Breadcrumb Navigation SEO คืออะไร Google อ่านและแสดง breadcrumb อย่างไร

Breadcrumb Navigation SEO คืออะไร Google อ่านและแสดง breadcrumb อย่างไร

เอสอีโอ (Search Engine Optimization)October 11, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • ตั้งแต่ 23 มกราคม 2568 Google แสดงเฉพาะโดเมนในผลการค้นหาบนมือถือ ส่วนผลการค้นหาบนเดสก์ท็อปยังแสดง breadcrumb ในทุกภูมิภาคและทุกภาษา
  • Google กำหนดให้ BreadcrumbList มี ListItem อย่างน้อยสองรายการ และต้องมี URL ใน item ทุกรายการยกเว้นรายการสุดท้าย
  • Google แนะนำให้ breadcrumb แสดงเส้นทางทั่วไปที่ผู้ใช้เดินมาถึงหน้านั้น แทนการลอกโครงสร้าง URL และอนุญาตให้มีหลายเส้นทางต่อหน้า
  • Google ระบุว่าโดยทั่วไป crawl ลิงก์ breadcrumb ได้เฉพาะ element a ของ HTML ที่มี href แถบที่ทำจาก span หรือ onclick จึงไม่มีอะไรให้ crawler ตาม

Breadcrumb navigation SEO คือการใช้แถบลิงก์ที่มองเห็นได้ (หน้าแรก > หมวดหมู่ > หน้า) เพื่อบอกว่าหน้านั้นอยู่ตรงไหนในเว็บไซต์ แล้วอธิบายเส้นทางเดียวกันนี้ให้ Google เข้าใจด้วย structured data แบบ BreadcrumbList ถ้าทำถูกต้อง Google จะเข้าใจลำดับชั้นของเว็บได้ชัดขึ้น ทุกหน้าจะได้ลิงก์ภายในที่ crawl ได้เพิ่มขึ้น และในผลการค้นหาบนเดสก์ท็อป Google อาจแสดงเส้นทางที่อ่านง่ายแทน URL ดิบ

บทความนี้อธิบายว่า breadcrumb คืออะไร ตอนนี้ Google แสดงผล breadcrumb อย่างไร กติกาของ BreadcrumbList ตามเอกสารทางการของ Google breadcrumb เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเว็บและลิงก์ภายในอย่างไร อะไรเปลี่ยนไปบนเว็บภาษาไทยหรือเว็บสองภาษา และความผิดพลาดที่ทำให้ markup ใช้งานไม่ได้บ่อยที่สุด เนื้อหาเขียนสำหรับนักการตลาดและเจ้าของเว็บที่อยากรู้ว่าต้องตรวจอะไรและควรขออะไรจากนักพัฒนา ไม่ใช่การบรรยายทฤษฎี

Breadcrumb คือแถวลิงก์สั้นๆ ที่มักอยู่ด้านบนของหน้า แสดงเส้นทางจากหน้าแรกลงมาถึงหน้าที่กำลังอ่านอยู่ ในร้านออนไลน์อาจเป็น หน้าแรก > ผู้หญิง > รองเท้า > รองเท้าวิ่ง ส่วนเว็บบริการอาจเป็น หน้าแรก > บริการ > SEO > SEO Audit เอกสารของ Google อธิบายหน้าที่ของ breadcrumb ไว้ตรงๆ ว่ามันบอกตำแหน่งของหน้าในลำดับชั้นของเว็บไซต์ และให้ผู้ใช้ย้อนกลับขึ้นไปในลำดับชั้นนั้นได้ทีละระดับ

