สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- โปรแกรม promoted placements ของ Shopify จ่ายค่าคอมมิชชันพื้นฐาน 0.3% (30 bps) ให้นักพัฒนา AI agent จากยอดซื้อผ่าน Global Catalog ที่ระบบนับให้
- ร้านค้าที่ใช้ Shop Campaigns และเปิด external platforms สามารถออกอัตราที่สูงกว่าได้ (ตัวอย่างของ Shopify คือ 1.5%) แต่เฉพาะแคมเปญในสหรัฐฯ เป็น USD และเมื่อ checkout ในแอป Shop หรือบน shop.com เท่านั้น
- การนับ attribution ใช้ last non-direct click ภายใน 7 วัน การซื้อที่เริ่มผ่าน Cart MCP หรือ Checkout MCP ยังไม่ถูกนับ และลิงก์ที่ถูกแก้หรือซ่อนจะทำให้ยอดขายถูกตัดสิทธิ์
- โปรแกรมเป็น Developer Preview แบบเชิญจาก waitlist และ Shopify แนะนำให้นักพัฒนาติดป้ายผลลัพธ์ที่โปรโมตและเปิดเผยว่าอาจได้ค่าคอมมิชชันในกรณีที่กฎหมายกำหนด
Shopify เผยแพร่เอกสารวิธีให้ AI shopping agent มีรายได้จากสินค้าที่แนะนำแล้ว โปรแกรม "promoted placements" จ่ายค่าคอมมิชชันให้นักพัฒนาที่อยู่เบื้องหลัง agent จากยอดซื้อที่ agent นั้นพาเข้ามาผ่าน Shopify Global Catalog โดยมีอัตราพื้นฐาน 0.3% และอัตราที่สูงกว่าสำหรับสินค้าที่ร้านค้าออกค่าคอมมิชชันเพิ่มผ่าน Shop Campaigns ตอนนี้โปรแกรมยังอยู่ในสถานะ Developer Preview เข้าร่วมได้ด้วยการเชิญจาก waitlist และ Shopify ระบุว่าชื่อฟิลด์ รูปแบบข้อมูล และการทำงานยังไม่ใช่ฉบับสุดท้าย
รายละเอียดทั้งหมดมาจากหน้าเอกสารนักพัฒนาของ Shopify เอง คือ "Earn with promoted placements" บน shopify.dev ซึ่งอ่านเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 หน้านี้เขียนให้คนสร้าง agent อ่าน แต่เจ้าของร้าน นักการตลาดอีคอมเมิร์ซ และคนที่ดูทราฟฟิกจาก Shopify ใน analytics ควรรู้ว่ามันทำงานอย่างไร เพราะมันเปลี่ยนคำตอบของคำถามว่าใครได้เงินเมื่อ AI agent ส่งผู้ซื้อเข้าร้าน
โปรแกรม promoted placements ของ Shopify คืออะไร
Global Catalog ของ Shopify คือระบบค้นหาสินค้าที่ AI agent ใช้ค้นหาสินค้าเพื่อนำไปแนะนำ ส่วน promoted placements คือชั้นแบบเสียเงินที่เพิ่มเข้ามาโดยไม่บังคับ นักพัฒนาเปิดโปรแกรมให้กับ saved catalog แล้วส่ง ID ของ catalog นั้นในฟิลด์ catalog.catalog_id ทุกครั้งที่เรียก search_catalog จากนั้น Shopify จะผสมสินค้าที่โปรโมตเข้าไปในผลลัพธ์ที่จัดอันดับแล้วส่งกลับมา สินค้าที่โปรโมตแต่ละชิ้นมีออบเจ็กต์ placement ที่บอก agent ว่าสินค้านี้ถูกโปรโมตและจ่ายค่าคอมมิชชันเท่าไร สินค้าที่ไม่มีออบเจ็กต์นี้คือผลลัพธ์ปกติ (organic)
