Adobe คาดยอดช้อปออนไลน์ช่วงเทศกาลสหรัฐฯ ทำสถิติ 275.1 พันล้านดอลลาร์ ทราฟฟิกที่มาจาก AI เพิ่ม 130%

Adobe คาดยอดช้อปออนไลน์ช่วงเทศกาลสหรัฐฯ ทำสถิติ 275.1 พันล้านดอลลาร์ ทราฟฟิกที่มาจาก AI เพิ่ม 130%

อีคอมเมิร์ซOctober 3, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Adobe คาดการณ์เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ว่ายอดใช้จ่ายออนไลน์ของสหรัฐฯ ช่วง 1 พฤศจิกายนถึง 31 ธันวาคมจะอยู่ที่ 275.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่ม 6.7% โดย Cyber Monday (30 พฤศจิกายน) ใหญ่ที่สุดที่ 15.1 พันล้านดอลลาร์
  • Adobe คาดว่าทราฟฟิกที่มาจาก AI ไปยังเว็บไซต์ค้าปลีกจะเพิ่ม 130% จากปีก่อน นิยามว่าเป็นการคลิกลิงก์จากบริการแชตและเบราว์เซอร์ AI และข่าวไม่ระบุสัดส่วนของทราฟฟิกรวม
  • พันธมิตร affiliate (เพิ่ม 12%) และโซเชียล (เพิ่ม 17%) คาดว่าได้ส่วนแบ่งรายได้เพิ่มมากกว่าโฆษณาบนเสิร์ช (เพิ่ม 4%) และมือถือคาดว่าเป็น 57.4% ของยอดทั้งฤดูกาล
  • ข้อมูลครอบคลุมเฉพาะค้าปลีกสหรัฐฯ และส่วนของข่าวที่อ่านไม่มีมุมเรื่องไทย จึงควรใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงระดับโลกเพื่อวางแผน

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 Adobe คาดการณ์ว่ายอดใช้จ่ายออนไลน์ในช่วงเทศกาลของสหรัฐฯ ระหว่าง 1 พฤศจิกายนถึง 31 ธันวาคม 2569 จะอยู่ที่ 275.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.7% จากปีก่อน ในข่าวประชาสัมพันธ์ของ Adobeฉบับเดียวกัน บริษัทคาดว่าทราฟฟิกจากบริการแชตและเบราว์เซอร์ที่ใช้ AI ไปยังเว็บไซต์ค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 130% จากปีก่อน และระบุว่าพันธมิตรแบบ affiliate (เพิ่ม 12%) กับโซเชียลมีเดีย (เพิ่ม 17%) จะได้ส่วนแบ่งรายได้เพิ่มมากกว่าโฆษณาบนเสิร์ช (เพิ่ม 4%) ข้อมูลครอบคลุมเฉพาะสหรัฐอเมริกา

ตัวเลขหลัก

Adobe ระบุว่าการคาดการณ์อิงจากการเข้าชมเว็บไซต์ค้าปลีกสหรัฐฯ มากกว่า 1 ล้านล้านครั้ง สินค้า 100 ล้านรายการ (SKU) และ 18 หมวดสินค้า โดยวิเคราะห์ธุรกรรมออนไลน์โดยตรง ยอดรวมฤดูกาล 275.1 พันล้านดอลลาร์เป็นตัวเลขคาดการณ์ ไม่ใช่ผลที่วัดได้จริง และข่าวของ Adobe มีข้อความมาตรฐานว่าข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตอาจต่างจากผลจริง

ข่าวยังแบ่งฤดูกาลเป็นช่วงวันที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด ตารางด้านล่างแสดงตัวเลขที่ Adobe เผยแพร่สำหรับวันสำคัญ พร้อมอัตราเติบโตเทียบปีก่อนที่ Adobe ระบุไว้

ตัวเลขหลัก
ช่วงเวลายอดใช้จ่ายที่คาดการณ์เติบโตเทียบปี 2568
ฤดูกาลเทศกาล 1 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค.275.1 พันล้านดอลลาร์6.7%
ช่วงก่อนฤดูกาลเดือนตุลาคม95.8 พันล้านดอลลาร์8%
Prime Day 6 ถึง 7 ตุลาคม9.9 พันล้านดอลลาร์9.2%
Thanksgiving6.9 พันล้านดอลลาร์8.5%
Black Friday12.9 พันล้านดอลลาร์9.2%
Cyber Monday 30 พฤศจิกายน15.1 พันล้านดอลลาร์6.2%
Cyber Week 26 ถึง 30 พฤศจิกายน47.5 พันล้านดอลลาร์7.4%

