ยิงแอด IG ยังไง ตั้งค่า คิดเงิน และเลือกตำแหน่งโฆษณา Instagram

ยิงแอด IG ยังไง ตั้งค่า คิดเงิน และเลือกตำแหน่งโฆษณา Instagram

metaOctober 30, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • การโปรโมทจากแอป Instagram ต้องใช้บัญชีแบบมืออาชีพ และ Meta ระบุว่าการโปรโมทครั้งแรกไม่ต้องเชื่อมเพจ Facebook หรือบัญชีโฆษณา
  • การยิงแอด IG ผ่าน Meta Ads Manager ต้องมีเพจ Facebook และเชื่อมบัญชี Instagram ในขั้นตอนเลือกตัวตนของโฆษณา
  • แบบชำระอัตโนมัติ Meta จะตัดเงินเมื่อถึง billing threshold และในวันเรียกเก็บรายเดือน และบัญชีโฆษณาสลับระหว่างแบบอัตโนมัติกับแบบเติมเงินไม่ได้
  • Meta กำลังทยอยยกเลิกการเลือกตำแหน่งโฆษณาเองในระดับชุดโฆษณาสำหรับแคมเปญ Engagement, Leads, App promotion และ Sales ส่วนแคมเปญ Awareness และ Traffic ยังเลือกเองได้

ยิงแอด ig ทำได้สองทาง ทางแรกคือกดปุ่มโปรโมท (Boost) ใต้โพสต์ในแอป Instagram ซึ่งต้องใช้บัญชีแบบมืออาชีพ (professional account) ทางที่สองคือสร้างแคมเปญใน Meta Ads Manager แล้วเลือกให้โฆษณาแสดงบนตำแหน่งของ Instagram เช่น ฟีด Stories Reels และ Explore ปุ่มโปรโมทเหมาะกับการดันโพสต์เดียวแบบเร็ว ส่วน Ads Manager เหมาะเมื่อคุณต้องคุมตำแหน่งโฆษณา วิธีคิดเงิน และการวัดยอดขายให้ละเอียด

บทความนี้โฟกัสที่การตั้งค่า การคิดเงิน และการเลือกตำแหน่งโฆษณา ซึ่งเป็นสามเรื่องที่คนเริ่มยิงแอด IG ถามบ่อยที่สุด ข้อมูลเชิงกลไกอ้างอิงจากศูนย์ช่วยเหลือของ Meta และ Instagram ซึ่งหน้าจอและชื่อเมนูเปลี่ยนบ่อย จึงควรเช็กกับหน้าจอจริงในบัญชีของคุณเสมอ

ยิงแอด ig ต้องทำผ่าน Meta Ads Manager หรือปุ่มโปรโมทในแอป

ทั้งสองทางเป็นโฆษณาจริงที่จ่ายเงินให้ Meta และแสดงผลพร้อมป้ายกำกับว่าเป็นโฆษณาเหมือนกัน ความต่างอยู่ที่ระดับการควบคุม

ปุ่มโปรโมทในแอป Instagram

คุณเลือกโพสต์หรือ Reel ที่ลงไว้แล้ว เลือกเป้าหมาย เลือกกลุ่มคน ตั้งงบรายวันและจำนวนวัน แล้วชำระเงินในแอป เป้าหมายที่พบได้ทั่วไปคือเพิ่มคนเข้าชมโปรไฟล์ เพิ่มคนเข้าเว็บไซต์ และเพิ่มข้อความ ตัวเลือกจริงขึ้นกับบัญชีและภูมิภาค ข้อดีคือเร็ว ข้อจำกัดคือคุณคุมตำแหน่งโฆษณาและการทดสอบครีเอทีฟได้น้อย และถ้าโปรโมทโดยไม่เชื่อมบัญชีโฆษณาของ Meta ศูนย์ช่วยเหลือของ Instagram ระบุว่าคุณจะใช้ฟีเจอร์บางอย่างของ Ads Manager ไม่ได้ เช่น กลุ่มเป้าหมายที่บันทึกไว้ (saved audiences)

