สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- บทความนี้เปรียบเทียบบริษัทรับทำ SEO 10 รายที่ธุรกิจไทยมักเจอเมื่อค้นหาเอเจนซี่ ได้แก่ Relevant Audience, Anga, Primal, Cotactic, Marketing Ignite, SEO Bangkok, TBS Marketing, ArioMarketing, Minimice Group และ Sunny Side Up Studio
- Relevant Audience คือบริษัทของผู้เขียนเอง เราบอกไว้ตั้งแต่ต้น และเขียนทั้งจุดแข็งกับข้อจำกัดของทุกราย รวมถึงของเราเอง
- ราคาที่ใส่ในตารางมีเฉพาะราคาที่ตรวจสอบได้ ราคาที่ Relevant Audience เปิดเผยคือ 20,000–150,000 บาทขึ้นไปต่อเดือนสำหรับ SEO แบบเต็มรูปแบบ ส่วนรายอื่นให้ติดต่อขอใบเสนอราคาโดยตรง
- สัญญาณอันตรายที่ควรถอยทันที คือการการันตีอันดับ การไม่บอกที่มาของ backlink แพ็กเกจลิงก์ราคาถูกจำนวนมาก และรายงานที่ไม่ให้สิทธิ์เข้าถึง Search Console
- ปี 2026 ควรถามทุกบริษัทว่าวัดและพัฒนาการมองเห็นของแบรนด์ใน AI Overviews และ ChatGPT อย่างไร ข้อมูลในบทความตรวจสอบล่าสุดเมื่อกันยายน 2026
คำถามว่าบริษัทรับทำ SEO ที่ไหนดี ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกธุรกิจ ร้านค้าออนไลน์ที่ขายคนไทยล้วน ๆ บริษัท B2B ที่ต้องหาลูกค้าทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และคลินิกที่มีหลายสาขา ต้องการเอเจนซี่คนละแบบกัน บทความนี้จึงไม่ได้พยายามตัดสินว่าใครเก่งที่สุด แต่วางข้อมูลของ 10 บริษัทไว้ข้างกัน บอกว่าแต่ละรายเหมาะกับธุรกิจแบบไหน และให้วิธีตรวจสอบที่คุณทำเองได้ก่อนเซ็นสัญญา
ต้องบอกให้ชัดตั้งแต่ย่อหน้าแรกว่า Relevant Audience เป็นผู้เขียนบทความนี้ และเราอยู่ในรายชื่อด้วย เราจึงตั้งกติกาให้ตัวเองไว้สามข้อ ข้อแรก ไม่ใส่ตัวเลขที่ตรวจสอบไม่ได้ ทั้งของเราและของคู่แข่ง ข้อสอง เขียนจุดแข็งจริงของบริษัทอื่นแม้จะเป็นคู่แข่งโดยตรง ข้อสาม บอกข้อจำกัดของเราเองในโปรไฟล์ของเรา ถ้าอ่านแล้วพบว่ารายอื่นเหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่า ก็ควรเลือกรายนั้น
เหตุผลที่การเลือกครั้งนี้สำคัญมีตัวเลขรองรับสองตัว Google มีส่วนแบ่งการค้นหาในประเทศไทย 99.5% (StatCounter, กรกฎาคม 2026) และคนไทย 94.7% ใช้อินเทอร์เน็ต (DataReportal, Digital 2026: Thailand ข้อมูลเดือนตุลาคม 2025) ลูกค้าเกือบทั้งตลาดจึงค้นหาผ่าน Google ที่เดียว ถ้าเลือกเอเจนซี่ผิด ธุรกิจอาจเสียทั้งงบและเวลาเป็นปีกว่าจะรู้ตัว
เกณฑ์การเปรียบเทียบบริษัทรับทำ SEO
ลำดับในบทความนี้ไม่ใช่คะแนน เราเรียงตามลำดับที่แนะนำให้ผู้ซื้อเริ่มทำ shortlist โดยใส่บริษัทของเราไว้ลำดับแรกเพราะเราเป็นผู้เขียน และเปิดเผยเรื่องนี้ไว้แล้วข้างต้น ลำดับที่ 2–4 เป็นบริษัทที่มองเห็นได้มากที่สุดในผลการค้นหาภาษาไทยสำหรับคำว่ารับทำ SEO ส่วนลำดับที่ 5–10 เป็นบริษัทที่มีจุดเด่นเฉพาะทางชัดเจน ทุกรายถูกดูผ่านเกณฑ์ชุดเดียวกันตามตารางด้านล่าง
| เกณฑ์ | สิ่งที่เราดู | วิธีตรวจสอบด้วยตัวเอง |
|---|---|---|
| การมองเห็นในผลค้นหาไทย | บริษัททำอันดับให้เว็บของตัวเองได้หรือไม่ ในคีย์เวิร์ดภาษาไทยที่มีการแข่งขัน | ค้นหาคำที่เกี่ยวกับบริการ SEO บน Google ประเทศไทย แล้วดูว่าใครอยู่หน้าแรก |
| วิธีทำงานแบบสายขาว | อธิบายที่มาของ backlink และวิธีสร้างคอนเทนต์ได้อย่างเปิดเผย | ขอตัวอย่างลิงก์ที่เคยได้มาจริง และถามว่าได้มาอย่างไร |
