สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- ประวัติอัปเดตการจัดอันดับของ Google ระบุว่าอัปเดตสแปมเดือนกันยายน 2569 ใช้เวลา 13 วัน 16 ชั่วโมง เทียบกับ 19 ชม. 30 นาที (มีนาคม), 2 วัน 1 ชม. (มิถุนายน) และ 2 วัน 16 ชม. (สิงหาคม) ของอัปเดตสแปมครั้งก่อนในปีเดียวกัน
- ข้อมูลของ Diib จากเว็บไซต์ 32,569 แห่งที่ Search Engine Journal รายงาน พบว่าค่ามัธยฐานสัดส่วนการเข้าชมจาก Google Search แบบไม่เสียเงินลดจาก 34% เหลือ 31% ในวันที่ 24-26 กันยายน 2569
- SEOmonitor ระบุว่า rank tracker จำนวนมากแสดงการเปลี่ยนแปลงอันดับแบบกะทันหันตั้งแต่ 26 กันยายน 2569 ซึ่งผู้ค้นหาจริงไม่ได้เห็น เพราะผลการค้นหาที่ส่งกลับให้การค้นหาอัตโนมัติไม่ครบ
- Search Engine Roundtable บันทึกวันที่อัปเดตส่งผลกระทบไว้ที่ 25-27 กันยายน, 30 กันยายน และ 4-6 ตุลาคม 2569 โดย Google ไม่ได้ยืนยันข้อมูลผลกระทบจากบุคคลภายนอกเลย
อัปเดตสแปมเดือนกันยายน 2569 ของ Google (September 2026 spam update) ทยอยปล่อยเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ใช้เวลาทั้งหมด 13 วัน 16 ชั่วโมงนับจากวันเริ่มต้นคือ 24 กันยายน Google แจ้งการปิดรอบนี้ไว้บน Google Search Status Dashboard เวลา 01:37 น. ตามเวลาแปซิฟิก (PDT) ด้วยข้อความว่า "The rollout was complete as of October 8, 2026." นี่คืออัปเดตสแปมที่ใช้เวลานานที่สุดในบรรดาอัปเดตสแปมทั้งสี่ครั้งของ Google ในปีนี้ และทำให้เจ้าของเว็บไซต์มีช่วงเวลาสองสัปดาห์ที่ชัดเจนสำหรับตรวจข้อมูลใน Search Console
อะไรใหม่นับจากวันเปิดตัว
Relevant Audience รายงานข่าวการเปิดตัวไปแล้วเมื่อวันที่ 25 กันยายน ตอนนั้นข้อมูลที่มีมีเพียงประกาศของ Google และระยะเวลาที่ Google ประเมินไว้ คือ Google บอกว่าอัปเดตนี้ "applies globally and to all languages" และการปล่อย "may take up to two weeks to complete" สองสัปดาห์ต่อมา มีสี่เรื่องที่เปลี่ยนไป
- วันสิ้นสุดได้รับการยืนยันแล้ว หน้า incident บน Status Dashboard ระบุว่าอัปเดตเริ่มเวลา 09:15 น. PDT วันที่ 24 กันยายน 2569 และสิ้นสุดเวลา 01:00 น. PDT วันที่ 8 ตุลาคม 2569
- รู้ระยะเวลาสุดท้ายแล้ว ประวัติอัปเดตการจัดอันดับของ Google (ranking update history) ระบุไว้ที่ 13 วัน 16 ชั่วโมง ซึ่งเกือบเต็มกรอบสองสัปดาห์ที่ Google ให้ไว้
- มีข้อมูลผลกระทบช่วงแรกจากบุคคลภายนอก Search Engine Journal รายงานตัวเลขจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Diib และ Search Engine Roundtable บันทึกวันที่อัปเดตส่งผลกระทบ
