สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- ข้อกำหนดทางการค้าฉบับปรับปรุงของ Meta มีผลวันที่ 30 ตุลาคม 2569 และเพิ่มหมวด AI Features ใหม่ที่ไม่มีในฉบับปัจจุบัน ตามรายงานของ Adweek วันที่ 22 ตุลาคม
- ผู้ลงโฆษณาจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อผลลัพธ์จากฟีเจอร์ AI ของ Meta รวมถึงฟีเจอร์ที่ Meta เปิดเอง โดยข้อกำหนดระบุว่า AI อาจผิดพลาด และความเสี่ยงทั้งหมดอยู่ที่ผู้ลงโฆษณา
- ข้อกำหนดโฆษณา generative AI ฉบับเดิมมีผลเฉพาะเมื่อผู้ลงโฆษณาเลือกใช้ Ad Creative AIs ตามดุลยพินิจของตนเอง
- Meta ระบุว่าปิดฟีเจอร์ Advantage+ ทีละรายการได้ใน Ads Manager แต่ไม่ได้ตอบตรงๆ ว่าผู้ลงโฆษณาต้องรับผิดต่อฟีเจอร์ที่ไม่เคยเปิดเองหรือไม่
ข้อกำหนดทางการค้าของ Meta (Meta Commercial Terms) ฉบับปรับปรุงที่มีผลวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เพิ่มหมวดใหม่ชื่อ "AI Features" ซึ่งกำหนดให้ผู้ลงโฆษณา "รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว" ต่อทุกสิ่งที่ฟีเจอร์ AI ของ Meta สร้างขึ้นหรือแก้ไขในโฆษณา รวมถึงฟีเจอร์ที่ Meta เป็นฝ่ายเปิดใช้งานเอง Adweek รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 หลังอ่านข้อกำหนดฉบับใหม่ และระบุว่าหมวดนี้ไม่มีอยู่ในฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ธุรกิจใดที่ยังลงโฆษณาบน Facebook, Instagram หรือผลิตภัณฑ์อื่นของ Meta ต่อหลังวันที่ 30 ตุลาคม ถือว่ายอมรับข้อกำหนดนี้แล้ว
เป็นคนละข้อกับเรื่องครอว์เลอร์และการเทรน AI
Relevant Audience เคยรายงานข้อกำหนดทางการค้าฉบับ 30 ตุลาคมนี้มาแล้วสองครั้ง คือวันที่ 17 และ 20 ตุลาคม 2569 สองบทความนั้นพูดถึงข้อที่อนุญาตให้ Meta ส่งครอว์เลอร์เข้าไปเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของธุรกิจ และการที่ Meta ตัดคำว่า "train" ออกจากข้อดังกล่าวในภายหลัง หมวด AI Features เป็นอีกส่วนหนึ่งในเอกสารฉบับเดียวกัน ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ Meta เก็บจากเว็บไซต์ของคุณ แต่เกี่ยวกับคำถามว่าใครต้องแบกความเสี่ยงทางกฎหมาย เมื่อเครื่องมือ generative AI ของ Meta เองเป็นผู้เพิ่ม เขียนใหม่ หรือดัดแปลงโฆษณา
หน้าตัวอย่างข้อกำหนดฉบับปรับปรุงของ Meta แสดงข้อเรื่องครอว์เลอร์ในถ้อยคำใหม่ที่ไม่มีคำว่า "train" แล้ว และรายงานของ Adweek วันที่ 22 ตุลาคม ก็ยกถ้อยคำใหม่นี้ ตามที่ Adweek อ้าง ธุรกิจจะอนุญาตให้ Meta ส่ง "web scrapers, bots, robots, spiders, crawlers, and user agents" ไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของตน และ Meta นำข้อมูลที่เก็บได้ไปใช้เพื่อ "provide, develop, improve, research, and maintain advertising and business products" โฆษกของ Meta บอกกับ Adweek ว่าข้อกำหนดเรื่องครอว์เลอร์นี้ใช้กับผลิตภัณฑ์โฆษณาและผลิตภัณฑ์ธุรกิจเท่านั้น และเจ้าของคอนเทนต์ยังใช้ไฟล์ robots.txt แจ้งความต้องการได้เหมือนเดิม ประเด็นนั้นแยกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง บทความนี้พูดถึงหมวด AI Features เท่านั้น
