สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- OpenAI ยังไม่ได้ยืนยันการเปลี่ยนแปลงนี้ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อ 14 ต.ค. 2569 และระบุว่าไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจหรือไม่
- Cedric Huesler จาก Adobe ระบุว่า GPT-6 เปิดลิงก์ด้วย noopener,noreferrer และตัด utm_source=chatgpt.com ออก การเข้าชมจึงมาถึงโดยไม่มีทั้งแท็กและ referrer
- บนหน้าเว็บราว 500 หน้า Huesler พบการเข้าชมจาก ChatGPT ลดลงราว 31,000 ครั้งต่อวัน และ Direct เพิ่มราว 26,000 ครั้งต่อวัน ช่วง 9 ถึง 13 ต.ค. 2569 เทียบสัปดาห์ก่อน
- ข้อมูลของ Huesler ครอบคลุมสี่วันและเป็นแบบสุ่มตัวอย่าง บนมือถือ สัดส่วนผู้เข้าชม Direct รายใหม่ที่เห็นแบนเนอร์ความยินยอมเพิ่มจาก 36% เป็น 44%
- เว็บไซต์ที่ติดตามทราฟฟิกจาก ChatGPT ใน GA4 ควรเทียบเซสชัน Direct กับ ChatGPT บนหน้าที่ ChatGPT เคยส่งทราฟฟิกมา และใส่หมายเหตุช่วง 8 ถึง 10 ต.ค.
ChatGPT ดูเหมือนจะเลิกใส่พารามิเตอร์ utm_source=chatgpt.com ในลิงก์ที่แสดง และเลิกส่งข้อมูล referrer ทำให้คลิกจาก ChatGPT ดูเหมือนจะเข้าไปอยู่ในหมวด Direct ของระบบวิเคราะห์ข้อมูล ตามรายงานของ Search Engine Roundtable เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 การเปลี่ยนแปลงนี้ดูเหมือนเริ่มพร้อมการเปิดตัว GPT-6 ของ OpenAI ราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า ทั้งนี้ OpenAI ยังไม่ได้ยืนยัน รายงานไม่มีคำชี้แจงจาก OpenAI และ Search Engine Roundtable ระบุว่าไม่แน่ใจว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยตั้งใจหรือไม่ ตัวเลขที่สนับสนุนมาจากผู้ปฏิบัติงานเพียงคนเดียว คือ Cedric Huesler จาก Adobe ซึ่งวิเคราะห์หน้าเว็บราว 500 หน้า และพบว่าการเข้าชมจาก ChatGPT ลดลงราว 31,000 ครั้งต่อวัน ขณะที่ Direct เพิ่มขึ้นราว 26,000 ครั้งต่อวันบนหน้าเดียวกัน
Search Engine Roundtable รายงานอะไรเมื่อ 14 ต.ค. 2569
Barry Schwartz เขียนใน Search Engine Roundtable เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 ว่า OpenAI ดูเหมือนจะถอดหรือเปลี่ยนพารามิเตอร์ UTM ที่เคยใส่ไว้ในลิงก์ของคำตอบ ChatGPT ออก ทำให้เจ้าของเว็บไซต์แยกได้ยากขึ้นว่าการเข้าชมมาจาก ChatGPT หรือไม่ บทความระบุว่า OpenAI ขยายการติดตามด้วย UTM ในลิงก์ของ ChatGPT เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 และพารามิเตอร์หายไปในเดือนตุลาคม 2569 Schwartz ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มตั้งแต่การเปิดตัว GPT-6 ราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนบทความของเขา และบอกว่าไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจโดยตรงหรือไม่ เขาให้เครดิต Chee Lo ที่แจ้งเบาะแสนี้
