สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ว่าเอกสารโปรแกรมสมาชิกของ Google Merchant Center เริ่มกล่าวถึง AI Mode และแอป Gemini ซึ่งหน้าช่วยเหลือระบุว่าใช้ได้เฉพาะสหรัฐอเมริกา
- รายชื่อประเทศขยายเป็น 14 ตลาด โดยเพิ่มอินเดีย อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ และสเปน ส่วนญี่ปุ่นอยู่ภายใต้แนวทางโปรแกรมแต้มแยกต่างหาก และประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อ
- ราคาสมาชิกแสดงในโฆษณาเมื่อส่วนลดอย่างน้อย 5% หรือ 5 หน่วยสกุลเงินเท่านั้น และแต้มสะสมกับคำสั่งซื้อที่สำเร็จนับเป็นประเภทสมาชิกที่เข้าเกณฑ์แล้ว
- แหล่งข้อมูลทั้งสองไม่ให้กำหนดการเปิดใช้หรือข้อมูลผลลัพธ์ และไม่กล่าวถึงประเทศไทย
เอกสารช่วยเหลือของ Google Merchant Center ระบุแล้วว่าสิทธิประโยชน์สมาชิกแสดงได้ใน AI Mode และแอป Gemini และรายชื่อประเทศขยายเป็น 14 ตลาด ตามรายงานของ Search Engine Roundtable เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 ในหน้าช่วยเหลือ Google Merchant Center ว่าด้วยโปรแกรมสมาชิก ปัจจุบันมี Google Search, แท็บ Shopping, Google Wallet, โฆษณาสินค้าคงคลังในร้าน (local inventory ads) และ AI Mode กับแอป Gemini โดยบรรทัดของ AI Mode และ Gemini ระบุว่าใช้ได้เฉพาะสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อประเทศ
หน้าช่วยเหลือของ Google ระบุอะไรเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์สมาชิก
หน้าช่วยเหลือ Merchant Center อธิบายโปรแกรมสมาชิก (loyalty program) ว่าเป็นฟีเจอร์เสริมสำหรับผู้ขายที่มีโปรแกรมสมาชิกของตัวเองอยู่แล้ว ผู้ขายแสดงสิทธิประโยชน์บนบริการต่าง ๆ ของ Google ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ผู้ขายที่ไม่มีระบบสมาชิกจึงไม่มีอะไรให้ส่ง ฟีเจอร์นี้ไม่ได้สร้างโปรแกรมให้ แต่นำสิทธิประโยชน์ของโปรแกรมที่มีอยู่ไปเผยแพร่
หน้าดังกล่าวระบุพื้นที่ที่สิทธิประโยชน์แสดงได้ คือ Google Search (ทั้งโฆษณา Shopping และรายการฟรี), แท็บ Shopping, Google Wallet, AI Mode และแอป Gemini (เฉพาะสหรัฐอเมริกา) และโฆษณาสินค้าคงคลังในร้าน หน้าเดียวกันบอกด้วยว่าประสบการณ์ที่เห็นจะต่างกันตามอุปกรณ์และประเทศ ประโยคนี้สำคัญสำหรับคนที่วางแผนเปิดตัว เพราะสิทธิประโยชน์ที่แสดงในประเทศหนึ่งบนอุปกรณ์ประเภทหนึ่ง อาจไม่แสดงในที่อื่นเลย
สิ่งที่เปลี่ยนไป ตามรายงานของ Search Engine Roundtable
Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 ว่า Google อัปเดตเอกสาร สรุปการเปลี่ยนแปลงของสำนักข่าวนี้มีดังนี้