หมวด AI Features เขียนไว้ว่าอะไร
Trishla Ostwal ผู้สื่อข่าวของ Adweek อ่านข้อกำหนดฉบับปรับปรุงและยกข้อความมาสามส่วน รายงานของ Adweek ไม่ได้ยกข้อความเต็มของหมวดนี้ แต่หน้าตัวอย่างข้อกำหนดฉบับปรับปรุงของ Meta ที่ระบุวันที่มีผล 30 ตุลาคม 2569 เผยแพร่ไว้ครบ และข้อความที่ Adweek ยกมาตรงกับฉบับนั้น
- ผู้ลงโฆษณาจะ "solely responsible" หรือรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อทุกสิ่งที่ฟีเจอร์ AI ของ Meta สร้างหรือเปลี่ยนแปลง และ Adweek ระบุว่าครอบคลุมถึงฟีเจอร์ที่ Meta เปิดเอง ไม่ใช่เฉพาะฟีเจอร์ที่ผู้ลงโฆษณาเลือกใช้
- Meta ยอมรับในข้อกำหนดใหม่ว่าฟีเจอร์ AI ของตน "may make mistakes and may not always produce accurate, complete, or suitable results" หรือแปลว่าอาจผิดพลาด และอาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ครบถ้วน หรือเหมาะสมเสมอไป
- ข้อกำหนดระบุต่อว่า "any and all risks" หรือความเสี่ยงทั้งหมดตกอยู่กับผู้ลงโฆษณา
การปรับปรุงครั้งนี้มีทางออกแบบเดิมเช่นกัน ตามที่ Adweek อ้าง ข้อความระบุว่าหากไม่ยอมรับข้อกำหนดที่ปรับปรุง ธุรกิจอาจหยุดการเข้าถึงหรือใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Meta เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือการค้าทั้งหมด ข้อกำหนดของ Meta ระบุด้วยว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Meta เพื่อธุรกิจต่อหลังได้รับแจ้งการปรับปรุง ถือว่ายอมรับผูกพันตามข้อกำหนดนั้น จึงไม่มีการลงนามหรือกดยอมรับ การลงโฆษณาต่อหลังวันที่ 30 ตุลาคมก็ถือเป็นการยอมรับแล้ว
ต่างจากข้อกำหนดโฆษณา generative AI ฉบับเดิมอย่างไร
ก่อนการปรับปรุงนี้ ผู้ลงโฆษณาก็รับผิดชอบต่อผลงานโฆษณาที่ AI สร้างอยู่แล้ว แต่เฉพาะกรณีที่ตนเลือกใช้เครื่องมือเอง Adweek ยกข้อความเดิมที่ระบุว่าผู้ลงโฆษณา "may choose to use the Ad Creative AIs in your sole discretion" คือเลือกใช้ได้ตามดุลยพินิจของตนเอง และยอมรับว่าผลลัพธ์อาจไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ทำให้เข้าใจผิด ไม่เหมาะสม หรือสร้างความไม่พอใจ ข้อความเดิมยังระบุว่าผู้ลงโฆษณา ไม่ใช่ Meta เป็นผู้รับผิดชอบต่อการนำผลลัพธ์นั้นไปใช้
ความต่างอยู่ที่จุดเริ่มต้นของความรับผิด ในข้อความเดิม ความรับผิดชอบเกิดขึ้นเพราะผู้ลงโฆษณาเลือกใช้เครื่องมือ แต่ในหมวดใหม่ตามการอ่านของ Adweek ความรับผิดชอบผูกกับผลลัพธ์ของ AI ไม่ว่าผู้ลงโฆษณาหรือ Meta จะเป็นฝ่ายเปิดฟีเจอร์นั้น