บทความนี้เป็นการรายงานสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานเห็นในข้อมูลของตัวเอง ไม่ใช่การประกาศอย่างเป็นทางการ จนกว่า OpenAI จะชี้แจง สาเหตุ ขอบเขต และความถาวรของการเปลี่ยนแปลงนี้ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้
กลไกที่ Cedric Huesler อธิบาย
Cedric Huesler จาก Adobe โพสต์บน LinkedIn ว่า GPT-6 เปิดลิงก์ด้วยคำสั่ง JavaScript window.open ที่ตั้งค่า "noopener,noreferrer" และตัดแท็ก utm_source=chatgpt.com ออกจาก URL ข้อสรุปของเขาที่ Search Engine Roundtable ยกมาคือ ไม่มีทั้งแท็กและ referrer ระบบวิเคราะห์จึงจัดการเข้าชมนั้นไว้ในหมวด Direct
เพื่อให้เห็นว่าทำไมสองอย่างนี้รวมกันจึงสำคัญ ส่วนนี้เป็นพื้นฐานการทำงานของเว็บทั่วไป ไม่ใช่เนื้อหาจากแหล่งข่าว เครื่องมือวิเคราะห์อย่าง Google Analytics 4 ระบุที่มาของการเข้าชมจากสัญญาณหลักสองอย่าง อย่างแรกคือพารามิเตอร์แคมเปญใน URL ของหน้าแรกที่เข้า เช่น utm_source อย่างที่สองคือ referrer หรือที่อยู่ของหน้าก่อนหน้า ซึ่งเบราว์เซอร์มักส่งไปพร้อมคำขอ คำสั่ง "noreferrer" บอกเบราว์เซอร์ไม่ให้ส่ง referrer ถ้าแท็ก UTM หายไปด้วย การเข้าชมจะมาถึงโดยไม่มีสัญญาณใดเลย และเซสชันที่ไม่มีข้อมูลที่มาจะถูกรายงานเป็นทราฟฟิกแบบ direct ใน GA4 จะแสดงเป็น (direct) / (none)
ในส่วนความคิดเห็นใต้โพสต์ Huesler ระบุว่าลิงก์ช้อปปิ้งยังคงมีพารามิเตอร์อยู่ ในข้อความอัปเดตของโพสต์ เขาเขียนว่ามีแหล่งข่าวบอกเขาเมื่อ 14 ต.ค. ว่านี่อาจเป็นบั๊ก และจะอัปเดตเมื่อทราบข้อมูลเพิ่ม ทั้ง Huesler และ Search Engine Roundtable ไม่ได้รายงานคำอธิบายใด ๆ จาก OpenAI
การวิเคราะห์หน้าเว็บราว 500 หน้าของ Huesler
Huesler ดูหน้าเว็บราว 500 หน้าที่ ChatGPT เคยส่งการเข้าชมมาตั้งแต่ 5% ขึ้นไป โดยเทียบช่วง 9 ถึง 13 ต.ค. 2569 กับสัปดาห์ก่อนหน้า ตัวเลขเหล่านี้มาจากโพสต์ LinkedIn ของเขาตามที่ Search Engine Roundtable สรุปไว้ เป็นการวิเคราะห์ของผู้ปฏิบัติงานคนเดียว ไม่ใช่งานศึกษาที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ และเขาเองระบุว่าข้อมูลครอบคลุมเพียงสี่วัน เป็นข้อมูลแบบสุ่มตัวอย่าง และสัญญาณจะเห็นชัดเฉพาะหน้าที่ ChatGPT มีสัดส่วนทราฟฟิกสูง
สิ่งที่เขาพบ:
- การเข้าชมที่ระบุว่ามาจาก ChatGPT ลดลงราว 31,000 ครั้งต่อวัน ขณะที่การเข้าชมแบบ Direct เพิ่มขึ้นราว 26,000 ครั้งต่อวันบนหน้าเดียวกัน
- ทราฟฟิกจากการค้นหาไปยังหน้าเหล่านั้นลดลง 7% ใกล้เคียงกับที่เขาเห็นในที่อื่น การลดลงของทราฟฟิกโดยรวมจึงอธิบายรูปแบบนี้ไม่ได้
- Direct เพิ่มขึ้นในสองในสามของหน้าที่เสียทราฟฟิกจาก ChatGPT ขณะที่สัปดาห์ก่อนหน้าโอกาสอยู่ราวครึ่งต่อครึ่ง ส่วนทราฟฟิกค้นหาเพิ่มขึ้นในหน้าเดียวกันเพียง 45%
- บนมือถือ สัดส่วนผู้เข้าชม Direct รายใหม่ที่เห็นแบนเนอร์ขอความยินยอม (สัญญาณของการเข้าชมครั้งแรก) เพิ่มจาก 36% เป็น 44% ขณะที่ผู้เข้าชมจาก ChatGPT อยู่ที่ 55% เขาตีความว่าผู้เข้าชม Direct กลุ่มใหม่มีพฤติกรรมแบบเดียวกับผู้เข้าชมจาก ChatGPT
