับ good เพิ่มจาก 26% เป็น 87% ขณะที่ราว 70% ของ origin มี soft navigation ไม่ถึง 5% และแทบไม่เปลี่ยน
- Chrome ตั้งเป้านำเมตริกออกจากสถานะทดลองในพฤษภาคม 2570 โดยขึ้นกับความเห็นที่ได้รับ จากนั้น Search Console จะเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลชุดใหม่
ทีม Chrome ของ Google ประกาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ว่า Chrome UX Report (CrUX) เริ่มเผยแพร่ Core Web Vitals ทั้งสามตัวในเวอร์ชันทดลองที่นับรวม soft navigation แล้ว ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนหน้าภายในแอปของเว็บแบบ single-page application (SPA) ที่ไม่ต้องโหลดหน้าใหม่ทั้งหน้า คะแนน Core Web Vitals แบบเสถียรยังเหมือนเดิม Chrome ตั้งเป้าจะนำเมตริกชุดนี้ออกจากสถานะทดลองในเดือนพฤษภาคม 2570 โดยขึ้นกับความเห็นที่ได้รับ และเมื่อถึงตอนนั้น Search Console จะเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลชุดใหม่ เว็บที่โหลด HTML หน้าใหม่ทุกครั้งที่คลิกไม่ควรเห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ แต่เว็บ SPA ที่การเปิดหน้าส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังการโหลดครั้งแรก ตัวเลขที่รายงานอาจต่างไปจากเดิมมาก
Chrome ประกาศอะไรเมื่อ 13 ตุลาคม 2569
ประกาศนี้มาจากบทความบน web.dev เขียนโดย Annie Sullivan จากทีม Chrome เผยแพร่วันที่ 13 ตุลาคม 2569 ต่อเนื่องจากการเปิดตัว Soft Navigations API ซึ่งเป็น API ของแพลตฟอร์มเว็บใน Chrome 151 ตอนนี้ Chrome เพิ่มฟิลด์ใหม่สามฟิลด์ในชุดข้อมูล CrUX โดยแต่ละฟิลด์เป็นคู่แฝดเวอร์ชันทดลองของ Core Web Vitals ตัวเดิม
- experimental_largest_contentful_paint_with_softnavs วัด Largest Contentful Paint (LCP) ทั้งจาก hard navigation และ soft navigation
- experimental_interaction_to_next_paint_with_softnavs วัด Interaction to Next Paint (INP) แยกตาม soft navigation แต่ละครั้งและ hard navigation แต่ละครั้ง แทนที่จะโยนทุกการโต้ตอบตลอดเซสชันของ SPA ไปไว้ที่การโหลดหน้าแรก
- experimental_cumulative_layout_shift_with_softnavs วัด Cumulative Layout Shift (CLS) แยกตามแต่ละมุมมองและแต่ละ URL ครอบคลุมทั้ง hard และ soft navigation
บทความระบุชัดว่าคะแนน Core Web Vitals แบบเสถียรของ Google จะยังคงเดิมระหว่างที่ประเมินเวอร์ชันทดลองควบคู่กันไป นอกจากนี้ Chrome คาดว่าจะเพิ่มเมตริก soft navigation แบบทดลองสำหรับประเภทการนำทาง (navigation types) และสำหรับ First Contentful Paint (FCP) ใน CrUX รอบถัดไปเดือนพฤศจิกายน 2569
soft navigation คืออะไร และทำไม CrUX ถึงมองไม่เห็นมาก่อน