ตารางด้านล่างเปรียบเทียบสองสถานะนี้ โดยใช้ข้อมูลที่ Adweek รายงานและหน้าตัวอย่างข้อกำหนดฉบับปรับปรุงที่ Meta เผยแพร่
| ประเด็น | ข้อกำหนดโฆษณา generative AI ฉบับเดิม | ข้อกำหนดทางการค้าตั้งแต่ 30 ตุลาคม 2569 |
|---|---|---|
| ผู้ลงโฆษณารับผิดชอบเมื่อใด | เมื่อเลือกใช้ Ad Creative AIs ตามดุลยพินิจของตนเอง | รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อผลลัพธ์ AI รวมถึงฟีเจอร์ที่ Meta เปิดเอง |
| Meta พูดถึงความถูกต้องอย่างไร | ผลลัพธ์อาจไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ทำให้เข้าใจผิด หรือไม่เหมาะสม | ฟีเจอร์ AI อาจผิดพลาด และอาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ครบถ้วน หรือเหมาะสมเสมอไป |
| ความเสี่ยงอยู่ที่ใคร | ผู้ลงโฆษณารับผิดชอบต่อการนำผลลัพธ์ไปใช้ | ความเสี่ยงทั้งหมด (any and all risks) อยู่ที่ผู้ลงโฆษณา |
| ยอมรับอย่างไร | ด้วยการเลือกใช้เครื่องมือ | ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Meta เพื่อธุรกิจต่อหลัง 30 ตุลาคม |
สิ่งที่ Meta ตอบ และสิ่งที่ไม่ได้ตอบ
โฆษกของ Meta บอกกับ Adweek ว่าบริษัทกำลังรวมข้อกำหนดโฆษณา generative AI ที่มีอยู่เข้ากับข้อกำหนดโฆษณาหลัก ซึ่งเป็นการวางกรอบว่าเป็นเพียงการจัดระเบียบเอกสาร โฆษกคนเดียวกันระบุว่าผู้ลงโฆษณาสามารถปิดฟีเจอร์ Advantage+ ทีละรายการได้ใน Ads Manager ทุกเมื่อ
มีสามเรื่องที่ไม่ได้รับคำตอบ Meta ไม่ได้ตอบตรงๆ ว่าข้อกำหนดใหม่ทำให้ผู้ลงโฆษณาต้องรับผิดต่อฟีเจอร์ AI ที่ตนไม่เคยเปิดหรือไม่ ไม่ได้แสดงความเห็นโดยตรงต่อหมวด AI Features และตามรายงานของ Adweek ไม่ได้ตอบคำถามเฉพาะหลายข้อเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้ลงโฆษณากับฟีเจอร์ AI ข้อความในหน้าตัวอย่างของ Meta เองไม่ได้จำกัดหมวดนี้ไว้เฉพาะฟีเจอร์ที่ผู้ลงโฆษณาเปิดเอง จนกว่า Meta จะชี้แจงเพิ่ม การตีความที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ลงโฆษณาคือแบบที่ Adweek สรุปไว้ตรงๆ ว่า ถ้า AI เปลี่ยนโฆษณา ผลลัพธ์นั้นเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงโฆษณา
ผู้ลงโฆษณาเล่าว่าโฆษณาที่กำลังรันถูกแก้ไขแล้วอย่างไร
เนื้อหาส่วนใหญ่ของรายงาน Adweek เป็นเรื่องแคมเปญที่กำลังรันอยู่จริง ผู้ซื้อสื่อเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงจาก AI ที่พวกเขาบอกว่าเริ่มปรากฏในโฆษณาของตนแล้ว
Bookshop.org
Bookshop.org ร้านหนังสือออนไลน์ โพสต์บน Threads ว่าการอัปเดตบัญชีอัตโนมัติจาก Meta ทำให้บัญชีถูกเปิดใช้ฟีเจอร์ generative AI ซึ่งเพิ่มภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ลงในโฆษณาที่คนทำขึ้น โดยที่ร้านไม่รู้ตัว ร้านเขียนว่าโฆษณาถูก "enhanced" หรือในคำของร้านคือ "ruined, really" หลังการอัปเดต และหลังจากนั้นได้ปิดฟีเจอร์โฆษณา AI ของ Meta ทั้งหมด