| ความลึกด้าน Technical SEO | Core Web Vitals, Schema, crawl budget, hreflang และการเรนเดอร์ JavaScript | ขอดูตัวอย่างรายงาน audit ที่ลบชื่อลูกค้าออกแล้ว |
| ภาษาและตลาด | ทำได้เฉพาะภาษาไทย หรือทำภาษาอังกฤษและตลาดต่างประเทศได้ด้วย | ถามว่าใครในทีมเขียนและตรวจคอนเทนต์ภาษาที่สอง |
| รายงานผล | รายงานผูกกับลีด ยอดขาย หรือรายได้ ไม่ได้มีแค่อันดับคีย์เวิร์ด | ขอดูตัวอย่างรายงานรายเดือนจริง และยืนยันว่าคุณได้สิทธิ์เข้า Search Console กับ Analytics |
| ความพร้อมเรื่อง AI Search | มีวิธีวัดและพัฒนาการถูกอ้างอิงใน AI Overviews และ ChatGPT | ถามว่าวัดผลอย่างไร ใช้เครื่องมืออะไร และรายงานให้ดูแบบไหน |
ข้อมูลด้านการมองเห็นในผลค้นหาที่ใช้ในบทความนี้มาจาก Ahrefs ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ SEO ภายนอก ตรวจเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ตัวเลขทราฟฟิกของ Ahrefs เป็นค่าประมาณการ ไม่ใช่ทราฟฟิกจริงจาก Analytics ของแต่ละบริษัท จึงควรใช้ดูแนวโน้มและเปรียบเทียบกันเท่านั้น
| เว็บไซต์ | คีย์เวิร์ดที่ติดอันดับในไทย | คีย์เวิร์ดที่ติดอันดับ 1–3 | ทราฟฟิกออร์แกนิกประมาณการต่อเดือน |
|---|---|---|---|
| Anga | ประมาณ 3,370 | ประมาณ 1,100 | ประมาณ 39,000 |
| Primal | ประมาณ 2,360 | ประมาณ 590 | ประมาณ 56,000 |
| Cotactic | ประมาณ 2,040 | ประมาณ 590 | ประมาณ 18,000 |
| Relevant Audience | ประมาณ 270 | ประมาณ 50 | ประมาณ 15,600 |
ตารางนี้บอกข้อเท็จจริงที่ไม่เข้าข้างเราอย่างหนึ่ง คือในตลาดภาษาไทย Anga, Primal และ Cotactic ติดอันดับในคีย์เวิร์ดภาษาไทยได้มากกว่า Relevant Audience หลายเท่า ทราฟฟิกของเราส่วนใหญ่มาจากคีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษ ถ้าเกณฑ์หลักของคุณคือบริษัทที่ทำอันดับภาษาไทยให้เว็บตัวเองได้มากที่สุด ตัวเลขนี้คือสิ่งที่ควรเอาไปพิจารณา
ตารางเปรียบเทียบ 10 บริษัทรับทำ SEO ปี 2026
| บริษัท | จุดเด่น | เหมาะกับ | ราคาที่เปิดเผย |
|---|---|---|---|
| Relevant Audience | SEO สองภาษา ผูกกับ KPI ธุรกิจ รวมงาน AI Search | บริษัทต่างชาติในไทย และธุรกิจที่ต้องขายทั้งภาษาไทยและอังกฤษ | 20,000–150,000+ บาท/เดือน |
| Anga | ติดอันดับ 1–3 ในคีย์เวิร์ดภาษาไทยมากที่สุดในกลุ่มที่ตรวจ | ธุรกิจที่ลูกค้าค้นหาเป็นภาษาไทยทั้งหมด | สอบถามราคา |
| Primal | สเกลใหญ่ ทีมและระบบรองรับแคมเปญจำนวนมาก | แบรนด์ระดับกลางถึงองค์กรขนาดใหญ่ | สอบถามราคา |
| Cotactic | คอนเทนต์ภาษาไทยปริมาณมาก ทำ SEO คู่กับโฆษณา | SME ไทยที่อยากได้ทีมเดียวดูแลทั้ง SEO และโฆษณา | สอบถามราคา |
| Marketing Ignite | ดำเนินงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1999 | ธุรกิจหลายตลาด ท่องเที่ยวขาเข้า ส่งออก | สอบถามราคา |
| SEO Bangkok | Technical SEO เชิงลึก ทำ SEO อย่างเดียว | B2B และ e-commerce ที่เว็บซับซ้อน | สอบถามราคา |
| TBS Marketing | สายขาวเข้มงวด ฟื้นฟูเว็บที่โดนลงโทษ | อุตสาหกรรมที่มีข้อกำกับ | สอบถามราคา |
| ArioMarketing | ตั้ง KPI ตั้งแต่วันแรก ทำ SEO คู่ PPC | แบรนด์ที่ผูก SEO กับเป้ารายได้ | สอบถามราคา |