เว็บแบบหลายหน้า (Chrome เรียกสั้น ๆ ว่า MPA) จะขอเอกสาร HTML ใหม่จากเซิร์ฟเวอร์ทุกครั้งที่ผู้ใช้คลิกลิงก์ ส่วน SPA ทำงานต่างออกไป หลังโหลดครั้งแรกแล้ว เว็บจะใช้ JavaScript สลับเนื้อหาและอัปเดต URL อยู่ในหน้าเดิม Chrome เรียกการเปลี่ยนหน้าแบบนี้ว่า soft navigation หรือซอฟต์เนวิเกชัน เนื่องจากแต่ละเฟรมเวิร์กจัดการเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน การวัดผลจึงต้องเขียนโค้ดเฉพาะของใครของมัน ทำให้เทียบข้ามเว็บไซต์แบบตรงไปตรงมาได้ยาก
บทความบน web.dev อธิบายว่าก่อนหน้านี้ CrUX ทำงานอย่างไร เมื่อผู้ใช้ท่องเว็บ SPA ตัว CrUX บันทึกเพียงการโหลดหน้าแบบ "hard" ครั้งแรกตอนเข้าเว็บ การเปลี่ยนหน้าในแอปหลังจากนั้นไม่ถูกนับเป็นการโหลดแยก และการโต้ตอบกับการขยับของเลย์เอาต์ทั้งหมดตลอดเซสชันถูกรวมไปไว้ที่หน้าแรกที่ผู้ใช้เข้ามา เมื่อรวม soft navigation เข้าไปแล้ว การเปลี่ยนมุมมองในแอปแต่ละครั้งที่อัปเดตทั้งเนื้อหาและ URL จะถูกวัดเป็นการนำทางหนึ่งครั้งในตัวมันเอง
ผลดีในทางปฏิบัติคือการไล่หาปัญหาง่ายขึ้น บทความระบุว่าใน CrUX API เมตริกของ soft navigation แต่ละครั้งจะถูกรายงานภายใต้ URL ปลายทางที่ผู้ใช้ไปถึง ไม่ใช่หน้าแรกที่เข้ามา โดยต้องผ่านเกณฑ์คุณสมบัติตามปกติของ CrUX ภายใต้โมเดลเดิม หน้าสินค้าที่ช้าซึ่งผู้ใช้ไปถึงด้วยการคลิกในแอปจะถูกนับปัญหาไปไว้ที่หน้าแรกหรือหน้าหมวดหมู่ที่เซสชันเริ่มต้น
เว็บไซต์ที่ได้รับผลกระทบมีมากแค่ไหน
เว็บส่วนใหญ่จะไม่เห็นความต่าง Chrome ระบุว่าในบรรดา origin ทั้งหมดใน CrUX ประมาณ 70% แทบไม่มีทราฟฟิกแบบ soft navigation เลย คือมีการเปิดหน้าแบบ soft ไม่ถึง 5% (อยู่ระหว่าง 66% ถึง 75% แล้วแต่แพลตฟอร์ม) มีเพียงราว 7% ถึง 11% ของ origin ที่ใช้ soft navigation เกินครึ่งหนึ่งของการเปิดหน้าทั้งหมด แยกเป็น 7.0% บน Android และ 10.6% บนเดสก์ท็อป
ภาพกลับด้านเมื่อดูเว็บไซต์ขนาดใหญ่ ในกลุ่มเว็บไซต์ 1,000 อันดับแรก มี 35% บน Android และ 42% บนเดสก์ท็อปที่พึ่ง soft navigation มากกว่าครึ่งหนึ่งของการเปิดหน้า การเปลี่ยนแปลงที่บล็อกหรือเว็บแนะนำบริษัททั่วไปแทบไม่รู้สึก จึงตกไปอยู่กับเว็บไซต์ยอดนิยมสัดส่วนไม่น้อย
บทความของ Sullivan ขีดเส้นไว้ชัดเจนว่า ถ้าเว็บไซต์ไม่ได้ใช้ JavaScript สลับเนื้อหาและอัปเดต URL โดยไม่โหลดหน้าเบราว์เซอร์ใหม่ทั้งหน้า ก็ไม่ควรคาดว่าจะเห็นเมตริกของตัวเองเปลี่ยน
ตัวเลขก่อนและหลัง
บันทึกการเผยแพร่ (release notes) ของ CrUX ที่ Chrome เผยแพร่วันเดียวกัน สำหรับชุดข้อมูลรอบเดือนกันยายน 2569 ซึ่งมี 18,376,044 origin แสดงผลกระทบต่อชุดข้อมูลทั้งหมด ตัวเลขด้านล่างคือสัดส่วนของ origin ทั้งหมดที่ได้ระดับ "good" ในแต่ละเมตริก เทียบระหว่างนิยามแบบเสถียรกับแบบที่รวม soft navigation
| เมตริก (สัดส่วน origin ทั้งหมดใน CrUX ที่ได้ระดับ "good") | แบบเสถียร นับเฉพาะ hard navigation | แบบทดลอง รวม soft navigation |
|---|---|---|
| Largest Contentful Paint (LCP) | 68.3% | 72.1% |
| Cumulative Layout Shift (CLS) | 81.7% | 85.1% |
| Interaction to Next Paint (INP) | 85.4% | 87.4% |
| ผ่าน Core Web Vitals ครบทั้งสามตัว | 55.9% | 59.5% |