หน้าเอกสารระบุว่าโปรแกรมนี้ใช้การเชื่อมต่อเดิมที่นักพัฒนามีอยู่ และเป็นไปตามข้อกำหนด UCP Catalog specification นักพัฒนาที่จะเข้าร่วมต้องมีสองอย่าง คือการเชื่อมต่อ Global Catalog ที่ใช้งานอยู่แล้ว และสิทธิ์เข้าถึง Dev Dashboard ขององค์กร การเข้าร่วมไม่เปลี่ยนคำขอเดิมใด ๆ ค่าคอมมิชชันจะเกิดขึ้นเฉพาะกับคำขอที่ส่ง ID ของ saved catalog ที่เปิดการตั้งค่า "Earn commission" ไว้เท่านั้น บันทึกการเปลี่ยนแปลงสำหรับนักพัฒนา (developer changelog) ของ Shopify ประกาศการเพิ่ม Shop Campaigns เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 และเรียกโปรแกรมนี้ว่า beta ขณะที่หน้าเอกสารระบุว่าเป็น Developer Preview
ค่าคอมมิชชันคิดอย่างไร: พื้นฐาน 0.3% และเพิ่มได้ผ่าน Shop Campaigns
Shopify จ่ายค่าคอมมิชชันจากมูลค่าการซื้อที่ระบบนับ (attribute) ให้นักพัฒนา สินค้าที่โปรโมตแต่ละชิ้นแสดงอัตรารวมเพียงค่าเดียวในฟิลด์ placement.commission.percentage.value ตัวเลขนี้คืออัตราพื้นฐานของ Shopify บวกกับค่าคอมมิชชันส่วนเพิ่มที่ร้านค้าออกเองผ่าน Shop Campaigns ซึ่งเป็นโปรแกรมโปรโมตแบบเสียเงินของ Shopify
อัตราพื้นฐานคือ 0.3% หรือ 30 basis points จากยอดซื้อสินค้าที่มีสิทธิ์ซึ่งระบบนับให้ ร้านค้าที่ใช้ Shop Campaigns และเปิดตัวเลือก external platforms ไว้ จะมี Catalog API เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเหล่านั้น Shopify จะแปลงการตั้งค่าแคมเปญของร้านเป็นค่าคอมมิชชันแล้วบวกเข้ากับอัตราพื้นฐาน สินค้าเหล่านั้นจึงจ่ายมากกว่า ตัวอย่าง response ของ Shopify แสดงสินค้าที่มีอัตรารวม 1.5% ค่า placement.type จะเป็น "affiliate" เสมอ รวมถึงสินค้าที่มีค่าคอมมิชชันจาก Shop Campaigns ด้วย
ตารางด้านล่างสรุปเงื่อนไขค่าคอมมิชชันที่ Shopify ระบุไว้สำหรับช่วง Developer Preview
| เงื่อนไข | สิ่งที่เอกสารของ Shopify ระบุ |
|---|---|
| อัตราพื้นฐาน | 0.3% (30 bps) จากยอดซื้อสินค้าที่มีสิทธิ์ซึ่งระบบนับให้ |
| อัตราที่สูงกว่า | อัตราพื้นฐานบวกค่าคอมมิชชัน Shop Campaigns ที่ร้านค้าออกเอง เฉพาะแคมเปญที่ใช้งานอยู่ในสหรัฐฯ สกุลเงิน USD และจ่ายเฉพาะเมื่อการซื้อเสร็จสิ้นใน Shop |
| ขอบเขตคำสั่งซื้อ | สินค้าทุกชิ้นที่มีสิทธิ์ในคำสั่งซื้อที่ระบบนับให้และอยู่ใน Global Catalog ได้ค่าคอมมิชชัน ไม่ใช่เฉพาะชิ้นที่ผู้ซื้อคลิก |
| การนับ attribution | Last non-direct click ภายในกรอบเวลา 7 วัน |
| สถานะ | Developer Preview แบบเชิญเท่านั้น อัตราและฟิลด์อาจเปลี่ยนก่อนเปิดใช้ทั่วไป |
อัตราที่สูงกว่ามีเงื่อนไขจำกัดสองข้อ ข้อแรก ค่าคอมมิชชันจาก Shop Campaigns ใช้กับสินค้าที่อยู่ในแคมเปญที่ใช้งานอยู่ในสหรัฐฯ และเป็นสกุลเงิน USD เท่านั้น ข้อสอง จะจ่ายก็ต่อเมื่อผู้ซื้อทำการซื้อให้เสร็จใน Shop ไม่ว่าจะในแอป Shop บนมือถือหรือบน shop.com ถ้าผู้ซื้อซื้อสินค้าชิ้นเดียวกันที่อื่น เช่น ร้านออนไลน์ของร้านค้าเองหรือ embedded checkout การซื้อนั้นจะได้แค่อัตราพื้นฐาน 0.3% หากสินค้านั้นมีสิทธิ์