ในแง่ SEO breadcrumb ทำงานสามอย่างที่ควรแยกให้ออกจากกัน

  • สัญญาณลำดับชั้น แถบนี้บอกเครื่องมือค้นหาว่าหน้านั้นอยู่ในหมวดไหน หน้าสินค้าที่ลิงก์กลับขึ้นไปหา "รองเท้าวิ่ง" และ "รองเท้า" ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของสาขานั้นของเว็บอย่างชัดเจน
  • ลิงก์ภายใน ทุกรายการใน breadcrumb (ยกเว้นหน้าปัจจุบันซึ่งมักไม่ใส่ลิงก์) เป็นลิงก์ปกติ บนเว็บที่มีหน้าสินค้าหรือบทความหลายพันหน้า นี่คือลิงก์หลายพันลิงก์ที่ชี้กลับไปหน้าหมวดหมู่ พร้อม anchor text ที่สั้นและสื่อความหมาย
  • การแสดงผลในหน้าค้นหา เมื่อใส่ structured data แบบ BreadcrumbList แล้ว Google สามารถนำเส้นทางนี้ไปแสดงในส่วน URL ของผลการค้นหาบนเดสก์ท็อปแทน URL ดิบได้

ประโยชน์สองข้อแรกมาจากแถบ breadcrumb ที่เป็น HTML ที่มองเห็นได้ ส่วนข้อที่สามมาจาก markup เว็บหนึ่งอาจมีอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่มีอีกอย่างก็ได้ จึงควรตรวจทั้งสองส่วน

ประเภทของ breadcrumb ที่พบบ่อย

Breadcrumb ส่วนใหญ่แบ่งได้สามแบบ แบบอิงลำดับชั้นจะตามโครงสร้างหมวดหมู่ (หน้าแรก > บล็อก > SEO > บทความ) แบบอิงคุณสมบัติจะสะท้อนตัวกรองที่ผู้ซื้อเลือก เช่น ไซซ์หรือสี และแบบอิงประวัติจะแสดงหน้าที่ผู้เยี่ยมชมคลิกผ่านมาในรอบนั้น สำหรับ SEO แบบอิงลำดับชั้นมีประโยชน์ที่สุดเพราะคงที่ หน้าเดิมจะแสดงเส้นทางเดิมเสมอ ซึ่งตรงกับสิ่งที่ Google คาดว่าจะเห็นเมื่ออ่าน markup ของคุณ

ตอนนี้ Google แสดง breadcrumb ในผลการค้นหาอย่างไร

ส่วนนี้คือจุดที่บทความเก่าๆ มักเข้าใจผิด เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 Google Search Central ประกาศว่าได้ทำให้ส่วน URL ที่มองเห็นในผลการค้นหาบนมือถือเรียบง่ายขึ้น ตั้งแต่นั้นผลการค้นหาบนมือถือจะแสดงเฉพาะโดเมน ไม่แสดงแถบ breadcrumb ในทุกภาษาและทุกภูมิภาคที่มี Google Search เหตุผลที่ Google ให้ไว้คือ breadcrumb มักถูกตัดบนจอขนาดเล็ก จึงไม่ค่อยมีประโยชน์กับคนที่ค้นหาบนมือถือ

ผลการค้นหาบนเดสก์ท็อปไม่เปลี่ยน บนเดสก์ท็อป ส่วน URL ที่มองเห็นยังมีสองส่วนคือโดเมนและ breadcrumb เอกสาร BreadcrumbList ฉบับปัจจุบันของ Google (อัปเดตล่าสุดเดือนกันยายน 2569) ยืนยันว่าฟีเจอร์นี้ใช้ได้บนเดสก์ท็อปในทุกภูมิภาคและทุกภาษาที่มี Google Search

Google ยังบอกด้วยว่าเจ้าของเว็บไม่ต้องลบอะไรออก Google ยังรองรับ breadcrumb markup รายงาน breadcrumb ใน Search Console ยังอยู่ และ Rich Results Test ยังตรวจ markup ได้ตามเดิม สถานการณ์จริงในปี 2569 จึงเป็นแบบนี้