เมื่อมองทั้งเว็บ การเปลี่ยนแปลงถือว่าไม่มาก เพราะ origin ส่วนใหญ่แทบไม่มี soft navigation การขยับขนาดใหญ่อยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ ของ origin ที่เป็น SPA เป็นหลัก และบทความบน web.dev แยกรายละเอียดของกลุ่มนี้ทีละเมตริก
LCP: ขยับมากที่สุด แต่ต้องอ่านให้ถูก
ตัวเลขที่เป็นข่าวต้องอ่านอย่างระมัดระวัง ใน Figure 2 ของบทความ origin ที่มีสัดส่วนการเปิดหน้าแบบ soft navigation 75% ถึง 100% มีสัดส่วนที่ได้ LCP ระดับ "good" เพิ่มจาก 26% ภายใต้เมตริกแบบเสถียร เป็น 87% ภายใต้เมตริกแบบทดลอง บน Android ตัวเลขนี้คือสัดส่วนของ origin ในกลุ่มเดียว บนแพลตฟอร์มเดียว ไม่ใช่ตัวเลขของทั้งเว็บและไม่ใช่ตัวเลขของเดสก์ท็อป
Chrome อธิบายเหตุผลไว้ด้วย soft navigation ที่ตามมาหลังโหลดแรกจะใช้โค้ดและไฟล์ที่ดาวน์โหลดไว้แล้วตอนโหลดครั้งแรกซึ่งช้ากว่า จึงแสดงผลได้เร็วกว่า บทความย้ำว่าไม่ได้หมายความว่า SPA เร็วกว่าเว็บหลายหน้าโดยรวม การคลิกต่อเนื่องเร็วขึ้นได้ในทุกเว็บ เมตริกใหม่เพียงทำให้ SPA ที่มีการเปิดหน้าต่อเนื่องมากอยู่ในระดับเดียวกับ MPA ที่มีการเปิดหน้าต่อเนื่องมากเช่นกัน
INP: ดีขึ้น แต่ SPA ยังตามหลัง
ตอนนี้ INP วัดแยกตามการเปิดหน้าแต่ละครั้ง ไม่ได้เอาการโต้ตอบที่ช้าที่สุดตลอดทั้งเซสชันมาเป็นตัวแทน Chrome ระบุว่าวิธีนี้ทำให้อัตราผ่าน INP บน Android ของเว็บที่ส่วนใหญ่เป็น soft navigation เพิ่มขึ้นราวสองเท่า ถึงอย่างนั้น เว็บที่เป็น SPA เป็นหลักก็ยังตามหลังเว็บ MPA ในด้านสัดส่วน INP ระดับ "good" โดยรวม และบทความเตือนว่างาน JavaScript หนัก ๆ บน main thread ระหว่างการเปลี่ยน route ยังทำให้เกิดปัญหา INP ได้
CLS: ใกล้เคียงกันมากขึ้น
การขยับของเลย์เอาต์ตอนนี้ถูกแบ่งตามการเปิดหน้าแต่ละครั้ง แทนที่จะสะสมไปตลอดเซสชันยาว ๆ Chrome ระบุว่าผลคือเว็บที่เป็น SPA เป็นหลักมีค่า CLS อยู่ในระดับเดียวกับเว็บ MPA บนเดสก์ท็อป และเกือบเท่ากันบน Android
ดูข้อมูลได้ที่ไหน และไทม์ไลน์เป็นอย่างไร
เมตริกแบบทดลองมีให้ใช้ใน CrUX BigQuery dataset, CrUX API และ CrUX History API ตั้งแต่ CrUX รอบเดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และ CrUX Vis ซึ่งเป็นเครื่องมือแสดงผลของ Chrome ได้รับการอัปเดตให้ดูเมตริกใหม่ของ URL หรือ origin ใดก็ได้ที่อยู่ในชุดข้อมูล
ไทม์ไลน์ที่ Chrome ให้มานั้นสั้นและมีเงื่อนไข
- 13 ตุลาคม 2569: เผยแพร่ LCP, INP และ CLS เวอร์ชันทดลองที่รวม soft navigation ใน CrUX
- CrUX รอบเดือนพฤศจิกายน 2569: คาดว่าจะเพิ่มเมตริก soft navigation แบบทดลองสำหรับประเภทการนำทางและ FCP
- พฤษภาคม 2570: เป้าหมายของ Chrome ในการนำเมตริกออกจากสถานะทดลอง โดยขึ้นกับความเห็นที่ได้รับ
- หลังจากนั้น: Search Console จะเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลชุดใหม่
