สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- GA4 นับเซสชันเป็น engaged เมื่ออยู่นานกว่า 10 วินาที มี key event หรือดูหน้าเว็บหรือหน้าจอตั้งแต่ 2 ครั้ง bounce rate คือสัดส่วนเซสชันที่ไม่เข้าเงื่อนไขใดเลย
- ตัวจับเวลา engaged session 10 วินาทีเป็นค่าเริ่มต้นที่เปลี่ยนได้ ที่ Admin, Data streams, การตั้งค่า Google tag, Adjust session timeout
- Universal Analytics นับทุกเซสชันหน้าเดียวเป็น bounce ดังนั้น bounce rate ใน GA4 จึงเทียบตรง ๆ กับตัวเลขเก่าใน UA ของหน้าเดียวกันไม่ได้
- รายงานมาตรฐานส่วนใหญ่ของ GA4 ไม่แสดง bounce rate ผู้มีสิทธิ์ Editor หรือ Administrator เพิ่มได้ในรายงานแบบรายละเอียดผ่าน Customize report, Metrics, Add metric
Bounce rate คือ เปอร์เซ็นต์ของเซสชันบนเว็บไซต์หรือแอปที่ไม่ใช่ engaged session ใน Google Analytics 4 ค่านี้เป็นด้านตรงข้ามของ engagement rate พอดี ถ้าเซสชัน 40% เป็น engaged session อีก 60% ที่เหลือจะนับเป็น bounce
นิยามนี้ต่างจาก bounce rate ที่หลายคนคุ้นเคยใน Universal Analytics ซึ่ง bounce หมายถึงการเข้าชมแค่หน้าเดียว ความต่างนี้สำคัญ เพราะเว็บไซต์เดียวกันอาจแสดง bounce rate ใน GA4 ต่างจากรายงานเก่ามาก ทั้งที่บนเว็บไม่มีอะไรเปลี่ยน บทความนี้อธิบายว่า GA4 คำนวณ bounce rate อย่างไร อะไรนับเป็น engaged session ดูตัวเลขนี้ได้ที่ไหน อะไรมักทำให้ค่าสูงขึ้น ต่างจาก exit rate อย่างไร และควรมองเรื่องนี้อย่างไรในมุม SEO
GA4 นิยาม bounce rate อย่างไร
GA4 สร้าง bounce rate ขึ้นจากแนวคิด engaged session ตามหน้าช่วยเหลือของ Google Analytics engaged session คือเซสชันที่ตรงกับเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- อยู่นานกว่า 10 วินาที
- มี key event (ประเภทอีเวนต์ที่ GA4 เคยเรียกว่า conversion)
- มีการดูหน้าเว็บหรือหน้าจอแอปตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป
Engagement rate คือเปอร์เซ็นต์ของเซสชันที่เป็น engaged session ส่วน bounce rate คือเปอร์เซ็นต์ของเซสชันที่ไม่ได้เป็น engaged session ในเอกสารอ้างอิงตัวชี้วัดของ GA4 เขียนเป็นสูตรว่า bounce rate = เซสชันที่ไม่ engaged / เซสชันทั้งหมด
Google ยกตัวอย่างง่าย ๆ ไว้ว่า ผู้ใช้เข้ามาที่หน้าหนึ่ง อ่านไม่ถึง 10 วินาที ไม่ได้ทำให้เกิดอีเวนต์ใด และออกไปโดยไม่เปิดหน้าอื่น เซสชันนี้ไม่ตรงกับเงื่อนไขข้อไหนเลย จึงไม่ใช่ engaged session ถ้านี่เป็นเซสชันเดียวของเว็บ engagement rate จะเป็น 0% และ bounce rate จะเป็น 100%
