Meta Marketing API v27: Product showcase อาจเปิดเองเป็นค่าเริ่มต้น และการขยายอุปกรณ์เป็นค่าเริ่มต้นของชุดโฆษณา Sales

Meta Marketing API v27: Product showcase อาจเปิดเองเป็นค่าเริ่มต้น และการขยายอุปกรณ์เป็นค่าเริ่มต้นของชุดโฆษณา Sales

metaNovember 5, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • บน v27.0 Meta อาจเปิด Product showcase ให้โฆษณาใหม่ที่ไม่มีการตั้งค่า Product showcase ปิดได้ด้วย product_extensions.enroll_status = OPT_OUT
  • ชุดโฆษณา Sales ใหม่ที่เข้าเกณฑ์และกำหนดอุปกรณ์เฉพาะ จะเปิดการขยายไปอุปกรณ์อื่น เว้นแต่ตั้ง device = 0 ทุกเวอร์ชัน API ตามมาในราว 90 วัน (กุมภาพันธ์ 2570 วันที่รอยืนยัน)
  • การสร้าง lookalike จะปฏิเสธ country และ location_spec ใน lookalike_spec ส่วน lookalike ที่มีอยู่ทำงานต่อตามเดิม
  • /{catalog-id}/batch ใช้ไม่ได้บน v27.0 (ให้ใช้ items_batch) Graph API v21.0 ถูกถอดวันที่ 21 มกราคม 2570 และ v22.0 วันที่ 20 พฤษภาคม 2570

Meta เปิดตัว Graph API v27.0 และ Marketing API v27.0 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 และมีสองการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้การตั้งค่าโฆษณาบางอย่างเปิดเองโดยอัตโนมัติสำหรับแคมเปญที่สร้างผ่าน API ตั้งแต่ v27.0 เป็นต้นไป Meta อาจเปิด Product showcase ให้กับโฆษณาใหม่ที่ครีเอทีฟไม่มีการตั้งค่า Product showcase เลย และชุดโฆษณา Sales ใหม่ที่เข้าเกณฑ์และกำหนดเป้าหมายเฉพาะอุปกรณ์มือถือหรือระบบปฏิบัติการบางกลุ่ม จะถูกเปิดตัวเลือก "Reach more people across other mobile devices" ไว้ เว้นแต่ระบบจะตั้งค่า device เป็น 0 นอกจากนี้ รุ่นเดียวกันยังปฏิเสธฟิลด์ตำแหน่งใน lookalike audience และทำให้ endpoint /{catalog-id}/batch ใช้งานไม่ได้บน v27.0

รายละเอียดทั้งหมดมาจากโพสต์ประกาศบนบล็อก Meta for Developers ซึ่งเขียนโดย Ayyad Farah และ Manjari Jain อ่านฉบับเต็มได้ที่ บล็อก Meta for Developers เนื้อหาด้านล่างอ้างอิงจากโพสต์นั้นทั้งหมด ส่วนใดที่โพสต์ไม่ได้ระบุ บทความนี้จะบอกไว้ชัดเจน

อะไรเปลี่ยนใน Marketing API และ Graph API v27.0

โพสต์ของ Meta รวมทั้งความสามารถใหม่ ค่าเริ่มต้นที่ทยอยบังคับใช้ และการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ระบบเดิมใช้ไม่ได้ทันที ตารางด้านล่างสรุปการเปลี่ยนแปลงหลักเทียบกับกำหนดเวลาที่ Meta ระบุไว้