Chrome ตั้งใจติดป้าย "experimental" ไว้กับทุกเมตริก และเปิดรับความเห็นผ่าน repository ของข้อกำหนด soft navigations บทความเตือนว่าตัวเลขอาจขยับไปบ้างในแต่ละเดือนระหว่างที่ปรับปรุงวิธีวัด ตัวเลขที่ดึงออกมาวันนี้จึงเป็นเพียงภาพตัวอย่าง ยังไม่ใช่คะแนนสุดท้าย
สิ่งที่ Chrome ไม่ได้บอก
มีหลายคำถามที่คนทำ SEO อยากรู้แต่บทความไม่ได้ตอบ บทความไม่ได้บอกว่าระบบจัดอันดับของ Google Search จะใช้ข้อมูล soft navigation หรือไม่ และเมื่อไร ผลิตภัณฑ์ฝั่ง Search เพียงตัวเดียวที่ถูกเอ่ยถึงคือ Search Console และพูดถึงเฉพาะช่วงหลังจากเมตริกออกจากสถานะทดลองแล้ว บทความไม่ได้บอกว่าข้อมูลภาคสนามใน PageSpeed Insights จะเปลี่ยนหรือไม่ ไม่มีตัวเลขแยกรายประเทศหรือของประเทศไทย และไม่ได้ยืนยันว่าพฤษภาคม 2570 เป็นวันที่แน่นอน อะไรที่เกินจากประเด็นเหล่านี้ให้ถือว่ายังไม่มีใครรู้
บทวิเคราะห์: สิ่งที่ควรตรวจตอนนี้
ส่วนนี้เป็นบทวิเคราะห์จากเนื้อหาของแหล่งข่าว ไม่ใช่สิ่งที่ Chrome ระบุไว้
ข้อแรก ตรวจให้แน่ว่าเว็บของคุณทำงานแบบ SPA จริงหรือไม่ เว็บที่สร้างด้วยเฟรมเวิร์ก JavaScript อาจยังโหลดหน้าเต็มในการคลิกส่วนใหญ่ก็ได้ ส่วนเว็บที่หน้าตาดูธรรมดาอาจเปลี่ยน route ฝั่งไคลเอนต์อยู่ก็ได้ ลองเปิด CrUX Vis ของ origin แล้วเทียบเส้นแบบเสถียรกับแบบทดลอง ถ้าสองเส้นทับกัน เว็บนั้นอยู่ในกลุ่มส่วนใหญ่ที่ Chrome คาดว่าแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง และข้ามเรื่องนี้ไปได้
ข้อสอง ถ้าตัวเลขแบบทดลองดีขึ้นมาก อย่าเพิ่งตีความว่าปัญหาหายไปแล้ว LCP ที่ดีขึ้นมาจากการที่หน้าถัด ๆ ไปแสดงผลได้ถูกกว่า ซึ่ง Chrome อธิบายว่าเป็นเพราะใช้โค้ดและไฟล์ซ้ำ LCP ของการโหลดครั้งแรกที่ผู้ใช้ซึ่งคลิกมาจาก Google Search เจอจริง ๆ ไม่ได้เปลี่ยนไป หน้า landing ที่ช้าก็ยังช้าอยู่
ข้อสาม ให้ดู INP ละเอียดที่สุด ข้อสรุปของ Chrome เองคือเว็บ SPA ยังตามหลังด้านการตอบสนองแม้จะได้แต้มเพิ่มแล้ว และชี้ไปที่ JavaScript บน main thread ระหว่างการเปลี่ยน route จุดนี้น่าจะเป็นที่ที่การตรวจเชิงเทคนิคของ SPA พบงานที่ต้องแก้ เช่น โค้ดที่รันตอนเปลี่ยนตัวกรอง เปลี่ยนแท็บ หรือเปลี่ยน route ของหน้าสินค้า
ข้อสี่ ใช้ประโยชน์จากการแยกข้อมูลราย URL เพราะตอนนี้เมตริกของ soft navigation ไปอยู่ที่ URL ปลายทาง หน้าที่เคยมองไม่เห็นในข้อมูลภาคสนาม (เพราะผู้ใช้ไปถึงด้วยการคลิกในแอปเท่านั้น) อาจเริ่มมีตัวเลขของตัวเองเมื่อผ่านเกณฑ์ ทำให้ได้รายการเทมเพลตที่ต้องแก้ชัดเจนขึ้น
ข้อห้า วางแผนการรายงานผลรอบการเปลี่ยนของ Search Console เมื่อ Search Console ย้ายไปใช้ข้อมูลชุดใหม่หลังเมตริกออกจากสถานะทดลอง รายงาน Core Web Vitals ของเว็บ SPA อาจขยับโดยไม่มีการแก้โค้ดเลย การจดวันที่นั้นไว้ในรายงานช่วยกันไม่ให้ตัวเลขที่กระโดดขึ้นลงถูกนับเป็นผลงานหรือความผิดของการ deploy รอบใดรอบหนึ่ง การทำ SEO audit เชิงเทคนิค เป็นจุดเริ่มที่เหมาะในการเก็บตัวเลขแบบเสถียรและแบบทดลองไว้เทียบกันก่อนถึงวันนั้น
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