ตัวอย่างที่สอง (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบคำอธิบายเท่านั้น): เว็บไซต์หนึ่งมี 1,000 เซสชันในหนึ่งสัปดาห์ และ 380 เซสชันตรงกับเงื่อนไข engaged session อย่างน้อยหนึ่งข้อ engagement rate = 380 / 1,000 = 38% และ bounce rate คือ 62% ที่เหลือ ตัวเลขชุดนี้มีไว้แสดงวิธีคิด ไม่ใช่เป้าหมายที่ควรไปให้ถึง
รายละเอียดหนึ่งที่มักทำให้สับสนคือ อีเวนต์บางตัวที่เก็บอัตโนมัติ ได้แก่ first_visit, first_open และ session_start จะไม่ถูกนำมาคิดใน engaged session แม้จะมีคนตั้งให้เป็น key event ไว้ก็ตาม การตั้งค่าแบบนั้นจึงไม่ได้ทำให้ทุกเซสชันกลายเป็น engaged
เปลี่ยนเกณฑ์ 10 วินาทีได้หรือไม่
ได้ เอกสารการตั้งค่าแท็กของ Google ระบุว่าเกณฑ์เริ่มต้นของ engaged session คือ 10 วินาที และปรับได้ ใน GA4 ให้ไปที่ Admin เปิด Data streams คลิกสตรีมเว็บของคุณ เปิดการตั้งค่า Google tag (Configure tag settings) คลิก Show all แล้วเลือก Adjust session timeout ในหน้านั้นจะมีตัวตั้งค่าแยกชื่อ "Adjust timer for engaged sessions" ให้เลือกจำนวนวินาที หน้าเดียวกันนี้ยังใช้ตั้งค่า session timeout ซึ่งค่าเริ่มต้นคือหมดเวลาเมื่อไม่มีการใช้งาน 30 นาที
การเปลี่ยนตัวจับเวลานี้จะเปลี่ยนความหมายของตัวเลข engagement และ bounce ทุกตัวนับจากวันนั้น ถ้าปรับให้นานขึ้น การเข้าชมสั้น ๆ จะกลายเป็น bounce มากขึ้น ควรบันทึกวันที่และค่าที่เปลี่ยนไว้ในที่ที่ทีมเห็นได้ ไม่อย่างนั้นคนที่เทียบรายงานก่อนและหลังจะเข้าใจผิดว่าพฤติกรรมผู้เข้าชมเปลี่ยน ทั้งที่จริงแค่การตั้งค่าเปลี่ยน
Bounce rate ใน GA4 ต่างจาก Universal Analytics อย่างไร
Universal Analytics ซึ่งเป็น Google Analytics เวอร์ชันก่อนหน้า นิยาม bounce ว่าเป็นเซสชันที่ดูหน้าเดียว ในทางเทคนิคคือเซสชันที่ส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ Analytics เพียงครั้งเดียว เช่น มีคนเปิดหน้าหนึ่งแล้วออกไปโดยไม่ทำให้เกิดคำขออื่น bounce rate คือจำนวนเซสชันหน้าเดียวหารด้วยเซสชันทั้งหมด และเซสชันหน้าเดียวเหล่านี้ถูกบันทึกระยะเวลาเป็น 0 วินาที เพราะไม่มีข้อมูลครั้งที่สองให้ใช้คำนวณเวลา
ใน GA4 การเข้าชมหน้าเดียวไม่ได้เป็น bounce โดยอัตโนมัติ ผู้เข้าชมที่อ่านบทความเดียวนานสองนาทีแล้วออกไป มีเซสชันนานกว่า 10 วินาที GA4 จึงนับเป็น engaged ขณะที่ใน Universal Analytics การเข้าชมแบบเดียวกันนับเป็น bounce นี่คือเหตุผลหลักที่ bounce rate ใน GA4 มักเอาไปเทียบกับตัวเลขเก่าใน Universal Analytics ของหน้าเดียวกันไม่ได้