  • Markup ยังมีผลต่อหน้าตาของหน้าเว็บในผลการค้นหาบนเดสก์ท็อป
  • ผลการค้นหาบนมือถือแสดงแค่โดเมน ไม่ว่าจะใช้ markup แบบไหน
  • แถบ breadcrumb บนหน้ายังช่วยผู้ใช้และยังเพิ่มลิงก์ภายในบนทุกอุปกรณ์

ถ้าทราฟฟิกของคุณมาจากมือถือเป็นหลัก ประโยชน์ด้านการแสดงผลในหน้าค้นหาจะน้อยกว่าเดิม แต่ประโยชน์ด้านลำดับชั้นและลิงก์ภายในยังเหมือนเดิม และสองข้อนี้คือส่วนที่ใหญ่กว่าของ breadcrumb navigation SEO มาตลอด

Structured data แบบ BreadcrumbList: กติกาที่ Google กำหนดจริง

Google รองรับ breadcrumb markup ในรูปแบบ JSON-LD, Microdata และ RDFa โดยทั่วไป JSON-LD ดูแลง่ายที่สุด เพราะอยู่ในบล็อก script เดียว ไม่ต้องสอดแทรกเข้าไปใน HTML ที่มองเห็น ไม่ว่าจะใช้รูปแบบไหน ข้อกำหนดก็สั้น

Property ที่จำเป็นและที่แนะนำ

BreadcrumbList ต้องมี property itemListElement ซึ่งเป็นอาร์เรย์ของ ListItem ที่เรียงลำดับแล้ว Google กำหนดให้มี ListItem อย่างน้อยสองรายการ แต่ละ ListItem ใช้ property สามตัว

  • item: URL ของหน้าที่ breadcrumb รายการนั้นแทน จำเป็นต้องมีในทุก ListItem ยกเว้นรายการสุดท้าย ถ้าไม่ใส่ในรายการสุดท้าย Google จะใช้ URL ของหน้าที่มี markup นั้นอยู่
  • name: ชื่อของ breadcrumb ที่แสดงให้ผู้ใช้เห็น เช่น "รองเท้า" หรือ "SEO Audit"
  • position: ตัวเลขจำนวนเต็มที่บอกตำแหน่งของรายการในแถบ เริ่มจาก 1

Google ยังบอกว่าไม่จำเป็นต้องมี ListItem สำหรับเส้นทางระดับบนสุด (โดเมนเปล่า) หรือสำหรับหน้าปัจจุบันเอง หลายเว็บยังใส่ทั้งสองอย่างซึ่งก็ไม่ผิด ประเด็นคือแถบที่เริ่มจากหมวดหมู่แรกก็ยังถูกต้องตามข้อกำหนด

ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละ property ทำหน้าที่อะไร และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผิดหรือขาดไป

Property ที่จำเป็นและที่แนะนำ
Propertyสิ่งที่ Google กำหนดผลถ้าทำผิด
itemListElementจำเป็น เป็นรายการที่เรียงลำดับ มี ListItem อย่างน้อยสองรายการรายการที่มีแค่รายการเดียวไม่มีสิทธิ์ได้ฟีเจอร์ breadcrumb
itemจำเป็นในทุก ListItem ยกเว้นรายการสุดท้ายรายการกลางที่ไม่มี URL ถือว่าขาด property ที่จำเป็น ซึ่ง Rich Results Test จะแจ้งเตือน
nameชื่อ breadcrumb ที่แสดงให้ผู้ใช้เห็นชื่อไม่ตรงกับแถบที่มองเห็นทำให้ผู้ใช้สับสน และผิดกฎที่ว่า markup ต้องตรงกับหน้า
positionลำดับของรายการเป็นจำนวนเต็ม เริ่มจาก 1ตัวเลขผิดทำให้แถบถูกอ่านผิดลำดับ