จากตารางอ่านได้สองข้อ Cyber Monday เป็นวันเดียวที่ใหญ่ที่สุดที่ 15.1 พันล้านดอลลาร์ แต่ Black Friday โตเร็วกว่า (9.2% เทียบกับ 6.2%) ตามข่าวของ Adobe Cyber Week คิดเป็น 17.3% ของยอดรวมฤดูกาล โดยนิยามว่าเป็นช่วงห้าวันระหว่าง Thanksgiving ถึง Cyber Monday ตัวเลขเดือนตุลาคมที่ 95.8 พันล้านดอลลาร์แสดงว่ายอดใช้จ่ายก้อนใหญ่เกิดขึ้นก่อนช่วงที่ Adobe นับเป็นฤดูกาลเทศกาล

การเติบโตคงที่ ไม่ใช่การพุ่งแรง

การเพิ่ม 6.7% เป็นจังหวะปานกลาง หลายวันโตเร็วกว่าทั้งฤดูกาล ได้แก่ Thanksgiving, Black Friday และ Prime Day ซึ่งโตระหว่าง 8.5% ถึง 9.2% ขณะที่ฤดูกาลสองเดือนเต็มโต 6.7% สิ่งนี้ชี้ว่ายอดใช้จ่ายกระจุกตัวอยู่ที่วันพีกไม่กี่วัน นี่เป็นการคำนวณจากตัวเลขที่เผยแพร่ ข่าวของ Adobe ไม่ได้อธิบายสาเหตุเอง และไม่ได้กล่าวถึงเงินเฟ้อ ภาษีนำเข้า หรือข้อจำกัดทางการเงินของผู้บริโภค

หมวดสินค้า: ของชำและของเล่นโตเร็วที่สุด

Adobe เผยแพร่ยอดใช้จ่ายและอัตราเติบโตของหกหมวดสินค้า ลำดับตามอัตราเติบโตต่างจากลำดับตามขนาด ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจว่าจะใส่งบที่ไหน

หมวดสินค้า: ของชำและของเล่นโตเร็วที่สุด
หมวดสินค้ายอดใช้จ่ายที่คาดการณ์เติบโต
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์63.3 พันล้านดอลลาร์5.9%
เสื้อผ้า51.3 พันล้านดอลลาร์4.7%
เฟอร์นิเจอร์33.4 พันล้านดอลลาร์7.3%
ของชำ26.1 พันล้านดอลลาร์10.3%
ของเล่น9.6 พันล้านดอลลาร์9.6%
เครื่องสำอาง9.2 พันล้านดอลลาร์9.5%

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเสื้อผ้าเป็นสองหมวดที่ใหญ่ที่สุด และโตช้าที่สุดสองอันดับเช่นกัน ของชำ ของเล่น และเครื่องสำอางเล็กกว่า แต่แต่ละหมวดโตราว 10% ผู้ค้าเสื้อผ้าแข่งขันในตลาดที่โต 4.7% ขณะที่ผู้ขายของชำอยู่ในตลาดที่โต 10.3% งบที่เพิ่มขึ้นเท่ากันจึงมีความหมายต่างกันในสองหมวดนี้

ส่วนลด: สิ่งที่ Adobe คาดว่าผู้ซื้อจะเห็น

Adobe คาดว่าส่วนลดสูงสุดถึง 30% ในช่วงพีกคือ Cyber Week สูงสุด 14% ต้นเดือนพฤศจิกายน สูงสุด 21% ในช่วงก่อน Thanksgiving และ 10% ถึง 15% ในเดือนธันวาคม สำหรับ Prime Day ระบุส่วนลดสูงสุด 19% จากราคาที่แสดง จำแนกตามหมวด Adobe ระบุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 30% (ปี 2568 คือ 30.1%) ของเล่น 29% (28%) ทีวี 23% (24.2%) คอมพิวเตอร์ 23% (22.8%) เสื้อผ้า 23% (23.2%) อุปกรณ์กีฬา 19% (19.5%) เครื่องใช้ไฟฟ้า 18% (19.2%) และเฟอร์นิเจอร์ 18% (19%)

