Glass funnel admitting only approved domain tiles into an analytics dashboard

GA4 เพิ่ม hostname Include filter: allowlist ที่ตัดข้อมูลจากโดเมนนอกรายชื่อทิ้งถาวร

analyticsSeptember 24, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Google Analytics เพิ่มโหมด Include (allowlist) ให้ตัวกรองข้อมูล hostname เมื่อ 21 กันยายน 2569 ก่อนหน้านั้นทำได้แค่ตัดโดเมนที่ระบุชื่อไว้
  • ในโหมด Include event จาก hostname ที่ไม่อยู่ในรายชื่อจะถูกตัดทิ้ง และ event ที่ hostname ว่างจะถูกบล็อกอัตโนมัติ ตามประกาศของ Google
  • event จาก Measurement Protocol ได้รับการยกเว้นจาก hostname Include filter สแปมที่มาทางช่องทางนี้จึงยังเข้ามาได้
  • ข้อมูลที่ถูกกรองออกเป็นแบบถาวรและกู้คืนไม่ได้ทั้งใน GA4 และ BigQuery Google จึงแนะนำให้ทดสอบในโหมด Testing 24-36 ชั่วโมงก่อนเปิดใช้

Google Analytics เพิ่มโหมด Include ให้กับตัวกรองข้อมูล hostname เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ตอนนี้ property หนึ่งสามารถกำหนดรายชื่อโดเมนที่ได้รับอนุญาตให้ส่ง event เข้ามาได้ และ GA4 จะตัด event ที่มาจาก hostname อื่นที่ไม่อยู่ในรายชื่อทิ้งทั้งหมด ก่อนหน้านี้ตัวกรอง hostname ทำได้แค่ตัดโดเมนที่ระบุชื่อไว้ทีละโดเมนเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ในรายการแรกของหน้า "What's new in Google Analytics" ของ Google ภายใต้หัวข้อ "Hostname filters" ประกาศมีความยาวเพียงหนึ่งย่อหน้ากับสองบูลเล็ต แต่สองบูลเล็ตนั้นคือส่วนที่มีผลในทางปฏิบัติมากที่สุด บทความนี้อธิบายว่าประกาศพูดอะไร เอกสาร data filter ของ Google ให้ข้อมูลอะไรเพิ่ม ประกาศไม่ได้พูดถึงอะไร และธุรกิจไทยที่ใช้ GA4 ควรตรวจอะไรบ้างก่อนเปิดใช้ตัวกรอง

Google เปลี่ยนอะไรเมื่อ 21 กันยายน 2569

ตามประกาศ Google Analytics "รองรับ Include data filter สำหรับ hostname แล้ว" ทำให้สร้าง allowlist ของโดเมนที่ได้รับอนุญาตให้ส่งข้อมูล event เข้า property ได้ Google อธิบายเทียบกับเวอร์ชันเดิมว่า ที่ผ่านมาการกรองทำได้แค่ Exclude filter ซึ่งต้องคอยอัปเดตด้วยมือตลอดเวลาเพื่อตามให้ทันแหล่งสแปมใหม่ๆ

ประโยคนั้นบอกจุดอ่อนจริงของตัวกรองแบบ Exclude อย่างเดียว คือ hostname ที่ไม่ต้องการทุกตัวต้องถูกระบุชื่อก่อนถึงจะบล็อกได้ สแปมที่เปลี่ยนไปใช้โดเมนใหม่จะหลุดเข้ามาจนกว่าจะมีคนเห็นโดเมนนั้นในรายงานแล้วเพิ่มเข้าไป ส่วนโหมด Include กลับตรรกะกัน อะไรที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อจะถูกปฏิเสธทั้งหมด งานของนักวิเคราะห์จึงเปลี่ยนจากการไล่ตามโดเมนของสแปม มาเป็นการดูแลรายชื่อโดเมนของธุรกิจตัวเองให้ถูกต้องและครบ