| Minimice Group | SEO ผสาน influencer และโซเชียล | แบรนด์ consumer สายไลฟ์สไตล์ | สอบถามราคา |
| Sunny Side Up Studio | งานภาพและ branding ควบคู่ SEO | แบรนด์สาย creative และ hospitality | สอบถามราคา |
วิธีอ่านคอลัมน์ราคา: เราใส่ช่วงราคาเฉพาะรายที่เปิดเผยราคาและเราตรวจสอบได้ รายอื่นเขียนว่า "สอบถามราคา" เพื่อไม่ใส่ตัวเลขประมาณการที่ยืนยันไม่ได้ ช่วงราคาของ Relevant Audience เปิดเผยไว้ในหน้าบริการรับทำ SEO เราไม่ได้ใส่คอลัมน์ภาษาและสัญญาขั้นต่ำ เพราะข้อมูลสองเรื่องนี้ไม่ได้เปิดเผยครบทุกราย ควรถามยืนยันกับบริษัทโดยตรง ตรวจสอบล่าสุด: กันยายน 2026
โปรไฟล์ 10 บริษัทรับทำ SEO
1. Relevant Audience
Relevant Audience ก่อตั้งในปี 2018 ดูแลลูกค้ามาแล้วมากกว่า 500 ราย ในธุรกิจ e-commerce โรงแรม SaaS บริการ B2B และการเงิน ทีมทำ SEO ได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น เรื่องนี้สำคัญกับธุรกิจที่ต้องหาลูกค้าไทยและลูกค้าต่างชาติจากเว็บไซต์เดียวกัน เพราะคีย์เวิร์ด คอนเทนต์ และ backlink ของแต่ละภาษาต่างกันทั้งหมด
แนวทางของเราคือผูกทุกแคมเปญกับ KPI ทางธุรกิจ เราวิเคราะห์ย้อนกลับว่าคอนเทนต์และโปรไฟล์ลิงก์แบบไหนทำให้คู่แข่งติดอันดับ แล้ววางแผนปิดช่องว่างนั้น งาน AI Search หรือ GEO (การทำให้แบรนด์ถูกอ้างอิงในคำตอบของ AI) เป็นส่วนหนึ่งของงานมาตรฐาน ขอบเขตงาน สิ่งที่ส่งมอบแต่ละเดือน และเป้าหมาย จะเขียนไว้ชัดเจนก่อนเซ็นสัญญา
ข้อจำกัดที่ควรรู้: เราไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุดในตลาด และจากตารางด้านบน เว็บของเราเองติดอันดับในคีย์เวิร์ดภาษาไทยน้อยกว่าบริษัทสายภาษาไทยหลายเท่า จุดแข็งของเราอยู่ที่งานสองภาษาและลูกค้าต่างชาติ ถ้าธุรกิจของคุณขายคนไทยล้วนและเน้นงบต่ำ รายอื่นในบทความนี้อาจเหมาะกว่า รายละเอียดขอบเขตงานและราคาดูได้ที่บริการรับทำ SEO ของเรา
เหมาะกับ: บริษัทต่างชาติที่ทำธุรกิจในไทย ธุรกิจไทยที่กำลังขยายไปต่างประเทศ และธุรกิจที่อยากวางรากฐานเรื่อง AI Search ตั้งแต่ตอนนี้
2. Anga
ถ้าคุณค้นหาบริษัทรับทำ SEO เป็นภาษาไทย มีโอกาสสูงที่ Anga จะเป็นชื่อแรกที่เห็น ข้อมูล Ahrefs เดือนกันยายน 2026 แสดงว่าเว็บไซต์ของ Anga ติดอันดับ 1–3 ในคีย์เวิร์ดภาษาไทยราว 1,100 คำ มากที่สุดในบรรดาบริษัทที่เราตรวจข้อมูล และบทความแนะนำการเลือกเอเจนซี่ของ Anga อยู่อันดับต้น ๆ ในคำที่ผู้ซื้อชาวไทยใช้ค้นหาจริง
จุดแข็งที่ชัดคือความสม่ำเสมอในการผลิตคอนเทนต์ภาษาไทยที่ตรงกับสิ่งที่คนไทยค้นหา บริษัทที่ทำอันดับให้เว็บตัวเองได้ในตลาดที่แข่งขันสูงขนาดนี้ แสดงว่าเข้าใจวิธีเล่นเกม SEO ภาษาไทยจริง นี่คือเหตุผลที่ Anga ควรอยู่ในรายชื่อที่เขียนอย่างตรงไปตรงมา แม้จะเป็นคู่แข่งโดยตรงของเรา
ข้อควรพิจารณา: งานฝั่งภาษาอังกฤษดูบางกว่าฝั่งภาษาไทยมาก และทราฟฟิกออร์แกนิกจำนวนไม่น้อยมาจากบทความความรู้ทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับการตลาดโดยตรง สำหรับ SME ไทยเรื่องนี้แทบไม่มีผล แต่สำหรับบริษัทต่างชาติที่คัดเลือกเอเจนซี่เป็นภาษาอังกฤษ ควรถามให้ชัดว่าใครจะดูแลงานภาษาที่สอง
เหมาะกับ: ธุรกิจที่ลูกค้าค้นหาเป็นภาษาไทยทั้งหมด และต้องการทีมที่ถนัดคอนเทนต์ภาษาไทย