สินค้าจากร้านค้าที่อยู่นอก Shopify ซึ่งใช้ ID แบบ gid://catalog/... ไม่มีสิทธิ์รับค่าคอมมิชชัน และจะไม่มีออบเจ็กต์ placement เลย Shopify ให้เหตุผลว่าสินค้าเหล่านี้ไม่ได้ขายบน Shopify จึงไม่อยู่ในโปรแกรม
ทำไมลิงก์ถึงพาไปที่ shop.com
รายละเอียดเรื่อง shop.com คือส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับร้านค้า เมื่อร้านค้าออกค่าคอมมิชชันเพิ่มให้สินค้าผ่าน Shop Campaigns เอกสารของ Shopify ระบุว่า url และ checkout_url ของสินค้านั้นจะชี้ไปที่หน้าสินค้าใน Shop (shop.com) แทนร้านออนไลน์ของร้านค้า และบอกนักพัฒนาให้ส่งผู้ซื้อไปยัง URL เหล่านั้นตามที่ได้รับมา เพื่อให้ระบบนับการซื้อได้
พูดง่าย ๆ คือ สำหรับสินค้าที่ร้านค้าออกค่าคอมมิชชันเพิ่ม Shopify จะชี้ลิงก์ของ agent ไปที่ shop.com เอง และ agent ต้องใช้ลิงก์นั้นโดยไม่แก้ไขจึงจะได้รับเครดิต ถ้าผู้ซื้อซื้อให้เสร็จที่อื่น เช่น ร้านออนไลน์ของร้านค้าเอง จะได้แค่อัตราพื้นฐาน 0.3% หากสินค้านั้นมีสิทธิ์ หน้าเอกสารของ Shopify ไม่ได้พูดถึงว่าเส้นทางผ่าน shop.com มีผลอย่างไรต่อ analytics ของร้าน การเก็บอีเมล หรือข้อมูลลูกค้า คำถามนี้จึงยังไม่มีคำตอบ แบรนด์ที่กำลังคิดว่าจะเปิด external platforms ใน Shop Campaigns หรือไม่ ควรถามเรื่องนี้ก่อนเปิดใช้งาน
ระบบติดตาม attribution ทำงานอย่างไร
ใน response ที่ได้รับอนุญาต URL ของสินค้าทุกชิ้นจะมีพารามิเตอร์ attribution สองตัว ไม่ว่าสินค้าจะถูกโปรโมตหรือเป็นผลลัพธ์ปกติ ได้แก่ shclid ซึ่งระบุการคลิก และ shcgid ซึ่งระบุ catalog ของนักพัฒนาเพื่อใช้นับ attribution และจ่ายเงิน URL ทุกตัวยังมี utm_source=shopify, utm_medium=catalog และค่า _gsid ที่ระบุการค้นหา catalog ที่ส่งสินค้านั้นกลับมา ส่วน URL ของแอป Shop จะมีค่า utm_campaign เพิ่ม เพื่อระบุค่าคอมมิชชันจาก Shop Campaigns ตัวอย่างของ Shopify ใช้ utm_campaign=sca_1
Shopify เข้มงวดเรื่องลิงก์ ค่าคอมมิชชันจะนับให้ก็ต่อเมื่อผู้ซื้อเข้าผ่าน url หรือ checkout_url ของสินค้าตามที่ได้รับมาทุกตัวอักษร การเปลี่ยนเส้นทาง การซ่อนลิงก์ไว้หลังโดเมนของนักพัฒนาเอง หรือการแก้ไขพารามิเตอร์ จะทำให้ attribution ขาดและ conversion นั้นถูกตัดสิทธิ์
ระบบตอนนี้ยังมีช่องโหว่อยู่หนึ่งจุด Cart MCP และ Checkout MCP ของ Shopify รับ variant ID ที่มีพารามิเตอร์ attribution ได้ แต่ Shopify เขียนว่ายังไม่ส่งต่อ attribution ไปถึงคำสั่งซื้อ การซื้อที่เกิดจากการเพิ่ม variant ID ลงตะกร้าหรือ checkout จึงไม่ถูกนับให้ catalog ของนักพัฒนา ตอนนี้มีแค่เส้นทางผ่าน URL ที่ได้เงิน