Google บอกว่าการกำหนด hostname ที่อนุมัติไว้ล่วงหน้าช่วยให้ตั้งค่าง่ายขึ้นและรักษาความถูกต้องของข้อมูลโดยแทบไม่ต้องดูแล ซึ่งเป็นคำอธิบายของ Google เอง ประกาศไม่มีตัวเลขเรื่องปริมาณสแปม จำนวน property ที่ใช้ตัวกรองแบบเดิม หรือปริมาณข้อมูลที่แต่ละโหมดตัดทิ้งเลย

ข้อยกเว้นสองข้อที่เขียนไว้ในประกาศ

ประกาศมีหัวข้อ "details to note" สองข้อ และทั้งสองข้อเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวกรองในการใช้งานจริง

event จาก Measurement Protocol จะไม่ถูกกรอง

Google เขียนว่า Hostname Include filter จะไม่ถูกนำไปใช้กับ event ที่ส่งผ่าน Measurement Protocol เพื่อให้ข้อมูลส่วนนี้ไม่ถูกบล็อก Measurement Protocol คือช่องทางที่นักพัฒนาใช้ส่ง event เข้า GA4 จากเซิร์ฟเวอร์ ระบบหน้าร้าน POS หรือระบบหลังบ้าน แทนที่จะส่งจากเบราว์เซอร์ ความหมายในทางปฏิบัติคือ Include filter ปกป้องเฉพาะข้อมูลที่เก็บผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ได้ตรวจ hit ที่ส่งจากเซิร์ฟเวอร์ถึงเซิร์ฟเวอร์ และประกาศก็ไม่ได้บอกด้วยว่า Exclude filter แบบเดิมมีผลกับ event จาก Measurement Protocol หรือไม่

event ที่ไม่มี hostname จะถูกบล็อกอัตโนมัติ

บูลเล็ตที่สองระบุว่า Include filter จะบล็อก event ที่ hostname ว่างเปล่าโดยอัตโนมัติ (โดยยกตัวอย่างว่า "such as gtag.js traffic") เพราะ hostname ที่หายไปมักบ่งบอกว่าเป็นสแปมหรือทราฟฟิกผิดปกติ hostname ที่ว่างจะแสดงในรายงาน GA4 เป็น "(not set)" และเป็นสัญญาณทั่วไปของ ghost spam ซึ่งคือ event ปลอมที่ถูกยิงเข้า property โดยตรง ด้วย measurement ID ที่คัดลอกมาจากซอร์สโค้ดของหน้าเว็บ

วงเล็บ "such as gtag.js traffic" อ่านได้สองแบบ ถ้าอ่านตามตัวอักษร อาจฟังเหมือนว่า hit จาก gtag.js ทั้งหมดไม่มี hostname ซึ่งจะครอบคลุมการเก็บข้อมูลเว็บปกติเกือบทั้งหมด แต่การอ่านแบบแคบกว่า คือ Google หมายถึง request ที่มีรูปแบบเหมือน hit ของ gtag.js แต่ไม่มี hostname น่าจะเข้ากับบริบทของประโยคมากกว่า Google ไม่ได้บอกว่าหมายถึงแบบไหน และเนื่องจากข้อมูลที่ถูกกรองออกไปแล้วกู้คืนไม่ได้ ความกำกวมนี้จึงเป็นเหตุผลที่ต้องทดสอบก่อนเปิดใช้จริง

เทียบ Exclude กับ Include

ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างของตัวกรอง hostname ทั้งสองโหมด โดยใช้เฉพาะข้อมูลที่อยู่ในประกาศและหน้าช่วยเหลือของ Google

เทียบ Exclude กับ Include
ประเด็นExclude (ตั้งแต่ มิ.ย. 2569)Include (ตั้งแต่ 21 ก.ย. 2569)
อะไรถูกตัดทิ้งเฉพาะ hostname ที่ระบุไว้ทุก hostname ที่ไม่ได้ระบุไว้
เมื่อมีโดเมนสแปมใหม่หลุดเข้ามาจนกว่าจะเพิ่มชื่อถูกบล็อกอัตโนมัติ
event ที่ hostname ว่างประกาศไม่ได้ระบุถูกบล็อกอัตโนมัติ
event จาก Measurement Protocolประกาศไม่ได้ระบุไม่ถูกกรอง
ผลเสียเมื่อตั้งผิดสแปมรั่วเข้ารายงานข้อมูลจริงจากโดเมนที่ลืมใส่หายถาวร