ทำตามเส้นทางของผู้ใช้ ไม่ใช่ตาม URL

มีประโยคหนึ่งในเอกสารของ Google ที่เปลี่ยนวิธีสร้าง breadcrumb ของหลายทีม Google แนะนำให้ breadcrumb แสดงเส้นทางทั่วไปที่ผู้ใช้เดินทางมาถึงหน้านั้น แทนที่จะลอกโครงสร้าง URL ถ้า URL ของคุณแบน (เช่น สินค้าทุกชิ้นอยู่ที่ /ชื่อสินค้า/) ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ breadcrumb ต้องแบนตาม ให้สร้างแถบจากโครงสร้างหมวดหมู่ที่ผู้เยี่ยมชมใช้จริงในการเข้าถึงหน้านั้น

หลายเส้นทางสำหรับหน้าเดียว

ถ้าหน้าหนึ่งเข้าถึงได้หลายทาง Google อนุญาตให้ระบุ breadcrumb หลายเส้นทางบนหน้านั้นได้ ใน JSON-LD จะเป็นอาร์เรย์ของออบเจกต์ BreadcrumbList กรณีที่พบบ่อยคือสินค้าที่อยู่ทั้งในหมวด "รองเท้าวิ่ง" และ "ลดราคา" ใช้วิธีนี้เฉพาะกรณีที่มีจริง สองเส้นทางที่ต่างกันแค่ชื่อเรียกจะเพิ่มความรกมากกว่าความหมาย

Markup ต้องตรงกับหน้า

แนวทาง structured data ทั่วไปของ Google กำหนดให้ markup อธิบายเนื้อหาที่ผู้ใช้มองเห็นบนหน้า ในทางปฏิบัติหมายความว่า BreadcrumbList ควรตรงกับแถบที่มองเห็น ทั้งรายการ ลำดับ และชื่อ ปัญหาที่พบบ่อยคือธีมแสดง breadcrumb แบบหนึ่งใน HTML ขณะที่ปลั๊กอิน SEO ส่งอีกแบบหนึ่งใน JSON-LD ให้เลือกแหล่งข้อมูลหลักไว้หนึ่งแหล่ง แล้วให้อีกฝั่งดึงจากแหล่งนั้น

Breadcrumb ทำงานได้ดีเท่ากับโครงสร้างที่อยู่เบื้องหลังเท่านั้น ถ้าหมวดหมู่คลุมเครือหรือซ้อนทับกัน แถบ breadcrumb ก็จะสะท้อนปัญหานั้นออกมา ก่อนแตะ markup ควรตรวจสามเรื่องของโครงสร้างก่อน

ทุกหน้าที่สำคัญมีหน้าแม่ แนวทางเรื่องลิงก์ของ Google ระบุว่าทุกหน้าที่คุณให้ความสำคัญควรมีลิงก์จากหน้าอื่นในเว็บอย่างน้อยหนึ่งหน้า Breadcrumb ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอัตโนมัติสำหรับหน้าแม่ เพราะหน้าลูกทุกหน้าจะลิงก์กลับขึ้นไป แต่ breadcrumb ไม่ได้สร้างลิงก์ลงไปหาหน้าลูก หน้าหมวดหมู่จึงยังต้องลิงก์ไปหาสินค้าหรือบทความของตัวเอง

ลิงก์ต้องเป็นลิงก์จริง Google บอกว่าโดยทั่วไปจะ crawl ลิงก์ได้ก็ต่อเมื่อเป็น element a ของ HTML ที่มี attribute href ธีม JavaScript บางตัวสร้าง breadcrumb เป็น span หรือปุ่มที่คลิกได้ด้วย onclick ผู้เยี่ยมชมเห็นเป็นลิงก์ แต่ crawler ไม่มีอะไรให้ตาม ถ้าคลิกขวาที่ breadcrumb แล้วไม่มีตัวเลือก "คัดลอกที่อยู่ลิงก์" ให้ตรวจซอร์สโค้ด