3. Primal
Primal เป็นหนึ่งในเอเจนซี่ SEO ที่ใหญ่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดในไทย บริษัทระบุว่าทำงานกับแบรนด์มากกว่า 500 ราย ผ่านแคมเปญมากกว่า 5,000 แคมเปญ และมีสถานะ Google Premier Partner ข้อมูล Ahrefs เดือนกันยายน 2026 ประเมินทราฟฟิกออร์แกนิกในไทยของ Primal ไว้สูงที่สุดในกลุ่มที่เราตรวจ ที่ราว 56,000 ครั้งต่อเดือน
ข้อได้เปรียบของสเกลระดับนี้คือข้อมูลจากแคมเปญจำนวนมาก วิธีทำงานจึงถูกทดสอบและปรับอยู่ตลอด อีกทั้งยังมีทีม performance marketing ทำให้งาน SEO อิงกับสิ่งที่ทำให้เกิดยอดขายจริงในช่วงท้ายของ funnel
ข้อควรพิจารณา: เอเจนซี่ขนาดใหญ่มักมีโครงสร้างทีมหลายชั้น ควรถามว่าใครจะดูแลบัญชีของคุณในแต่ละวัน และทีมที่มานำเสนองานเป็นทีมเดียวกับที่ลงมือทำหรือไม่
เหมาะกับ: แบรนด์ระดับกลางถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการทั้งชื่อเสียงและโครงสร้างทีมรองรับแคมเปญขนาดใหญ่
4. Cotactic
Cotactic Media วางตัวเป็น digital marketing agency ที่ดูแลธุรกิจเหมือนทีม in-house ให้บริการรับทำ SEO โฆษณา Google และ Facebook การตลาด e-commerce งาน lead generation และรับทำเว็บไซต์ WordPress ข้อมูล Ahrefs เดือนกันยายน 2026 แสดงว่าเว็บไซต์ของ Cotactic ติดอันดับในคีย์เวิร์ดภาษาไทยราว 2,000 คำ และติดอันดับ 1–3 ราว 590 คำ
จุดแข็งคือคลังบทความภาษาไทยขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการตลาดและธุรกิจทั่วไป บวกกับการรวม SEO และโฆษณาไว้ในทีมเดียว ธุรกิจที่ไม่อยากประสานงานกับหลายเอเจนซี่จะได้ประโยชน์จากตรงนี้
ข้อควรพิจารณา: คอนเทนต์ที่ดึงทราฟฟิกจำนวนมากเป็นหัวข้อความรู้ทั่วไป ไม่ใช่หน้าบริการ ควรขอดูตัวอย่างงาน SEO ที่ผลักดันคีย์เวิร์ดเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมใกล้เคียงกับคุณ และถ้าต้องการงานภาษาอังกฤษด้วย ควรถามขอบเขตให้ชัดตั้งแต่ต้น
เหมาะกับ: SME ไทยที่อยากได้ทีมเดียวดูแลทั้ง SEO โฆษณา และเว็บไซต์
5. Marketing Ignite
หนึ่งในบริษัทการตลาดดิจิทัลที่เก่าแก่ที่สุดของไทย ดำเนินงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1999 ในอุตสาหกรรมที่เอเจนซี่จำนวนมากปิดตัวภายในไม่กี่ปี การอยู่รอดผ่านการเปลี่ยนแปลงของอัลกอริทึม Google มาหลายยุคไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
จุดเด่นคือ SEO ที่เน้นผลตอบแทน มีประสบการณ์ทั้งตลาดไทยและตลาดตะวันตก และมีลูกค้าองค์กรที่ทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน ส่วนผสมระหว่างความเข้าใจตลาดไทยกับประสบการณ์ตลาดต่างประเทศเหมาะกับธุรกิจท่องเที่ยวขาเข้าและธุรกิจส่งออกเป็นพิเศษ
เหมาะกับ: ธุรกิจที่มีโจทย์ SEO หลายตลาดและต้องการทีมที่มีประวัติการทำงานยาวนาน
6. SEO Bangkok
บริษัทที่ปรึกษาขนาดเล็กซึ่งนำโดยผู้ก่อตั้งที่มีประสบการณ์ SEO ระดับสากลมากกว่า 20 ปี ที่นี่ทำ SEO อย่างเดียว ไม่แบ่งทีมไปดูแลโซเชียล กราฟิก หรือโฆษณา ความสนใจของทีมจึงไม่กระจายไปงานอื่น
งาน technical audit ของ SEO Bangkok ได้รับการยอมรับว่าอยู่แถวหน้าของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ซับซ้อน เช่น SPA ที่ใช้ JavaScript หนัก แคตตาล็อกสินค้าขนาดใหญ่ และการวาง hreflang สำหรับเว็บหลายภาษา