เอกสาร data filter ของ Google บอกอะไรเพิ่ม

ประกาศค่อนข้างสั้น แต่ตัวกรอง hostname อยู่ภายในระบบ data filter เดิมของ GA4 และหน้าช่วยเหลือของ Google สำหรับระบบนี้เป็นตัวกำหนดกติกา มีสามข้อที่สำคัญกับเรื่องนี้

ข้อแรก ผลของตัวกรองเป็นแบบถาวร เอกสาร data filter ของ Google ระบุว่าเมื่อใช้ data filter แล้วผลต่อข้อมูลจะถาวร ข้อมูลที่ถูกตัดออกจะไม่ถูกประมวลผลเลย และจะไม่มีให้ดูทั้งใน Google Analytics และใน BigQuery นอกจากนี้ตัวกรองจะมีผลตั้งแต่วันที่สร้างเป็นต้นไปเท่านั้น ไม่ได้ย้อนไปทำความสะอาดข้อมูลในอดีต

ข้อสอง data filter ทุกตัวมีสามสถานะ คือ Testing, Active และ Inactive ในสถานะ Testing GA4 จะติดป้าย event ที่เข้าเงื่อนไขด้วย dimension ชื่อ "Test data filter name" แทนที่จะตัดทิ้ง คู่มือตัวกรอง hostname ของ Google แนะนำให้ปล่อยตัวกรองไว้ในสถานะ Testing 24 ถึง 36 ชั่วโมง แล้วสร้าง exploration แบบ free-form ที่ใส่ Test data filter name, Event name และ Event count เพื่อดูว่าอะไรจะถูกตัดออกบ้าง แยกตาม hostname

ข้อสาม การตั้งค่าต้องใช้สิทธิ์ที่ถูกต้องและรูปแบบการจับคู่มีจำกัด คู่มือของ Google ระบุว่าต้องมีสิทธิ์ Editor ขึ้นไปในระดับ property จึงจะสร้าง data filter ได้ และมีรูปแบบการจับคู่ hostname ให้เลือกสองแบบคือ "Exactly matches" กับ "Contains" หลังจากเปลี่ยนตัวกรองเป็น Active แล้ว Google บอกว่าจะเริ่มกรองภายใน 24 ถึง 36 ชั่วโมง

สิ่งที่ประกาศไม่ได้บอก

มีรายละเอียดหลายเรื่องที่ตัดสินว่า allowlist ปลอดภัยพอจะเปิดใช้หรือไม่ แต่ประกาศวันที่ 21 กันยายนไม่ได้พูดถึง

  • ไม่ได้บอกว่าการใส่โดเมนหลักจะครอบคลุม subdomain ด้วยหรือไม่ และ www กับโดเมนเปล่านับเป็น hostname เดียวกันหรือเปล่า เมื่อมีให้เลือกแค่ "Exactly matches" กับ "Contains" กรณีเหล่านี้จึงขึ้นอยู่กับวิธีเขียนรายชื่อ
  • ไม่ได้พูดถึง regular expression หรือ wildcard
  • ไม่ได้บอกว่า event ที่เข้า GA4 ผ่านช่องทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ เช่น Data Manager API จะถูกจัดการอย่างไร
  • ไม่ได้อธิบายเหตุผลที่ยกเว้น Measurement Protocol นอกจากว่าเพื่อให้ข้อมูลส่วนนี้ไม่ถูกบล็อก

ช่องว่างเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ฟีเจอร์นี้อันตรายโดยตัวมันเอง แต่หมายความว่าสถานะ Testing มีหน้าที่สำคัญจริงๆ และการข้ามขั้นตอนนี้คือจุดที่ธุรกิจมีโอกาสทำข้อมูลหายมากที่สุด