Anchor text สั้นและสื่อความหมาย ชื่อใน breadcrumb ก็คือ anchor text Google ขอให้ anchor text สื่อความหมายและกระชับพอสมควร และเตือนเรื่องการยัดคีย์เวิร์ด "รองเท้าวิ่ง" ใช้ได้ดี แต่ "รองเท้าวิ่งราคาถูกที่สุด กรุงเทพ ลดราคา 2569" บนหน้าสินค้าทุกหน้าไม่ใช่

แถบควรลึกแค่ไหน

Google ไม่ได้กำหนดความลึกสูงสุด และคุณก็ไม่ควรคิดตัวเลขขึ้นมาเอง วิธีทดสอบที่ใช้ได้คือดูว่าแต่ละระดับเป็นหน้าที่ผู้เยี่ยมชมอาจอยากเข้าไปจริงหรือไม่ ถ้าระดับกลางเป็นหมวดบางๆ ที่มีแค่สองรายการ ปัญหาอยู่ที่โครงสร้าง ไม่ใช่ breadcrumb ให้แก้หมวดหมู่ก่อน แล้วแถบจะตามมาเอง

ลองดูตัวอย่างสมมติให้เห็นภาพ ร้านเฟอร์นิเจอร์ในกรุงเทพมีหน้าสินค้า 1,200 หน้า ทุกหน้าใช้ URL แบน ถ้าไม่มี breadcrumb ลิงก์เดียวที่เข้าไปหาหน้าหมวดหมู่ 30 หน้ามาจากเมนูหลัก เมื่อใส่แถบแบบอิงลำดับชั้นในทุกหน้าสินค้า หน้าหมวดหมู่แต่ละหน้าจะได้ลิงก์จากสินค้าทุกชิ้นที่อยู่ใต้มัน โดยใช้ชื่อหมวดเป็น anchor text ตัวเลขในตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติ แต่กลไกตรงกับที่ Google อธิบายไว้ คือลิงก์ภายในที่สื่อความหมายและบอก crawler ว่าแต่ละหน้าเกี่ยวข้องกันอย่างไร

เว็บสองภาษามีปัญหาเฉพาะบางอย่างที่คู่มือภาษาเดียวไม่ได้พูดถึง

  • ชื่อต้องเป็นภาษาของหน้า บนหน้าภาษาไทย ทั้งแถบที่มองเห็นและค่า name ใน BreadcrumbList ควรเป็นภาษาไทย เพราะ markup ต้องตรงกับสิ่งที่ผู้เยี่ยมชมเห็น หน้าภาษาไทยที่ JSON-LD เขียนว่า "Home > Services" แต่บนจอเขียนว่า "หน้าแรก > บริการ" ถือว่าไม่ตรงกัน
  • URL ต้องอยู่ในเวอร์ชันภาษาเดียวกัน URL ใน item บนหน้าภาษาไทยควรชี้ไปหาหน้าแม่เวอร์ชันภาษาไทย (เช่น หมวดใต้ /th/) ไม่ใช่เวอร์ชันภาษาอังกฤษ การข้ามภาษาในแถบจะส่งผู้เยี่ยมชมและ crawler ไปผิดเวอร์ชัน
  • ตัวอักษรไทยใน URL ถ้า URL ภาษาไทยมีตัวอักษรไทย เวลาคัดลอกจะถูกเข้ารหัสแบบ percent-encoding ให้ใช้ URL ที่เว็บเสิร์ฟจริงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ markup และลิงก์ที่มองเห็นชี้ไปที่อยู่เดียวกัน
  • ความสม่ำเสมอของเทมเพลต เว็บสองภาษามักใช้สองเทมเพลตหรือสองปลั๊กอิน ให้ทดสอบหน้าจากทั้งสองเวอร์ชันภาษาใน Rich Results Test ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ breadcrumb และวิธีตรวจ

ปัญหา breadcrumb ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เทมเพลต การแก้ครั้งเดียวจึงมักซ่อมได้หลายพันหน้า เรื่องที่ควรตรวจก่อนมีดังนี้