อะไรเปลี่ยนใน Marketing API และ Graph API v27.0
การเปลี่ยนแปลงใน v27.0กำหนดเวลาที่ Meta ระบุ
Product showcase อาจเปิดเองสำหรับโฆษณาใหม่ที่ไม่มีการตั้งค่า Product showcaseเริ่มเมื่อเปิดตัว v27.0 วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวอร์ชันก่อน v27.0 ไม่เปลี่ยน
"Reach more people across other mobile devices" เปิดเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับชุดโฆษณา Sales ใหม่ที่เข้าเกณฑ์v27.0 ตั้งแต่เปิดตัว ทุกเวอร์ชันประมาณ 90 วันหลังจากนั้น (กุมภาพันธ์ 2570 วันที่แน่นอนยังรอยืนยัน)
ปฏิเสธ country และ location_spec ใน lookalike_specv27.0 ตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวอร์ชันที่เหลือทั้งหมดประมาณ 90 วันหลังจากนั้น วันที่ยังรอยืนยัน
/{catalog-id}/batch ใช้งานไม่ได้เมื่อเปิดตัว v27.0 ยังใช้ได้บน v26.0 และก่อนหน้า จนกว่าจะยุติการรองรับ v26.0
ถอด Graph API v21.0 และ v22.0 ออกจากแพลตฟอร์ม21 มกราคม 2570 และ 20 พฤษภาคม 2570

การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่กระทบผู้ที่สร้างแคมเปญผ่านซอฟต์แวร์มากกว่าการสร้างด้วยมือใน Ads Manager เช่น สคริปต์ที่ทีมเขียนเอง แพลตฟอร์มซื้อโฆษณา เครื่องมือจัดการแคตตาล็อกและฟีดสินค้า และแอปพาร์ตเนอร์ที่ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากเชื่อมต่อกับ Meta โพสต์นี้พูดถึงเฉพาะ API และไม่ได้บอกว่าค่าเริ่มต้นแบบเดียวกันจะใช้กับแคมเปญที่สร้างใน Ads Manager ด้วยหรือไม่

Product showcase เปิดเองได้แล้ว

ตั้งแต่ v27.0 Meta ระบุว่าอาจเปิด Product showcase (ใน API เรียกว่า product_extensions) เมื่อผู้ลงโฆษณาสร้างโฆษณาที่ครีเอทีฟไม่มีการตั้งค่า Product showcase เลย Meta จำกัดไว้เฉพาะกรณีที่ระบบ "มีความมั่นใจสูงว่าชุดสินค้าเฉพาะในแคตตาล็อกตรงกับโฆษณา" เมื่อเกิดขึ้น โฆษณาจะแสดงสินค้าที่ใกล้เคียงจากแคตตาล็อกของผู้ลงโฆษณาได้ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อระบบเพิ่ม

ในบทสรุป Meta เรียก Product showcase ว่า "ฟีเจอร์ที่เป็นทางเลือก" ซึ่งถูกต้องในแง่ที่มีวิธีปิดอยู่ แต่บน v27.0 โฆษณาที่สร้างโดยไม่ตั้งค่า Product showcase เลย จะเข้าข่ายถูกเปิดโดยอัตโนมัติ หากต้องการพฤติกรรมแบบเดิม ระบบต้องตั้งค่า degrees_of_freedom_spec.creative_features_spec.product_extensions.enroll_status เป็น OPT_OUT ใน creative features spec ตัวอย่างของ Meta ใส่ออบเจกต์ action_metadata ที่มี type เป็น MANUAL ไว้คู่กับค่า enroll_status ด้วย

Meta ระบุ endpoint ตัวอย่างที่ได้รับผลกระทบสองตัว คือ POST /{ad-account-id}/ads สำหรับสร้างโฆษณา และ POST /{ad-account-id}/adcreatives สำหรับสร้างครีเอทีฟ โพสต์ยังมีลิงก์ไปยังหน้าที่ใช้ดูตัวอย่างชุดสินค้าที่ Meta อาจนำมาใช้ เวอร์ชันก่อน v27.0 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และต่างจากเรื่องอุปกรณ์และ lookalike ตรงที่ Meta ไม่ได้ระบุวันที่ค่าเริ่มต้นนี้จะขยายไปยังเวอร์ชันเก่า