ใครควรใช้ Include filter และใครควรรอก่อน

property ที่เก็บข้อมูลจากเว็บไซต์เดียวบนโดเมนเดียว ไม่มี subdomain ไม่มีขั้นตอนชำระเงินข้ามโดเมน และไม่มีระบบจองของบุคคลที่สามฝังอยู่ จะทำ allowlist ได้ง่าย รายชื่อมีแค่หนึ่งหรือสอง hostname และ Include filter จะตัดสแปมทั้งกลุ่มออกไปได้โดยแทบไม่ต้องดูแล

property ที่มี hostname จริงหลายตัวต้องระวังมากกว่า รูปแบบที่พบบ่อยในธุรกิจไทยได้แก่ เว็บไซต์หลักคู่กับ subdomain ของร้านค้าออนไลน์ ขั้นตอนจองหรือชำระเงินที่อยู่บนโดเมนของผู้ให้บริการ เว็บ staging ที่ไม่ควรส่งข้อมูลเข้า property จริง และแลนดิ้งเพจที่สร้างด้วยเครื่องมือทำเพจภายนอกซึ่งมี hostname ของตัวเอง hostname ที่ใช้งานจริงทุกตัวต้องอยู่ใน allowlist ถ้าลืมไปตัวเดียว event จาก hostname นั้นจะหายถาวรและย้อนกลับมาเอาคืนไม่ได้

ยังมีคำถามว่าตัวกรองนี้แก้อะไรไม่ได้บ้าง สแปมที่เข้ามาทาง Measurement Protocol จะผ่านไปได้ตามข้อยกเว้นที่ Google ระบุ สแปมที่แอบใช้ hostname ที่ดูเหมือนจริงและบังเอิญตรงกับรายชื่อของคุณก็จะผ่านเช่นกัน allowlist ช่วยลดขนาดปัญหาได้มาก แต่ไม่ได้ปิดทุกช่องทาง

เช็กลิสต์ก่อนเปิดใช้ตัวกรอง

  1. ดึงรายงาน Hostname ย้อนหลัง 90 วัน โดยเพิ่ม dimension Hostname กับ Event count ใน exploration ของ GA4 แล้วจดทุก hostname ที่มีทราฟฟิกจริง
  2. แยกว่า hostname ไหนเป็นของคุณเอง ตัวไหนเป็นของพาร์ตเนอร์ที่ต้องพึ่ง เช่น ระบบชำระเงิน ระบบจอง หรือวิดเจ็ตแชต และตัวไหนเป็นสแปม
  3. สร้างตัวกรอง hostname ในโหมด Include ด้วยรายชื่อที่ได้ แล้วปล่อยไว้ในสถานะ Testing
  4. หลังผ่านไป 24 ถึง 36 ชั่วโมง ให้สร้าง exploration สำหรับตรวจสอบตามที่ Google อธิบาย แล้วดูว่า event ไหนจะถูกตัดออก ถ้ามี hostname จริงโผล่มา ให้แก้รายชื่อ
  5. ตรวจแถว hostname ที่เป็น "(not set)" ถ้า conversion ที่ถูกต้องจำนวนมากมี hostname ว่าง ต้องหาสาเหตุก่อนเปิดใช้ เพราะ Include จะตัดทิ้งทั้งหมด
  6. จากนั้นจึงเปลี่ยนตัวกรองเป็น Active และบันทึกวันที่ไว้ในบันทึกการเปลี่ยนแปลงของระบบ analytics เพื่อให้อธิบายได้ถ้ากราฟแนวโน้มเปลี่ยนในภายหลัง

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

ธุรกิจไทยจำนวนมากใช้ GA4 กับหลายโดเมนพร้อมกัน เช่น เว็บไซต์แบรนด์ แลนดิ้งเพจที่เชื่อมกับ LINE ลิงก์ไปร้านค้าบน Shopee หรือ Lazada และไมโครไซต์สำหรับแคมเปญ GA4 เห็นเฉพาะหน้าที่ติดแท็กไว้ หน้าร้านบนมาร์เก็ตเพลสจึงไม่ได้รับผลกระทบ แต่ทุกหน้าที่ติดแท็กของคุณ รวมถึงไมโครไซต์ที่ทำขึ้นเพื่อแคมเปญเดียว ต้องอยู่ในรายชื่อตลอดช่วงที่ยังใช้งาน

