โฆษณา Facebook Marketplace: ตำแหน่ง สเปก และวิธีตั้งค่า

โฆษณา Facebook Marketplace: ตำแหน่ง สเปก และวิธีตั้งค่า

โฆษณา Facebook AdsNovember 6, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • เอกสาร Marketing API ของ Meta ระบุว่าตำแหน่ง Facebook Marketplace ต้องเลือกคู่กับ Facebook Feed จึงสร้างชุดโฆษณาที่มีแค่ Marketplace ไม่ได้
  • คู่มือโฆษณาของ Meta ระบุวัตถุประสงค์ที่รองรับ Marketplace หกแบบ ได้แก่ การรับรู้ การเยี่ยมชม การมีส่วนร่วม ข้อมูลลูกค้า การโปรโมทแอพ และยอดขาย
  • สเปกภาพที่แนะนำสำหรับ Marketplace คือ JPG หรือ PNG อัตราส่วน 1:1 อย่างน้อย 1080 x 1080 พิกเซล ไม่เกิน 30 MB และคำแนะนำข้อความ 125/40/30 อักขระ
  • การโปรโมทประกาศคือการดันประกาศที่มีอยู่หนึ่งรายการพร้อมข้อมูลเชิงลึกพื้นฐาน ส่วนโฆษณา Marketplace คือแคมเปญเต็มรูปแบบใน Ads Manager
  • ผลลัพธ์ของ Marketplace อ่านได้จากการแจกแจงตามตำแหน่งโฆษณาใน Ads Manager หรือการแจกแจง publisher_platform และ platform_position ใน API

โฆษณา Facebook Marketplace คือโฆษณาแบบชำระเงินที่สร้างจาก Meta Ads Manager และแสดงอยู่ภายใน Marketplace ซึ่งเป็นส่วนซื้อขายสินค้าในแอป Facebook ขณะที่ผู้ใช้เลื่อนดูหน้าแรกหรือเลือกดูรายการสินค้า การเปิดใช้ทำได้โดยเลือกตำแหน่งโฆษณา Facebook Marketplace ในแคมเปญ และเอกสาร Marketing API ของ Meta ระบุว่าตำแหน่งนี้ต้องเลือกคู่กับ Facebook Feed เสมอ จึงไม่สามารถรัน Marketplace เป็นตำแหน่งเดียวได้

บทความนี้อธิบายว่าโฆษณาเหล่านี้แสดงที่ไหน เลือกตำแหน่งอย่างไร วัตถุประสงค์และรูปแบบใดที่ใช้ได้ โฆษณาแบบชำระเงินต่างจากการลงประกาศฟรีหรือการโปรโมทประกาศอย่างไร ครีเอทีฟแบบไหนเหมาะกับฟีดที่เต็มไปด้วยสินค้า และจะอ่านผลลัพธ์ของ Marketplace ในรายงานได้อย่างไร ชื่อเมนูใน Ads Manager มีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ ให้ถือว่าชื่อเมนูด้านล่างเป็นชื่อที่ Meta ระบุไว้ในปัจจุบัน และอาจแตกต่างเล็กน้อยในบัญชีของคุณ

โฆษณา Facebook Marketplace คืออะไร และแสดงที่ไหน

Marketplace คือพื้นที่ที่ผู้ใช้ Facebook เข้ามาหาของที่จะซื้อ ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์มือสองไปจนถึงสินค้าใหม่จากธุรกิจ เอกสารเรื่องตำแหน่งโฆษณาของ Meta อธิบายว่าโฆษณา Marketplace แสดงบนหน้าแรกของ Marketplace และขณะที่ผู้ใช้เลือกดู Marketplace ในแอป Facebook โฆษณาจะอยู่ปะปนกับรายการสินค้าทั่วไปและมีป้าย "โฆษณา" (Ad) ซึ่ง Meta ใช้แทนป้าย "ได้รับการสนับสนุน" (Sponsored) แบบเดิมสำหรับเนื้อหาแบบชำระเงิน

