สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Google ประกาศเมื่อ 13 ตุลาคม 2569 ว่า Gemini 4 Argon ทยอยเปิดใน AI Mode ทั่วโลก แต่เฉพาะสมาชิก Google AI Pro และ Ultra ที่เลือกจากเมนูโมเดลเท่านั้น
- Search Engine Roundtable รายงานเมื่อ 13 ตุลาคม 2569 ว่าคำตอบของ Argon ใน AI Mode มีลิงก์ ต่างจากการเปิดตัว Gemini 3.8 Flash ก่อนหน้านี้
- Google ไม่ได้ระบุประเทศหรือภาษาของการเปิดใช้ใน AI Mode และไม่ได้บอกว่า Argon จะเป็นโมเดลเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ฟรีหรือไม่
- ราคา Argon บน Gemini API คือ 2 ดอลลาร์ (input) และ 10 ดอลลาร์ (output) ต่อหนึ่งล้านโทเคน ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 จากนั้นเป็น 4 และ 20 ดอลลาร์
Google ประกาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ว่า Gemini 4 Argon โมเดลระดับ frontier ตัวใหม่ล่าสุด เปิดให้ใช้ใน AI Mode บน Google Search แล้วสำหรับสมาชิก Google AI Pro และ Ultra และเป็นการทยอยเปิดใช้ทั่วโลก ไม่มีสิ่งใดในประกาศวันนั้นที่เปลี่ยนโมเดลเริ่มต้นของผู้ใช้ AI Mode แบบฟรี สำหรับทีม SEO และ GEO สิ่งที่เปลี่ยนจริงคือ คำตอบ AI Mode บางส่วนของผู้ใช้ที่จ่ายเงินจะถูกเขียนโดยโมเดลอีกตัวหนึ่ง และรายงานช่วงแรกระบุว่าคำตอบเหล่านั้นมีลิงก์ไปยังแหล่งที่มา
ประกาศนี้มาจากบทความบน บล็อก The Keyword ของ Google เขียนโดย Koray Kavukcuoglu ตำแหน่ง SVP ของ Google DeepMind และ Chief AI Architect ของ Google บทความเดียวกันเปิดให้นักพัฒนาใช้ Argon ผ่าน Gemini API เปิดให้องค์กร เปิดให้สมาชิก Google AI Ultra ใช้ใน Google Antigravity และเปิดให้สมาชิก Pro และ Ultra ใช้ในแอป Gemini บทความนี้เน้นฝั่ง Search เพราะเป็นส่วนที่กระทบการมองเห็นแบบออร์แกนิก ส่วนรายละเอียดฝั่งนักพัฒนาจะสรุปสั้น ๆ
Google ประกาศอะไรเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569
Google ระบุว่า Gemini 4 Argon "พร้อมใช้งานทั่วโลกตั้งแต่วันนี้" ในหลายช่องทางพร้อมกัน สำหรับผู้ใช้ทั่วไป บทความบอกให้ลองใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ในแอป Gemini และ AI Mode ใน Search หากเป็นสมาชิก Google AI Ultra หรือ Pro โดย Google ไม่ได้แนบรายชื่อประเทศหรือรายชื่อภาษามากับข้อความนี้
Robby Stein รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Google Search โพสต์บน X ในวันเดียวกันว่า "Gemini 4 Argon is now rolling out globally in Search!" และบอกว่า Argon ช่วยให้ AI Mode รับมือกับงานที่ซับซ้อนและมีหลายขั้นตอนได้ดีขึ้นมาก รวมถึงเข้าใจเจตนาและทำตามคำสั่งในบทสนทนาแบบถามต่อเนื่องได้ดีขึ้น สื่อสายค้นหาที่รายงานโพสต์นี้ระบุว่า สมาชิกเปลี่ยนไปใช้ Argon ได้จากไอคอน "+" ในช่อง "Ask anything" ของ AI Mode ซึ่งเป็นเมนูโมเดลเดียวกับที่ Gemini 3.7 Flash เข้ามาเมื่อ 14 สิงหาคม และ Gemini 3.8 Flash เข้ามาเมื่อ 2 กันยายน