ทำไมเรื่องนี้ต้องจับตา

แบรนด์ที่ขายผ่านแคตตาล็อกแต่ก็ทำโฆษณาบางชิ้นเพื่อสร้างการรับรู้ โปรโมตสินค้าตัวเดียว หรือโปรโมชันเฉพาะ อาจไม่ต้องการให้สินค้าจากแคตตาล็อกติดไปกับครีเอทีฟเหล่านั้น บน v27.0 การไม่ตั้งค่าอะไรไม่ได้มีความหมายว่า "ไม่เอา" อีกต่อไป โพสต์ไม่ได้นิยามคำว่า "ความมั่นใจสูง" ไม่ได้บอกว่า Product showcase แสดงที่ใดบ้าง และไม่มีตัวเลขผลลัพธ์ใดๆ ดังนั้นการควบคุมที่ชัดเจนเพียงทางเดียวคือการตั้งค่าปิดอย่างชัดแจ้ง

การขยายไปยังอุปกรณ์อื่นกลายเป็นค่าเริ่มต้นของชุดโฆษณา Sales

ค่าเริ่มต้นตัวที่สองเกี่ยวกับการส่งโฆษณา ตั้งแต่ v27.0 ชุดโฆษณา Sales ใหม่ที่เข้าเกณฑ์และกำหนดเป้าหมายเฉพาะอุปกรณ์มือถือหรือระบบปฏิบัติการ จะมีตัวเลือก "Reach more people across other mobile devices" เปิดอยู่ เมื่อไม่ได้ส่งฟิลด์ targeting.targeting_automation.individual_setting.device มา จากนั้น Meta สามารถส่งโฆษณาไปยังผู้ใช้บนอุปกรณ์มือถือและระบบปฏิบัติการอื่น "เมื่อมีแนวโน้มว่าจะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้น"

หากต้องการให้โฆษณาแสดงเฉพาะอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการที่กำหนดไว้ ให้ตั้งค่า device เป็น 0 Meta ระบุข้อจำกัดไว้สามข้อ

  • ชุดโฆษณาที่มีอยู่แล้วไม่ถูกเปลี่ยน
  • ตัวเลือกนี้ใช้ไม่ได้กับ conversion location แบบ Mobile App
  • ตัวเลือกนี้ใช้ไม่ได้กับ Special Ad Categories

กำหนดเวลาแบ่งเป็นสองขั้น บน v27.0 ค่าเริ่มต้นนี้มีผลตั้งแต่วันเปิดตัว 4 พฤศจิกายน Meta ระบุว่าจะขยายไปยังชุดโฆษณาใหม่ที่เข้าเกณฑ์ในทุกเวอร์ชันประมาณ 90 วันหลังเปิดตัว ซึ่งบทสรุประบุว่าเป็นกุมภาพันธ์ 2570 โดยวันที่แน่นอนยังรอยืนยัน ขั้นที่สองนี้สำคัญที่สุด เพราะระบบที่ไม่เคยอัปเกรดเกิน v26.0 ก็จะได้รับค่าเริ่มต้นใหม่ในต้นปีหน้าอยู่ดี ฟิลด์ที่ไม่เคยส่งมาจะกลายเป็นความหมายว่า "ขยาย"

ใครควรสนใจ

การกำหนดเป้าหมายตามอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการมักเป็นการตัดสินใจโดยตั้งใจ เช่น แบรนด์อาจเลือกเฉพาะ iOS เพราะหน้าชำระเงินหรือแอปออกแบบมาสำหรับ iOS หรือเลือกเฉพาะ Android รุ่นใหม่เพราะวิธีการชำระเงินบางแบบ สำหรับแคมเปญ Sales ที่สร้างผ่าน API และมีข้อจำกัดลักษณะนี้ ทางที่ปลอดภัยคือส่งค่า device = 0 อย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้ แทนที่จะรอถึงเดือนกุมภาพันธ์ Meta ไม่ได้นิยามคำว่า "เข้าเกณฑ์" นอกเหนือจากข้อยกเว้นข้างต้น และไม่ได้อธิบายรายงานที่จะแสดงว่าการส่งโฆษณาย้ายไปยังอุปกรณ์อื่นมากน้อยเท่าใด