| คำถาม | Universal Analytics | Google Analytics 4 |
|---|---|---|
| อะไรนับเป็น bounce | เซสชันหน้าเดียวที่ส่งคำขอไปยัง Analytics เพียงครั้งเดียว | ทุกเซสชันที่ไม่ใช่ engaged session |
| เวลาที่อยู่บนหน้ามีผลไหม | ไม่มีผล เซสชันหน้าเดียวเป็น bounce ไม่ว่าจะอยู่นานแค่ไหน | มีผล เซสชันที่นานกว่าตัวจับเวลา engaged session (ค่าเริ่มต้น 10 วินาที) นับเป็น engaged |
| การกระทำสำคัญมีผลไหม | มีผลเฉพาะเมื่อส่งข้อมูลอีกครั้งไปยัง Analytics | มีผล เซสชันที่มี key event นับเป็น engaged |
| ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง | Exit rate รายหน้า | Engagement rate (bounce rate คือค่าตรงข้าม) |
ดู bounce rate ในรายงาน GA4 ได้ที่ไหน
รายงานมาตรฐานส่วนใหญ่ของ GA4 ไม่ได้แสดง bounce rate เป็นค่าเริ่มต้น ขั้นตอนเพิ่มตัวชี้วัดนี้ตามคำแนะนำของ Google มีดังนี้
- เปิดรายงานแบบรายละเอียด (detail report) เช่น Pages and screens หรือ Landing page แล้วคลิก Customize report ที่มุมขวาบน ต้องมีสิทธิ์ระดับ Editor หรือ Administrator
- ใต้ Report data คลิก Metrics ถ้าเห็นแค่ Add cards แปลว่าคุณอยู่ในรายงานภาพรวม (overview report) ซึ่งเพิ่มตัวชี้วัดไม่ได้ ต้องเป็นรายงานแบบรายละเอียดเท่านั้น
- คลิก Add metric พิมพ์ "Bounce rate" (และ "Engagement rate" ถ้าต้องการทั้งคู่) แล้วคลิก Apply
- บันทึกการเปลี่ยนแปลงในรายงานปัจจุบัน ตัวชี้วัดใหม่จะอยู่เป็นคอลัมน์สุดท้ายของตาราง อาจต้องเลื่อนไปทางขวาจึงจะเห็น
มุมมองที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับงานเว็บไซต์มักเป็น bounce rate แยกตาม landing page เพราะหน้าแรกที่เข้ามาคือหน้าที่ต้องทำให้การเข้าชมนั้นคุ้มค่า ควรเพิ่มมิติแหล่งที่มาหรือสื่อของเซสชันด้วย เพราะหน้าเดียวกันอาจทำงานต่างกันมากกับผู้เข้าชมจากการค้นหา โฆษณาโซเชียล และอีเมล
Bounce rate ที่ "ปกติ" คือเท่าไร
Google ไม่ได้ประกาศค่า bounce rate ที่ปกติหรือดีสำหรับ GA4 และตัวเลขใดก็ตามที่ถูกยกมาจากที่อื่นก็ไม่ได้เกิดจากการตั้งค่า ส่วนผสมของทราฟฟิก และตัวจับเวลา engaged session แบบเดียวกับเว็บของคุณ bounce rate จะมีความหมายก็ต่อเมื่อเทียบกับตัวเอง
การเปรียบเทียบที่บอกอะไรได้จริง
- หน้าเดิมในช่วงเวลาต่างกัน โดยใช้ตัวจับเวลาค่าเดิม เพื่อดูว่าการออกแบบใหม่หรือการแก้เนื้อหาช่วยได้หรือไม่