Google เปิดตัว Argon ครั้งแรกประมาณสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยตอนนั้นจำกัดการเข้าถึงไว้เฉพาะกลุ่มผู้ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ได้รับความไว้วางใจผ่านโครงการ Fairwind ประกาศวันที่ 13 ตุลาคมจึงขยายไปถึงผู้บริโภคที่จ่ายเงิน นักพัฒนา และองค์กรในคราวเดียว และระบุว่า Google เริ่มขยายโครงการ Fairwind ไปยังพาร์ตเนอร์เพิ่มอีกหลายร้อยราย
ใครใช้ Gemini 4 Argon ได้บ้าง แยกตามช่องทาง
ตารางด้านล่างสรุปช่องทางการเข้าถึงทุกช่องทางที่ Google ระบุในบทความวันที่ 13 ตุลาคม 2569 พร้อมเงื่อนไขที่ Google กำหนดไว้
| ช่องทาง | ใครได้ใช้ Argon (ตามที่ Google ระบุ 13 ต.ค. 2569) |
|---|---|
| AI Mode ใน Search | สมาชิก Google AI Pro และ Ultra ทยอยเปิดทั่วโลก |
| แอป Gemini | สมาชิก Google AI Pro และ Ultra |
| Google Antigravity | สมาชิก Google AI Ultra และลูกค้าองค์กร |
| Gemini API (AI Studio, Android Studio) | แพ็กเกจแบบชำระเงิน ราคา 2 ดอลลาร์ (input) และ 10 ดอลลาร์ (output) ต่อหนึ่งล้านโทเคน ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 จากนั้นเป็น 4 และ 20 ดอลลาร์ |
| ผู้ใช้ AI Mode แบบฟรี | ไม่มีการประกาศเปลี่ยนโมเดลเริ่มต้น |
ข้อควรระวังสำหรับแถวแรก คำว่า "ทยอยเปิด" หมายถึงเปิดเป็นระยะ สื่อสายค้นหารายงานในวันเปิดตัวว่า ณ เวลา 12:17 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ยังมีบัญชี Pro อย่างน้อยหนึ่งบัญชีที่ไม่เห็น Argon ในเมนูโมเดล ถ้าบัญชีของคุณยังไม่เห็น ก็เป็นไปตามรูปแบบการทยอยเปิด ไม่ได้แปลว่าภูมิภาคของคุณถูกตัดออก
ลิงก์ในคำตอบ AI Mode: ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่อการถูกอ้างอิง
Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ว่าคำตอบ AI Mode ที่สร้างด้วย Argon มีลิงก์อยู่ด้วย และเทียบกับการเปิดตัว Gemini 3.8 Flash ใน AI Mode ก่อนหน้านี้ รายละเอียดนี้คือสิ่งที่ทีม SEO ควรจับตามากที่สุด คำตอบ AI Mode ที่อ้างอิงแหล่งที่มาสามารถส่งคลิกไปยังสำนักข่าวหรือแบรนด์ได้ ส่วนคำตอบที่ไม่อ้างอิงอะไรเลยจะไม่ส่งใครไปไหน ต่อให้ถูกต้องแค่ไหนก็ตาม
ขอบเขตของสิ่งที่รู้แล้วเป็นเรื่องที่ต้องพูดให้ชัด บทความของ Google ไม่ได้บอกว่า Argon เปลี่ยนแหล่งที่ AI Mode เลือกอ้างอิงหรือไม่ แต่ละคำตอบแสดงลิงก์กี่ลิงก์ หรือการวางลิงก์ต่างจากโมเดลเริ่มต้นอย่างไร และไม่ได้บอกว่าเมื่อเลือก Argon แล้ว มันจะตอบทุกคำค้นใน AI Mode ของสมาชิกคนนั้น หรือเฉพาะบางคำค้น PPC Land ระบุว่ายังไม่มีการเผยแพร่ผลการวัดเรื่องนี้ ณ ตอนนี้สิ่งที่พูดได้อย่างตรงไปตรงมาคือ มีลิงก์ แต่จำนวนลิงก์และวิธีเลือกแหล่งที่มายังไม่มีใครรู้