นักพัฒนาที่ใช้ UCP เวอร์ชัน draft สามารถส่ง catalog.catalog_id ในการเรียก lookup_catalog และ get_product ได้ด้วย และ Shopify จะเติมพารามิเตอร์ attribution ชุดเดียวกันลงใน URL และ ID ที่ได้กลับมา แต่ response เหล่านั้นไม่มีออบเจ็กต์ placement จึงดูอัตราค่าคอมมิชชันได้ผ่าน search_catalog เท่านั้น
การสมัคร การจ่ายเงิน และสิ่งที่ทำให้ยอดขายถูกตัดสิทธิ์
นักพัฒนาลงชื่อใน waitlist ด้วย organization ID ซึ่งดูได้จาก URL ของ Dev Dashboard Shopify จะรับนักพัฒนาจาก waitlist เข้ามาเป็นรอบ ๆ เมื่อได้รับเข้าแล้ว ปุ่ม "Get paid" จะปรากฏบนหน้า Catalogs ใน Dev Dashboard การกดปุ่มนี้ อ่านเงื่อนไขของโปรแกรม แล้วเลือก "Agree and sign up" คือการลงทะเบียนองค์กรเข้าโปรแกรม saved catalog ที่สร้างหลังเข้าร่วมจะเปิด "Earn commission" ไว้โดยค่าเริ่มต้น ส่วน catalog ที่สร้างไว้ก่อนจะยังปิดอยู่จนกว่านักพัฒนาจะเปิดเอง และ Shopify ขอให้ตรวจก่อนว่าประสบการณ์ที่ใช้ catalog เหล่านั้นมีการเปิดเผยข้อมูลตามที่โปรแกรมกำหนดแล้ว
นักพัฒนาที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนแต่ส่ง catalog ID มา จะได้ผลลัพธ์ปกติกลับไปพร้อมข้อความ "unauthorized" ถ้า Shopify ตรวจสอบการลงทะเบียนไม่ได้ response จะส่งสินค้ากลับมาโดยไม่มี attribution พร้อมข้อความ "failed" และสามารถส่งคำขอใหม่ได้
การจ่ายเงินใช้ช่องทางเดียวกับการจ่ายเงินให้ Shopify Partner อื่น ๆ ผ่าน Hyperwallet ตามรอบรายเดือนเดียวกัน และใช้ยอดขั้นต่ำในการจ่ายเงินเดียวกัน ยอดที่ต่ำกว่าขั้นต่ำจะยกไปรอบถัดไป การซื้อจะกลายเป็น qualified conversion ก็ต่อเมื่อ Shopify ตรวจสอบแล้วในช่วง hold period conversion อาจถูกตัดสิทธิ์และไม่ได้อะไรเลยในกรณีที่มีการยกเลิก คืนสินค้า คืนเงิน ทราฟฟิกที่เป็นการฉ้อโกงหรือไม่ถูกต้อง การซื้อโดยนักพัฒนาเองหรือคนที่เกี่ยวข้อง หรือพารามิเตอร์ attribution หายไปหรือถูกแก้ไข หากคำสั่งซื้อถูกยกเลิก คืนสินค้า หรือคืนเงินในภายหลัง ค่าคอมมิชชันจะถูกเรียกคืนและอาจไปหักจากยอดจ่ายรอบต่อไป
การเปิดเผยข้อมูล: Shopify ขอให้ agent ติดป้ายผลลัพธ์ที่ได้เงิน
เนื่องจากนักพัฒนาได้เงินจากการแนะนำผู้ซื้อ Shopify จึงระบุว่ามีความเชื่อมโยงทางผลประโยชน์ (material connection) ที่ต้องเปิดเผยในที่ที่กฎหมายกำหนด และการเปิดเผยนั้นควรทำให้ความสัมพันธ์ทางการเงินชัดเจนก่อนที่ผู้ซื้อจะกดดำเนินการกับผลลัพธ์ที่โปรโมต คำแนะนำของ Shopify มีสี่ข้อ คือ บอกผู้ใช้ว่า agent อาจได้ค่าคอมมิชชัน (ตัวอย่างข้อความของ Shopify คือ "We may earn a commission on purchases.") ติดป้ายสินค้าที่โปรโมตเพื่อให้ผู้ใช้แยกออกจากผลลัพธ์ปกติได้ ไม่ซ่อนการเปิดเผยข้อมูลไว้ใน footer หรือนโยบายความเป็นส่วนตัว และไม่กล่าวอ้างที่เป็นเท็จหรือชี้นำผิดเกี่ยวกับสินค้า ราคา ร้านค้า หรือ Shopify