- หน้าประเภทเดียวกันเทียบกันเอง เช่น หน้าสินค้าทั้งหมด หรือบทความบล็อกทั้งหมด เพื่อหาหน้าที่แย่ที่สุดในกลุ่ม
- หน้าเดียวกันแยกตามแหล่งทราฟฟิก เพื่อดูว่าปัญหาอยู่ที่ตัวหน้าเว็บ หรืออยู่ที่ทราฟฟิกที่ส่งเข้ามา
หน้าที่ของแต่ละหน้าก็มีผล หน้าช่วยเหลือเก่าของ Universal Analytics เคยระบุไว้แล้วว่า บนเว็บไซต์หน้าเดียว หรือเนื้อหาที่คาดว่าคนจะดูแค่หน้าเดียว bounce rate สูงถือเป็นเรื่องปกติได้ หน้าติดต่อเราที่ผู้เข้าชมคัดลอกเบอร์โทรแล้วออกไป อาจมี bounce rate สูงทั้งที่ทำหน้าที่ได้ครบ
สาเหตุที่ทำให้ bounce rate สูง และวิธีแก้
เพราะ bounce rate ใน GA4 ขึ้นกับเวลา key event และจำนวนการดูหน้า ทุกสาเหตุจึงตกอยู่ในสามกลุ่ม คือ ผู้เข้าชมออกเร็ว ผู้เข้าชมทำสิ่งที่มีค่าแต่ไม่ได้ถูกติดตาม หรือผู้เข้าชมเข้ามาด้วยความคาดหวังที่ไม่ตรงกับหน้า
ผู้เข้าชมออกเร็ว
- หน้าโหลดช้า ถ้าหน้าใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะแสดงอะไรออกมา ช่วง 10 วินาทีก็ถูกใช้ไปส่วนหนึ่งก่อนผู้เข้าชมจะได้อ่าน ควรทดสอบบนมือถือระดับกลางที่ใช้เน็ตมือถือ ไม่ใช่แค่บนเน็ตออฟฟิศ
- ไม่มีอะไรมีประโยชน์ในจอแรก ภาพ hero ขนาดใหญ่ที่ไม่มีพาดหัวหรือคำตอบชัดเจน ทำให้คนกดกลับไปหน้าค้นหา ควรวางคำตอบ ข้อเสนอ หรือขั้นตอนถัดไปไว้ในจุดที่เห็นได้โดยไม่ต้องเลื่อน
- ป๊อปอัปที่บังเนื้อหา ป๊อปอัปที่ขึ้นมาปิดเนื้อหาทันทีที่เปิดหน้า ให้เหตุผลแก่ผู้เข้าชมที่จะออกก่อนได้อ่าน
การกระทำสำคัญไม่ได้ถูกติดตาม
- ปุ่มโทร แชต และส่งข้อความ ผู้เข้าชมที่กดเบอร์โทรหรือปุ่มแชตภายในไม่กี่วินาทีได้ทำสิ่งที่คุณต้องการแล้ว แต่ถ้าคลิกนั้นไม่ได้ถูกติดตามเป็น key event เซสชันนั้นก็ยังอาจถูกนับเป็น bounce
- ฟอร์มที่ส่งโดยไม่เปลี่ยนหน้า ถ้าฟอร์มแสดงข้อความยืนยันบนหน้าเดิม ให้ตั้งอีเวนต์สำหรับการส่งฟอร์มและกำหนดเป็น key event ไม่เช่นนั้นเซสชันอาจไม่มีทั้งการดูหน้าที่สองและ key event
- การดาวน์โหลดและการคลิกออกนอกเว็บ enhanced measurement ของ GA4 เก็บบางอย่างได้อัตโนมัติ แต่ควรตรวจใน property ของคุณว่าเปิดตัวไหนไว้บ้าง
ผู้เข้าชมเข้ามาด้วยความคาดหวังที่ไม่ตรง
- โฆษณาหรือข้อความในผลการค้นหาสัญญาสิ่งที่หน้าเว็บไม่ได้ให้ เทียบข้อความโฆษณา หรือ title และ description ที่แสดงในผลการค้นหา กับสิ่งที่หน้าเว็บแสดงเป็นอย่างแรก
- ส่งทราฟฟิกไปผิดหน้า การส่งทราฟฟิกโฆษณาไปที่หน้าแรกแทนหน้าที่พูดถึงข้อเสนอนั้นโดยตรง ทำให้ผู้เข้าชมต้องค้นหาใหม่อีกรอบ
- ภาษาไม่ตรงกัน การส่งทราฟฟิกจากการค้นหาหรือโฆษณาภาษาไทยไปยังหน้าภาษาอังกฤษ หรือกลับกัน มักทำให้เซสชันจบเร็ว