"งานหลายขั้นตอน" มีผลอย่างไรกับการที่หน้าเว็บถูกนำไปใช้
ทั้ง Google และ Stein วางตำแหน่ง Argon ไว้ที่งานซับซ้อนหลายขั้นตอนและบทสนทนาแบบถามต่อเนื่อง ใน AI Mode คำค้นแบบหลายขั้นตอนคือกรณีที่ผู้ใช้ถามเรื่องหนึ่ง แล้วปรับคำถาม เพิ่มเงื่อนไข จากนั้นขอให้เปรียบเทียบ แต่ละรอบอาจดึงแหล่งข้อมูลใหม่เข้ามา หน้าที่ตอบได้แค่คำถามกว้าง ๆ ข้อแรกอาจถูกอ้างอิงครั้งเดียว แล้วหลุดไปเมื่อบทสนทนาแคบลง
ส่วนนี้เป็นบทวิเคราะห์ ไม่ใช่คำกล่าวของ Google: หน้าที่ครอบคลุมคำถามต่อยอดของหัวข้อนั้น เช่น เกณฑ์การเลือก ข้อดีข้อเสีย ข้อยกเว้น เงื่อนไขเฉพาะพื้นที่ และราคาพร้อมวันที่ จะให้เหตุผลกับโมเดลในการอ้างอิงต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อบทสนทนาลึกขึ้น หลักนี้ใช้ได้ไม่ว่าจะมี Argon หรือไม่ แต่เมื่อโมเดลถูกโปรโมตว่าเก่งเรื่องการให้เหตุผลหลายขั้นตอน หลักนี้ก็ยิ่งเกี่ยวข้องมากขึ้น
สไตล์การเขียนที่ Google อธิบายไว้
บทความของ Google ระบุว่า Argon ตอบคำถามตรงขึ้น อ้อมค้อมน้อยลง ไม่พูดซ้ำเกินจำเป็น และเลี่ยงสำนวนซ้ำซาก ทั้งยังทำตามคำสั่งเรื่องสไตล์ได้ดีกว่า Gemini ทุกรุ่นก่อนหน้า สำหรับเจ้าของคอนเทนต์ คำตอบที่ตรงขึ้นมีได้ทั้งสองด้าน คำตอบที่กระชับเหลือที่ให้ข้อความฟุ่มเฟือยน้อยลง ข้อเท็จจริงที่โมเดลหยิบไปใช้จึงต้องเจาะจงและระบุที่มาได้ หน้าที่บอกตัวเลขพร้อมวันที่และแหล่งที่มา ถูกนำไปอ้างอิงได้ง่ายกว่าหน้าที่วนรอบประเด็น
Argon อยู่ตรงไหนในเมนูโมเดลของ AI Mode
AI Mode ใช้โมเดล Gemini หลายตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2568 และรูปแบบที่ผ่านมาช่วยอธิบายตำแหน่งของ Argon ได้ ตามการติดตามข่าวต่อเนื่องของ Search Engine Journal นั้น Gemini 3 Pro กลายเป็นตัวเลือกใน AI Mode เมื่อพฤศจิกายน 2568 และยังเป็นตัวเลือกมาจนถึงตอนนี้ Gemini 3 Flash กลายเป็นโมเดลเริ่มต้นในเดือนธันวาคม และ Gemini 3.5 Flash กลายเป็นโมเดลเริ่มต้นทั่วโลกในงาน Google I/O เมื่อพฤษภาคม 2569 ส่วน Gemini 3.7 Flash และ 3.8 Flash เข้ามาในเมนูเป็นตัวเลือกสำหรับสมาชิกในเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569
Argon เข้ามาแบบเดียวกับ Gemini 3 Pro คือเป็นตัวเลือกในเมนู ไม่ใช่โมเดลเริ่มต้นตัวใหม่ ทั้งบทความของ Google และโพสต์ X ของ Stein ไม่ได้บอกว่าจะเปลี่ยนเป็นค่าเริ่มต้นในอนาคตหรือไม่ บทความปิดท้ายว่า Google ตั้งตารอที่จะนำโมเดลอื่นในตระกูล Gemini 4 มาให้ใช้ แต่ไม่ได้ระบุว่าโมเดลไหนจะมาถึง AI Mode หรือเมื่อไร