Meta Ads Manager

เป็นระบบเต็มรูปแบบที่ใช้ร่วมกันระหว่าง Facebook และ Instagram โครงสร้างมีสามชั้น คือแคมเปญ (เลือกวัตถุประสงค์) ชุดโฆษณา (เลือกกลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งโฆษณา งบ และระยะเวลา) และโฆษณา (เลือกตัวตนของแบรนด์และครีเอทีฟ) คุณสร้างโฆษณาใหม่ที่ไม่ต้องโพสต์ลงโปรไฟล์ก่อนได้ เลือกตำแหน่งเองได้ ใส่หลายครีเอทีฟเพื่อเทียบกันได้ และเชื่อม Meta Pixel หรือ Conversions API เพื่อวัด conversion บนเว็บไซต์ได้

หลักง่ายๆ คือ ถ้าคำถามของคุณคือ "โพสต์นี้มีคนเห็นมากขึ้นไหม" ปุ่มโปรโมทก็พอ แต่ถ้าคำถามคือ "เงินที่ลงไปได้ยอดขายหรือแชตกลับมาเท่าไร" ควรใช้ Ads Manager

ต้องมีบัญชี Instagram Business และเพจ Facebook ไหม

คำตอบต่างกันตามวิธีที่ใช้ยิงแอด:

  • ปุ่มโปรโมทในแอป ต้องเปลี่ยนบัญชีเป็นบัญชีแบบมืออาชีพก่อน ซึ่งมีสองประเภทคือบัญชีธุรกิจและบัญชีครีเอเตอร์ ศูนย์ช่วยเหลือของ Instagram ระบุว่าการโปรโมทครั้งแรกจากบัญชีมืออาชีพไม่จำเป็นต้องเชื่อมเพจ Facebook หรือบัญชีโฆษณาของ Meta โดย Meta จำกัดสิทธิ์นี้ไว้สำหรับธุรกิจที่โปรโมทโพสต์ Instagram เป็นครั้งแรกเท่านั้น
  • Meta Ads Manager ศูนย์ช่วยเหลือของ Meta ระบุว่าต้องมีเพจ Facebook เพื่อรันโฆษณาบน Instagram ผ่าน Ads Manager จากนั้นเชื่อมบัญชี Instagram ในขั้นตอนเลือกตัวตน (identity) ของโฆษณา ถ้าไม่มีบัญชี Instagram เลย Meta ยอมให้ใช้เพจ Facebook เป็นตัวแทนแบรนด์บน Instagram ได้ โดย Meta ระบุว่ารายละเอียดของเพจจะไปแสดงบน Instagram แทนโปรไฟล์ IG
  • Business portfolio (Meta Business Suite) เป็นหนึ่งในสองวิธีที่ Meta ระบุไว้สำหรับเชื่อมบัญชี Instagram แบบมืออาชีพเข้ากับ Ads Manager อีกวิธีคือเชื่อมผ่านการตั้งค่าของเพจ Facebook

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย ศูนย์ช่วยเหลือของ Instagram เตือนว่าเมื่อเชื่อมบัญชีโฆษณาของ Meta แล้ว ใครก็ตามที่เข้าถึงบัญชี Instagram แบบมืออาชีพของคุณได้ จะใช้บัญชีโฆษณานั้นยิงแอดและเห็นข้อมูลการชำระเงินได้ด้วย ถ้าหลายคนในทีมใช้รหัสผ่านเดียวกัน ควรย้ายไปจัดการผ่านสิทธิ์ใน Ads Manager แทน