Bounce rate ต่างจาก exit rate อย่างไร
Bounce rate พูดถึงเซสชัน คือในบรรดาเซสชันที่เริ่มขึ้นทั้งหมด มีกี่เซสชันที่ไม่ engaged ส่วนตัวชี้วัดเกี่ยวกับการออก (exit) พูดถึงจุดที่เซสชันจบ เอกสารอ้างอิงตัวชี้วัดของ GA4 นิยาม Exits ว่าเป็นจำนวนครั้งที่อีเวนต์สุดท้ายของเซสชันเกิดขึ้นบนหน้าเว็บหรือหน้าจอนั้น
ทุกเซสชันต้องออกที่ไหนสักแห่ง จำนวน exit สูงบนหน้ายืนยันการสั่งซื้อหรือหน้าขอบคุณจึงเป็นเรื่องที่คาดไว้แล้ว แต่ exit สูงกลางกระบวนการ เช่น ขั้นตอนเลือกการจัดส่งในหน้าชำระเงิน ควรตรวจสอบ bounce rate ตอบคำถามว่า "landing page นี้ดึงให้คนมีส่วนร่วมได้ไหม" ส่วน exits ตอบว่า "เซสชันจบที่ไหน"
Bounce rate มีผลต่อ SEO หรือไม่
Bounce rate เป็นตัวเลขภายใน property ของ Google Analytics ของคุณเอง คำนวณจากการตั้งค่าที่คุณควบคุม เช่น ตัวจับเวลา engaged session จึงควรมองเป็นเครื่องมือวินิจฉัยว่าผู้เข้าชมตอบสนองต่อหน้าเว็บอย่างไร ไม่ใช่คันโยกที่ขยับแล้วอันดับจะเปลี่ยนโดยตรง การลดตัวจับเวลาจะทำให้ bounce rate ลดลงบนกระดาษ โดยที่ประสบการณ์ของผู้ค้นหาไม่ได้เปลี่ยนเลย
สิ่งที่มีประโยชน์ต่อ SEO คือสิ่งที่ตัวเลขนี้ชี้ไปหา ถ้าผู้เข้าชมจาก organic search ออกจากหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่มีส่วนร่วม หน้านั้นอาจไม่ได้ตอบคำค้นที่พาเขามา คำตอบอาจถูกซ่อนลึก หรือหน้าอาจโหลดช้า แนวทางของ Google Search Central เรื่องการสร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และเน้นผู้คนเป็นหลัก ก็ขอสิ่งเดียวกันนี้ คือเนื้อหาที่ตอบความต้องการของผู้เข้าชม แก้หน้าให้ดีสำหรับผู้เข้าชม แล้วใช้ bounce rate ตาม landing page ที่กรองเฉพาะ organic search เพื่อตรวจว่าการแก้นั้นเปลี่ยนพฤติกรรมจริงหรือไม่
ความหมายสำหรับเว็บไซต์ในประเทศไทย
นิยามของ GA4 เหมือนกันทุกที่ แต่มีรูปแบบบางอย่างที่พบบ่อยบนเว็บไซต์ในไทย
- ปุ่ม LINE และปุ่มโทร ถ้าเว็บของคุณพาผู้เข้าชมไปที่ LINE Official Account หรือการโทร แทนการกรอกฟอร์ม คลิกเหล่านี้พาผู้เข้าชมออกจากเว็บภายในไม่กี่วินาที ควรติดตามเป็นอีเวนต์และกำหนดตัวที่สำคัญเป็น key event เพื่อไม่ให้คนที่เพิ่มเพื่อน LINE ของคุณถูกบันทึกเป็น bounce
- หน้าเวอร์ชันภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ควรเทียบ bounce rate แยกตามเวอร์ชันภาษา ไม่ใช่ดูรวมทั้งเว็บ เพราะแหล่งทราฟฟิกและความตั้งใจของผู้เข้าชมสองกลุ่มนี้ต่างกัน