รายงานเดียวกันยังระบุว่า หน้าช่วยเหลือของ Google เกี่ยวกับเมนูโมเดล AI Mode ในวันเปิดตัวยังแสดงเพียงตัวเลือก "Pro" และ "Fast" โดยอธิบาย "Pro" ว่าเป็น Gemini 3 Pro เอกสารที่อัปเดตช้ากว่าตัวผลิตภัณฑ์เป็นเรื่องปกติ จึงควรถือเมนูโมเดลในบัญชีจริงเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ที่สุดว่าบัญชีนั้นเลือกอะไรได้บ้าง
Google พูดถึงประสิทธิภาพไว้อย่างไร
ตัวเลขประสิทธิภาพส่วนใหญ่ในบทความวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เป็นการวัดของ Google เอง และยังตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้ บทความระบุว่า Argon ได้อันดับหนึ่งใน Vals Index ซึ่ง Google อธิบายว่าเป็นดัชนีวัดประสิทธิภาพโมเดลในงานด้านการเงิน การเขียนโค้ด กฎหมาย และภาษี ภายใน Google บทความบอกว่า Argon ใน Antigravity ช่วยให้ทีมส่งโค้ดแบบ agentic ได้มากขึ้นกว่า 35% และลดการย้อนโค้ด (rollback) ลงเกือบหนึ่งในสาม โดยไม่ได้ให้ค่าฐานหรือขนาดตัวอย่างของตัวเลขทั้งสอง
ตัวอย่างบางส่วนตรวจสอบได้มากกว่าเพราะโค้ดเปิดเผยต่อสาธารณะ Google ระบุว่า Argon ช่วยทีม Chrome แยกส่วนจัดการหน้าเว็บหลักออกจากโฟลเดอร์ฟีเจอร์เก่าราว 6 ล้านบรรทัด ภายในโค้ดเบสของ Chromium ที่มีราว 40 ล้านบรรทัด และช่วยทีม Agent Development Kit (ADK) แบบโอเพนซอร์สลดเวลาเตรียม session ในหน่วยความจำลง 40% ในเซสชันยาว และทำให้ cold import เร็วขึ้น 21% ซึ่ง Google บอกว่าการเปลี่ยนแปลงของ ADK ใช้งานจริงแล้วใน repository google/adk-python
รายละเอียดสำหรับนักพัฒนาและ API แบบสั้น ๆ
สำหรับทีมที่สร้างเครื่องมือบน Gemini API มีข้อเท็จจริงจากบทความสามข้อที่ควรรู้ ข้อแรก ราคาช่วงแนะนำคือ 2 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเคน input และ 10 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเคน output ส่วนโทเคน input ที่แคชไว้ลด 95% ข้อสอง เชิงอรรถในบทความระบุว่าหลังช่วงแนะนำสิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ราคาจะเป็น 4 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเคน input และ 20 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเคน output ใช้กับโมเดล Argon ที่เปิดให้สาธารณะใช้ ข้อสาม Google ระบุขีดจำกัด 1 ล้านโทเคนแบบรวม input และ output ผ่าน Gemini API และแนะนำให้นักพัฒนาอ่านเอกสารเรื่อง continuation protocol แบบใหม่ การเข้าถึงทำผ่านแพ็กเกจชำระเงินของ Gemini API ใน AI Studio และ Android Studio
สำหรับทีม SEO ที่ใช้ API วิเคราะห์คอนเทนต์หรือร่างบรีฟ วันที่ 30 พฤศจิกายนคือวันที่ควรจดไว้ งบที่คำนวณจาก 2 และ 10 ดอลลาร์จะเพิ่มเป็นสองเท่าในเดือนธันวาคม