ขั้นตอนยิงแอด ig ผ่าน Ads Manager

  1. เลือกวัตถุประสงค์ของแคมเปญ Ads Manager มีหกวัตถุประสงค์ ได้แก่ Awareness, Traffic, Engagement, Leads, App promotion และ Sales เลือกตามสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ตามตัวเลขที่ดูดี
  2. ตั้งชุดโฆษณา กำหนดกลุ่มเป้าหมาย (พื้นที่ อายุ ความสนใจ หรือกลุ่มจากข้อมูลของคุณเอง) งบรายวันหรืองบตลอดแคมเปญ และระยะเวลา
  3. เลือกตำแหน่งโฆษณา จะใช้ Advantage+ placements หรือเลือกตำแหน่งเองในกรณีที่วัตถุประสงค์ของแคมเปญยังเปิดให้เลือกได้ (อธิบายในหัวข้อถัดไป)
  4. ตั้งตัวตนและครีเอทีฟ เลือกเพจ Facebook และบัญชี Instagram ที่จะแสดงเป็นผู้ลงโฆษณา แล้วอัปโหลดภาพหรือวิดีโอ หรือใช้โพสต์ที่มีอยู่แล้ว ใส่ข้อความและปุ่ม call to action
  5. ใส่วิธีชำระเงินและส่งรีวิว โฆษณาจะผ่านการตรวจตามนโยบายโฆษณาก่อนเริ่มแสดงผล

ยิงแอด ig ราคาเท่าไหร่ คิดเงินแบบไหน

ราคาโฆษณาบน Instagram ไม่มีเรตตายตัว เพราะ Meta ใช้ระบบประมูล โฆษณาของคุณแข่งกับผู้ลงโฆษณารายอื่นเพื่อชิงการแสดงผลแต่ละครั้ง โดยดูจากราคาที่เสนอและประสิทธิภาพของโฆษณา งบที่คุณตั้งจึงเป็นเพดานการใช้จ่าย ส่วนต้นทุนต่อผลลัพธ์ขึ้นกับการแข่งขัน กลุ่มเป้าหมาย ช่วงเวลา และคุณภาพครีเอทีฟ บทความนี้จึงไม่ระบุราคาหรืองบขั้นต่ำเป็นเงินบาท ให้ดูจากหน้าจอตั้งงบในบัญชีของคุณ ซึ่งแสดงตามสกุลเงินของบัญชีโฆษณา

คิดเงินเมื่อไร

Meta เรียกการตั้งค่านี้ว่า "When you get charged" คือเหตุการณ์ที่ทำให้เงินถูกหักจากงบ ตัวเลือกขึ้นกับวัตถุประสงค์ที่เลือก บางวัตถุประสงค์คิดเงินตามการแสดงผล (impressions) อย่างเดียว บางแบบเลือกจ่ายเมื่อมีคนคลิกลิงก์ได้ ถ้าเลือกจ่ายต่อคลิก Meta จะคิดเงินเฉพาะคลิกเท่านั้น และโฆษณาที่ไม่ผ่านการอนุมัติก่อนได้รับการแสดงผลหรือคลิกจะไม่ถูกคิดเงิน

ตัดเงินอย่างไร

  • ชำระอัตโนมัติ ใช้กับบัตรเครดิต บัตรเดบิตส่วนใหญ่ และ PayPal Meta จะตัดเงินเมื่อค่าโฆษณาถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน (billing threshold) และตัดอีกครั้งในวันเรียกเก็บรายเดือนสำหรับยอดที่เหลือ บัญชีใหม่จะเริ่มด้วยเกณฑ์ต่ำและอาจถูกปรับขึ้นเมื่อชำระสำเร็จต่อเนื่อง ดูเกณฑ์ของบัญชีคุณได้ในการตั้งค่าการชำระเงินของ Ads Manager
  • ชำระด้วยตนเอง (เติมเงินล่วงหน้า) เติมเงินเข้าบัญชีโฆษณาก่อน แล้ว Meta หักค่าโฆษณาจากยอดนั้นไม่เกินวันละครั้ง ไม่มี billing threshold
  • วางบิลรายเดือน สำหรับผู้ลงโฆษณาที่ผ่านเงื่อนไข จ่ายตามใบแจ้งหนี้แทนการตัดอัตโนมัติ