ยังมีอีกตำแหน่งหนึ่งที่มักสับสนกัน คือ ผลการค้นหาบน Facebook (Facebook search results) ซึ่งเป็นตำแหน่งแยกต่างหาก Meta อธิบายว่าตำแหน่งนี้แสดงโฆษณาถัดจากผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องบน Facebook และ Marketplace ดังนั้นโฆษณาที่เห็นหลังจากพิมพ์คำว่า "เก้าอี้สำนักงาน" ในช่องค้นหาของ Marketplace อาจมาจากตำแหน่งผลการค้นหา ส่วนโฆษณาที่เห็นขณะเลื่อนหน้าแรกของ Marketplace มาจากตำแหน่ง Marketplace ทั้งสองตำแหน่งควรรู้จักไว้ เพราะทำงานต่างกัน ตำแหน่งหนึ่งเข้าถึงคนที่กำลังเลือกดู อีกตำแหน่งเข้าถึงคนที่พิมพ์คำค้นหาแล้ว

ผู้ชมในทั้งสองกรณีอยู่ในอารมณ์ของการช้อปปิ้งอยู่แล้ว คนที่เปิด Marketplace มักตั้งใจเข้ามาดูของขาย ซึ่งต่างจากฟีดหลักของ Facebook ที่ผู้คนเลื่อนดูข่าวสารจากเพื่อนและเพจ บริบทนี้คือเหตุผลหลักที่ควรเพิ่มตำแหน่งนี้ และควรเป็นตัวกำหนดครีเอทีฟที่จะใช้ด้วย

เลือกตำแหน่ง Marketplace ใน Ads Manager อย่างไร และรันแยกเดี่ยวได้หรือไม่

ตำแหน่งโฆษณากำหนดที่ระดับชุดโฆษณา (ad set) ใน Ads Manager ให้เปิดชุดโฆษณา ไปที่ส่วนตำแหน่งโฆษณา (Placements) โดยปกติจะมีสองตัวเลือก คือ ตำแหน่งโฆษณา Advantage+ ซึ่ง Meta เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะแสดงที่ไหน หรือตำแหน่งโฆษณาแบบกำหนดเอง (Manual placements) ซึ่งคุณติ๊กเลือกแต่ละตำแหน่งเอง เมื่อใช้ Advantage+ ตำแหน่ง Marketplace เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ Meta เลือกได้อยู่แล้ว คุณจึงไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่ม เพียงแต่ไม่สามารถควบคุมได้ว่างบประมาณจะไปที่ Marketplace มากน้อยแค่ไหน

หากต้องการเลือก Marketplace โดยเจาะจง ให้เปลี่ยนเป็นตำแหน่งโฆษณาแบบกำหนดเอง เปิดรายการตำแหน่งของ Facebook แล้วติ๊กเลือก Facebook Marketplace ตรงนี้คือกฎสำคัญ เอกสารอ้างอิง Marketing API ของ Meta เรื่องการกำหนดเป้าหมายตำแหน่งโฆษณาระบุว่า หากเลือก marketplace (รวมถึง search, profile feed และ notifications) คุณต้องใช้ feed ด้วย พูดง่าย ๆ คือ ชุดโฆษณาที่มีแค่ Marketplace อย่างเดียวทำไม่ได้ การตั้งค่าแบบกำหนดเองที่เล็กที่สุดคือ Facebook Feed คู่กับ Facebook Marketplace

กฎนี้มีผลในทางปฏิบัติ หากต้องการรู้ว่า Marketplace ทำผลงานได้อย่างไรเมื่อเทียบกับ Feed คุณไม่สามารถแยกทดสอบด้วยแคมเปญที่มีแค่ Marketplace ได้ ต้องรันคู่กันแล้วอ่านผลจากการแจกแจงตามตำแหน่งโฆษณา ซึ่งจะอธิบายในส่วนถัดไปของบทความนี้

เช็กลิสต์สั้น ๆ สำหรับการตั้งค่า:

  1. เลือกวัตถุประสงค์ที่รองรับตำแหน่ง Marketplace (ดูในส่วนถัดไป)
  2. ที่ระดับชุดโฆษณา เลือกตำแหน่งโฆษณาแบบกำหนดเอง หากต้องการควบคุมสัดส่วน
  3. ติ๊กเลือก Facebook Feed และ Facebook Marketplace และเพิ่มผลการค้นหาบน Facebook หากต้องการเข้าถึงคนที่ค้นหาด้วย
  4. ตรวจดูตัวอย่างโฆษณาสำหรับตำแหน่ง Marketplace ก่อนเผยแพร่ เพราะการครอปภาพและการตัดข้อความจะต่างออกไป
  5. หากตำแหน่งใดขึ้นว่าไม่มีสิทธิ์ (ineligible) แปลว่าวัตถุประสงค์หรือรูปแบบโฆษณาที่เลือกไม่สามารถแสดงในตำแหน่งนั้นได้ ให้เปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่งแทนการพยายามบังคับ

วัตถุประสงค์และรูปแบบโฆษณาใดที่ใช้ได้

คู่มือโฆษณาของ Meta ระบุวัตถุประสงค์ที่รองรับตำแหน่ง Facebook Marketplace ไว้หกแบบ ได้แก่ การรับรู้ การเยี่ยมชม การมีส่วนร่วม ข้อมูลลูกค้า (Leads) การโปรโมทแอพ และยอดขาย ซึ่งครอบคลุมแคมเปญเกือบทุกประเภทที่ธุรกิจใช้ในปัจจุบัน เอกสาร Marketing API ยังระบุด้วยว่าตัวเลือกตำแหน่งบางอย่างขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแคมเปญ ดังนั้นหากชุดค่าผสมใดเป็นสีเทาในบัญชีของคุณ ให้ตรวจวัตถุประสงค์เป็นอันดับแรก

ด้านรูปแบบ คู่มือโฆษณามีหน้าสเปกแยกสำหรับโฆษณาภาพและวิดีโอใน Marketplace สำหรับภาพ แนะนำไฟล์ JPG หรือ PNG อัตราส่วน 1:1 ความละเอียดขั้นต่ำ 1080 x 1080 พิกเซล และขนาดไฟล์สูงสุด 30 MB คำแนะนำด้านข้อความคือ ข้อความหลัก 125 อักขระ พาดหัว 40 อักขระ และคำอธิบาย 30 อักขระ สำหรับวิดีโอ คู่มือระบุไฟล์ MP4, MOV หรือ GIF อัตราส่วน 1:1 ขั้นต่ำ 1080 x 1080 พิกเซล ขนาดไฟล์สูงสุด 4 GB และความยาวตั้งแต่ 1 วินาทีถึง 241 นาที โดยแนะนำพาดหัว 25 อักขระ อัตราส่วน ความละเอียด และตัวเลขด้านข้อความอยู่ภายใต้หัวข้อ "คำแนะนำ" ของ Meta ส่วนขนาดไฟล์และความยาววิดีโอเป็นข้อกำหนดทางเทคนิค จึงควรถือคำแนะนำเป็นเป้าหมายที่แสดงผลได้ดีที่สุด และควรตรวจหน้าสเปกล่าสุดก่อนผลิตงานชุดใหญ่ เพราะ Meta มีการปรับปรุงอยู่เสมอ

รูปแบบภาพสไลด์ (carousel) และคอลเลกชัน (collection) ก็แสดงใน Marketplace ได้เช่นกัน หน้าช่วยเหลือของ Meta เรื่องโฆษณาคอลเลกชันระบุ Facebook Marketplace เป็นหนึ่งในตัวเลือกตำแหน่ง และระบุว่าโฆษณาคอลเลกชันแสดงเฉพาะในตำแหน่งบนมือถือ สำหรับผู้ขายที่มีแคตตาล็อกสินค้า โฆษณาคอลเลกชันหรือภาพสไลด์มักใกล้เคียงที่สุดกับตารางรายการสินค้าที่ผู้คนกำลังดูอยู่