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย
บทความของ Google บอกว่า Argon ทยอยเปิดใน AI Mode "ทั่วโลก" สำหรับสมาชิก Pro และ Ultra แต่ไม่ได้ระบุรายชื่อประเทศ และไม่ได้ระบุภาษา สื่อสายค้นหาชี้ว่าทั้งบทความของ Google และโพสต์ X ของ Stein ไม่ได้ระบุภาษา และการเปิดตัว Gemini 3.7 Flash ใน AI Mode ครั้งก่อนรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ ดังนั้น Google ยังไม่ได้บอกว่า Argon ตอบคำค้นภาษาไทยใน AI Mode หรือไม่ และบทความนี้ไม่ได้สันนิษฐานว่าตอบได้
มีประเด็นหนึ่งที่ใช้ได้จริง กลุ่มคนที่เห็นคำตอบจาก Argon ยังแคบมาก คือเฉพาะคนในตลาดที่การทยอยเปิดไปถึง ที่จ่ายค่าสมาชิก Google AI Pro หรือ Ultra และเลือกเปิดใช้โมเดลนี้เอง ผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่ที่ค้นหาอยู่ตอนนี้จึงยังไม่เจออะไรเปลี่ยนใน AI Mode
สิ่งที่ควรตรวจในงานของคุณเดือนนี้:
- ค้นคำค้นภาษาอังกฤษที่สำคัญใน AI Mode ด้วยบัญชี Pro หรือ Ultra โดยเลือก Argon แล้วค้นอีกครั้งด้วยโมเดลเริ่มต้น จดไว้ว่าแต่ละคำตอบลิงก์ไปยังโดเมนไหนบ้าง
- ทำซ้ำด้วยบทสนทนาหลายรอบ (คำถามกว้างหนึ่งข้อ ตามด้วยคำถามที่แคบลงอีกสองข้อ) แล้วดูว่าหน้าของคุณหลุดไปตรงรอบไหน
- ตรวจว่าหน้าเว็บระบุข้อเท็จจริงพร้อมวันที่ ตัวเลข และแหล่งที่มาเป็นประโยคที่อ่านเข้าใจง่าย เพราะ Google อธิบายว่า Argon ตอบตรงและอ้อมค้อมน้อยลง
- ถ้าทดสอบเป็นภาษาไทย ให้บันทึกก่อนว่าตัวเลือก Argon ปรากฏหรือไม่ ก่อนสรุปอะไรเกี่ยวกับคำตอบภาษาไทย
- ถ้าใช้เครื่องมือที่รันบน Gemini API ให้จดเรื่องราคาที่จะเปลี่ยนในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
การทำ AI SEO อย่างเป็นระบบจะเปลี่ยนการทดสอบแบบเทียบกันนี้ให้เป็นกระบวนการที่ทำซ้ำได้ ถ้าการถูกอ้างอิงในคำตอบของ AI เป็นตัวชี้วัดที่แบรนด์ของคุณรายงานอยู่แล้ว การตรวจด้วย Generative Engine Optimization (GEO) คือจุดเริ่มต้นที่ดี และการตรวจเหล่านี้ยังต่อยอดไปยังงาน SEO ในประเทศไทย แบบปกติได้ด้วย
สิ่งที่ Google ไม่ได้บอก
มีช่องว่างหลายข้อที่ควรพูดให้ชัด เพราะเป็นตัวตัดสินว่าการเปิดตัวครั้งนี้ควรได้น้ำหนักแค่ไหน:
- Google ไม่ได้ระบุประเทศหรือภาษาที่รวมอยู่ในการเปิดใช้ AI Mode แบบ "ทั่วโลก"
- Google ไม่ได้บอกว่า Argon จะกลายเป็นโมเดลเริ่มต้นของ AI Mode สำหรับผู้ใช้ฟรีหรือไม่
- Google ไม่ได้บอกว่า Argon เปลี่ยนแหล่งที่ AI Mode อ้างอิง หรือจำนวนลิงก์ที่แสดงหรือไม่
- Google ไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขเฉพาะของ Search เช่น อัตราการคลิกจากคำตอบของ Argon
- Google ไม่ได้ระบุชื่อโมเดลอื่นในตระกูล Gemini 4 หรือวันที่จะเปิดตัว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Gemini 4 Argon ใน AI Mode