ข้อสำคัญคือเมื่อบัญชีโฆษณาตั้งเป็นแบบอัตโนมัติหรือแบบเติมเงินแล้ว จะสลับไปอีกแบบไม่ได้ จึงควรเลือกให้ตรงกับวิธีจัดการเงินของธุรกิจตั้งแต่แรก และถ้าอยากจ่ายก่อนถึงรอบ ใช้ปุ่ม Pay now ได้ ส่วนการโปรโมทจากแอป Instagram ระบบจะขอข้อมูลการชำระเงินในครั้งแรกที่โปรโมท และถ้าเชื่อมกับบัญชีโฆษณาของ Meta จะใช้วิธีชำระเงินของบัญชีนั้น

อีกเรื่องที่ทำให้สับสนบ่อยคือตัวเลขใน Ads Manager กับใบเสร็จไม่ตรงกัน Meta ระบุว่าจำนวนคลิกหรือการแสดงผลที่เห็นใน Ads Manager อาจไม่ตรงกับจำนวนที่ถูกคิดเงินในใบเสร็จ

โฆษณา ig story ต่างจากโฆษณาฟีดและ Reels อย่างไร

Instagram มีตำแหน่งโฆษณาหลายแบบ แต่ละแบบปรากฏคนละจังหวะของการใช้งาน ครีเอทีฟที่ได้ผลจึงต่างกัน:

ฟีด (Instagram Feed)

แสดงในฟีดหลักระหว่างโพสต์ของบัญชีที่ผู้ใช้ติดตาม คนดูเลื่อนผ่านเร็ว ภาพแรกและบรรทัดแรกของแคปชันต้องบอกได้ทันทีว่าโพสต์นี้เกี่ยวกับอะไร

Stories

แสดงแบบเต็มจอแนวตั้งระหว่าง Stories ของบัญชีต่างๆ คนดูกดข้ามได้ในเสี้ยววินาที ครีเอทีฟควรทำเป็นแนวตั้งเต็มจอ บอกแบรนด์และข้อเสนอตั้งแต่ช่วงแรก และเว้นขอบบนและล่างไว้ไม่ให้ข้อความสำคัญถูกชื่อบัญชีหรือปุ่ม call to action บัง Meta มีหน้าข้อกำหนดการออกแบบสำหรับ Stories ads แยกต่างหาก ควรเปิดดูก่อนผลิตงาน

Reels

แสดงในแท็บ Reels ระหว่างคลิปสั้น เป็นวิดีโอแนวตั้งเต็มจอเช่นกัน แต่คนดูอยู่ในโหมดดูวิดีโอบันเทิง โฆษณาที่ดูเป็นคลิปธรรมดา มีเสียง และเล่าเรื่องจบในตัวมักกลมกลืนกว่าภาพนิ่งที่ตัดมาจากโฆษณาฟีด

Explore

แสดงเมื่อผู้ใช้กดเข้าโพสต์จากหน้า Explore แล้วเลื่อนดูต่อ คนกลุ่มนี้กำลังหาสิ่งใหม่ จึงเปิดรับแบรนด์ที่ยังไม่รู้จักมากกว่าในฟีดหลัก

ถ้ามีงบผลิตครีเอทีฟจำกัด อย่างน้อยควรทำสองสัดส่วน คือแนวตั้งเต็มจอสำหรับ Stories และ Reels และสัดส่วนสำหรับฟีด เพราะการยืดภาพฟีดไปใช้ใน Stories มักได้ภาพที่มีขอบว่างหรือข้อความถูกบัง

เลือกตำแหน่งโฆษณา Instagram อย่างเดียว หรือ Advantage+ placements

ใน Ads Manager มีสองทางเลือก:

  • Advantage+ placements ให้ระบบกระจายงบไปยังตำแหน่งต่างๆ ทั้ง Facebook, Instagram และเครือข่ายอื่นของ Meta ตามที่คาดว่าจะได้ผลลัพธ์ดีที่สุด Meta แนะนำตัวเลือกนี้เป็นค่าเริ่มต้น
  • Manual placements เลือกเองเฉพาะตำแหน่งที่ต้องการ เช่น ปิดทุกอย่างยกเว้น Instagram Feed, Stories และ Reels ทั้งนี้ Meta กำลังทยอยเปลี่ยนให้แคมเปญ Engagement, Leads, App promotion และ Sales เลือกตำแหน่งเองในระดับชุดโฆษณาไม่ได้แล้ว ส่วนแคมเปญ Awareness และ Traffic ยังเลือกเองได้

Advantage+ ให้ระบบมีพื้นที่หาการแสดงผลที่ถูกกว่า แต่ผลลัพธ์อาจไหลไปตำแหน่งที่แบรนด์ไม่ได้ออกแบบครีเอทีฟไว้ ในกรณีที่ยังเลือกตำแหน่งเองได้ การเลือก Instagram อย่างเดียวเหมาะเมื่อ (1) ครีเอทีฟออกแบบมาเฉพาะ Instagram (2) แบรนด์ต้องการให้คนกดเข้าโปรไฟล์ IG หรือทัก DM หรือ (3) ต้องการรายงานผลแยกเฉพาะ Instagram ให้ลูกค้าหรือผู้บริหาร วิธีที่ใช้ได้จริงคือเริ่มด้วย Advantage+ แล้วเปิดรายงานแบบแยกตามตำแหน่ง (Breakdown by placement) ดูว่างบไหลไปที่ใดและต้นทุนต่อผลลัพธ์ของแต่ละตำแหน่งเป็นอย่างไร ก่อนตัดสินใจจำกัดตำแหน่ง

วัดผลแอด ig ดูตัวเลขอะไร

ตัวเลขที่ควรดูขึ้นกับวัตถุประสงค์ แต่มีชุดพื้นฐานที่ใช้ได้กับทุกแคมเปญ:

  • Results และ Cost per result จำนวนผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ที่เลือก และต้นทุนต่อผลลัพธ์ นี่คือตัวเลขหลักที่ควรใช้เทียบแคมเปญ
  • Reach และ Frequency จำนวนคนที่เห็น และค่าเฉลี่ยที่คนหนึ่งเห็นซ้ำ ถ้า frequency สูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผลลัพธ์ลดลง มักเป็นสัญญาณว่าครีเอทีฟเริ่มล้า
  • Link clicks และ CTR บอกว่าครีเอทีฟดึงให้คนกดไปต่อได้แค่ไหน
  • Conversions บนเว็บไซต์ ต้องติดตั้ง Meta Pixel หรือ Conversions API ก่อน ไม่เช่นนั้นการวัดจะหยุดอยู่ที่คลิก
  • ข้อความและแชต สำหรับแคมเปญที่ปิดการขายใน DM ให้ดูจำนวนบทสนทนาที่เริ่มต้น แล้วนับต่อเองว่ามีกี่รายที่ซื้อจริง

ตารางเทียบปุ่มโปรโมทในแอปกับ Meta Ads Manager

ตารางนี้สรุปความต่างที่มีผลต่อการเลือกวิธียิงแอด IG โดยอิงจากศูนย์ช่วยเหลือของ Meta และ Instagram:

ตารางเทียบปุ่มโปรโมทในแอปกับ Meta Ads Manager
ประเด็นปุ่มโปรโมทในแอปMeta Ads Manager
บัญชีที่ต้องมีบัญชี Instagram แบบมืออาชีพ ครั้งแรกไม่ต้องเชื่อมเพจเพจ Facebook และบัญชีโฆษณา เชื่อมบัญชี Instagram ในขั้นเลือกตัวตน
ครีเอทีฟใช้โพสต์หรือ Reel ที่ลงไว้แล้วสร้างใหม่ได้ ไม่ต้องโพสต์ก่อน และทดสอบหลายชิ้นได้
ตำแหน่งโฆษณาควบคุมได้น้อยAdvantage+ หรือเลือกเองทีละตำแหน่งสำหรับวัตถุประสงค์ที่ยังเปิดให้เลือก
การวัดผลสถิติพื้นฐานในแอปรายงานแยกตำแหน่ง และวัด conversion ผ่าน Pixel หรือ Conversions API