- เอกสารเริ่มกล่าวถึง AI Mode และ Gemini โดย Search Engine Roundtable ระบุว่าเวอร์ชันก่อนหน้าไม่มีการกล่าวถึง
- Loyalty Customer Match ใช้งานผ่าน Merchant API ได้
- เอกสารระบุว่าผู้ที่ไม่ได้ลงโฆษณาก็เข้าร่วมโปรแกรมสมาชิกได้
- แต้มสะสมและจำนวนคำสั่งซื้อที่สำเร็จ ถูกเพิ่มเป็นประเภทสมาชิกที่เข้าเกณฑ์
- เอกสารชี้แจงสถานะของโปรแกรมที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินในภายหลัง รวมถึงการทดลองใช้ฟรีบางแบบ โดยรายงานไม่ได้ระบุกติกาที่แน่ชัด
- รายชื่อประเทศขยายจาก 8 เป็น 14 โดยเพิ่มอินเดีย อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ และสเปน
- มีการเพิ่มตารางความพร้อมใช้งานแยกตามประเทศและอุปกรณ์
Search Engine Roundtable ไม่ได้ระบุวันที่แก้ไขของแต่ละรายการบนหน้าช่วยเหลือ และข้อความของหน้าช่วยเหลือที่อ่านสำหรับบทความนี้ไม่ปรากฏบันทึกประวัติการแก้ไข วันที่ 2 ตุลาคมจึงเป็นวันที่ของรายงาน ไม่ใช่วันเผยแพร่ที่ยืนยันแล้วของแต่ละการเปลี่ยนแปลง
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโปรแกรมสมาชิกในตารางเดียว
ตารางด้านล่างรวบรวมข้อเท็จจริงหลักจากหน้าช่วยเหลือของ Google และรายงานของ Search Engine Roundtable เพื่อให้ตรวจแต่ละแถวกับแหล่งที่มาได้
| หัวข้อ | สิ่งที่แหล่งข้อมูลระบุ |
|---|---|
| จุดที่สิทธิประโยชน์แสดง | Google Search (โฆษณา Shopping และรายการฟรี), แท็บ Shopping, Google Wallet, โฆษณาสินค้าคงคลังในร้าน, AI Mode และแอป Gemini (เฉพาะสหรัฐอเมริกา) |
| ค่าใช้จ่ายของผู้ขาย | ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เป็นฟีเจอร์เสริมของโปรแกรมสมาชิกที่มีอยู่ |
| ประเภทสมาชิกที่รองรับ | สมัครฟรี, มียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ, มีค่าสมาชิก, บัตรเครดิตสะสมสิทธิ์, สะสมแต้ม, ถึงจำนวนคำสั่งซื้อที่กำหนด |
| ไม่รองรับ | ระดับสมาชิกตามอาชีพ เช่น นักเรียน ทหาร ผู้ปฏิบัติหน้าที่ฉุกเฉิน |
| ประเภทสิทธิประโยชน์ | จัดส่งฟรี, แต้มที่แลกได้ (เฉพาะรายการฟรีในสหรัฐอเมริกา), ราคาสมาชิก |
| เกณฑ์ราคา | ส่วนลดสมาชิกอย่างน้อย 5% หรืออย่างน้อย 5 หน่วยสกุลเงินจากราคาปกติ |
| วิธีระบุตัวสมาชิก | อัปโหลดผ่าน Merchant API, Customer Match for Ads, บัตรสมาชิกใน Google Wallet, ผู้ใช้ประกาศสถานะสมาชิกเอง |
| ประเทศ | สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย บราซิล เม็กซิโก แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ สเปน สหราชอาณาจักร ส่วนญี่ปุ่นอยู่ภายใต้แนวทางโปรแกรมแต้มแยกต่างหาก |
ประเภทสมาชิกและกติกาของสิทธิประโยชน์
