แนะนำ 5 เครื่องมือ เช็กอันดับเว็บไซต์ (Rank Tracker) ในการทำ SEO

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:
June 8, 2022
Author: Antonio Fernandez
แนะนำ 5 เครื่องมือ เช็กอันดับเว็บไซต์ (Rank Tracker) ในการทำ SEO

นักการตลาดที่กำลังเริ่มต้นทำ SEO อยู่ในตอนนี้ หลายคนอาจอยากรู้ว่าการเช็กอันดับเว็บไซต์บน Search Engine นั้นต้องทำอย่างไร? เพียงแค่เช็กในหน้าเว็บไซต์นั้นเพียงพอแล้วหรือไม่? จำเป็นต้องมีเครื่องมือตัวช่วยอื่นๆ หรือเปล่า? ต้องบอกก่อนว่าเมื่อเริ่มทำ SEO ไปสักระยะหนึ่ง การเช็กอันดับเว็บไซต์นั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นขั้นตอนที่จะช่วยให้รู้ผลลัพธ์ที่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงไปว่าเป็นอย่างไร จะได้สามารถนำข้อมูลไปปรับปรุงการทำงานต่อไป

ฉะนั้นในบทความนี้จะมาแนะนำ 5 เครื่องมือเช็กอันดับเว็บไซต์ (Rank Tracker) ที่เป็นตัวช่วยในการตอบสนองความต้องการของการทำ SEO ใครที่เป็นมือใหม่และกำลังมองหาตัวช่วยดีๆ อยู่ห้ามพลาดเด็ดขาด มาดูไปพร้อมกันเลย

SERP Tracking Tools คืออะไร?

ในการเลือกใช้งาน Tracking Tools สำหรับการทำ SEO ในปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานด้วยกันอย่างหลากหลายรูปแบบ เครื่องมือบางตัวถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ไม่กี่อย่าง เช่น สามารถบอกข้อมูลเพียงเฉพาะอันดับเว็บไซต์ได้เท่านั้น ไปจนถึง Tracking Tool ที่มีฟีเจอร์เจ๋งๆ อย่างสามารถระบุ Search Volume สำหรับคีย์เวิร์ดที่ใช้ในบทความนั้นๆ หรือการตรวจสอบคีย์เวิร์ดว่ามีคู่แข่งใช้งานมากน้อยแค่ไหนและมีผลลัพธ์อย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปใช้ในการวางแผนงานในอนาคต

ต่อไปนี้จะมาแนะนำ 5 เครื่องมือ SERP Tracking Tool ที่ครอบคลุมการทำ SEO ในแบบที่เรียกว่า “ครบจบในตัวเดียว” จะมีตัวไหนที่น่าสนใจ ลองดูไปพร้อมกัน

1.  Surround Sound by Semrush

สำหรับเครื่องมือชิ้นแรกที่มาแนะนำนี้คือ Surround Sound ที่ถูกออกแบบมาเป็น Tracking Tool ที่ไม่เหมือนใครในตลาด โดย Semrush เคลมว่าเครื่องมือนี้สามารถให้ข้อมูลที่มากกว่าแค่อันดับของเว็บไซต์ 

สำหรับการใช้งานเพียงแค่กรอกรายละเอียดต่างๆ ที่ต้องการตรวจสอบลงไปจากนั้น

หลังจากที่กรอกรายละเอียดต่างๆ และกด Save Campaign แล้ว ก็เพียงแค่รอให้ระบบจัดเรียงอันดับ จากนั้นจะสามารถดูรายละเอียดต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่นๆ โดยปรากฏเป็นหน้าต่าง Dashboard ที่สามารถเลือกดูตัวชี้วัดต่างๆ ตามที่ต้องการได้ทันที

ตัวอย่างเช่น หากต้องการดูคีย์เวิร์ดว่ามีคะแนนเป็นอย่างไรสำหรับแต่ละแคมเปญ ก็สามารถดูได้เช่นกัน 

นอกจากนี้ยังสามารถกดเข้าไปดูว่าในคีย์เวิร์ดแต่ละคำว่าถูกใช้โดยใครบ้างแล้วมีรายละเอียดเป็นอย่างไร เพื่อสามารถนำข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีอันดับ SEO ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