- มีคำเตือนเรื่องการวัดผล บริษัทติดตามอันดับ SEOmonitor ระบุว่า rank tracker จำนวนมากแสดงการเปลี่ยนแปลงอันดับแบบกะทันหันตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ซึ่งผู้ใช้จริงที่ค้นหาบน Google ไม่ได้เห็นแบบนั้น
สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน คือ Google ยังไม่บอกว่าอัปเดตนี้มุ่งเป้าไปที่อะไร และไม่อธิบายว่าทำไมครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าอัปเดตสแปมก่อนหน้าในปีนี้มาก
ระยะเวลาเทียบกับอัปเดตสแปมครั้งก่อน
ตารางด้านล่างเทียบการปล่อยอัปเดตเดือนกันยายน 2569 กับอัปเดตสแปมครั้งก่อนของ Google โดยใช้ระยะเวลาที่ Search Engine Journal รายงานและข้อมูลจากประวัติอัปเดตการจัดอันดับของ Google
| อัปเดตสแปม | ระยะเวลาการปล่อย |
|---|---|
| มีนาคม 2569 | 19 ชั่วโมง 30 นาที |
| มิถุนายน 2569 | 2 วัน 1 ชั่วโมง |
| สิงหาคม 2569 | 2 วัน 16 ชั่วโมง |
| กันยายน 2569 | 13 วัน 16 ชั่วโมง (24 ก.ย. ถึง 8 ต.ค.) |
| สิงหาคม 2568 | 26 วัน 15 ชั่วโมง (26 ส.ค. ถึง 22 ก.ย. 2568) |
สรุปคืออัปเดตเดือนกันยายนยาวกว่าอัปเดตสแปมครั้งอื่นในปี 2569 ราวห้าเท่า แต่ยังสั้นกว่าอัปเดตสแปมเดือนสิงหาคม 2568 ประมาณครึ่งหนึ่ง Barry Schwartz จาก Search Engine Roundtable ชี้ว่าอัปเดตสแปมสองสามครั้งก่อนหน้าใช้เวลาราวสองวัน ส่วนครั้งนี้ใช้สองสัปดาห์ ขณะที่ Google เขียนบน LinkedIn ว่าเป็น "a normal spam update" ที่จะปล่อยในทุกภาษาและทุกพื้นที่ Schwartz บอกว่าเขาไม่แน่ใจว่าการปล่อยที่ใช้เวลาสองสัปดาห์นับว่า "ปกติ" ได้อย่างไร Google ไม่ได้ให้คำอธิบาย และความยาวของการปล่อยเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้บอกว่ามีเว็บไซต์ได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน
Google บอกอะไรและไม่ได้บอกอะไรเรื่องเป้าหมาย
เอกสารของ Google อธิบายว่าอัปเดตสแปมคือการปรับปรุงที่สำคัญของระบบอัตโนมัติที่ใช้ตรวจจับสแปม รวมถึง SpamBrain ซึ่งเป็นระบบป้องกันสแปมที่ใช้ AI ระบบเหล่านี้ทำงานตลอดเวลา การประกาศชื่ออัปเดตสแปมเป็นการบอกว่ามีการเปลี่ยนวิธีการทำงานของระบบ Search Engine Journal ระบุว่า ณ เวลาที่เผยแพร่บทความ ทั้งหน้าเอกสารและข้อความสองรายการบน dashboard ไม่ได้บอกว่าการปล่อยรอบเดือนกันยายนจัดการกับเรื่องอะไร
Search Engine Roundtable สรุปสิ่งที่เข้าใจเกี่ยวกับอัปเดตนี้ไว้ว่า อัปเดตมุ่งไปที่เว็บไซต์ที่ละเมิดนโยบายสแปมบางข้อของ Google ไม่ได้มุ่งไปที่ลิงก์สแปม มีผลทั่วโลก และ Google ไม่ยอมบอกว่ากระทบคำค้นหากี่เปอร์เซ็นต์ คำแนะนำทั่วไปของ Google สำหรับเว็บไซต์ที่โดนผลกระทบคือ ให้ทบทวนนโยบายสแปมและตรวจว่าเว็บไซต์ทำตามนโยบายจริง เอกสารของ Google ระบุว่าการแก้ไขอาจช่วยให้เว็บไซต์ดีขึ้น "over a period of months" เมื่อระบบอัตโนมัติเรียนรู้ว่าเว็บไซต์ทำตามนโยบายแล้ว การฟื้นตัวจึงไม่ได้เกิดเร็ว และอัปเดตสแปมแบบอัลกอริทึมไม่มีการยื่นคำขอพิจารณาใหม่ (reconsideration request) เพราะไม่ได้เป็นบทลงโทษแบบ manual action