ไซต์ลิงก์ การแปลภาษา และภาพ AI
เอเจนซีดิจิทัลแห่งหนึ่งบอกกับ Adweek ว่า AI ของ Meta เพิ่มไซต์ลิงก์ แปลข้อความโฆษณา และสร้างภาพกับคารูเซลด้วย AI จากรูปถ่ายของแบรนด์เอง บางครั้งเกิดในโฆษณาที่ผู้ลงโฆษณาไม่ได้เปิดฟีเจอร์นั้น ผู้เชี่ยวชาญของทีมดังกล่าวระบุว่า Meta ใช้การปรับปรุงเหล่านี้อัตโนมัติ และตัวเลือกจำนวนมาก "tucked away in hidden or collapsed menus" คือซ่อนอยู่ในเมนูที่ถูกซ่อนหรือถูกยุบไว้ และถ้าไม่ติ๊กออกทีละข้อด้วยมือ การปรับปรุงก็ยังถูกนำไปใช้ แม้ตรวจคุณภาพหลายรอบแล้ว ทีมนี้ยังต้องดึงโฆษณาที่กำลังรันออกเพื่อลบการเปลี่ยนแปลงที่หลุดรอดไป
ผู้ซื้อสื่อที่เลือกปิดระบบอัตโนมัติ
ผู้ซื้อสื่ออีกรายที่ Adweek อ้างถึงระบุว่าทีมของตนปิดระบบ AI อัตโนมัติค่าเริ่มต้นของ Meta ในทุกแคมเปญอย่างเป็นระบบ เพื่อให้โฆษณาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ตามที่ลูกค้ากำหนด และเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องการรวมถึงความเสี่ยงทางกฎหมาย หัวหน้าเอเจนซีอีกรายกล่าวว่า Meta เปิดฟีเจอร์ AI ให้ผู้ลงโฆษณาก่อน Black Friday และ Cyber Monday เพียงหนึ่งเดือน บริษัทของเขาให้ทีมกฎหมายตรวจข้อกำหนดแล้ว แต่จะไม่แนะนำให้ลูกค้าลดการลงโฆษณาในไตรมาสที่สี่
ทำไมจังหวะเวลาจึงสำคัญ
ข้อกำหนดมีผลวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับช่วงเริ่มต้นฤดูขายปลีกที่หนักที่สุดของปีสำหรับผู้ลงโฆษณาจำนวนมาก Adweek ยังระบุว่าเป็นสัปดาห์ที่วุ่นวายของ Meta เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม Meta รายงานรายได้ไตรมาสสามที่ 64,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผู้พิพากษาในรัฐนิวเม็กซิโกสั่งให้บริษัทจ่าย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังคณะลูกขุนพบว่า Facebook ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดเรื่องการควบคุมข้อมูลของตนเอง คาดว่า Meta จะอุทธรณ์คำตัดสินนี้
PPC Land ซึ่งนำการอ่านของ Adweek ไปเทียบกับข้อกำหนดที่ใช้อยู่ปัจจุบัน (ลงวันที่ 6 มีนาคม 2567) ระบุว่าเอกสารฉบับปัจจุบันจำกัดความรับผิดของ Meta ไว้ที่จำนวนที่สูงกว่าระหว่าง 100 ดอลลาร์สหรัฐ กับยอดที่ธุรกิจจ่ายให้ Meta ในสิบสองเดือนก่อนหน้า และกำหนดให้ธุรกิจชดใช้ความเสียหายแทน Meta ในกรณีที่บุคคลภายนอกเรียกร้องเกี่ยวกับคอนเทนต์ของธุรกิจอยู่แล้ว เมื่ออ่านร่วมกับหมวดใหม่ ผลในทางปฏิบัติคือความผิดพลาดที่ AI ทำในโฆษณาจะถูกนับเป็นความผิดพลาดของผู้ลงโฆษณาตามสัญญา
วิธีตรวจการปรับปรุงครีเอทีฟ Advantage+ ก่อนวันที่ 30 ตุลาคม