2. SE Ranking

SE Ranking เป็นหนึ่งในเครื่องมือยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงกลาง เนื่องจากฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบมาแบบครบวงจร ทั้งการติดตามอันดับคีย์เวิร์ด การตรวจสอบเว็บไซต์ การวิเคราะห์ผลลัพธ์ของการทำ On-Page รวมไปถึงการทำ Keyword Research โดยหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ การติดตามอันดับคีย์เวิร์ดที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดรายการคีย์เวิร์ดที่ต้องการได้พร้อมกันและสามารถติดตามผลได้ทุกเวลา ถึงแม้จะไม่มีฟีเจอร์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอันดับของคู่แข่ง แต่ก็ถือว่าสามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นอันดับเฉลี่ย การคาดการณ์ปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์และแนวโน้มอื่นๆ รับรองว่าใครที่คิดจะลงทุนซื้อเครื่องมือทำ SEO สักตัวหนึ่ง SE Ranking ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องมือเช็กอันดับเว็บไซต์ต้นๆ ในตลาดตอนนี้เลย

3. Google Search Console

หลายคนจบปัญหาความยุ่งยากด้วยการใช้ Google Search ที่ใช้งานได้ฟรี ถือว่าเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่คนทำ SEO ทุกคนต้องศึกษา เพราะมีฟีเจอร์พื้นฐานที่ครอบคลุมทุกอย่างในการดันอันดับเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงข้อมูลจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ ตรวจสอบความเร็วของเว็บไซต์ ความปลอดภัย การทำ Indexation ไปจนถึงตรวจสอบอันดับของเว็บไซต์

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับเครื่องมืออื่นๆ ในตลาด Search Console ยังถือว่ามีการแสดงข้อมูลที่จำกัดพอสมควร ข้อแนะนำคือควรใช้เครื่องมือตัวนี้ร่วมกับเครื่องมือๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำมากขึ้น

4. Accuranker

Accuranker เป็นหนึ่งในเครื่องมือติดตามอันดับเว็บไซต์ที่มีความรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมกับสามารถให้การวิเคราะห์เชิงลึกสำหรับการติดตามอันดับของคีย์เวิร์ดโดยเฉพาะ สำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการเครื่องมือแบบ “All In One” แต่ต้องการเน้นไปที่ประสิทธิภาพในการติดตามอันดับและการวิเคราะห์หน้า SERPs เป็นหลัก รับรองว่าไม่มีผิดหวังแน่นอน

แทนที่จะมานั่งอัปเดตและคอยดูรายละเอียดตำแหน่งหรืออันดับเว็บไซต์แบบรายวันหรือรายสัปดาห์ เพราะบน Accuranker อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามอันดับได้แบบเรียลไทม์ แถมหน้าอินเทอร์เฟซการใช้งานก็ไม่ได้ยุ่งยากมากไปกว่าเครื่องมืออื่นๆ ในตลาดแต่อย่างใด 

สำหรับราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $109/เดือน สามารถติดตามอันดับคีย์เวิร์ดได้ถึง 1,000 คำ และสามารถติดตามคีย์เวิร์ดมากสุดอยู่ที่ 50,000 คำ โดยมีราคาอยู่ที่ $2,149/เดือน หากต้องการมากกว่านี้สามารถติดต่อกับฝ่ายขายโดยตรง 

5. Ubersuggest

อีกหนึ่งเครื่องมือยอดนิยมแบบ All-In-One ที่มีฟังก์ชันการทำงานคล้ายกับ SE Ranking เพราะไม่เพียงแค่ใช้ในการเช็กอันดับเว็บไซต์ที่มีจุดเด่นในการเช็กอันดับเว็บไซต์บนกูเกิลได้พร้อมกันหลายคีย์เวิร์ดเท่านั้น แต่รวมไปถึงเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยตรวจสอบจำนวน Traffic ของเว็บไซต์ได้ภายในตัว ทำให้ง่ายต่อการใช้งานและช่วยลดความยุ่งยาก รวมถึงไม่ต้องเสียเวลากระโดดไปหาโปรแกรมตรวจ Traffic ที่อื่นแต่อย่างใด พูดง่ายๆ ว่า Ubersuggest เปรียบได้เป็นเครื่องมือที่เป็นทั้ง Keyword Research Tool ทั้ง Traffic Analyzer และ SEO Analyzer แบบครบจบในที่เดียวจริงๆ