Lookalike audience ไม่รับฟิลด์ตำแหน่งอีกต่อไป

ตั้งแต่ Marketing API v27.0 คำขอ POST /act_{ad-account-id}/customaudiences จะปฏิเสธ lookalike_spec ใดก็ตามที่มี country หรือ location_spec Meta ระบุว่าไม่ต้องใช้ฟิลด์ทดแทน เพราะฟิลด์เหล่านี้ไม่มีผลอยู่แล้ว lookalike audience จะแสดงตามตำแหน่งที่เลือกไว้ในกลุ่มเป้าหมายของชุดโฆษณาที่ใช้ audience นั้น วิธีแก้คือลบทั้งสองฟิลด์ออก

มีผลเฉพาะการสร้าง audience ใหม่เท่านั้น Meta ระบุว่า lookalike audience ที่มีอยู่และโฆษณาที่ใช้อยู่จะทำงานต่อไปตามเดิม การปฏิเสธมีผลบน v27.0 ตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน 2569 และกับเวอร์ชันที่เหลือทั้งหมดประมาณ 90 วันหลังจากนั้น วันที่ยังรอยืนยัน

สำหรับผู้ลงโฆษณาในไทย ความหมายเชิงปฏิบัติตรงไปตรงมา lookalike ที่สร้างจากรายชื่อลูกค้าคนไทยไม่ได้ถูกล็อกไว้ที่ประเทศไทยด้วยตัว audience เอง ตำแหน่งที่มีผลจริงคือตำแหน่งที่ตั้งไว้ในชุดโฆษณา เครื่องมือใดที่ยังส่งรหัสประเทศมาในคำขอสร้าง lookalike จะเจอคำขอล้มเหลวบน v27.0 ตั้งแต่ตอนนี้ และในทุกเวอร์ชันเมื่อพ้นช่วง 90 วัน

Endpoint batch ของแคตตาล็อกหยุดทำงานบน v27.0

Endpoint /{catalog-id}/batch ถูกยกเลิกการใช้งาน และ Meta แนะนำให้ใช้ /{catalog-id}/items_batch แทน โพสต์ระบุว่าเรื่องนี้กระทบธุรกิจผู้ลงโฆษณาและเอเจนซีที่เชื่อมต่อกับ Catalog API และแอปพลิเคชันอาจใช้งานไม่ได้หากไม่อัปเดตโค้ด บน v27.0 /batch ใช้งานไม่ได้แล้ว แต่ยังใช้ได้บน v26.0 และก่อนหน้า จนกว่าจะยุติการรองรับ v26.0 Meta มีคู่มือการย้ายระบบลิงก์ไว้ในโพสต์

นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่มีโอกาสทำให้เกิดข้อผิดพลาดมากที่สุด ไม่ใช่แค่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเงียบๆ เครื่องมือฟีดสินค้าที่อัปเกรดเวอร์ชัน API โดยไม่ย้ายไปใช้ items_batch จะหยุดอัปเดตรายการสินค้าในแคตตาล็อก ซึ่งส่งผลต่อโฆษณาแคตตาล็อกและทุกอย่างที่ต้องใช้ราคาและสต็อกล่าสุด

การเปลี่ยนแปลงใน Graph API: ฟีเจอร์เก่า การเปิดเผยเนื้อหา AI และเมตริกวิดีโอที่ถูกยกเลิก

ตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน 2569 แอปใหม่ใช้ฟีเจอร์เก่าหกรายการของ Graph API ไม่ได้ และแอปที่มีอยู่ก็เพิ่มกรณีการใช้งานใหม่ให้ฟีเจอร์เหล่านี้ไม่ได้ ข้อนี้มีผลกับ Graph API ทุกเวอร์ชัน ฟีเจอร์ทั้งหกได้แก่ multi-ID requests (ids), การจัดรูปแบบวันที่และเวลา (date_format), HTTP method override (method), field aliases (.as(...)), JSONP callbacks (callback) และ asynchronous batch requests (asyncbatch) โดย multi-ID requests และการจัดรูปแบบวันที่และเวลาถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ v26.0 ฟีเจอร์ที่เหลือจะถูกยกเลิกใน v28.0 และจะไม่รองรับคำขอบน v28.0 แม้จากแอปที่ใช้อยู่แล้วก็ตาม แอปเดิมยังใช้งานแบบเดิมต่อได้บนเวอร์ชันเก่าที่ยังรองรับ