ความหมายสำหรับธุรกิจไทย

ธุรกิจไทยจำนวนมากปิดการขายผ่านแชต ทั้ง DM ใน Instagram และ LINE เป้าหมายแบบเพิ่มข้อความจึงมักตรงกับวิธีขายจริงมากกว่าเป้าหมายแบบเพิ่มยอดไลก์ แต่ต้องมีคนตอบแชตทันในช่วงที่โฆษณารัน มิฉะนั้นต้นทุนต่อแชตที่ดูดีจะไม่กลายเป็นยอดขาย เรื่องที่สองคือการชำระเงิน ถ้าธุรกิจต้องการเอกสารสำหรับงานบัญชี ควรตั้งบัญชีโฆษณาใน Ads Manager ให้เรียบร้อยและดาวน์โหลดใบเสร็จจากส่วนการชำระเงินเป็นประจำ แทนการโปรโมทจากมือถือหลายเครื่องที่ใช้บัตรต่างกัน เรื่องที่สามคือภาษา ครีเอทีฟภาษาไทยที่อ่านจบในจอเดียวใช้ได้ดีกับ Stories และ Reels ที่คนดูอยู่ไม่กี่วินาที

ถ้าแบรนด์รันโฆษณาบน Facebook อยู่แล้ว การรวม Instagram ไว้ในบัญชีโฆษณาเดียวกันทำให้เทียบต้นทุนข้ามแพลตฟอร์มได้ในรายงานเดียว รายละเอียดฝั่ง Facebook ดูได้ที่ บริการโฆษณาบนเฟสบุ๊ค

คำถามที่พบบ่อยเรื่องยิงแอด IG

ยิงแอด ig ขั้นต่ำเท่าไหร่

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกบัญชี เพราะ Meta แสดงงบที่ตั้งได้ตามสกุลเงินของบัญชีโฆษณาและการตั้งค่าแคมเปญ ให้ดูตัวเลขที่หน้าจอตั้งงบแสดง และจำไว้ว่างบคือเพดานการใช้จ่าย ไม่ใช่ราคาที่รับประกันผลลัพธ์

ยิงแอด ig โดยไม่มีเพจ Facebook ได้ไหม

ได้ถ้าใช้ปุ่มโปรโมทในแอปจากบัญชีแบบมืออาชีพ ซึ่งครั้งแรกไม่ต้องเชื่อมเพจ แต่ถ้าจะใช้ Meta Ads Manager ต้องมีเพจ Facebook

โฆษณาที่ไม่ผ่านการอนุมัติเสียเงินไหม

ไม่เสีย ถ้าโฆษณาไม่ผ่านการอนุมัติก่อนได้รับการแสดงผลหรือคลิก Meta ระบุว่าจะไม่คิดเงินสำหรับโฆษณานั้น

ควรใช้ Advantage+ placements หรือเลือกเฉพาะ Instagram

เริ่มจาก Advantage+ ถ้ามีครีเอทีฟครบทุกสัดส่วน แล้วดูรายงานแยกตำแหน่ง ถ้าครีเอทีฟออกแบบมาเฉพาะ Instagram หรือต้องรายงานผลแยกแพลตฟอร์ม ให้เลือกตำแหน่งเอง ซึ่ง Meta ยังเปิดให้ทำได้สำหรับแคมเปญ Awareness และ Traffic

ถ้าคุณอยากให้ทีมช่วยวางโครงสร้างแคมเปญ Instagram ใน Meta Ads Manager พร้อมติดตั้ง Meta Pixel และ Conversions API ดูรายละเอียดได้ที่ บริการโฆษณาบนอินสตาแกรม หรือถ้ารันหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน ดูภาพรวมได้ที่ บริการโฆษณาโซเชียลมีเดีย

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น