ข้อมูลผลกระทบช่วงแรก และใครเป็นผู้เผยแพร่
ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อนี้ไม่ได้มาจาก Google และ Google ยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลผลกระทบใด ๆ ของอัปเดตนี้
Diib: สัดส่วนการเข้าชมจาก Google Search แบบไม่เสียเงิน
Search Engine Journal รายงานว่า Diib เผยแพร่ข้อมูลช่วงแรกเมื่อวันที่ 29 กันยายน จากเว็บไซต์ 32,569 แห่งที่เชื่อมต่อ Google Analytics ไว้ Diib เทียบสัดส่วนการเข้าชมจาก Google Search แบบไม่เสียเงินของแต่ละเว็บไซต์ในวันที่ 24 ถึง 26 กันยายน กับวันเดียวกันของสัปดาห์ก่อนหน้า ค่ามัธยฐานของสัดส่วนนี้ลดจาก 34% เหลือ 31% และเว็บไซต์ 10% มีสัดส่วนนี้ลดลงครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า เทียบกับ 5% ในสัปดาห์ที่ใช้เปรียบเทียบ Diib อธิบายว่าเลือกใช้ตัวชี้วัดแบบสัดส่วนเพราะทราฟฟิกโดยรวมลดลงในสัปดาห์นั้น เรียกผลที่ได้ว่า "an early read, not a verdict" และระบุว่าข้อมูลของตนไม่ได้บอกว่า Google จัดเว็บไซต์ใดเป็นสแปม
มีข้อจำกัดสองข้อที่ควรจำไว้ ข้อแรก ช่วงข้อมูลมีแค่สามวันแรกของการปล่อยที่กินเวลาสิบสี่วัน ข้อสอง ตัวชี้วัดแบบสัดส่วนอาจเปลี่ยนได้เพราะช่องทางอื่นเปลี่ยน ไม่ใช่เพราะทราฟฟิกจาก Google เปลี่ยนเพียงอย่างเดียว
Search Engine Roundtable: วันที่เห็นผลกระทบ
Schwartz บันทึกวันที่การปล่อยอัปเดตส่งผลกระทบ ได้แก่ 25 ถึง 27 กันยายน, 30 กันยายน และ 4 ถึง 6 ตุลาคม เขาบอกด้วยว่าการบันทึกนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า Google ไม่ได้ปล่อยอัปเดตอื่นในช่วงเดียวกัน ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้แน่ชัด เขายังเขียนว่ามีบางคนบอกว่าผลกระทบดูคล้าย core update มากกว่า แต่เขาไม่แน่ใจในเรื่องนั้น
SEOmonitor: ความผิดเพี้ยนของ rank tracker
SEOmonitor ตามที่ Search Engine Journal รายงาน ระบุว่า rank tracker จำนวนมากในอุตสาหกรรมแสดงการเปลี่ยนแปลงอันดับแบบกะทันหันตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน โดยคนที่ค้นหาบน Google จริงไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น SEOmonitor ระบุว่าสาเหตุคือผลการค้นหาที่ไม่ครบและไม่ถูกต้องซึ่ง Google ส่งกลับมาให้การค้นหาแบบอัตโนมัติ และบอกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากอัปเดตสแปมจริงมักคงอยู่หลายวัน และมักปรากฏใน impressions และ clicks ของ Search Console