โฆษณา Marketplace ต่างจากการลงประกาศฟรีหรือการโปรโมทประกาศอย่างไร

ผู้ขายทำได้สามอย่างใน Marketplace และทั้งสามอย่างนี้สับสนกันได้ง่าย

  • การลงประกาศฟรี คือการโพสต์สินค้าขายเอง จากโปรไฟล์ส่วนตัวหรือธุรกิจ ไม่มีค่าใช้จ่าย แสดงในการเลือกดูและการค้นหาของ Marketplace ตามการจัดอันดับของ Marketplace เอง และผู้ซื้อมักติดต่อผ่าน Messenger
  • การโปรโมทประกาศ (boosted listing) คือการนำประกาศที่มีอยู่มาจ่ายเงินเพื่อให้คนเห็นมากขึ้น หน้าช่วยเหลือของ Meta อธิบายว่ามีปุ่มโปรโมทประกาศ (Boost Listing) ในหน้ารายการประกาศของคุณ หากไม่เห็นปุ่มนี้ เหตุผลที่พบบ่อยคือ ประกาศไม่ผ่านการตรวจสอบตามนโยบายการค้าและมาตรฐานชุมชนของ Meta สินค้าถูกทำเครื่องหมายว่าขายแล้ว หรือประกาศซ้ำกับประกาศอื่น
  • โฆษณา Marketplace คือแคมเปญเต็มรูปแบบใน Ads Manager ที่ใช้ตำแหน่ง Marketplace สร้างจากครีเอทีฟโฆษณา ไม่ใช่จากประกาศเดียว สามารถพาผู้คนไปยังเว็บไซต์ แอป ฟอร์มเก็บข้อมูลลูกค้า หรือห้องแชท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ และใช้การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ การเสนอราคา และการรายงานผลแบบเดียวกับแคมเปญอื่นของ Meta

ตัวเลือกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณขาย สินค้าชิ้นเดียวและผู้ขายรายย่อยในท้องถิ่นมักได้สิ่งที่ต้องการจากการลงประกาศและการโปรโมทเป็นครั้งคราว ส่วนธุรกิจที่มีเว็บไซต์ แคตตาล็อก การติดตั้ง Pixel หรือ Conversions API และต้องการวัดยอดขายเทียบกับค่าใช้จ่าย มักต้องใช้แคมเปญจริงจัง โดยให้ Marketplace เป็นหนึ่งในหลายตำแหน่งโฆษณา

ตารางเปรียบเทียบ: ประกาศ ประกาศที่โปรโมท และโฆษณา Marketplace

ตารางเปรียบเทียบ: ประกาศ ประกาศที่โปรโมท และโฆษณา Marketplace
ตัวเลือกวิธีสร้างสิ่งที่วัดผลได้
ประกาศฟรีใน Marketplaceโพสต์โดยตรงใน Marketplaceข้อความและความสนใจที่ประกาศได้รับ
ประกาศที่โปรโมทปุ่มโปรโมทประกาศบนประกาศที่มีอยู่การเข้าถึง การเริ่มสนทนา การเริ่มชำระเงิน (สินค้าที่จัดส่ง) ยอดใช้จ่าย ระยะเวลา
โฆษณา Facebook Marketplaceแคมเปญใน Ads Manager ที่เลือกตำแหน่ง Marketplace คู่กับ Facebook Feedการรายงานผลเต็มรูปแบบของ Ads Manager รวมถึงผลลัพธ์แยกตามตำแหน่งโฆษณา

ครีเอทีฟแบบไหนเหมาะกับฟีดที่คนตั้งใจช้อปปิ้ง

ฟีดของ Marketplace คือตารางภาพสินค้าที่มีชื่อสั้น ๆ และราคา โฆษณาที่ดูเหมือนป้ายบิลบอร์ดของแบรนด์จะโดดเด่นแบบผิดที่ผิดทาง ขณะที่โฆษณาที่ดูเหมือนประกาศขายที่ชัดเจนและมีประโยชน์จะเข้ากับวิธีที่ผู้คนกวาดตาดู แนวทางต่อไปนี้มาจากลักษณะของรูปแบบโฆษณาเอง ไม่ได้มาจากตัวเลขเปรียบเทียบใด ๆ