การเปรียบเทียบรายหมวดเหล่านี้ขยับเพียงเล็กน้อย ของเล่นลดลึกกว่าปีก่อนเล็กน้อย ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และทีวีลดน้อยลงเล็กน้อย Adobe ยังระบุวันที่ดีที่สุดของแต่ละกลุ่ม คือ Cyber Monday สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ Black Friday สำหรับทีวี ของเล่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์ และ Thanksgiving สำหรับอุปกรณ์กีฬา ข้อมูลนี้ใช้วางตารางแคมเปญโฆษณาได้ เพราะแสดงว่าวันไหนคาดว่าส่วนลดรายหมวดจะลึกที่สุด

มือถือและ buy now, pay later

มือถือคิดเป็น 57.4% ของยอดใช้จ่ายทั้งฤดูกาล เพิ่มจาก 56.4% ในปี 2568 และ 63% ในวัน Thanksgiving เพิ่มจาก 61.6% Buy now, pay later คาดว่าอยู่ที่ 21.3 พันล้านดอลลาร์ทั้งฤดูกาล เพิ่ม 6.6% โดย Cyber Monday อยู่ที่ 1.09 พันล้านดอลลาร์ และ Black Friday อยู่ที่ 807 ล้านดอลลาร์ Adobe ระบุว่า 82% ของธุรกรรม buy now, pay later เกิดบนมือถือ สำหรับผู้ลงโฆษณา ขั้นตอนชำระเงินบนโทรศัพท์ รวมถึงตัวเลือกการชำระเงิน คือจุดที่เงินส่วนใหญ่ถูกตัดสิน

ทราฟฟิกที่มาจาก AI: เพิ่ม 130%

Adobe คาดว่าทราฟฟิก AI ไปยังเว็บไซต์ค้าปลีกจะเพิ่ม 130% จากปีก่อนตลอดฤดูกาล โดย Thanksgiving เพิ่ม 159% Black Friday เพิ่ม 95% และ Cyber Monday เพิ่ม 88% ข่าวนิยามตัวเลขนี้ว่าเป็นผู้ซื้อที่คลิกลิงก์จากบริการแชตและเบราว์เซอร์ที่ใช้ AI จึงวัดการเข้าชมจากการอ้างอิง ไม่ใช่การซื้อที่เสร็จสิ้นภายในผลิตภัณฑ์ AI

Adobe ยังรายงานผลสำรวจผู้บริโภค 5,000 คน ที่จัดทำในเดือนกรกฎาคม 2569 ในกลุ่มผู้ซื้อที่ใช้ AI 77% บอกว่ามั่นใจในการซื้อมากขึ้น และ 69% บอกว่าจะคืนสินค้าที่ซื้อน้อยลง เป็นคำตอบที่ผู้ใช้ AI รายงานด้วยตนเอง ไม่ใช่การวัดอัตราการคืนสินค้าจริง ส่วนของข่าวที่อ่านไม่ได้ระบุประเทศหรือวิธีสุ่มตัวอย่างของแบบสำรวจ

ตัวเลข 130% เป็นอัตราเติบโต ไม่ใช่สัดส่วน ข่าวไม่ได้ระบุว่าทราฟฟิกหรือรายได้รวมกี่เปอร์เซ็นต์มาจากการอ้างอิงของ AI การเพิ่มเป็นเปอร์เซ็นต์สูงจึงอาจเริ่มจากฐานเล็ก ผู้ค้าปลีกควรดูข้อมูลวิเคราะห์ของตนสำหรับแหล่งอ้างอิง AI ก่อนสรุปว่ามีนัยสำคัญ

สัดส่วนช่องทาง: โซเชียลและ affiliate ได้ส่วนแบ่งเพิ่ม

ถ้อยคำของ Adobe คือ พันธมิตรแบบ affiliate และโซเชียลมีเดียโดยรวมมีแนวโน้มได้ส่วนแบ่งรายได้เพิ่มมากที่สุด คือเพิ่ม 12% และ 17% ตามลำดับ ขณะที่โฆษณาบนเสิร์ชคาดว่าเพิ่ม 4% ในรายละเอียดของ affiliate พันธมิตรแคชแบ็กและรางวัลคิดเป็น 36% ของทราฟฟิก affiliate และอินฟลูเอนเซอร์กับครีเอเตอร์คิดเป็น 22%