Huesler ตีความตัวเลขเหล่านี้ว่าผู้เข้าชมจาก ChatGPT ยังเข้ามาอยู่ แต่ถูกติดป้ายเป็น Direct ทั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมบนหน้าเดียวกัน ไม่ได้ติดตามการเข้าชมทีละครั้ง ตัวเลข 26,000 ครั้งต่อวันที่ Direct ได้เพิ่ม ไม่ได้เท่ากับ 31,000 ครั้งที่ ChatGPT เสียไปทั้งหมด และโพสต์ไม่ได้อธิบายส่วนต่างนี้ ช่วงเวลาสี่วันถือว่าสั้น จึงควรมองว่าเป็นสัญญาณเบื้องต้น ไม่ใช่ผลที่วัดได้แน่ชัด
สิ่งที่ Sébastien Billard รายงาน
Search Engine Roundtable ยังอ้างถึง Sébastien Billard ซึ่งโพสต์บน X ว่าเห็นทราฟฟิกมนุษย์จาก ChatGPT ลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ 9 ต.ค. พร้อมกับทราฟฟิกบอต ChatGPT-User ที่ลดลง และทราฟฟิกของ OAI-SearchBot ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 7 ต.ค. เขาบอกว่าจะตรวจสอบเรื่องพารามิเตอร์ UTM ต่อ ข้อสังเกตของเขามาจากเว็บไซต์ของตัวเอง และบทความไม่ได้ระบุเป็นตัวเลข
ลำดับเหตุการณ์และตัวเลขโดยสรุป
ตารางด้านล่างรวบรวมข้อเท็จจริงที่มีวันที่และตัวเลขจากรายงานของ Search Engine Roundtable และโพสต์ LinkedIn ของ Huesler พร้อมวันเปิดตัว GPT-6 จากบันทึกการเปิดตัวของ ChatGPT ตัวเลขทราฟฟิกทั้งหมดไม่ได้มาจาก OpenAI
| รายการ | สิ่งที่มีการรายงาน | แหล่งที่มา |
|---|---|---|
| มิถุนายน 2568 | OpenAI ขยาย utm_source=chatgpt.com ไปยังลิงก์ ChatGPT มากขึ้น | Search Engine Roundtable |
| 7 ต.ค. 2569 | GPT-6 เริ่มเปิดให้แผนแบบชำระเงิน ตามบันทึกการเปิดตัวของ ChatGPT ส่วน Billard รายงานว่าทราฟฟิกมนุษย์และ ChatGPT-User จาก ChatGPT ลดลง และ OAI-SearchBot เพิ่มขึ้น ช่วง 7 ถึง 9 ต.ค. | บันทึกการเปิดตัวของ ChatGPT; Search Engine Roundtable; Sébastien Billard บน X |
| 9 ถึง 13 ต.ค. เทียบสัปดาห์ก่อน | การเข้าชมจาก ChatGPT ลดลงราว 31,000 ครั้งต่อวัน Direct เพิ่มราว 26,000 ครั้งต่อวัน บนหน้าเว็บราว 500 หน้า | Cedric Huesler, Adobe (LinkedIn) |
| สัญญาณผู้เข้าชมรายใหม่บนมือถือ | สัดส่วนผู้เข้าชม Direct รายใหม่ที่เห็นแบนเนอร์ความยินยอม 36% เป็น 44% ผู้เข้าชมจาก ChatGPT 55% | Cedric Huesler, Adobe (LinkedIn) |
| 14 ต.ค. 2569 | เผยแพร่รายงาน ยังไม่ชัดว่าตั้งใจหรือไม่ ไม่มีคำชี้แจงจาก OpenAI | Search Engine Roundtable |
ทำไมรายงาน ChatGPT ของเดือนตุลาคมอาจดูผิดปกติ
ถ้ารายงานเหล่านี้ถูกต้อง แดชบอร์ดใดก็ตามที่นับทราฟฟิก ChatGPT จาก source หรือ referrer chatgpt.com จะนับได้น้อยกว่าความจริงตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ซึ่งรวมถึง custom channel group ใน GA4 ที่สร้างไว้แยกทราฟฟิกจาก AI รายงาน Looker Studio ที่กรองตาม source และรายงานลูกค้ารายเดือนที่เทียบเซสชัน ChatGPT เดือนต่อเดือน การที่ "ทราฟฟิก ChatGPT" ลดลงในเดือนตุลาคมอาจเป็นแค่การเปลี่ยนป้ายกำกับ ไม่ได้แปลว่ามีคนคลิกน้อยลง