CrUX ครอบคลุม origin ของไทยที่มีทราฟฟิกจาก Chrome มากพอ เว็บไทยจึงเปิดดูตัวเลขแบบทดลองของตัวเองใน CrUX Vis ได้ตั้งแต่วันนี้ Chrome ไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขแยกของประเทศไทย จึงไม่สามารถบอกจากแหล่งข่าวได้ว่าเว็บไทยกี่แห่งอยู่ในกลุ่มที่เป็น SPA เป็นหลัก
สำหรับทีมภายในและเอเจนซี สิ่งที่ควรทำคือมองเรื่องนี้เป็นภาพล่วงหน้าว่า Search Console จะรายงานเว็บเหล่านี้อย่างไรตั้งแต่กลางปี 2570 หาก Chrome ทำได้ตามเป้า ถ้ามีแผนรีดีไซน์หรือย้ายไปใช้เฟรมเวิร์ก JavaScript คำเตือนเรื่อง INP ระหว่างการเปลี่ยน route ควรอยู่ในบรีฟของทีมพัฒนาด้วย ทีมที่ดูแล การออกแบบและสร้างเว็บไซต์ สามารถทดสอบงานบน main thread ตอนเปลี่ยน route ก่อนเปิดใช้งานจริง และรายงาน SEO ในประเทศไทย ที่ทำต่อเนื่องควรจดการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้ เพื่อให้อ่านตัวเลข Core Web Vitals ที่ขยับในอนาคตได้ถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเมตริก soft navigation ใน CrUX
Google เปลี่ยนคะแนน Core Web Vitals ของเว็บ SPA แล้วหรือยัง
ยัง คะแนน Core Web Vitals แบบเสถียรยังเหมือนเดิม Chrome ระบุเมื่อ 13 ตุลาคม 2569 ว่าเวอร์ชันที่รวม soft navigation ยังเป็นแบบทดลองและกำลังประเมินควบคู่กับเมตริกแบบเสถียร
Search Console จะใช้ข้อมูล soft navigation เมื่อไร
Search Console จะเปลี่ยนไปใช้หลังจากเมตริกออกจากสถานะทดลอง ซึ่ง Chrome ตั้งเป้าไว้ที่พฤษภาคม 2570 โดยขึ้นกับความเห็นที่ได้รับ Chrome ไม่ได้ให้วันที่แน่นอนกว่านี้
Core Web Vitals ของเว็บฉันจะเปลี่ยนไหม
จะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อเว็บใช้ JavaScript สลับเนื้อหาและอัปเดต URL โดยไม่โหลดหน้าใหม่ทั้งหน้า Chrome ระบุว่าราว 70% ของ origin ใน CrUX มี soft navigation ไม่ถึง 5% และแทบไม่ควรเห็นความต่าง ส่วนเว็บที่เป็น SPA เป็นหลักจะเห็นตัวเลขดีขึ้นหรือคงที่
ตัวเลข LCP จาก 26% เป็น 87% หมายถึงอะไร
คือสัดส่วนของ origin ที่ได้ LCP ระดับ "good" ในกลุ่ม origin บน Android ที่การเปิดหน้า 75% ถึง 100% เป็น soft navigation เทียบระหว่างเมตริกแบบเสถียรกับแบบทดลอง ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายถึงเว็บไซต์ทั้งหมดหรือทราฟฟิกบนเดสก์ท็อป
ตรวจเว็บของตัวเองได้ที่ไหน
วิธีที่เร็วที่สุดคือ CrUX Vis ซึ่ง Chrome อัปเดตให้แสดงเมตริกใหม่ของ URL หรือ origin ใดก็ได้ใน CrUX ข้อมูลชุดเดียวกันยังอยู่ใน CrUX BigQuery dataset, CrUX API และ CrUX History API ตั้งแต่รอบเดือนตุลาคม 2569
คะแนนแบบเสถียรยังไม่ขยับ แต่โมเดลการให้คะแนนของ SPA มีวันเป้าหมายที่ประกาศออกมาแล้ว เว็บที่เปิดดูตัวเลขแบบทดลองตั้งแต่ตอนนี้จะรู้ล่วงหน้าว่า Search Console น่าจะแสดงอะไร ก่อนที่มันจะแสดงจริง หากต้องการให้ช่วยอ่านว่าข้อมูลชุดใหม่บอกอะไรเกี่ยวกับเว็บของคุณ Relevant Audience ช่วยตรวจให้ได้ผ่านบริการ SEO audit