Shopify อ้างถึงข้อกำหนดเรื่อง material connection ของ FTC สหรัฐฯ และกฎด้านความโปร่งใสของโฆษณาและเนื้อหาสปอนเซอร์ที่คล้ายกันในสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และเขตอำนาจศาลอื่น ๆ Shopify ไม่ได้กำหนดถ้อยคำหรือตำแหน่งที่แน่นอน และบอกให้นักพัฒนาทำตามกฎที่ใช้กับกลุ่มผู้ใช้ของตน และปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายของตนเอง
สิ่งที่เอกสารไม่ได้บอก
มีหลายเรื่องที่นักการตลาดอยากรู้แต่ไม่มีอยู่ในหน้านี้ เอกสารไม่ได้บอกว่า Shopify ตัดสินใจอย่างไรว่าสินค้าที่โปรโมตจะไปอยู่ตรงไหนในผลลัพธ์ที่จัดอันดับ หรือค่าคอมมิชชันที่สูงกว่าทำให้สินค้าขึ้นอันดับหรือไม่ ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์หนึ่งชุดมีสินค้าที่โปรโมตได้กี่ชิ้น ไม่ได้ระบุชื่อนักพัฒนาหรือ AI assistant รายใดที่เข้าร่วม ไม่ได้ให้วันที่เปิดใช้ทั่วไป และไม่ได้อธิบายว่า Shop Campaigns มีค่าใช้จ่ายสำหรับร้านค้าเท่าไร หรือการตั้งค่าแคมเปญแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชันอย่างไร การกล่าวอ้างใด ๆ ในเรื่องเหล่านี้จึงเกินกว่าที่ Shopify เผยแพร่ไว้
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
ผลกระทบโดยตรงในประเทศไทยตอนนี้ยังน้อย อัตรา Shop Campaigns ที่สูงกว่าใช้ได้เฉพาะแคมเปญที่ใช้งานอยู่ในสหรัฐฯ เป็นสกุลเงิน USD และโปรแกรมยังเป็น preview แบบเชิญเท่านั้น ร้านค้าไทยที่ขายเป็นเงินบาทอย่างเดียวจึงยังไม่สามารถใส่ค่าคอมมิชชันที่ร้านออกเองผ่านโปรแกรมนี้ได้
แบรนด์ไทยที่ขายเข้าตลาดสหรัฐฯ ผ่าน Shopify อยู่ในสถานะที่ต่างออกไป ถ้าใช้ Shop Campaigns และเปิด external platforms ไว้ สินค้าของแบรนด์อาจถูกเสนอให้ AI agent พร้อมค่าคอมมิชชันที่สูงขึ้น และ agent เหล่านั้นจะถูกชี้ไปที่ shop.com แทนร้านของแบรนด์เอง การแลกกันแบบนี้ (ค่าคอมมิชชันสำหรับ agent สูงขึ้น แต่ทราฟฟิกผ่าน checkout ของแบรนด์เองน้อยลง) เป็นการตัดสินใจที่แบรนด์ต้องคิดร่วมกับแผนการตลาดอีคอมเมิร์ซ ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นที่ควรยอมรับโดยไม่อ่าน
สัญญาณในภาพกว้างคือวิธีที่ AI shopping agent เลือกสินค้า ถ้า agent อ่านราคาและข้อมูลค่าคอมมิชชันจาก catalog โดยตรง ข้อมูลสินค้าของร้านก็จะส่งผลโดยตรงต่อการที่ agent จะหยิบสินค้านั้นขึ้นมาหรือไม่ สำหรับร้าน Shopify ชื่อสินค้า variant และ structured data ที่เรียบร้อยเป็นส่วนหนึ่งของSEO สำหรับ Shopify อยู่แล้ว และงานพื้นฐานชุดเดียวกันนี้ยังช่วยเรื่องการมองเห็นใน AI search และ answer engine ด้วย
มีสองเรื่องที่ตรวจได้ทันที เรื่องแรก ดูใน analytics ว่ามี utm_source=shopify คู่กับ utm_medium=catalog หรือไม่ เพื่อดูว่ามีทราฟฟิกจาก Global Catalog เข้ามาแล้วหรือยัง (เป็นการอ่านจากพารามิเตอร์ใน URL ไม่ใช่ฟีเจอร์ของ Shopify และการเข้าชมที่ไปที่ shop.com จะไม่ปรากฏใน analytics ของร้านเอง) เรื่องที่สอง ถ้าใช้ Shop Campaigns อยู่ ให้ตรวจว่าเปิด external platforms ไว้หรือไม่ เพราะ Shopify ระบุว่านี่คือการตั้งค่าที่ป้อนค่าคอมมิชชันให้ Catalog API