  • ให้สินค้าเป็นพระเอก ภาพควรแสดงสิ่งที่ขายให้ใหญ่และสว่างชัดในกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัส เพราะอัตราส่วนที่แนะนำคือ 1:1 สินค้าชิ้นเล็กที่จมอยู่ในฉากไลฟ์สไตล์จะดูยากเมื่อเป็นภาพขนาดย่อ
  • ใส่รายละเอียดที่มีประโยชน์ในพาดหัว เมื่อคำแนะนำพาดหัวคือ 40 อักขระสำหรับภาพ และ 25 อักขระสำหรับวิดีโอ พาดหัวควรบอกชื่อสินค้าและข้อเท็จจริงที่ช่วยตัดสินใจหนึ่งข้อ เช่น ขนาด รุ่น หรือพื้นที่จัดส่ง
  • ให้บรรทัดแรกของข้อความหลักเป็นรูปธรรม ราคา สต็อก การจัดส่ง และการคืนสินค้า คือสิ่งที่ผู้คนเปรียบเทียบใน Marketplace หากระบุราคา ต้องให้ตรงกับหน้าเว็บปลายทาง
  • หน้าปลายทางต้องตรงกับโฆษณา หากโฆษณาแสดงสินค้าชิ้นเดียว ให้ลิงก์ไปที่หน้าสินค้านั้น ไม่ใช่หน้าแรกของเว็บไซต์ ความไม่ตรงกันทำให้เสียความตั้งใจซื้อที่ตำแหน่งนี้มอบให้
  • ใช้ภาพสไลด์หรือคอลเลกชันสำหรับสินค้าหลายรายการ หากขายสินค้าคล้ายกันหลายชิ้น การ์ดสินค้าหลายใบช่วยให้ผู้คนเลือกดูได้ภายในโฆษณา
  • ตรวจตัวอย่างในตำแหน่ง Marketplace การครอปและการตัดข้อความระหว่าง Feed กับ Marketplace ต่างกัน จึงควรตรวจตัวอย่างทั้งสองแบบใน Ads Manager ก่อนเผยแพร่

เนื่องจาก Marketplace รันคู่กับ Feed เสมอ โฆษณาชิ้นเดียวกันจะแสดงทั้งสองที่ ภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เน้นสินค้ามักใช้ได้ดีทั้งสองตำแหน่ง ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ควรเริ่มจากแบบนี้ แล้วค่อยทดสอบรูปแบบอื่น

ดูผลลัพธ์ของ Marketplace จากการแจกแจงตามตำแหน่งโฆษณาอย่างไร

เมื่อรันชุดโฆษณาที่มีแค่ Marketplace ไม่ได้ การแจกแจงตามตำแหน่งโฆษณาจึงเป็นวิธีดูว่า Marketplace ให้ผลอะไรบ้าง ใน Ads Manager ให้เปิดตารางแคมเปญ ชุดโฆษณา หรือโฆษณา ใช้เมนูแจกแจง (Breakdown) แล้วเลือกตัวเลือกตำแหน่งโฆษณาภายใต้หมวดการแสดงโฆษณา ตารางจะแยกแต่ละแถวตามที่ที่โฆษณาแสดง ทำให้เปรียบเทียบ Facebook Feed, Facebook Marketplace และตำแหน่งอื่นได้เคียงกัน ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยในแต่ละบัญชีและเวอร์ชันของหน้าจอ

หากดึงข้อมูลผ่าน Marketing API หรือตัวเชื่อมต่อรายงาน การแจกแจงที่เทียบเท่ากันคือ publisher_platform ซึ่ง Meta นิยามว่าแพลตฟอร์มที่โฆษณาแสดง (เช่น Facebook หรือ Instagram) และ platform_position ซึ่ง Meta นิยามว่าตำแหน่งที่โฆษณาแสดงภายในแพลตฟอร์มนั้น ผลลัพธ์ของ Marketplace จะอยู่ภายใต้แพลตฟอร์ม Facebook ในระดับตำแหน่ง