ข้อควรพิจารณา: บริษัทที่ทำ SEO อย่างเดียวจะไม่ดูแลช่องทางอื่นให้ ถ้าต้องการให้ SEO เดินคู่กับโฆษณา คุณต้องประสานกับอีกทีมเอง
เหมาะกับ: ธุรกิจ B2B และ e-commerce ที่มีปัญหา technical ซับซ้อน หรือกำลังขยายไปต่างประเทศ
7. TBS Marketing
TBS Marketing เน้น SEO สายขาวที่สร้างผลระยะยาว ดูแลทั้งลูกค้าไทยและลูกค้าต่างชาติจากฐานในกรุงเทพฯ และถนัดงานในอุตสาหกรรมที่มีข้อกำกับเข้มงวด
วิธีทำงานแบบสายขาวอย่างเคร่งครัดช่วยให้ลูกค้าเลี่ยงความเสี่ยงจากการโดน Google ลงโทษ ซึ่งมักตามมากับเอเจนซี่ที่พึ่งลิงก์สแปม อีกจุดแข็งคือ technical audit และการฟื้นฟูเว็บที่เคยโดนลงโทษ หากสงสัยว่าเว็บมีปัญหาเชิงเทคนิคสะสมที่ดึงอันดับลง ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผล
เหมาะกับ: ธุรกิจการเงิน สุขภาพ กฎหมาย และเว็บที่ต้องฟื้นตัวหลังโดนลงโทษ ซึ่งต้องการแนวทางที่ระมัดระวัง
8. ArioMarketing
อยู่ในตลาดดิจิทัลไทยมากว่า 10 ปี ให้บริการ SEO, PPC และ content marketing แคมเปญเริ่มจากการตกลง KPI ที่วัดผลได้ตั้งแต่วันแรก ช่วยลดปัญหาขอบเขตงานไม่ชัดและความคาดหวังไม่ตรงกัน
การตั้ง KPI ก่อนเริ่มงานเป็นเรื่องที่ควรมีในตลาดที่หลายเอเจนซี่ยังรายงานแค่อันดับและทราฟฟิก ArioMarketing ทำแคมเปญได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จึงเหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงทั้งผู้บริโภคไทยและกลุ่มชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ
เหมาะกับ: แบรนด์ที่อยากให้ SEO ทำงานคู่กับโฆษณา Google ภายใต้เป้ารายได้เดียวกัน
9. Minimice Group
เอเจนซี่สาย creative ที่ผสาน SEO เข้ากับโซเชียลมีเดียและ influencer marketing คอนเทนต์ของที่นี่มักทำงานได้ทั้งกับอัลกอริทึมและกับคนอ่านจริง ซึ่งเอเจนซี่สาย technical หลายรายยังหาสมดุลนี้ไม่ได้
ในไทย วัฒนธรรม influencer แข็งแรงเป็นพิเศษ และการบอกต่อมักเกิดบนโซเชียลก่อนจะมาถึงการค้นหา การให้ SEO ทำงานร่วมกับ influencer จึงช่วยสร้างการรับรู้และลิงก์ได้เร็วกว่าการทำคอนเทนต์อย่างเดียว
ข้อควรพิจารณา: ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีปัญหา technical หนัก ควรถามให้ชัดว่าทีมไหนจะรับผิดชอบส่วนนั้น
เหมาะกับ: แบรนด์ consumer ด้านไลฟ์สไตล์ ความงาม แฟชั่น และ hospitality
10. Sunny Side Up Studio
Sunny Side Up Studio เพิ่มงาน creative production ทั้ง branding วิดีโอ และภาพถ่าย บนฐานงาน SEO สำหรับอุตสาหกรรมที่ภาพลักษณ์สำคัญพอ ๆ กับการมองเห็นในผลค้นหา ส่วนผสมนี้เป็นข้อได้เปรียบจริง
เพราะงานออกแบบนำ คอนเทนต์ที่ผลิตเพื่อ SEO จึงยังสวยและตรงกับแบรนด์ ช่วยเลี่ยงปัญหาที่พบบ่อย คือหน้าเว็บที่ติดอันดับได้แต่หน้าตาธรรมดาจนเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นลูกค้าไม่ได้
เหมาะกับ: ธุรกิจสาย creative ที่อยากให้ SEO เสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์
ราคารับทำ SEO ปี 2026: ตัวเลขที่ตรวจสอบได้
คำถามแรกของเกือบทุกธุรกิจคือรับทำ SEO ราคาเท่าไหร่ บริษัทส่วนใหญ่ในไทยเสนอราคาเป็นรายกรณีและไม่เปิดเผยราคา เราจึงไม่ประมาณราคาของบริษัทอื่นแทน สิ่งที่ทำได้คือแสดงราคาที่ Relevant Audience เปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ พร้อมอธิบายว่าอะไรทำให้ใบเสนอราคาของแต่ละบริษัทสูงหรือต่ำ