ผลดีคือจำนวน session และ conversion ที่สะอาดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการประมูลใน Google Ads ในกรณีที่นำเข้า conversion จาก GA4 ความเสี่ยงคือการลบ conversion จริงไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะหายไปทั้งจากรายงานและจากข้อมูลที่ระบบประมูลใช้ ถ้าไม่แน่ใจว่า property ของคุณเชื่อมต่อไว้อย่างไร การทำ ตรวจและตั้งค่า GA4 เป็นก้าวแรกที่ปลอดภัยกว่า และควรตรวจให้แน่ใจว่า conversion ที่นำเข้าส่งผลต่อ แคมเปญ Google Ads อย่างไร ก่อนเปิดใช้ตัวกรองใดๆ

คำถามที่พบบ่อย

hostname include filter ใน GA4 คืออะไร

คือ data filter ที่เก็บเฉพาะ event จาก hostname ที่อยู่ในรายชื่อที่อนุมัติ และตัดส่วนที่เหลือทิ้งทั้งหมด Google เพิ่มฟีเจอร์นี้เมื่อ 21 กันยายน 2569 ก่อนหน้านั้นตัวกรอง hostname ทำได้แค่ตัดโดเมนที่ระบุชื่อไว้ทีละตัว

Include filter หยุดสแปมใน GA4 ได้ทั้งหมดไหม

ไม่ได้ทั้งหมด ประกาศของ Google ระบุว่า event จาก Measurement Protocol ไม่อยู่ภายใต้ hostname Include filter สแปมที่มาทางช่องนั้นจึงผ่านไปได้ แต่ตัวกรองจะบล็อก event จาก hostname ที่ไม่อยู่ในรายชื่อและ event ที่ hostname ว่าง

ถ้าตัวกรองตัดทราฟฟิกจริงไป จะกู้ข้อมูลคืนได้ไหม

กู้ไม่ได้ เอกสารของ Google ระบุว่าข้อมูลที่ถูก data filter ที่ Active ตัดออกไปจะไม่ถูกประมวลผลเลย และไม่มีให้ดูทั้งใน Analytics และ BigQuery นี่คือเหตุผลที่ Google แนะนำให้รันตัวกรองในโหมด Testing ก่อน

ควรทดสอบนานแค่ไหนก่อนเปิดใช้

คู่มือตัวกรอง hostname ของ Google บอกให้รอ 24 ถึง 36 ชั่วโมงในสถานะ Testing ก่อนตรวจสอบ และตัวกรองที่ Active จะเริ่มทำงานภายใน 24 ถึง 36 ชั่วโมง การทดสอบให้ยาวครอบคลุมหนึ่งสัปดาห์เต็มจะช่วยให้เห็น hostname จริงของคุณได้ครบกว่า

ฟีเจอร์นี้ใช้ในประเทศไทยได้หรือยัง

ประกาศไม่ได้จำกัดฟีเจอร์ตามประเทศ data filter เป็นการตั้งค่าระดับ property ใน GA4 ตัวเลือก Include จึงควรปรากฏในเมนู Admin ส่วน Data collection and modification แล้วเลือก Data filters สำหรับ property ที่คุณมีสิทธิ์ Editor

Include filter เป็นค่าตั้งต้นที่สมเหตุสมผลสำหรับเว็บไซต์โดเมนเดียวส่วนใหญ่ และเป็นงานที่ต้องทำอย่างระมัดระวังสำหรับเว็บไซต์หลายโดเมน ทดสอบก่อน อ่านให้ครบว่าอะไรจะถูกตัดออก แล้วค่อยทำให้เป็นแบบถาวร การตั้ง data filter ใน GA4 ผิดหนึ่งครั้งอาจทำให้ข้อมูลของทั้งไตรมาสหายไปโดยไม่มีทางเรียกคืน

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น