นิสัยการอ่านข้อมูลบางอย่างช่วยให้การแจกแจงมีประโยชน์และไม่ชวนเข้าใจผิด

  • เปรียบเทียบต้นทุนต่อผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ปริมาณ ตำแหน่งหนึ่งอาจให้การแสดงผลราคาถูกจำนวนมากแต่ยอดขายน้อย หรือกลับกัน
  • ให้เวลากับข้อมูล ตัวเลขที่น้อยเมื่อแยกตามตำแหน่งจะแกว่งมากในแต่ละวัน จึงควรตัดสินจากช่วงเวลาที่มีผลลัพธ์มากพอจะมีความหมาย
  • ดูตัวเลขปลายทางด้วย หากวัตถุประสงค์คือยอดขาย ให้ตรวจการซื้อและรายได้แยกตามตำแหน่ง ไม่ใช่แค่จำนวนคลิก
  • จำไว้ว่าสองตำแหน่งนี้ผูกกัน ผลลัพธ์ของ Feed และ Marketplace มาจากชุดโฆษณา งบประมาณ และกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน การแจกแจงจึงบอกว่าผลลัพธ์เกิดที่ไหน ไม่ได้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากตัดตำแหน่งใดออก

ตัวอย่างสมมุติเพื่อแสดงวิธีอ่านข้อมูล สมมุติว่าชุดโฆษณาที่มี Feed และ Marketplace ใช้งบประมาณไปสองสัปดาห์ และการแจกแจงแสดงว่า Marketplace มีต้นทุนต่อการดูหน้าเว็บปลายทางต่ำกว่า แต่มียอดซื้อน้อยกว่า Feed นั่นไม่ได้แปลว่าควรปิด Marketplace แต่ชี้ว่าควรตรวจว่าผู้เข้าชมจาก Marketplace ไปถึงหน้าสินค้าที่ถูกต้องหรือไม่ และครีเอทีฟสร้างความคาดหวังเรื่องราคาที่ถูกต้องหรือเปล่า ตัวเลขในตัวอย่างนี้เป็นเพียงการสมมุติเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ค่ามาตรฐานอ้างอิง

ความหมายสำหรับตลาดไทย

Facebook เป็นช่องทางช้อปปิ้งที่คนไทยใช้กันทั่วไป และ Marketplace ก็เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมนี้ โดยเฉพาะการเลือกดูสินค้าในพื้นที่ใกล้เคียงและตามหมวดหมู่ สำหรับผู้ลงโฆษณาในไทยมีหลายประเด็นที่ควรใส่ใจ ประการแรก ให้เขียนโฆษณาเป็นภาษาไทยสำหรับกลุ่มเป้าหมายคนไทย และตรวจว่าข้อความภาษาไทยแสดงผลอย่างไรในตัวอย่างโฆษณาของ Marketplace เพราะภาษาไทยไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำ การตัดบรรทัดอาจตกในตำแหน่งที่อ่านไม่สะดวก ประการที่สอง ผู้ซื้อชาวไทยจำนวนมากชอบสอบถามทางแชทก่อนตัดสินใจซื้อ ปลายทางแบบ Messenger หรือแชทจึงอาจเหมาะกับสินค้าบางประเภทมากกว่าการส่งไปหน้าชำระเงินโดยตรง ประการที่สาม หากคุณขายผ่านเว็บไซต์ควบคู่กับมาร์เก็ตเพลสอย่าง Shopee หรือ Lazada ให้รักษาราคาและโปรโมชันให้สอดคล้องกันทุกช่องทาง เพราะผู้ซื้อเปรียบเทียบเสมอ กฎเรื่องตำแหน่งโฆษณาและสเปกในไทยเหมือนกับที่อื่น ขั้นตอนการตั้งค่าข้างต้นจึงใช้ได้เหมือนเดิม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโฆษณา Facebook Marketplace