ตั้งแต่ v27.0 แอปสามารถเพิ่มหรือลบการเปิดเผยว่าโพสต์บนเพจสร้างด้วย AI ได้ในขณะแก้ไขโพสต์ Endpoint POST /{post-id} และ POST /{page-post-id} รับพารามิเตอร์แบบ Boolean ชื่อ is_ai_generated ที่ไม่บังคับ ค่า true เพิ่มการเปิดเผย ค่า false ลบออก และถ้าไม่ส่งมาจะคงค่าเดิมไว้ เวอร์ชันเก่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง

เมตริก total_video_consumption_rate ในข้อมูลเชิงลึกของวิดีโอกำลังถูกยกเลิก Meta ระบุว่าข้อมูลที่ใช้คำนวณ คือผู้ชมวิดีโอ 3 วินาทีและ Reach ของวิดีโอ ถูกยกเลิกไปพร้อม v26.0 หลังจากประกาศไว้ตั้งแต่ v25.0 ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 เมตริกนี้จะไม่ถูกส่งกลับมาใน Graph API ทุกเวอร์ชัน และไม่มีเมตริกทดแทนโดยตรง Endpoint ที่ได้รับผลกระทบคือ GET /{video-id}/video_insights แดชบอร์ดและรายงานที่ดึงเมตริกนี้ควรเอาออกตั้งแต่ตอนนี้

Business SDK v27 และการยืนยันตัวตนในแบบฟอร์มลีด

Meta ระบุว่า Meta Business SDK v27 จะเผยแพร่ไม่นานหลัง Graph API v27 ในรุ่นนี้ แบบฟอร์มลีดจะมีตัวเลือกยืนยันเบอร์โทรด้วย OTP ผ่านฟิลด์ phone_otp_verification_type ซึ่งรองรับแบบบังคับ แบบไม่บังคับ หรือปิดการยืนยัน โดยแบบไม่บังคับใช้ได้เฉพาะบัญชีโฆษณาที่เข้าเกณฑ์ SDK รุ่นนี้ยังยกเลิก meta_moment_maker_spec สำหรับแอปของบุคคลที่สาม และนักพัฒนาที่ขอ inventory แบบ Ads Burst หรือ Ads Super Burst ต้องใช้ product_type ใน reach and frequency predictions แทน

กำหนดการยุติเวอร์ชัน

Graph API v21.0 จะถูกยกเลิกและถอดออกจากแพลตฟอร์มในวันที่ 21 มกราคม 2570 และ v22.0 ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2570 ด้าน SDK นั้น Facebook Platform SDK v21.0 จะถูกยกเลิกในเดือนมกราคม 2570 และ v22.0 ในเดือนพฤษภาคม 2570 Meta แนะนำให้ย้ายทุกคำขอไปใช้เวอร์ชันล่าสุด

สิ่งที่โพสต์ของ Meta ไม่ได้บอก

มีหลายคำถามที่ผู้ลงโฆษณาน่าจะถาม แต่โพสต์ประกาศไม่ได้ตอบ

  • วิธีวัด "ความมั่นใจสูง" ในการจับคู่ Product showcase และตำแหน่งที่ Product showcase แสดง
  • ผู้ลงโฆษณาที่อ่านข้อมูลครีเอทีฟกลับผ่าน API จะรู้ได้อย่างไรว่า Meta เปิด Product showcase ไปแล้ว
  • ตัวเลขว่าการส่งโฆษณาย้ายไปยังอุปกรณ์อื่นมากเพียงใดเมื่อเปิดตัวเลือกอุปกรณ์
  • ค่าเริ่มต้นแบบเดียวกันใช้กับแคมเปญที่สร้างด้วยมือใน Ads Manager หรือไม่
  • วันที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงตามหลังในช่วง 90 วัน
  • ข้อมูลเฉพาะสำหรับไทยหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โพสต์ไม่ได้กล่าวถึงประเทศใดหรือข้อยกเว้นรายประเทศ