ส่วนของข่าวที่อ่านไม่ได้เผยแพร่สัดส่วนรายได้สัมบูรณ์ระหว่างเสิร์ช โซเชียล และ affiliate ตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นอัตราเติบโต ไม่ใช่การเปรียบเทียบขนาด เสิร์ชอาจยังเป็นช่องทางใหญ่ที่สุดและโตช้าที่สุดได้ แต่ทิศทางชัดเจน คือ Adobe คาดว่าโฆษณาบนเสิร์ชจะโตช้ากว่ารายได้จากโซเชียลและ affiliate ในช่วงนี้

สินค้าจำเป็นและสินค้าขายดี

ใน Cyber Week เมื่อเทียบกับฐานเดือนกันยายน 2569 Adobe รายงานการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์สุขอนามัยส่วนบุคคล (เพิ่ม 150%) เสื้อผ้าพื้นฐาน (เพิ่ม 210%) ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อน (เพิ่ม 113%) ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง (เพิ่ม 93%) และของใช้ทำความสะอาดในบ้าน (เพิ่ม 49%) ข่าวยังระบุรายการสินค้าขายดีที่คาดไว้ เช่น Nintendo Switch 2, PlayStation 5 และ Pro, Xbox Series X, AirPods Pro 3, Meta AI Glasses, ชุด LEGO โปเกมอน และตุ๊กตา Jellycat รายการสินค้าขายดีมีประโยชน์ต่อการวางแผนสต็อกและฟีดสินค้า แต่ส่วนที่อ่านไม่ได้ระบุว่ารวบรวมรายการอย่างไร

สิ่งที่ควรตรวจก่อนกำหนดงบไตรมาส 4

รายการตรวจเหล่านี้มาจากตัวเลขที่เผยแพร่ ไม่ใช่คำแนะนำจาก Adobe

  • เทียบผลของคุณในปี 2568 กับอัตราเติบโตของ Adobe สำหรับหมวดของคุณ หมวดเสื้อผ้าใช้ 4.7% เป็นเกณฑ์ หมวดของชำใช้ 10.3%
  • จับคู่ปฏิทินแคมเปญกับวันที่ส่วนลดดีที่สุดที่ Adobe ระบุสำหรับหมวดของคุณ
  • ตรวจขั้นตอนชำระเงินบนมือถือ เพราะมือถือคือ 57.4% ของยอดใช้จ่าย และ 63% ในวัน Thanksgiving และดูว่ามีตัวเลือก buy now, pay later หรือไม่
  • มองหาแหล่งอ้างอิงจาก AI ในระบบวิเคราะห์ของคุณและวัดเทียบกับปี 2568 แทนที่จะสมมติว่า 130% ใช้กับร้านของคุณ
  • ทบทวนสัดส่วนระหว่างโฆษณาบนเสิร์ชกับช่องทางโซเชียล affiliate และครีเอเตอร์ที่ Adobe คาดว่าจะได้ส่วนแบ่งเพิ่ม
  • บันทึกว่าตัวเลขเป็นการคาดการณ์ และเทียบกับตัวเลขที่วัดได้จริงเมื่อฤดูกาลเริ่มต้น

สิ่งที่ข่าวไม่ได้ระบุ

ส่วนของข่าวที่อ่านไม่มีคำพูดของผู้บริหารที่ระบุชื่อ ไม่มีตัวเลขของประเทศอื่นนอกจากสหรัฐฯ ไม่ระบุยอดรวมฤดูกาลปี 2568 เป็นดอลลาร์ และไม่ระบุสัดส่วนรายได้ที่มาจากการอ้างอิงของ AI ข่าวไม่ได้พูดถึงเงินเฟ้อ ภาษีนำเข้า หรือสถานะการเงินของผู้บริโภคด้วย Adobe ระบุในข้อความปฏิเสธความรับผิดว่าไม่รับรองว่าข้อมูลถูกต้องหรือปราศจากข้อผิดพลาด และไม่มีหน้าที่ต้องปรับปรุงข้อมูล