หน้าช่วยเหลือระบุโครงสร้างสมาชิกที่เข้าเกณฑ์ 6 แบบ ได้แก่ โปรแกรมที่สมัครฟรี โปรแกรมที่มียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ โปรแกรมที่มีค่าสมาชิก บัตรเครดิตสะสมสิทธิ์ การสะสมแต้ม และเกณฑ์จำนวนคำสั่งซื้อที่สำเร็จ Search Engine Roundtable ชี้ว่าสองแบบ คือแต้มสะสมและคำสั่งซื้อที่สำเร็จ เป็นส่วนที่เพิ่มเข้ามา และรายงานการชี้แจงเกี่ยวกับโปรแกรมที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินในภายหลัง รวมถึงการทดลองใช้ฟรีบางแบบ โดยไม่ระบุกติกาที่แน่ชัด หน้าช่วยเหลือที่อ่านมีข้อจำกัดของตัวเองด้วย คือระดับสมาชิกตามอาชีพ โดยยกตัวอย่างนักเรียน ทหาร และผู้ปฏิบัติหน้าที่ฉุกเฉิน ไม่รองรับ
หน้าดังกล่าวมีสิทธิประโยชน์ 3 ประเภท การจัดส่งฟรีนับรวมการจัดส่งภายในวันเดียวกัน แต้มที่แลกได้นับเฉพาะรายการฟรีในสหรัฐอเมริกา และราคาสมาชิกนับโดยมีเกณฑ์ขั้นต่ำ คือราคาสมาชิกจะแสดงในโฆษณาก็ต่อเมื่อส่วนลดสมาชิกอย่างน้อย 5% หรืออย่างน้อย 5 หน่วยสกุลเงินจากราคาปกติ ผู้ขายที่ให้ส่วนลดสมาชิกน้อยกว่านั้นจะไม่เข้าเกณฑ์แสดงราคาสมาชิกตามกติกานี้
Google ระบุตัวสมาชิกอย่างไร
หน้าช่วยเหลือระบุวิธีระบุตัวสมาชิก 4 ทาง ทางแรกคืออัปโหลดข้อมูลสมาชิกผ่าน Merchant API ทางที่สองคือการเชื่อมกับ Customer Match for Ads ทางที่สามคือการเชื่อมบัตรสมาชิกใน Google Wallet และทางที่สี่คือผู้ใช้ประกาศสถานะสมาชิกด้วยตัวเอง หน้าของ Google เรียกประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ตั้งอยู่บนข้อมูลเหล่านี้ว่า Loyalty Customer Match
ในเชิงกลไก สิทธิประโยชน์สมาชิกจึงไม่ได้อยู่ในฟีดสินค้าเพียงอย่างเดียว ระบบต้องรู้ก่อนว่าผู้ซื้อเป็นสมาชิก ราคาสมาชิกหรือสิทธิ์จัดส่งสำหรับสมาชิกจึงควรแสดง ช่องทาง Merchant API ซึ่ง Search Engine Roundtable ชี้ว่าเป็นของใหม่สำหรับ Loyalty Customer Match ทำให้ผู้ขายส่งข้อมูลสมาชิกด้วยโปรแกรมได้ แทนที่จะพึ่งช่องทางอื่น
รายชื่อประเทศในตอนนี้
Search Engine Roundtable รายงานว่ารายชื่อขยายจาก 8 ประเทศเป็น 14 โดยระบุตลาดเดิมว่าเป็นสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา บราซิล เม็กซิโก ออสเตรเลีย โดยมีญี่ปุ่นรองรับแยกต่างหากสำหรับโปรแกรมแต้ม และระบุตลาดใหม่ 5 แห่ง ได้แก่ อินเดีย อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ และสเปน รายงานนับญี่ปุ่นแยกจาก 8 ประเทศนี้
หน้าช่วยเหลือของ Google ฉบับปัจจุบันระบุ 13 ตลาดในรายชื่อหลัก และจัดการญี่ปุ่นภายใต้แนวทางโปรแกรมแต้มแยกต่างหาก ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อทั้งสองแบบ
สิ่งที่แหล่งข้อมูลไม่ได้บอก