สิ่งที่ควรตรวจในระบบของคุณ

รายการตรวจด้านล่างมาจากการเปลี่ยนแปลงที่ Meta ระบุโดยตรง และเริ่มทำได้เลยโดยไม่ต้องรออัปเกรดเป็น v27

  1. ตรวจว่าเครื่องมือของคุณเรียกใช้ Marketing API เวอร์ชันใด ถ้าผู้ให้บริการเป็นคนดูแล ให้ถามว่าจะย้ายไป v27.0 เมื่อไรและจัดการค่าเริ่มต้นใหม่อย่างไร
  2. สำหรับโฆษณาที่ไม่ควรมีสินค้าจากแคตตาล็อก ให้ยืนยันว่าเครื่องมือส่ง product_extensions.enroll_status = OPT_OUT
  3. สำหรับชุดโฆษณา Sales ที่ตั้งใจกำหนดเป้าหมายเฉพาะอุปกรณ์หรือระบบปฏิบัติการ ให้ยืนยันว่าเครื่องมือส่ง device = 0 และทำให้เสร็จก่อนวันที่มีผลกับทุกเวอร์ชันในเดือนกุมภาพันธ์ 2570
  4. ลบ country และ location_spec ออกจากคำขอสร้าง lookalike ทุกคำขอ แล้วกำหนดตำแหน่งที่ระดับชุดโฆษณาแทน
  5. ยืนยันว่าเครื่องมือแคตตาล็อกหรือฟีดสินค้าใช้ /{catalog-id}/items_batch ไม่ใช่ /batch
  6. เอา total_video_consumption_rate ออกจากรายงานวิดีโอ และวางแผนสำหรับแอปที่ยังใช้ Graph API v21.0 ก่อนวันที่ 21 มกราคม 2570

ถ้าแคมเปญบน Meta ของคุณดำเนินการผ่านพาร์ตเนอร์ คำถามข้างต้นควรส่งให้พาร์ตเนอร์เป็นลายลักษณ์อักษร การรีวิว บริการโฆษณาบนเฟสบุ๊ค ควรครอบคลุมว่าเครื่องมือใช้ API เวอร์ชันใด และตั้งค่าเริ่มต้นใดไว้อย่างชัดเจนบ้าง

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

โพสต์ของ Meta ไม่มีรายละเอียดเฉพาะสำหรับประเทศไทย ผลกระทบจึงขึ้นอยู่กับวิธีสร้างแคมเปญมากกว่าประเทศที่แคมเปญแสดง แบรนด์ไทยที่สร้างโฆษณาด้วยมือใน Ads Manager เท่านั้นไม่ได้อยู่ในขอบเขตของโพสต์นี้โดยตรง เพราะโพสต์พูดถึง API ส่วนแบรนด์ที่ใช้เครื่องมือซื้อโฆษณาของบุคคลที่สาม แอปแคตตาล็อกหรือฟีดที่เชื่อมกับร้านค้าออนไลน์ หรือสคริปต์ที่เขียนเอง อยู่ในขอบเขต เพราะเครื่องมือเหล่านั้นทำงานผ่าน Marketing API