  1. มี markup แต่ไม่มีแถบที่มองเห็น หรือมีแถบแต่ไม่มี markup ให้เปิดซอร์สของหน้าตัวอย่าง ค้นหาคำว่า "BreadcrumbList" แล้วเทียบกับสิ่งที่เห็นบนจอ
  2. ไม่มี URL ใน item ของระดับกลาง มักเกิดจากหน้าหมวดหมู่ไม่มี URL ใน CMS ซึ่ง Rich Results Test จะแจ้งเตือน
  3. ลิงก์ในแถบ crawl ไม่ได้ เพราะสร้างด้วย span หรือปุ่มแทน element a ที่มี href
  4. แถบชี้ไปหน้าที่ถูก redirect หรือตั้ง noindex มักเกิดหลังปรับโครงสร้างหมวดหมู่ URL ในแต่ละรายการควรเป็นหน้าที่ใช้งานอยู่และ index ได้
  5. Markup ซ้ำซ้อน จากธีมและปลั๊กอินพร้อมกัน ทำให้เกิดสองแถบที่ขัดกัน
  6. แถบที่ลอกโครงสร้าง URL ที่ไม่เป็นธรรมชาติ แทนเส้นทางที่ผู้ใช้เดินจริง ซึ่งขัดกับคำแนะนำของ Google เอง

ขั้นตอนการทดสอบที่ Google แนะนำ

เอกสารของ Google วางลำดับไว้ง่ายๆ ให้ตรวจ markup ด้วย Rich Results Test และแก้ข้อผิดพลาดร้ายแรงก่อน จากนั้นนำขึ้นจริงบางหน้าแล้วตรวจด้วยเครื่องมือ URL Inspection ใน Search Console โดยดูให้แน่ใจว่าหน้าไม่ถูกบล็อกด้วย robots.txt, noindex หรือการล็อกอิน แล้วติดตามรายงาน rich result ของ breadcrumb ใน Search Console ทั้งรายการที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนเทมเพลต Google ระบุว่าการ crawl และ index ใหม่อาจใช้เวลาหลายวัน จึงไม่ควรตัดสินผลการแก้ไขในบ่ายวันเดียวกัน ถ้าต้องการวิธีตรวจแบบมีโครงสร้างสำหรับเว็บขนาดใหญ่ บริการ SEO audit ครอบคลุมทั้ง markup การ crawl และลิงก์ภายในไปพร้อมกัน

สิ่งที่เอกสารไม่ได้รับประกัน

Google ระบุชัดว่า structured data ที่ถูกต้องไม่ได้รับประกันว่าจะได้ rich result Breadcrumb markup ไม่ใช่ปัจจัยจัดอันดับที่ดันอันดับขึ้นได้ด้วยตัวเอง คุณค่าของมันคือความชัดเจน สำหรับ Google คือความชัดเจนว่าหน้าต่างๆ เกี่ยวข้องกันอย่างไร สำหรับผู้ใช้คือความชัดเจนว่าตัวเองอยู่ตรงไหน ข้ออ้างใดที่บอกว่า breadcrumb อย่างเดียวช่วยดันอันดับโดยตรง ควรฟังด้วยความระมัดระวัง