ประเด็นนี้สำคัญเพราะวันที่ 26 กันยายนอยู่ในช่วงผลกระทบช่วงแรกที่ Schwartz บันทึกไว้พอดี ถ้ากราฟจากเครื่องมือภายนอกแสดงอันดับร่วงตั้งแต่วันนั้น แต่ Search Console ไม่ได้แสดงอะไร ก็อาจเป็นปัญหาของการติดตามอันดับ มากกว่าเป็นการเสียอันดับจริง
สัญญาณอีกเรื่อง: ที่ปรึกษาบอกว่าเห็น manual action มากขึ้น
วันที่ 8 ตุลาคม Search Engine Roundtable เผยแพร่รายงานแยกอีกชิ้นที่ตั้งคำถามว่า Google ออกบทลงโทษแบบ manual action มากขึ้นหรือไม่ Marie Haynes ที่ปรึกษาด้าน SEO โพสต์ว่าคำขอความช่วยเหลือเรื่อง manual action ที่เธอได้รับ "went from essentially no requests to several per week" โดยเป็นกรณี thin content, pure spam และ scaled content ส่วน Daniel Foley Carter ที่ปรึกษาด้าน SEO อีกคน โพสต์ว่าเขาเห็น manual action มากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Schwartz ยังรวบรวมกระทู้ล่าสุดในฟอรัมช่วยเหลือของ Google ที่พูดถึง manual action ไว้ด้วย
ข้อมูลส่วนนี้ควรถือเป็นเรื่องเล่า ไม่ใช่สถิติ เพราะมาจากที่ปรึกษาเพียงไม่กี่คนและโพสต์ในฟอรัม และ Google ไม่ได้ยืนยันว่าจำนวน manual action เปลี่ยนไป อีกเรื่องที่ต้องแยกให้ออกคือ manual action เป็นกลไกคนละแบบกับอัปเดตสแปม manual action มาจากผู้ตรวจสอบที่เป็นคน จะปรากฏในรายงาน Manual actions ของ Search Console และยื่นขอพิจารณาใหม่ได้ ส่วนอัปเดตสแปมเป็นอัลกอริทึมและไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ
ตรวจอย่างไรว่าเว็บไซต์ของคุณได้รับผลกระทบ
เมื่อการปล่อยจบแล้ว ช่วงวันที่ 24 กันยายน ถึง 8 ตุลาคม 2569 กลายเป็นกรอบเวลาที่ใช้เทียบได้ชัดเจน Search Engine Journal เตือนว่าการที่ตัวเลขตกในช่วงนี้ไม่ได้แปลว่าอัปเดตเป็นสาเหตุเสมอไป ลำดับการตรวจที่ใช้ได้จริงมีดังนี้
- เริ่มจาก Search Console ไม่ใช่ rank tracker เปิดรายงาน Performance แล้วเทียบ clicks และ impressions ของวันที่ 24 กันยายน ถึง 8 ตุลาคม กับสองสัปดาห์ก่อนหน้า จากนั้นดูวันหลัง 8 ตุลาคมเมื่อข้อมูลเข้ามาเพิ่ม
- มองหาการลดลงที่คงอยู่ การลดลงที่อยู่หลายวันและเห็นทั้งใน impressions และ clicks มีน้ำหนักมากกว่าการตกวันเดียวบนกราฟของเครื่องมือภายนอก ถ้าหลักฐานมีแค่ rank tracker ที่แสดงอันดับตกตั้งแต่ 26 กันยายน ให้ตรวจไขว้ก่อนลงมือแก้
- เทียบวันที่ตกกับวันที่มีการบันทึก ถ้าเริ่มเสียทราฟฟิกช่วง 25 ถึง 27 กันยายน, 30 กันยายน หรือ 4 ถึง 6 ตุลาคม ช่วงเวลานั้นสอดคล้องกับอัปเดต แต่ช่วงเวลาที่ตรงกันยังไม่ใช่หลักฐาน