แหล่งข้อมูลทั้งสองไม่ให้กำหนดการเปิดใช้ ไม่ระบุว่า AI Mode หรือ Gemini จะแสดงสิทธิประโยชน์สมาชิกนอกสหรัฐอเมริกาเมื่อใด หรือจะแสดงหรือไม่ ไม่มีข้อมูลผลลัพธ์ เช่น อัตราคลิก อัตราการแปลง หรือมูลค่าคำสั่งซื้อที่เปลี่ยนไปเมื่อแสดงสิทธิประโยชน์ ไม่อธิบายวิธีที่ข้อมูลสมาชิกถูกจัดอันดับหรือเลือกมาแสดงในคำตอบของ AI Mode และไม่มีส่วนใดกล่าวถึงประเทศไทย ผู้ค้าปลีกไทย ราคาเป็นบาท หรือการรองรับภาษาไทย คำกล่าวใดในประเด็นเหล่านี้จึงเป็นเพียงการคาดเดา
หน้าช่วยเหลือระบุว่าความพร้อมใช้งานต่างกันตามอุปกรณ์และประเทศ และ Search Engine Roundtable รายงานว่าเอกสารมีตารางแยกตามประเทศและอุปกรณ์ ซึ่งเป็นที่ที่ควรดูชุดค่าผสมที่แน่นอน บทความนี้ไม่ได้ลอกตารางนั้น เพราะค่าในแต่ละช่องไม่ปรากฏในข้อความที่อ่าน
ความหมายต่อนักการตลาดไทย
สำหรับผู้ขายที่ขายให้ผู้ซื้อในไทยจากประเทศไทย การอ่านที่ใช้ได้จริงคือเรื่องนี้เป็นรายการที่ต้องติดตาม ยังไม่ใช่รายการที่ต้องลงมือ รายชื่อประเทศไม่มีประเทศไทย และการแสดงใน AI Mode กับ Gemini ถูกระบุว่าใช้ได้เฉพาะสหรัฐอเมริกา โปรแกรมที่ออกแบบสำหรับผู้ซื้อชาวไทยจึงไม่อยู่ในฟีเจอร์นี้ ตามหลักฐานจากหน้าช่วยเหลือ
หน้านี้ยังมีประโยชน์กับคน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือแบรนด์ไทยที่ขายข้ามพรมแดนไปยังประเทศที่อยู่ในรายชื่อ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร หรือเยอรมนี แบรนด์เหล่านี้อาจใช้สิทธิประโยชน์สมาชิกในตลาดนั้นได้ หากมีโปรแกรมสมาชิกที่เข้าเกณฑ์และผ่านกติกาของประเทศนั้น กลุ่มที่สองคือผู้ค้าปลีกไทยที่มีแอปสมาชิกหรือระบบแต้ม ซึ่งใช้หน้าช่วยเหลือนี้เป็นตัวอย่างว่า Google จัดโครงสร้างข้อมูลแบบนี้อย่างไร คือประเภทสมาชิก ประเภทสิทธิประโยชน์ และการระบุตัวสมาชิก ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่สิ่งที่แหล่งข้อมูลใดพูดถึงประเทศไทย
การกล่าวถึง AI Mode เป็นส่วนที่ให้บทเรียนกว้างกว่า ข้อเท็จจริงระดับสินค้าที่เอนจินคำตอบอ่านได้ เช่น ราคา การจัดส่ง และสิทธิประโยชน์สมาชิก คือข้อเท็จจริงที่มีโอกาสปรากฏในคำตอบ แบรนด์ที่ต้องการให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกต้องใน AI search เริ่มได้จากฟีดสินค้าที่สะอาดและหน้านโยบายที่ชัดเจน ซึ่งอยู่ในขอบเขตของการตลาดอีคอมเมิร์ซและGEO หรือการปรับแต่งเพื่อเอนจินคำตอบ ผู้ขายที่ซื้อทราฟฟิก Shopping ควรทบทวนด้วยว่าราคาสมาชิกจะทำงานร่วมกับการตั้งค่าGoogle Adsอย่างไร หากตลาดของตนถูกเพิ่มเข้ามาในภายหลัง
สิ่งที่ควรตรวจในบัญชีของคุณ
- เปิด Merchant Center และดูส่วนโปรแกรมสมาชิก หากประเทศของบัญชีไม่อยู่ในรายชื่อ ให้คาดว่าจะไม่มีตัวเลือกปรากฏ