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Shopify promoted placements
Shopify จ่ายเงินให้นักพัฒนา AI agent เท่าไร
Shopify จ่ายค่าคอมมิชชันพื้นฐาน 0.3% จากยอดซื้อสินค้าที่มีสิทธิ์ซึ่งระบบนับให้ บวกกับค่าคอมมิชชันส่วนเพิ่มที่ร้านค้าออกผ่าน Shop Campaigns สินค้าที่โปรโมตแต่ละชิ้นแสดงอัตรารวมในข้อมูล placement ตัวอย่างของ Shopify แสดง 1.5% อัตราที่สูงกว่าจะจ่ายเฉพาะเมื่อผู้ซื้อซื้อให้เสร็จในแอป Shop หรือบน shop.com
โปรแกรมนี้ใช้ในประเทศไทยได้หรือยัง
อัตราที่สูงกว่าซึ่งร้านค้าออกเองยังใช้กับแคมเปญสกุลเงินบาทไม่ได้ เพราะ Shopify จำกัดค่าคอมมิชชัน Shop Campaigns ไว้ที่แคมเปญที่ใช้งานอยู่ในสหรัฐฯ เป็น USD เอกสารไม่ได้ระบุข้อจำกัดด้านประเทศสำหรับนักพัฒนาที่จะลงชื่อใน waitlist และในช่วง Developer Preview การเข้าถึงเป็นแบบเชิญเท่านั้น
ร้านค้าต้องทำอะไรหรือไม่
หน้าเอกสารของ Shopify ไม่ได้ระบุขั้นตอนใดที่ร้านค้าต้องทำสำหรับอัตราพื้นฐาน ค่าคอมมิชชันเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อร้านใช้ Shop Campaigns และเปิด external platforms ไว้ ซึ่งรวมถึง Catalog API และสินค้าเหล่านั้นจะลิงก์ไปที่ shop.com ไม่ใช่ร้านของตัวเอง
การจ่ายค่าคอมมิชชันสูงขึ้นช่วยให้อันดับดีขึ้นหรือไม่
เอกสารของ Shopify ไม่ได้บอก เอกสารระบุว่า Shopify ผสมสินค้าที่โปรโมตเข้าไปในผลลัพธ์ที่จัดอันดับสำหรับ catalog ที่เปิดโปรแกรม แต่ไม่ได้อธิบายว่าตำแหน่งถูกกำหนดอย่างไร หรือระดับค่าคอมมิชชันมีผลต่อตำแหน่งหรือไม่
กรอบเวลา attribution ยาวเท่าไร
Shopify นับ conversion ด้วยวิธี last non-direct click ภายในกรอบเวลา 7 วัน สินค้าทุกชิ้นที่มีสิทธิ์ในคำสั่งซื้อที่ระบบนับให้ได้ค่าคอมมิชชัน ไม่ใช่เฉพาะสินค้าที่ผู้ซื้อคลิก และการซื้อที่เริ่มจากการเพิ่ม variant ID ผ่าน Cart MCP หรือ Checkout MCP ยังไม่ถูกนับ
สรุป
Shopify เผยแพร่กติกาที่ใช้งานได้จริงสำหรับการจ่ายเงินให้ AI agent แนะนำสินค้า ได้แก่ อัตราขั้นต่ำคงที่ 0.3% ส่วนเพิ่มที่ร้านค้าออกเองซึ่งผูกกับการ checkout บน shop.com กรอบเวลา last non-direct click 7 วัน และข้อกำหนดให้เปิดเผยผลลัพธ์ที่ได้เงิน โปรแกรมยังเป็น preview และ Shopify เตือนว่ารายละเอียดอาจเปลี่ยน แบรนด์ที่ขายเข้าสหรัฐฯ บน Shopify ควรตรวจการตั้งค่า Shop Campaigns และ analytics ตั้งแต่ตอนนี้ Relevant Audience ช่วยแบรนด์อีคอมเมิร์ซวางแผนเรื่องการค้นหาและการถูกค้นพบผ่าน AI หากต้องการให้ช่วยดูว่าร้านของคุณปรากฏอย่างไร ติดต่อทีมงานได้