- แบนเนอร์ขอความยินยอมคุกกี้ ถ้าแบนเนอร์โหลด Google tag ก็ต่อเมื่อผู้เข้าชมกดยอมรับ การเข้าชมของคนที่ปฏิเสธจะไม่อยู่ในข้อมูล GA4 ตามปกติ bounce rate ของคุณจึงสะท้อนเฉพาะผู้เข้าชมที่กดยอมรับ ซึ่งควรจำไว้เวลาเทียบช่วงก่อนและหลังเปลี่ยนแบนเนอร์
- ทราฟฟิกจากมือถือเป็นหลัก ตรวจ bounce rate แยกตามประเภทอุปกรณ์ เลย์เอาต์ที่ใช้ได้บนเดสก์ท็อปแต่ดันข้อมูลสำคัญไปอยู่ใต้ส่วนหัวยาว ๆ บนมือถือ จะเห็นผลที่ตรงนี้ก่อน
คำถามที่พบบ่อย
สรุปสั้น ๆ bounce rate ใน GA4 คืออะไร
Bounce rate ใน GA4 คือเปอร์เซ็นต์ของเซสชันที่ไม่ engaged หมายถึงอยู่ไม่นานกว่าตัวจับเวลา engaged session ไม่มี key event และดูหน้าเว็บหรือหน้าจอแอปน้อยกว่าสองครั้ง ค่านี้คือด้านตรงข้ามของ engagement rate
ทำไม bounce rate ใน GA4 ไม่ตรงกับตัวเลขเก่าใน Universal Analytics
เพราะสองเครื่องมือใช้นิยามต่างกัน ตัวเลขจึงเทียบกันไม่ได้ Universal Analytics นับทุกเซสชันหน้าเดียวเป็น bounce ขณะที่ GA4 นับเซสชันหน้าเดียวเป็น engaged ถ้าอยู่นานกว่าตัวจับเวลาหรือมี key event
เปลี่ยนเกณฑ์ 10 วินาทีของ engaged session ได้ไหม
ได้ 10 วินาทีเป็นค่าเริ่มต้นที่ปรับได้ในการตั้งค่า Google tag ของสตรีมข้อมูลเว็บ ใต้เมนู Adjust session timeout ควรจดวันที่ที่เปลี่ยนไว้ เพราะจะเปลี่ยนวิธีคำนวณตัวเลข bounce และ engagement ทุกตัวหลังจากนั้น
Bounce rate เท่าไรถึงเรียกว่าดี
ไม่มีค่า bounce rate ที่ดีหรือปกติแบบเป็นทางการ เพราะตัวเลขขึ้นกับประเภทหน้า แหล่งทราฟฟิก และการตั้งค่าตัวจับเวลา ควรเทียบหน้าหนึ่งกับประวัติของตัวเองและกับหน้าประเภทเดียวกันบนเว็บของคุณ แทนการเทียบกับตัวเลขจากที่อื่น
Bounce rate สูงแย่เสมอไหม
ไม่เสมอ bounce rate สูงเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อหน้านั้นต้องการให้คนมีส่วนร่วมแต่ไม่เกิดขึ้น หน้าติดต่อที่คนเข้ามาคัดลอกเบอร์โทร หรือบทความที่ตอบคำถามได้เร็ว อาจมี bounce rate สูงแต่ยังทำหน้าที่ได้ดี โดยเฉพาะเมื่อการกระทำเหล่านั้นไม่ได้ถูกติดตามเป็น key event
ทำให้ข้อมูล engagement เชื่อถือได้
Bounce rate มีประโยชน์ได้เท่ากับการติดตามที่อยู่เบื้องหลัง คือ key event ที่ถูกต้อง ตัวจับเวลา engaged session ที่รู้ค่าแน่ชัด และรายงานที่แยกตาม landing page และแหล่งที่มา Relevant Audience ให้บริการติดตั้งและย้ายระบบ GA4 ออกแบบ landing page ออกแบบเว็บไซต์ และตรวจสุขภาพ SEO สำหรับธุรกิจที่ต้องการให้ตัวเลข engagement สะท้อนสิ่งที่ผู้เข้าชมทำจริง