รันโฆษณา Facebook Marketplace โดยไม่เลือก Facebook Feed ได้หรือไม่

ไม่ได้ เอกสาร Marketing API ของ Meta ระบุว่าการเลือกตำแหน่ง Marketplace ต้องเลือก Facebook Feed ด้วย การตั้งค่าแบบกำหนดเองที่เล็กที่สุดคือ Feed คู่กับ Marketplace และอ่านผลของ Marketplace จากการแจกแจงตามตำแหน่งโฆษณา

วัตถุประสงค์แคมเปญใดที่รองรับตำแหน่ง Marketplace

คู่มือโฆษณาของ Meta ระบุการรับรู้ การเยี่ยมชม การมีส่วนร่วม ข้อมูลลูกค้า การโปรโมทแอพ และยอดขาย เป็นวัตถุประสงค์ที่รองรับตำแหน่ง Marketplace หากตำแหน่งขึ้นว่าไม่มีสิทธิ์ ให้เปลี่ยนวัตถุประสงค์หรือรูปแบบโฆษณาเป็นอันดับแรก

ควรใช้ภาพขนาดเท่าไรสำหรับโฆษณา Marketplace

คู่มือโฆษณาของ Meta แนะนำภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัส 1:1 ขนาดอย่างน้อย 1080 x 1080 พิกเซล เป็นไฟล์ JPG หรือ PNG ขนาดไม่เกิน 30 MB ควรตรวจหน้าสเปกล่าสุดก่อนถ่ายงานชุดใหญ่ เพราะ Meta ปรับคำแนะนำเหล่านี้เป็นระยะ

การโปรโมทประกาศใน Marketplace เหมือนกับการรันโฆษณา Marketplace หรือไม่

ไม่เหมือน การโปรโมทจะดันประกาศที่มีอยู่หนึ่งรายการพร้อมข้อมูลเชิงลึกแบบง่าย ส่วนโฆษณา Marketplace คือแคมเปญเต็มรูปแบบใน Ads Manager ที่มีครีเอทีฟ วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย และการรายงานผลของตัวเอง ธุรกิจที่ต้องวัดยอดขายเทียบกับค่าใช้จ่ายมักใช้แคมเปญ

โฆษณา Marketplace แสดงในผลการค้นหาของ Marketplace หรือไม่

โฆษณาที่อยู่ข้างผลการค้นหามาจากตำแหน่งผลการค้นหาบน Facebook ซึ่งแยกต่างหาก Meta อธิบายว่าแสดงถัดจากผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องบน Facebook และ Marketplace ให้เพิ่มตำแหน่งนี้ในชุดโฆษณาหากต้องการเข้าถึงทั้งคนที่ค้นหาและคนที่เลือกดู

นำ Marketplace เข้าสู่แผนแคมเปญ Meta ของคุณ

Marketplace เป็นตำแหน่งที่คุ้มค่าแก่การทดสอบสำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าจับต้องได้ให้กับผู้ใช้ Facebook ตราบใดที่ตั้งค่าอย่างถูกต้อง คือ เลือกคู่กับ Feed ใช้ครีเอทีฟภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เน้นสินค้า หน้าปลายทางตรงกับโฆษณา และตรวจการแจกแจงตามตำแหน่งในช่วงเวลาที่มีข้อมูลเพียงพอ หากต้องการความช่วยเหลือในการวางแผนหรือบริหารแคมเปญ บริการโฆษณาบนเฟสบุ๊ค ครอบคลุมการตั้งค่าแคมเปญและการทดสอบตำแหน่งโฆษณา และ บริการโฆษณาโซเชียลมีเดีย ดูแลแคมเปญ Meta ควบคู่กับแพลตฟอร์มโซเชียลอื่น ร้านค้าที่ต้องการให้ Marketplace เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขายออนไลน์ที่กว้างขึ้นสามารถดู บริการการตลาดอีคอมเมิร์ซ และ บริการรีมาร์เก็ตติ้ง ช่วยดึงนักช้อปที่เคยเข้ามาดูแต่ยังไม่ซื้อให้กลับมาอีกครั้ง

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น