สำหรับราคาการใช้งานก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ราคา $12/เดือน สำหรับ Individual ราคา $20/เดือน สำหรับ Business และราคา $40/เดือน สำหรับ Enterprise หรือ Agency

สำหรับนักการตลาดที่กำลังมองหาเครื่องมือ SERP Tracking อยู่ สิ่งที่แรกควรทำคือตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า “ต้องการเครื่องมือที่มีฟีเจอร์อะไรบ้าง?” อย่างที่เห็นในเครื่องมือต่างๆ ข้างต้นที่รวบรวมมานี้ มีทั้งที่แบบครอบคลุมแทบทุกอย่างในการทำ SEO บางอันก็เหมาะกับการติดตามอันดับคีย์เวิร์ดและอันดับเว็บไซต์โดยเฉพาะ ฉะนั้นการเลือกเครื่องมือเหล่านี้ต้องไม่ลืมพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันรวมไปถึงงบประมาณที่มี และอย่าลืมเลือกให้ตรงกับความเหมาะสมต่องานของคุณ 

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

Related Articles

Articles related to the topics covered in this post.

วิธีแก้ปัญหายอดเข้าชมลดลงจาก AI Overviews
เอสอีโอ (Search Engine Optimization)

January 7, 2026

วิธีแก้ปัญหายอดเข้าชมลดลงจาก AI Overviews
ยอดเข้าชมเว็บไซต์ลดลงเพราะ AI Overviews หรือไม่? เรียนรู้วิธีตรวจสอบเว็บไซต์ หาสาเหตุ และกู้คืน Traffic ด้วยคู่มือแนะนำฉบับเข้าใจง่ายของเรา...
Magento SEO 2026: คู่มือฉบับสมบูรณ์
เอสอีโอ (Search Engine Optimization)

January 7, 2026

Magento SEO 2026: คู่มือฉบับสมบูรณ์
เจาะลึกการทำ Magento SEO ในปี 2026 เรียนรู้วิธีปรับปรุงความเร็วเว็บไซต์ การจัดการ URL และการใช้เครื่องมือใหม่ๆ เพื่อดันอันดับให้สูงขึ้นและเพิ่มยอดขาย...
เจาะลึก TikTok Foundry: วิธีสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ของคุณ
เรื่องทั่วไปด้านการตลาดออนไลน์

November 27, 2025

เจาะลึก TikTok Foundry: วิธีสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ของคุณ
ทำความรู้จักกับ TikTok Foundry และเรียนรู้วิธีใช้เฟรมเวิร์กนี้เพื่อสร้างการเติบโตให้แบรนด์ พร้อมเจาะลึกกลยุทธ์สำคัญทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ Community Commerce และการผสานพลังกับสื่อโฆษณา...

Latest Updates

Our most recently updated articles across all topics.

Google Tag Gateway บน GCP: มาตรฐานใหม่ของการติดตามผล
analytics

January 9, 2026

Google Tag Gateway บน GCP: มาตรฐานใหม่ของการติดตามผล
เรียนรู้วิธีที่ Google Tag Gateway บน GCP ช่วยแก้ปัญหา Signal Loss เก็บข้อมูลได้แม่นยำขึ้นและหลีกเลี่ยง Ad Blockers ด้วยการตั้งค่า First-party แบบง่ายๆ...
เอสอีโอ (Search Engine Optimization)

October 29, 2025

แก้ไข URL ที่ผิดจาก ChatGPT: คู่มือฉบับสมบูรณ์
เรียนรู้ว่าทำไม ChatGPT ถึงส่งผู้เข้าชมไปยัง URL ที่ผิด และผลกระทบต่อเว็บไซต์ของคุณคืออะไร เรามีคู่มือแนะนำวิธีค้นหาและแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้...
วิธีแชร์สตอรี่ Instagram ต่อโดยไม่ต้องถูกแท็ก
instagram

December 11, 2025

วิธีแชร์สตอรี่ Instagram ต่อโดยไม่ต้องถูกแท็ก
ไม่มีแท็กก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะตอนนี้ Instagram อนุญาตให้คุณแชร์สตอรี่สาธารณะไปยังฟีดของคุณเองได้แล้ว มาดูกันว่าอัปเดตนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการแชร์บนโซเชียลมีเดียอย่างไร...