ด้านกลับกันก็สำคัญเช่นกัน ทราฟฟิก Direct อาจดูแข็งแรงขึ้นในเดือนตุลาคมโดยที่ความต้องการต่อแบรนด์หรือกิจกรรมออฟไลน์ไม่ได้เปลี่ยนเลย ใครที่อ่าน Direct ที่เพิ่มขึ้นว่าเป็นสัญญาณความแข็งแรงของแบรนด์ ควรตรวจก่อนว่าตัวเลขนั้นตรงกับหน้าที่ ChatGPT เคยส่งผู้เข้าชมมาหรือไม่
เรื่องนี้กระทบงานด้านการมองเห็นบนการค้นหาด้วย AI ด้วย ทีมที่พยายามแสดงว่างาน ChatGPT SEO สร้างการเข้าชมได้จริง อาศัยแท็ก utm_source=chatgpt.com ในการนับการเข้าชม ถ้าแท็กนั้นหายไป หลักฐานก็จะอ่อนลงแม้คลิกยังเข้ามาอยู่
สิ่งที่ควรตรวจใน GA4 (บทวิเคราะห์)
ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นบทวิเคราะห์ของ Relevant Audience โดยอิงจากข้อเสนอแนะของ Huesler และรายงานมาตรฐานของ GA4 ไม่ใช่คำแนะนำจาก OpenAI หรือ Search Engine Roundtable
- ทำรายการหน้าแรกที่เข้า (landing page) ที่ได้รับเซสชันจาก chatgpt.com ในเดือนกันยายน ข้อมูลของ Huesler ชี้ว่าสัญญาณชัดที่สุดบนหน้าที่ ChatGPT มีสัดส่วนการเข้าชมสูง จึงควรเริ่มจากหน้ากลุ่มนี้
- สำหรับหน้าเหล่านั้น เทียบเซสชัน (direct) / (none) ก่อนและหลังราว 8 ต.ค. ถ้า Direct เพิ่มขึ้นบนหน้าเดียวกับที่เซสชัน ChatGPT หายไป ก็ตรงกับรูปแบบที่เขาอธิบาย
- ดูหน้าลึก ๆ โดยปกติการเข้าชมแบบ Direct มักลงที่หน้าแรกหรือหน้าที่คนบุ๊กมาร์กไว้ การเข้าชม Direct ไปยังบทความหรือหน้าช่วยเหลือเฉพาะที่ ChatGPT เคยลิงก์ไป มีแนวโน้มเป็นคลิกจาก ChatGPT ที่ถูกติดป้ายใหม่ Huesler แนะนำให้ติดตาม Direct บนหน้าเหล่านี้เป็นตัวแทนชั่วคราว
- ตรวจสัดส่วนผู้ใช้ใหม่และการมีส่วนร่วมของเซสชัน Direct กลุ่มใหม่ เทียบกับเซสชัน ChatGPT ของเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบพฤติกรรมแบบเดียวกับที่ Huesler ใช้สัญญาณแบนเนอร์ความยินยอม
- ใส่ annotation ใน GA4 หรือในเครื่องมือรายงาน เพื่อระบุจุดที่แนวโน้มเปลี่ยนราว 8 ถึง 10 ต.ค. ตามที่ Huesler แนะนำ คนที่มาอ่านตัวเลขเดือนตุลาคมภายหลังจะได้รู้ว่าชุดข้อมูลเปลี่ยนไป
- รายงาน ChatGPT และ Direct คู่กันสำหรับหน้าที่ได้รับผลกระทบ จนกว่าสถานการณ์จะชัดเจน แทนการนำเสนอตัวเลข ChatGPT ที่ลดลงเพียงอย่างเดียว
การตรวจเหล่านี้กู้ข้อมูลที่มาที่หายไปกลับคืนไม่ได้ ทำได้เพียงบอกว่ารูปแบบนี้ตรงกับเว็บไซต์ของคุณหรือไม่ บันทึกของเซิร์ฟเวอร์ (server log) อาจช่วยได้ในกรณีที่เก็บคำขอแบบเต็ม แต่ก็เจอปัญหา referrer ที่หายไปแบบเดียวกัน
สิ่งที่ยังไม่มีใครรู้
Search Engine Roundtable ไม่ได้ระบุว่า OpenAI ตั้งใจเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้หรือไม่ และบทความไม่มีความเห็นจาก OpenAI ยังไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงมีผลกับผู้ใช้ อุปกรณ์ หรือประเทศใดบ้าง เป็นบั๊กที่จะถูกแก้กลับหรือไม่ และ OpenAI จะมีวิธีอื่นให้ระบุทราฟฟิกจาก ChatGPT หรือไม่ การวิเคราะห์ของ Huesler ครอบคลุมหน้าเว็บราว 500 หน้าจากข้อมูลสุ่มตัวอย่างสี่วัน ส่วนข้อสังเกตของ Billard มาจากเว็บไซต์ของเขาเอง ทั้งสองอย่างไม่ใช่การตรวจสอบทราฟฟิก ChatGPT ในภาพรวม