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

ข้อมูลนี้เป็นของค้าปลีกออนไลน์สหรัฐฯ และข่าวของ Adobe ไม่มีมุมเกี่ยวกับประเทศไทย ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับการวางแผนระดับโลกได้ ไม่ใช่การคาดการณ์ของตลาดไทย ข้อมูลแสดงว่าตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเต็มที่คาดว่าจะแบ่งการเติบโตระหว่างช่องทาง อุปกรณ์ และหมวดสินค้าอย่างไร ผู้ค้าไทยที่ขายให้ลูกค้าสหรัฐฯ ใช้วันที่และรูปแบบส่วนลดได้โดยตรง ส่วนรายอื่นใช้ทดสอบสมมติฐาน เช่น โฆษณาบนเสิร์ชควรได้สัดส่วนงบไตรมาส 4 เท่าปีก่อนหรือไม่ การวางแผนการตลาดอีคอมเมิร์ซ โฆษณา Google Ads และโฆษณาโซเชียลอ้างอิงอัตราเติบโตเหล่านี้ได้ โดยต้องระวังว่าเงื่อนไขของไทยอาจต่างออกไป

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ซื้อสหรัฐฯ จะใช้จ่ายออนไลน์ช่วงเทศกาลปี 2569 เท่าไร

Adobe คาดการณ์ 275.1 พันล้านดอลลาร์สำหรับ 1 พฤศจิกายนถึง 31 ธันวาคม 2569 เพิ่ม 6.7% จากปีก่อน การคาดการณ์อิงจากการเข้าชมเว็บไซต์ค้าปลีกสหรัฐฯ มากกว่า 1 ล้านล้านครั้ง สินค้า 100 ล้านรายการ และ 18 หมวด เป็นการประมาณการ ผลจริงจึงอาจต่างออกไป

วันไหนใหญ่ที่สุด

Cyber Monday วันที่ 30 พฤศจิกายนเป็นวันเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดที่ 15.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่ม 6.2% ตาม Adobe ส่วน Black Friday เล็กกว่าที่ 12.9 พันล้านดอลลาร์ แต่โตเร็วกว่าที่ 9.2% Cyber Week ทั้งช่วงคาดว่า 47.5 พันล้านดอลลาร์ หรือ 17.3% ของฤดูกาล

ทราฟฟิกที่มาจาก AI จะเพิ่มเท่าไร

Adobe คาดว่าทราฟฟิก AI ไปยังเว็บไซต์ค้าปลีกจะเพิ่ม 130% จากปีก่อน โดย Thanksgiving เพิ่ม 159% Black Friday เพิ่ม 95% และ Cyber Monday เพิ่ม 88% Adobe นิยามว่าเป็นผู้ซื้อที่คลิกลิงก์จากบริการแชตและเบราว์เซอร์ AI และไม่ได้ระบุสัดส่วนของทราฟฟิกหรือยอดขายรวมที่ตัวเลขนี้แทน

โฆษณาบนเสิร์ชยังโตอยู่หรือไม่

ยังโต แต่ช้ากว่าช่องทางอื่นที่ Adobe ระบุ ส่วนแบ่งรายได้ของโฆษณาบนเสิร์ชคาดว่าเพิ่ม 4% เทียบกับ 12% ของพันธมิตร affiliate และ 17% ของโซเชียลมีเดีย Adobe ให้ตัวเลขเหล่านี้เป็นการเติบโตของส่วนแบ่งรายได้ ไม่ใช่จำนวนเงินสัมบูรณ์

ข้อมูลนี้ใช้กับประเทศไทยหรือไม่

ไม่ ข่าวครอบคลุมเฉพาะเว็บไซต์ค้าปลีกสหรัฐฯ และไม่ได้พูดถึงประเทศไทย ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงทั่วไปสำหรับการวางแผนได้ แต่ผู้ค้าไทยควรใช้ข้อมูลในประเทศของตนเองสำหรับการคาดการณ์

หากกำลังวางงบอีคอมเมิร์ซไตรมาส 4 ครอบคลุมเสิร์ช โซเชียล และทราฟฟิกอ้างอิงจาก AI RA ช่วยทดสอบเกณฑ์อ้างอิงเหล่านี้กับข้อมูลบัญชีของคุณได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น