| บริการ | ช่วงราคาที่เปิดเผย (บาท) | เผยแพร่ในหน้า |
|---|---|---|
| SEO แบบเต็มรูปแบบ รายเดือน | 20,000–150,000+ ต่อเดือน | บริการรับทำ SEO |
| แคมเปญที่ดำเนินการเต็มรูปแบบ (ช่วงที่พบบ่อย) | 40,000–60,000 ต่อเดือน | บริการรับทำ SEO |
| Local SEO | 15,000–50,000 ต่อเดือน | บริการ Local SEO |
| E-commerce SEO | 30,000–150,000 ต่อเดือน | บริการ SEO สำหรับ E-commerce |
| SEO Audit (ครั้งเดียว) | 25,000–80,000 | บริการ SEO Audit |
| Link Building | 4,000–15,000 ต่อลิงก์ หรือ 25,000–120,000+ ต่อเดือน | บริการ Link Building |
| GEO / AI Search | 30,000–120,000 ต่อเดือน, ตรวจการมองเห็นบน AI เริ่มต้น 25,000 | บริการ GEO |
ช่วงราคาตามที่เผยแพร่บน relevantaudience.com ณ กันยายน 2026 งบค่าโฆษณาแยกต่างหากและจ่ายให้แพลตฟอร์มโดยตรง
อะไรทำให้ราคารับทำ SEO ต่างกัน
ตัวแปรที่ใหญ่ที่สุดคือระดับการแข่งขันของคีย์เวิร์ด ปัจจัยอื่น ทั้งขนาดเว็บไซต์ ปริมาณคอนเทนต์ และจำนวนลิงก์ที่ต้องสร้าง เป็นตัวคูณที่ต่อยอดจากฐานนั้น อุตสาหกรรมที่มักใช้งบ SEO สูงในไทยคือธุรกิจที่ลูกค้าหนึ่งรายมีมูลค่าสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และเกาะสมุย บริการด้านกฎหมาย สุขภาพและ medical tourism การเงินและประกันภัย รวมถึง SaaS
ตัวแปรที่สองคือจำนวนภาษา แคมเปญที่ต้องชนะทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษแทบเท่ากับสองแคมเปญที่ใช้ฐาน technical ร่วมกัน เพราะคีย์เวิร์ด คอนเทนต์ และแหล่งลิงก์ต่างกันทั้งหมด ตัวแปรที่สามคือจุดเริ่มต้นของเว็บ เว็บที่มีความน่าเชื่อถือสะสมอยู่แล้วจะขยับได้เร็วกว่าและใช้งบน้อยกว่าโดเมนใหม่
วิธีคิดเรื่องความคุ้มค่า
แทนที่จะถามว่า SEO ราคาเท่าไหร่ ให้ถามว่าเอเจนซี่คาดการณ์ผลตอบแทนจากสมมติฐานอะไร คำตอบที่น่าเชื่อถือต้องบอกกลุ่มคีย์เวิร์ดเป้าหมาย ปริมาณการค้นหาของกลุ่มนั้น อัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าจาก Analytics ของคุณเอง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม และมูลค่าเฉลี่ยของลูกค้าหนึ่งราย ถ้าข้อเสนอพูดถึงผลตอบแทนเป็นกี่เท่าโดยไม่มีสี่ข้อนี้ ให้ถือว่าตัวเลขนั้นเป็นตัวเลขเพื่อการขาย
วิธีเลือกบริษัท SEO ไม่ให้โดนหลอก
ก่อนเซ็นสัญญากับบริษัทไหนก็ตาม ถ้าเจอสัญญาณต่อไปนี้แม้ข้อเดียว ควรหยุดและขอคำอธิบายให้ชัดก่อน
สัญญาณอันตรายที่ควรถอย
- การันตีอันดับ ประโยคอย่าง "รับประกันติดหน้าแรกใน 30 วัน" เป็นคำสัญญาที่ไม่มีใครทำได้จริง เพราะไม่มีบริษัทไหนควบคุมอัลกอริทึมของ Google ได้ บริษัทที่ซื่อตรงจะพูดถึงแผนงาน กรอบเวลาที่สมเหตุสมผล และตัวชี้วัดที่ติดตามได้
- ไม่ยอมบอกที่มาของ backlink การอ้าง "สูตรลับ" หรือเลี่ยงไม่ตอบว่าลิงก์มาจากเว็บไหน มักหมายถึง PBN หรือฟาร์มลิงก์ ซึ่งอาจทำให้เว็บโดนลงโทษภายหลัง
- แพ็กเกจลิงก์ราคาถูกจำนวนมาก การสัญญาว่าจะได้ backlink หลายร้อยลิงก์ต่อเดือนในราคาหลักพัน แทบทั้งหมดคือลิงก์คุณภาพต่ำ
- รายงานมีแต่อันดับ ไม่มีข้อมูลทราฟฟิก ลีด หรือยอดขาย หรือไม่ให้สิทธิ์เข้าถึง Google Search Console และ Analytics ของเว็บคุณเอง