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
แหล่งข่าวไม่ได้พูดถึงประเทศไทยหรือประเทศใดเป็นการเฉพาะ ถ้าการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลทั่วโลก ซึ่งยังไม่มีใครยืนยัน เว็บไซต์ไทยที่ติดตามทราฟฟิกจาก ChatGPT ใน GA4 ก็จะเห็นการนับที่ต่ำกว่าความจริงแบบเดียวกันตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ธุรกิจไทยที่เริ่มรายงานทราฟฟิกจาก AI เป็นบรรทัดแยก ซึ่งมักเป็นส่วนหนึ่งของงาน GEO ควรตรวจตัวเลขเดือนตุลาคมก่อนนำเสนอ และหมายเหตุถึงจุดที่การติดตามอาจขาดตอนในการเทียบเดือนต่อเดือน ขั้นตอนตรวจสอบด้านบนใช้กับเว็บไซต์ภาษาไทยได้แบบเดียวกัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
OpenAI ยืนยันแล้วหรือยังว่า ChatGPT ถอดพารามิเตอร์ UTM ออก
ยังไม่ได้ยืนยัน Search Engine Roundtable รายงานการเปลี่ยนแปลงนี้เมื่อ 14 ต.ค. 2569 จากข้อมูลของผู้ปฏิบัติงาน และระบุว่าไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจหรือไม่
ทำไมทราฟฟิกจาก ChatGPT จึงแสดงเป็น Direct ใน GA4
ตามที่ Cedric Huesler จาก Adobe อธิบาย GPT-6 เปิดลิงก์ด้วย noopener,noreferrer และตัดแท็ก utm_source=chatgpt.com ออก การเข้าชมจึงมาถึงโดยไม่มีทั้งแท็กและ referrer และถูกจัดเป็น Direct นี่เป็นการวิเคราะห์ของเขา ไม่ใช่คำอธิบายจาก OpenAI
ผลกระทบใหญ่แค่ไหน
ในกลุ่มตัวอย่างราว 500 หน้าของ Huesler การเข้าชมจาก ChatGPT ลดลงราว 31,000 ครั้งต่อวัน และ Direct เพิ่มขึ้นราว 26,000 ครั้งต่อวัน ในช่วง 9 ถึง 13 ต.ค. 2569 เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า เขาระบุว่าข้อมูลครอบคลุมสี่วันและเป็นแบบสุ่มตัวอย่าง
ต้องเปลี่ยนอะไรหรือไม่
ยังไม่มีการเปลี่ยนโค้ดติดตามใดที่รู้ว่าแก้ปัญหานี้ได้ แต่รายงานเดือนตุลาคมต้องมีบริบทประกอบ ให้เทียบเซสชัน Direct กับ ChatGPT บนหน้าที่ ChatGPT เคยส่งทราฟฟิกมา และใส่หมายเหตุจุดเปลี่ยนราว 8 ถึง 10 ต.ค.
เว็บไซต์ไทยได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าประเทศใดได้รับผลกระทบ ถ้าการเปลี่ยนแปลงมีผลทั่วโลก เว็บไซต์ไทยที่ติดตามทราฟฟิกจาก ChatGPT ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกัน นักการตลาดไทยจึงควรตรวจหน้าแรกที่เข้าด้วยวิธีเดียวกัน
คลิกจาก ChatGPT อาจยังเข้ามาเหมือนเดิม สิ่งที่ดูเหมือนเปลี่ยนไปคือป้ายกำกับของคลิกเหล่านั้น และจนกว่า OpenAI จะอธิบาย ตัวเลข ChatGPT ของเดือนตุลาคมควรมีหมายเหตุกำกับ หากระบบรายงานทราฟฟิกจาก AI ของคุณต้องปรับใหม่จากเรื่องนี้ ทีม GA4 ของ Relevant Audience ช่วยตรวจการตั้งค่าให้ได้