เครื่องมือควบคุมเดียวที่ Meta อ้างถึงคือการปิดฟีเจอร์ Advantage+ ทีละรายการใน Ads Manager รายการตรวจด้านล่างเป็นบทวิเคราะห์ของ Relevant Audience ว่าควรใช้การควบคุมนี้อย่างไรในช่วงก่อนข้อกำหนดเปลี่ยน ไม่ใช่ขั้นตอนที่ Meta กำหนด และเมนูของ Meta อาจต่างกันตามวัตถุประสงค์แคมเปญ รูปแบบโฆษณา และบัญชี
- ทำรายการโฆษณาทุกตัวที่กำลังรันและที่ตั้งเวลาไว้ รวมถึงแคมเปญที่รันต่อเนื่อง โฆษณาแคตตาล็อก และโฆษณาที่ตั้งเวลาเริ่มหลังวันที่ 30 ตุลาคม โฆษณาเก่าคือส่วนที่ลืมง่ายที่สุด
- เปิดการตั้งค่าครีเอทีฟในระดับโฆษณา ตัวเลือกครีเอทีฟ Advantage+ ตั้งค่าแยกตามโฆษณาแต่ละตัว ให้ขยายทุกกลุ่มที่ถูกยุบในส่วนนั้น เพราะผู้ซื้อสื่อรายหนึ่งบอก Adweek ว่าตัวเลือกซ่อนอยู่ในเมนูที่ถูกยุบ และจะถูกนำไปใช้หากไม่ติ๊กออกทีละข้อ
- ตัดสินใจทีละฟีเจอร์ แหล่งข่าวของ Adweek ระบุถึงการเพิ่มไซต์ลิงก์ การแปลอัตโนมัติ ภาพที่สร้างด้วย AI และคารูเซลที่สร้างจากรูปของแบรนด์ สำหรับแต่ละรายการ ให้ถามว่าพร้อมจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อสิ่งที่มันสร้างหรือไม่ ถ้าไม่พร้อม ให้ปิด
- ตรวจซ้ำหลังมีการอัปเดตบัญชี Bookshop.org ระบุว่าการอัปเดตบัญชีอัตโนมัติทำให้ถูกเปิดฟีเจอร์ ควรตรวจการตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ Meta แจ้งเรื่องฟีเจอร์โฆษณาใหม่ ไม่ใช่เฉพาะตอนเปิดแคมเปญ
- เก็บหลักฐานพร้อมวันที่ แคปหน้าจอการตั้งค่าของโฆษณาแต่ละตัวพร้อมวันที่ หากมีข้อร้องเรียนภายหลัง คุณจะต้องการบันทึกว่าตนอนุญาตอะไรไว้บ้าง
- ตรวจเวอร์ชันที่ถูกแสดงจริงเท่าที่ทำได้ ดูตัวอย่างโฆษณาและรายงานที่แสดงว่าเวอร์ชันใดถูกรัน หากไม่สามารถเห็นได้ว่าผู้ใช้ได้รับเวอร์ชันใด ให้ถือว่าโฆษณาตัวนั้นมีความเสี่ยงสูงกว่า
- สื่อสารกับผู้ที่ทำโฆษณาให้ หากเอเจนซีหรือฟรีแลนซ์ดูแลบัญชีของคุณ ให้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใครตรวจการตั้งค่าเหล่านี้และตรวจบ่อยแค่ไหน
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
ข้อกำหนดทางการค้าของ Meta ใช้กับทุกธุรกิจที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Meta การปรับปรุงวันที่ 30 ตุลาคมจึงมีผลกับผู้ลงโฆษณาในประเทศไทยเหมือนที่อื่น Adweek ไม่ได้รายงานข้อยกเว้นรายประเทศ ส่วนนี้เป็นบทวิเคราะห์
ความเสี่ยงสูงสุดอยู่ในหมวดที่ถ้อยคำโฆษณาถูกควบคุม ผู้ลงโฆษณาไทยในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง อาหารเสริม แอลกอฮอล์ และบริการทางการเงิน ทำงานภายใต้กฎเรื่องการกล่าวอ้างที่เข้มงวดอยู่แล้ว การแปลอัตโนมัติที่เปลี่ยนความหมายของคำกล่าวอ้าง ไซต์ลิงก์ที่พาไปผิดหน้า หรือภาพ AI ที่แสดงผลลัพธ์เกินกว่าที่สินค้าทำได้จริง ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบที่หมวดใหม่โยนความรับผิดชอบให้ผู้ลงโฆษณา แคมเปญสองภาษาควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะการแปลข้อความโฆษณาอัตโนมัติเป็นหนึ่งในการปรับปรุงที่ผู้ซื้อสื่อเล่าถึง ทีมที่ดูแล โฆษณา Facebook ช่วงเทศกาลขายไตรมาสสี่ควรตรวจตามรายการข้างต้นให้เสร็จก่อนวันที่ 30 ตุลาคม และผู้ที่วางแผนแคมเปญโฆษณาโซเชียลในวงกว้างควรเพิ่มการตรวจการตั้งค่า AI เข้าไปในขั้นตอนก่อนเปิดแคมเปญทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมวด AI Features ของ Meta
ข้อกำหนด AI Features ของ Meta เริ่มมีผลเมื่อไร
มีผลวันที่ 30 ตุลาคม 2569 โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดทางการค้าของ Meta ฉบับปรับปรุง ตามข้อว่าด้วยการปรับปรุง (Updates) ในข้อกำหนดทางการค้าของ Meta การใช้ผลิตภัณฑ์ของ Meta เพื่อธุรกิจต่อหลังวันนั้นถือเป็นการยอมรับ
ต้องรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงจาก AI ที่ไม่เคยเปิดเองหรือไม่
ตามการอ่านของ Adweek คำตอบคือใช่ หมวดนี้ทำให้ผู้ลงโฆษณารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อผลลัพธ์ของ AI รวมถึงฟีเจอร์ที่ Meta เปิดเอง Meta ไม่ได้ตอบคำถามนี้โดยตรงเมื่อ Adweek ถาม สถานะทางกฎหมายฉบับเต็มจึงยังไม่ได้ระบุในแหล่งข่าว
ปิดฟีเจอร์โฆษณา AI ของ Meta ได้หรือไม่
ได้ Meta บอก Adweek ว่าผู้ลงโฆษณาปิดฟีเจอร์ Advantage+ ทีละรายการได้ใน Ads Manager ทุกเมื่อ แต่ผู้ซื้อสื่อในรายงานเตือนว่าตัวเลือกบางส่วนซ่อนอยู่ในเมนูที่ถูกยุบ จึงต้องตรวจทีละข้อ
เรื่องนี้เป็นข้อเดียวกับเรื่องครอว์เลอร์ที่รายงานต้นเดือนตุลาคมหรือไม่
ไม่ใช่ เป็นคนละหมวดในเอกสารฉบับเดียวกัน ข้อเรื่องครอว์เลอร์ว่าด้วยบอทของ Meta ที่เข้าไปยังเว็บไซต์ธุรกิจ ส่วนหมวด AI Features ว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ AI ของ Meta สร้างหรือเปลี่ยนในโฆษณา
มีผลกับผู้ลงโฆษณาในประเทศไทยหรือไม่
แหล่งข่าวไม่ได้รายงานข้อยกเว้นรายประเทศ และข้อกำหนดทางการค้าใช้กับทุกธุรกิจที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Meta ผู้ลงโฆษณาไทยจึงควรถือว่ามีผลกับตนตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม
สรุป
ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2569 โฆษณาบน Meta ที่ AI สร้างหรือดัดแปลงแล้วทำให้เข้าใจผิดหรือสร้างความไม่พอใจ จะเป็นปัญหาของผู้ลงโฆษณา แม้ Meta จะเป็นฝ่ายเปิดฟีเจอร์นั้นเอง งานตรวจไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำทีละโฆษณาและทำซ้ำหลังการอัปเดตบัญชีทุกครั้ง หากต้องการให้ช่วยตรวจการตั้งค่า Advantage+ ก่อนถึงกำหนด ทีมโฆษณาโซเชียลของ Relevant Audience พร้อมช่วยตรวจไปกับคุณ