- ไม่มีผลงานคีย์เวิร์ดภาษาไทย ถ้าลูกค้าของคุณค้นหาเป็นภาษาไทย แต่บริษัทมีตัวอย่างงานจากต่างประเทศอย่างเดียว ควรขอหลักฐานเพิ่ม
- ใครเป็นเจ้าของบัญชีและคอนเทนต์ไม่ชัด เมื่อเลิกจ้าง เว็บไซต์ คอนเทนต์ และบัญชีเครื่องมือทั้งหมดต้องเป็นของคุณ ถ้าสัญญาไม่เขียนเรื่องนี้ ให้ขอแก้ก่อนเซ็น
ขั้นตอนเลือกบริษัทที่แนะนำ
- เริ่มจากเป้าหมายธุรกิจ ตอบให้ได้ก่อนว่าต้องการลีด B2B ยอดขายออนไลน์ หรือลูกค้าเข้าร้าน เป้าหมายต่างกันต้องการเอเจนซี่คนละแบบ
- รู้สภาพเว็บตัวเองก่อนคุย การทำ SEO Audit ก่อนจ้างช่วยให้รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ technical คอนเทนต์ หรือ backlink และทำให้เทียบข้อเสนอของแต่ละบริษัทได้จากข้อมูลจริง
- เทียบอย่างน้อย 2–3 ราย ขอดูผลงานในอุตสาหกรรมใกล้เคียง ถามว่าใครในทีมจะลงมือทำงานจริง และขอตัวอย่างรายงานรายเดือน
- ถามเรื่อง AI Search ทุกครั้ง ให้บริษัทอธิบายว่าจะวัดการถูกอ้างอิงใน AI Overviews และ ChatGPT อย่างไร รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป
- อ่านสัญญาให้ครบ ดูระยะเวลาขั้นต่ำ เงื่อนไขการยกเลิก และความเป็นเจ้าของบัญชีกับคอนเทนต์
ประเภทธุรกิจก็มีผล ธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือให้บริการตามพื้นที่ เช่น คลินิก ร้านอาหาร หรือธุรกิจหลายสาขา ควรให้น้ำหนักกับบริษัทที่ทำ Local SEO ได้จริง ธุรกิจ e-commerce ควรเลือกรายที่แข็งด้าน technical และหน้าสินค้า ส่วนธุรกิจ B2B ที่รอบการตัดสินใจยาว ควรเลือกรายที่วางกลยุทธ์คอนเทนต์ครอบคลุมทั้ง funnel ได้
SEO ยุค AI: ทำไมต้องถามเรื่อง GEO ก่อนจ้าง
การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดของวงการ SEO ในช่วงปี 2024–2026 คือการค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI Google แสดง AI Overviews เหนือผลการค้นหาปกติในหลายคำค้น แบรนด์จึงอาจถูกกล่าวถึงหรือถูกข้ามไปตั้งแต่ก่อนผู้ใช้จะคลิกลิงก์ใด ส่วนผู้ช่วยอย่าง ChatGPT และ Gemini ก็ตอบคำถามช่วงหาข้อมูลที่เมื่อก่อนเริ่มจากการค้นหาบน Google
GEO (Generative Engine Optimization) คือการทำให้แบรนด์ถูกเลือกเป็นแหล่งอ้างอิงในคำตอบของ AI ต่อยอดจาก SEO ไม่ได้มาแทนที่ พื้นฐานยังเหมือนเดิม คือเว็บที่ Google เข้าใจได้ คอนเทนต์ที่ตอบคำถามตรงประเด็น และความน่าเชื่อถือจากแหล่งภายนอก สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือรูปแบบคอนเทนต์ที่ AI ดึงไปอ้างอิงได้ง่าย เช่น ตารางข้อมูลที่มีวันที่กำกับ คำตอบสั้นที่ชัดเจน และ structured data รวมถึงการติดตามว่าแบรนด์ถูกอ้างอิงในคำถามสำคัญของธุรกิจมากน้อยแค่ไหน
ก่อนจ้าง ให้ถามบริษัทว่าวัดการมองเห็นของแบรนด์ใน AI Overviews และ ChatGPT อย่างไร และจะรายงานเรื่องนี้เป็นตัวเลขให้ดูหรือเปล่า ถ้าคำตอบมีแต่คำกว้าง ๆ ไม่มีเครื่องมือหรือตัวอย่างรายงาน ก็พอบอกได้ว่าบริษัทนั้นยังไม่ได้ทำงานด้านนี้จริง ถ้าอยากเห็นตัวอย่างขอบเขตงานด้านนี้ ดูได้ที่บริการ GEO ของเรา และถ้าคุณใช้โฆษณาแบบเสียเงินควบคู่อยู่แล้ว หน้าบริการรับยิงแอดอธิบายว่างานโฆษณากับ SEO แบ่งหน้าที่กันอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
รับทำ SEO ราคาเท่าไหร่ในปี 2026?