สำหรับร้านค้าที่ขายผ่านแคตตาล็อกเป็นหลัก ค่าเริ่มต้นของ Product showcase อาจเพิ่มสินค้าเข้าไปในโฆษณาที่ไม่ได้ตั้งใจทำเป็นโฆษณาแคตตาล็อก ซึ่งอาจเหมาะกับร้านที่มีสินค้าหลากหลาย แต่อาจไม่เหมาะกับแบรนด์ที่เปิดตัวสินค้าตัวเดียว หรือแคมเปญโปรโมชัน 11.11 หรือ 12.12 ที่ครีเอทีฟต้องสื่อสารข้อความเดียว การตั้งค่าปิดคือเครื่องมือควบคุม การวางการตั้งค่า API ให้สอดคล้องกับแผน การตลาดอีคอมเมิร์ซ ของร้าน จะช่วยให้สินค้าจากแคตตาล็อกไปอยู่ในโฆษณาที่ควรมีเท่านั้น

สำหรับผู้ลงโฆษณาที่จำกัดแคมเปญ Sales ไว้กับโทรศัพท์หรือระบบปฏิบัติการบางกลุ่ม การเปลี่ยนแปลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ที่มีผลกับทุกเวอร์ชันคือวันที่ต้องวางแผนรับมือ หลังจากนั้น ระบบที่ไม่ส่งฟิลด์ device มาจะเปิดให้ขยายการแสดงผลไม่ว่าจะใช้เวอร์ชันใด

คำถามที่พบบ่อย

Marketing API v27.0 จะเพิ่มสินค้าจากแคตตาล็อกเข้าไปในโฆษณาโดยอัตโนมัติหรือไม่

อาจเพิ่มได้ ตั้งแต่ v27.0 Meta อาจเปิด Product showcase ให้โฆษณาใหม่ที่ครีเอทีฟไม่มีการตั้งค่า Product showcase เมื่อมีความมั่นใจสูงว่าชุดสินค้าในแคตตาล็อกตรงกับโฆษณา คุณปิดได้โดยตั้งค่า product_extensions.enroll_status เป็น OPT_OUT ใน creative features spec เวอร์ชันก่อน v27.0 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

จะปิดการขยายไปยังอุปกรณ์อื่นในชุดโฆษณา Sales ใหม่ได้อย่างไร

ตั้งค่า targeting.targeting_automation.individual_setting.device เป็น 0 หากไม่ส่งฟิลด์นี้ในชุดโฆษณา Sales ใหม่ที่เข้าเกณฑ์และกำหนดเป้าหมายเฉพาะอุปกรณ์หรือระบบปฏิบัติการ Meta จะเปิดการขยายให้ ทั้งบน v27.0 ตั้งแต่ตอนนี้ และในทุกเวอร์ชันประมาณ 90 วันหลังเปิดตัว

Lookalike audience ที่มีอยู่จะหยุดทำงานหรือไม่

ไม่หยุด Meta ระบุว่า lookalike audience ที่มีอยู่และโฆษณาที่ใช้อยู่จะทำงานต่อไปตามเดิม มีเพียงคำขอสร้างใหม่ที่ใส่ country หรือ location_spec ใน lookalike_spec เท่านั้นที่ถูกปฏิเสธ

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผลในประเทศไทยหรือไม่

โพสต์ของ Meta ไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทยและไม่ได้ระบุข้อยกเว้นรายประเทศ โดยอธิบายการเปลี่ยนแปลงตามเวอร์ชัน API ไม่ใช่ตามตลาด และไม่ได้บอกว่าค่าเริ่มต้นแบบเดียวกันใช้กับโฆษณาที่สร้างด้วยมือใน Ads Manager หรือไม่

Graph API v21.0 จะถูกถอดออกเมื่อไร

Meta ระบุว่า Graph API v21.0 จะถูกยกเลิกและถอดออกในวันที่ 21 มกราคม 2570 และ v22.0 ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2570

Relevant Audience ช่วยแบรนด์ไทยตรวจสอบโครงสร้างแคมเปญบน Meta รวมถึงการตั้งค่าที่เครื่องมือกำหนดไว้เป็นค่าเริ่มต้น หากต้องการให้ช่วยตรวจระบบก่อนที่การเปลี่ยนแปลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 จะมีผลกับทุกเวอร์ชัน ทีม โฆษณาบนเฟสบุ๊ค ของเราพร้อมช่วยดู

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น