- ยืนยันว่าโปรแกรมสมาชิกตรงกับประเภทสมาชิกทั้ง 6 แบบ และไม่ใช่ระดับตามอาชีพ
- ตรวจว่าส่วนลดสมาชิกถึงเกณฑ์ 5% หรือ 5 หน่วยสกุลเงิน หากสิทธิประโยชน์ของคุณเป็นราคาสมาชิก
- เลือกว่าคุณทำวิธีระบุตัวสมาชิกแบบใดได้จริงจาก 4 ทาง ได้แก่ Merchant API, Customer Match, บัตรใน Wallet หรือการประกาศเอง
- อ่านตารางความพร้อมใช้งานบนหน้าช่วยเหลือ สำหรับประเทศและอุปกรณ์ที่คุณขาย แทนการสมมติว่าสิทธิประโยชน์แสดงทุกที่
- หากขายในสหรัฐอเมริกา ให้จำไว้ว่า AI Mode และแอป Gemini ปรากฏเฉพาะที่นั่นตามหน้าที่อ่านมา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์สมาชิกของ Google
โปรแกรมสมาชิกของ Google ใช้ในประเทศไทยได้หรือไม่
ยังไม่ได้ เพราะประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อประเทศบนหน้าช่วยเหลือของ Google ที่อ่านมา ฟีเจอร์นี้จึงไม่ได้ระบุว่าใช้ได้ในไทย Search Engine Roundtable ก็ไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทย และแหล่งข้อมูลทั้งสองไม่มีแผนเพิ่มประเทศนี้
สิทธิประโยชน์สมาชิกแสดงใน AI Mode และ Gemini หรือไม่
แสดงได้ แต่หน้าช่วยเหลือระบุว่า AI Mode และแอป Gemini ใช้ได้เฉพาะสหรัฐอเมริกา Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 ว่าเอกสารเริ่มกล่าวถึงทั้งสอง และหน้าดังกล่าวจัดไว้ข้าง Search แท็บ Shopping Google Wallet และโฆษณาสินค้าคงคลังในร้าน
ต้องลงโฆษณา Google Ads จึงจะใช้ได้หรือไม่
ไม่จำเป็น เอกสารระบุว่าผู้ที่ไม่ได้ลงโฆษณาเข้าร่วมโปรแกรมสมาชิกได้ รายการฟรีถูกระบุเป็นที่ที่สิทธิประโยชน์แสดงได้ ผู้ขายที่ไม่มีงบโฆษณาจึงเข้าร่วมได้ในประเทศที่กติกาเปิดให้
ส่วนลดสมาชิกขั้นต่ำเท่าไร
ขั้นต่ำคือ 5% หรือ 5 หน่วยสกุลเงินจากราคาปกติ หน้าช่วยเหลือระบุว่าราคาสมาชิกแสดงในโฆษณาก็ต่อเมื่อส่วนลดสมาชิกถึงหนึ่งในสองเกณฑ์นี้
Google รู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นสมาชิก
Google ระบุ 4 ทาง คือ อัปโหลดผ่าน Merchant API, Customer Match for Ads, บัตรสมาชิกใน Google Wallet และการประกาศเองของสมาชิก Search Engine Roundtable ชี้ว่าช่องทาง Merchant API เป็นส่วนที่เพิ่มเข้ามาสำหรับ Loyalty Customer Match
หากผู้ค้าปลีกต้องการให้ช่วยตรวจฟีด Merchant Center หรือวางแผนว่าข้อมูลสินค้าจะไปถึง AI search อย่างไร Relevant Audience ช่วยไล่ขั้นตอนการตั้งค่าได้ ข้อเท็จจริงข้างต้นมาจากเอกสารของ Google ตามรายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 และอาจเปลี่ยนเมื่อหน้าช่วยเหลือถูกแก้ไข