ราคาที่ Relevant Audience เปิดเผยคือ 20,000–150,000 บาทขึ้นไปต่อเดือนสำหรับ SEO แบบเต็มรูปแบบ โดยแคมเปญที่ดำเนินการเต็มรูปแบบมักอยู่ที่ 40,000–60,000 บาทต่อเดือน และ Local SEO อยู่ที่ 15,000–50,000 บาทต่อเดือน บริษัทอื่นส่วนใหญ่ในไทยเสนอราคาเป็นรายกรณี ตัวเลขตลาดที่เห็นทั่วไปจึงควรถือเป็นค่าประมาณการ จนกว่าบริษัทนั้นจะเปิดเผยราคาเอง สิ่งที่ไม่ควรต่างกันคือความโปร่งใส ขอบเขตงานต้องเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และสิ่งที่จะส่งมอบต้องระบุก่อนเซ็นสัญญา
จ้างทำ SEO กี่เดือนถึงเห็นผล?
โดยทั่วไปมักเริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นภายใน 3–6 เดือน และเห็นผลทางธุรกิจชัดเจนในช่วง 6–12 เดือน ขึ้นกับสภาพเว็บตอนเริ่มและระดับการแข่งขัน คีย์เวิร์ดภาษาไทยที่แข่งขันสูง เช่นกลุ่มคำว่ารับทำ SEO ใช้เวลานานกว่าคีย์เวิร์ดเฉพาะกลุ่ม ใครที่สัญญาผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 30 วัน ควรระวังไว้ก่อน
จ้างบริษัทหรือฟรีแลนซ์ทำ SEO ดีกว่า?
ขึ้นกับขนาดงาน ฟรีแลนซ์เหมาะกับเว็บเล็กที่แข่งขันต่ำและงานที่ขอบเขตชัด เช่น ปรับ on-page หรือเขียนคอนเทนต์ บริษัทเหมาะเมื่อต้องทำ technical คอนเทนต์ และลิงก์พร้อมกัน หรือต้องการรายงานที่ผูกกับยอดขาย เพราะมีทีมหลายตำแหน่งและมีคนสำรองเมื่อคนใดคนหนึ่งไม่อยู่ ไม่ว่าเลือกแบบไหน ให้ยืนยันว่าบัญชี Search Console, Analytics และคอนเทนต์ทั้งหมดเป็นของคุณ
บริษัทรับทำ SEO การันตีอันดับได้จริงไหม?
ไม่ได้ อันดับบน Google ขึ้นกับอัลกอริทึมที่เปลี่ยนตลอดเวลาและการเคลื่อนไหวของคู่แข่ง ซึ่งไม่มีบริษัทไหนควบคุมได้ บริษัทที่ดีรับประกันได้เฉพาะคุณภาพของกระบวนการ ความโปร่งใสของรายงาน และสิ่งที่จะส่งมอบในแต่ละเดือน ถ้ามีใครกล้าการันตีตำแหน่ง แปลว่าอาจพร้อมใช้วิธีเสี่ยงที่ทำให้เว็บคุณโดนลงโทษ
บริษัทรับทำ SEO ที่ไหนดีสำหรับธุรกิจที่ต้องทำทั้งภาษาไทยและอังกฤษ?
ให้เลือกบริษัทที่มีทีมเขียนและตรวจคอนเทนต์ทั้งสองภาษา และเข้าใจการตั้งค่า hreflang ให้หน้าไทยกับหน้าอังกฤษจับคู่กันถูกต้อง ในรายชื่อข้างต้น Relevant Audience, SEO Bangkok และ Marketing Ignite มีจุดเด่นด้านงานหลายภาษาและหลายตลาด ส่วนธุรกิจที่ขายคนไทยล้วน บริษัทสายภาษาไทยอย่าง Anga หรือ Cotactic อาจตอบโจทย์กว่า
ต้องทำ GEO แยกจาก SEO หรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องแยกเป็นคนละโครงการ GEO ต่อยอดจากพื้นฐาน SEO เดิม แต่ต้องมีการวัดผลเพิ่ม คือการติดตามว่าแบรนด์ถูกอ้างอิงใน AI Overviews และ ChatGPT มากน้อยแค่ไหน และปรับรูปแบบคอนเทนต์ให้ AI ดึงไปใช้ได้ง่าย ธุรกิจที่อยากรู้จุดเริ่มต้นสามารถเริ่มจากการตรวจการมองเห็นบน AI แบบครั้งเดียวก่อนตัดสินใจทำรายเดือน
ถ้าอ่านจบแล้วคิดว่างานสองภาษาและ AI Search คือสิ่งที่ธุรกิจของคุณต้องการ บริการรับทำ SEO ของเราอธิบายขอบเขตงาน ขั้นตอน และราคาไว้ครบ แต่ถ้ารายอื่นในบทความนี้เหมาะกว่า เราแนะนำให้เลือกรายนั้น และใช้เกณฑ์กับสัญญาณอันตรายข้างต้นตรวจสอบก่อนเซ็นสัญญา