ความหมายสำหรับธุรกิจไทย

ถ้าทราฟฟิกส่วนใหญ่ของคุณมาจากมือถือ ให้จำไว้ว่าตั้งแต่มกราคม 2568 ผลการค้นหาบนมือถือแสดงแค่โดเมน เหตุผลที่ควรทำ breadcrumb จึงขยับจากเรื่องการแสดงผลในหน้าค้นหามาเป็นเรื่องโครงสร้าง ได้แก่ หมวดหมู่ที่ชัดขึ้น ลิงก์ภายในไปหน้าหมวดหมู่ที่มากขึ้น และการนำทางที่ง่ายขึ้นสำหรับผู้เยี่ยมชมที่เข้ามาจากการค้นหาแล้วตกลงในหน้าลึกๆ ของเว็บ เว็บอีคอมเมิร์ซและเว็บคอนเทนต์ขนาดใหญ่ได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะมีหน้าจำนวนมากที่สุดอยู่ใต้แต่ละหมวด เว็บสองภาษาต้องตรวจทั้งสองเวอร์ชันแยกกัน เพราะเทมเพลตภาษาอังกฤษที่ถูกต้องไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับเทมเพลตภาษาไทยเลย ถ้ากำลังวางแผนรีดีไซน์ ให้ออกแบบโครงสร้างหมวดหมู่และเทมเพลต breadcrumb ไปพร้อมกัน การเอาแถบมาแปะบนโครงสร้างที่ยุ่งเหยิงทีหลังมีแต่จะเผยให้เห็นความยุ่งเหยิงนั้น ขั้นตอนออกแบบเว็บไซต์คือช่วงที่ทำเรื่องนี้ให้ถูกได้ด้วยต้นทุนต่ำที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ breadcrumb navigation SEO

Google ยังแสดง breadcrumb ในผลการค้นหาอยู่ไหม

Google ยังแสดง breadcrumb ในผลการค้นหาบนเดสก์ท็อป แต่ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 ผลการค้นหาบนมือถือแสดงเฉพาะโดเมนในส่วน URL Google ยังรองรับ BreadcrumbList markup รายงานใน Search Console และ Rich Results Test ตามเดิม

ไม่ใช่ Google ไม่ได้อธิบายว่า breadcrumb markup เป็นปัจจัยจัดอันดับ และระบุว่า structured data ที่ถูกต้องไม่ได้รับประกันว่าจะได้ rich result ประโยชน์มาจากลำดับชั้นที่ชัดขึ้น ลิงก์ภายในที่ crawl ได้ และการนำทางที่ดีขึ้น

ไม่จำเป็น เพราะ Google แนะนำให้ breadcrumb แสดงเส้นทางทั่วไปที่ผู้ใช้เดินมาถึงหน้านั้น แทนที่จะลอกโครงสร้าง URL ให้สร้างแถบจากหมวดหมู่ที่ผู้เยี่ยมชมใช้จริง

ต้องใส่หน้าแรกและหน้าปัจจุบันในแถบด้วยไหม

ไม่ต้อง Google บอกว่าไม่จำเป็นต้องมี ListItem สำหรับเส้นทางระดับบนสุดหรือสำหรับหน้าปัจจุบัน แต่ใส่ได้ถ้าต้องการ ทั้งนี้รายการยังต้องมี ListItem อย่างน้อยสองรายการ

จะตรวจได้อย่างไรว่า breadcrumb markup ใช้งานได้

ให้นำหน้าตัวอย่างไปตรวจใน Rich Results Test ตรวจหน้าที่ขึ้นจริงแล้วด้วยเครื่องมือ URL Inspection จากนั้นติดตามรายงาน breadcrumb ใน Search Console และเผื่อเวลาหลายวันให้ Google crawl ใหม่หลังแก้ไข

ขั้นตอนต่อไป

Breadcrumb เป็นการเปลี่ยนเทมเพลตเล็กๆ ที่มีผลทั้งเว็บ จึงคุ้มที่จะทำให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก เริ่มจากเทียบแถบที่มองเห็นกับ BreadcrumbList บนหน้าหนึ่งหน้าจากแต่ละเทมเพลตและแต่ละภาษา แล้วแก้ที่เทมเพลตแทนการแก้ทีละหน้า ถ้าต้องการให้ตรวจ breadcrumb หมวดหมู่ และลิงก์ภายในเป็นแผนเดียวกัน ทีม SEO Thailand ของ Relevant Audience ช่วยวางขอบเขตงานได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น