Gemini 4 Argon ใช้ได้ใน AI Mode ในประเทศไทยหรือยัง
Google ยังไม่ได้บอก บทความวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ระบุว่า Argon ทยอยเปิดใน AI Mode "ทั่วโลก" สำหรับสมาชิก Google AI Pro และ Ultra แต่ไม่ได้ระบุประเทศหรือภาษา วิธีตรวจที่เชื่อถือได้วิธีเดียวคือดูว่ามีตัวเลือก Argon ในเมนูโมเดล "+" ของบัญชีที่สมัครสมาชิกหรือไม่
ผู้ใช้ AI Mode แบบฟรีได้ใช้ Gemini 4 Argon ไหม
ไม่ได้ อย่างน้อยจากประกาศครั้งนี้ Google จำกัด Argon ใน AI Mode และแอป Gemini ไว้สำหรับสมาชิก Google AI Pro และ Ultra และไม่มีสิ่งใดในประกาศวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ที่เปลี่ยนโมเดลเริ่มต้นของผู้ใช้ฟรี
คำตอบของ Argon ใน AI Mode มีลิงก์ไปยังเว็บไซต์ไหม
มี ตามรายงานของ Search Engine Roundtable วันที่ 13 ตุลาคม 2569 ซึ่งระบุว่าคำตอบของ Argon ใน AI Mode มีลิงก์ ต่างจากการเปิดตัว Gemini 3.8 Flash ก่อนหน้านี้ ส่วนจำนวนลิงก์และวิธีเลือกแหล่งที่มา Google ยังไม่ได้เผยแพร่
ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ SEO เพราะ Argon หรือไม่
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบบเร่งด่วน เพราะมีเพียงผู้ใช้ที่จ่ายเงินและเลือกเปิดเองเท่านั้นที่เห็นคำตอบจาก Argon แต่เป็นเหตุผลที่ดีในการทดสอบคำค้นสำคัญด้วย Argon เทียบกับโมเดลเริ่มต้น และตรวจว่าหน้าของคุณยังถูกอ้างอิงอยู่ไหมในบทสนทนาแบบถามต่อหลายรอบ
Gemini 4 Argon บน API ราคาเท่าไร
ราคาช่วงแนะนำคือ 2 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเคน input และ 10 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเคน output โดย input ที่แคชไว้ลด 95% หลังช่วงแนะนำสิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ราคาจะขึ้นเป็น 4 และ 20 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเคน
สรุปสั้น ๆ
Gemini 4 Argon เป็นโมเดลใน AI Mode ที่สมาชิกแบบจ่ายเงินของ Google เลือกเปิดใช้เองได้แล้ว ประกาศเป็นการทยอยเปิดทั่วโลกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 และรายงานช่วงแรกระบุว่าคำตอบมีลิงก์ไปยังแหล่งที่มา มันยังไม่ใช่โมเดลเริ่มต้น Google ยังไม่ได้บอกว่ารองรับภาษาใดบ้าง และยังไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลพฤติกรรมการอ้างอิงของมัน ลองทดสอบกับคำค้นที่สำคัญกับธุรกิจของคุณ จดว่ามันอ้างอิงโดเมนไหน แล้วกลับมาดูอีกครั้งเมื่อ Google ประกาศโมเดลอื่นในตระกูล Gemini 4 หากต้องการให้การทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงาน AI search ทีม Relevant Audience ช่วยวางระบบให้ได้