- แยกดูตามประเภทหน้า ถ้าการลดลงกระจุกอยู่ในไดเรกทอรีเดียว เช่น ส่วนบล็อกที่สร้างจากเทมเพลตหรือผลิตหน้าจำนวนมาก นั่นบอกได้ว่าควรเริ่มดูที่ไหน
- ตรวจรายงาน Manual actions ใช้เวลาไม่ถึงนาที และช่วยตัดกลไกอีกแบบออกไปได้
- เทียบกับช่องทางอื่น ถ้าทราฟฟิกจาก direct, โฆษณา และโซเชียลก็ลดลงในสัปดาห์เดียวกัน การที่สัดส่วนทราฟฟิกตกอาจไม่เกี่ยวกับ Google เลย ซึ่ง Diib เองก็ระบุว่าทราฟฟิกโดยรวมลดลงในสัปดาห์นั้น
ถ้าเว็บไซต์โดนผลกระทบ งานที่ต้องทำคือทบทวนเว็บไซต์เทียบกับนโยบายสแปมของ Google โดยให้น้ำหนักกับ scaled content abuse (การผลิตหน้าจำนวนมากเพื่อจัดอันดับเป็นหลัก ไม่ว่าจะเขียนโดยคน ระบบอัตโนมัติ หรือ AI) site reputation abuse (การโฮสต์หน้าของบุคคลที่สามเพื่ออาศัยความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์หลัก) หน้า affiliate ที่เนื้อหาบาง และ doorway pages จุดเริ่มต้นที่ใช้กันทั่วไปคือ การตรวจ SEO (SEO audit) ที่ทำรายการประเภทหน้าและทราฟฟิกของแต่ละกลุ่ม เพราะการแก้ไขมักต้องลบหรือรวม URL เป็นกลุ่มใหญ่ ไม่ใช่แก้ทีละหน้า
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
Google ระบุว่าอัปเดตนี้มีผลทั่วโลกและทุกภาษา เว็บไซต์ภาษาไทยจึงอยู่ในขอบเขตด้วย แต่ Google ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลแยกตามประเทศหรือภาษา และข้อมูลจากบุคคลภายนอกข้างต้นก็ไม่ได้เจาะจงประเทศไทย การวิเคราะห์ต่อจากนี้เป็นของผู้เขียน ไม่ใช่ของแหล่งข่าว
กลุ่มเว็บไซต์ไทยที่ควรตรวจก่อนคือเว็บไซต์ที่เผยแพร่หน้าที่แทบเหมือนกันจำนวนมาก เช่น หน้าแยกตามจังหวัดหรือเขตที่สร้างแบบโปรแกรม บทความที่เขียนด้วย AI ในปริมาณมาก หรือหน้าสินค้าที่เปลี่ยนแค่ชื่อ เพราะรูปแบบนี้ตรงกับนโยบายสแปมเรื่อง scaled content เช่นเดียวกับสำนักข่าวหรือเว็บไซต์ไทยที่เปิดพื้นที่ให้บุคคลที่สาม เช่น หน้าคูปองหรือหน้าเปรียบเทียบสินเชื่อที่พาร์ทเนอร์เป็นผู้ดูแล ซึ่งอาจเข้าข่ายนโยบาย site reputation abuse
สำหรับเอเจนซีและทีมการตลาดภายในที่ต้องรายงานผู้บริหาร คำเตือนเรื่อง rank tracker มีประโยชน์มาก ถ้ารายงานประจำเดือนแสดงอันดับที่ติดตามร่วงลงกะทันหันตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ควรยืนยันกับ Search Console ก่อนจะบอกลูกค้าหรือผู้บริหารว่าเว็บไซต์โดนลงโทษ ถ้าต้องการภาพรวมเรื่องการสร้างการมองเห็นแบบออร์แกนิกที่อยู่ได้นานในประเทศไทย ดูได้ที่ บริการ SEO ในประเทศไทย
คำถามที่พบบ่อย
อัปเดตสแปมเดือนกันยายน 2569 ของ Google จบเมื่อไร
อัปเดตจบเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ตามข้อมูลบน Google Search Status Dashboard โดย incident ระบุเวลาสิ้นสุดที่ 01:00 น. PDT ของวันนั้น และ Google โพสต์ข้อความยืนยันเวลา 01:37 น. PDT อัปเดตเริ่มเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เวลา 09:15 น. PDT
การปล่อยอัปเดตใช้เวลานานเท่าไร
ประวัติอัปเดตการจัดอันดับของ Google ระบุว่าใช้เวลา 13 วัน 16 ชั่วโมง Search Engine Journal ระบุว่าอัปเดตสแปมครั้งก่อนในปี 2569 ใช้เวลาตั้งแต่ 19 ชั่วโมง 30 นาที ถึง 2 วัน 16 ชั่วโมง ส่วนประวัติอัปเดตการจัดอันดับของ Google ระบุว่าอัปเดตสแปมเดือนสิงหาคม 2568 ใช้เวลา 26 วัน 15 ชั่วโมง
Google บอกไหมว่าอัปเดตสแปมครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่อะไร
ไม่ได้บอก Google ไม่ได้ระบุว่าอัปเดตสแปมเดือนกันยายน 2569 มุ่งไปที่อะไร หรือทำไมใช้เวลานานกว่าเดิม Google เรียกมันบน LinkedIn ว่า "a normal spam update" และเอกสารของ Google อธิบายอัปเดตสแปมแบบกว้าง ๆ ว่าเป็นการปรับปรุงระบบตรวจจับสแปมอัตโนมัติ
rank tracker ของฉันแสดงอันดับร่วงหนักตั้งแต่ 26 กันยายน แปลว่าโดนอัปเดตใช่ไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ให้ตรวจ Search Console ก่อนสรุป SEOmonitor ระบุว่า rank tracker จำนวนมากแสดงการเปลี่ยนแปลงอันดับแบบกะทันหันตั้งแต่ 26 กันยายนโดยที่ผู้ใช้จริงไม่ได้เห็น สาเหตุคือผลการค้นหาที่ไม่ครบซึ่ง Google ส่งกลับให้การค้นหาแบบอัตโนมัติ การลดลงที่คงอยู่หลายวันใน clicks และ impressions ของ Search Console เป็นสัญญาณที่หนักแน่นกว่า
อัปเดตนี้มีผลในประเทศไทยและกับเว็บไซต์ภาษาไทยไหม
มีผล Google ระบุว่าอัปเดตสแปมเดือนกันยายน 2569 มีผลทั่วโลกและทุกภาษา ซึ่งรวมถึงประเทศไทยและภาษาไทย แต่ Google ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลว่าประเทศหรือภาษาใดได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด
สรุป
อัปเดตสแปมเดือนกันยายน 2569 จบแล้ว ใช้เวลา 13 วัน 16 ชั่วโมง และ Google ยังไม่อธิบายว่ามุ่งเป้าไปที่อะไร ข้อมูลจากบุคคลภายนอกชี้ว่ามีความเคลื่อนไหวจริง แต่ยังเป็นข้อมูลช่วงแรกและไม่ครบ และอย่างน้อยอันดับที่ร่วงบางส่วนบนแดชบอร์ดติดตามอันดับก็ไม่ใช่ของจริง ใช้ช่วงวันที่ 24 กันยายน ถึง 8 ตุลาคม เป็นกรอบเวลา เชื่อ Search Console มากกว่ากราฟจากเครื่องมือภายนอก และถ้าการลดลงยังคงอยู่ ให้ทบทวนประเภทหน้าเทียบกับนโยบายสแปม หากต้องการให้ช่วยดูทราฟฟิกที่ลดลงในช่วงนี้ ทีม SEO ของ Relevant Audience ช่วยวิเคราะห์ได้ว่าอัปเดตนี้เป็นสาเหตุหรือไม่







