สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Google อัปเดตส่วนโฆษณาและการชักชวนในนโยบายเนื้อหาต้องห้ามของ Maps และ Business Profile โดย Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569
- listing ของธุรกิจห้ามมีเนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์ที่มีโปรโมชันจำกัดเวลา ราคา หรือ direct call-to-action
- ในโพสต์ ธุรกิจห้ามใส่อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ลิงก์โซเชียลมีเดีย หรือลิงก์เว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง ส่วนข้อเสนอและการอัปเดตยังทำได้ตามเดิม
- Google ไม่ได้ระบุวันบังคับใช้ จำนวน listing ที่ได้รับผลกระทบ หรือว่าเนื้อหาเดิมใน listing จะถูกลบโดยอัตโนมัติหรือไม่
Google อัปเดตส่วน "การโฆษณาและการชักชวน" (Advertising & solicitation) ในนโยบาย "Prohibited and restricted content" ของ Google Maps และ Business Profile เพื่อระบุว่าธุรกิจห้ามใส่อะไรลงในรายการธุรกิจ (listing) และในโพสต์ Search Engine Roundtable รายงานการเปลี่ยนแปลงนี้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 (2026) หลังจาก Hiroko Imai โพสต์ภาพหน้าจอก่อนและหลังบน LinkedIn กฎสำคัญคือ ตัว listing ห้ามมีเนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์ที่มีโปรโมชันจำกัดเวลา ราคา หรือคำเรียกร้องให้ลงมือทำโดยตรง (direct call-to-action) ส่วนข้อเสนอและการอัปเดตในโพสต์ยังทำได้ตามเดิม
นโยบาย Google Business Profile ฉบับใหม่ระบุอะไร
ข้อความนี้อยู่ในส่วน "Advertising & solicitation" ของหน้าช่วยเหลือ Google Business Profile เรื่องเนื้อหาที่ห้ามและจำกัด เริ่มต้นด้วยหลักการว่า สิ่งที่ผู้ใช้โพสต์ลงใน Google Maps ควรสะท้อนประสบการณ์จริง หรือกำหนดเอกลักษณ์ถาวรของธุรกิจ Google ระบุว่าหลักการนี้ช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบรายการธุรกิจได้ และทำให้แพลตฟอร์มน่าเชื่อถือ "rather than a marketplace" คือไม่ใช่ตลาดซื้อขาย จากหลักการนี้ Google สรุปว่าไม่ควรโพสต์เนื้อหาเพื่อการโฆษณาหรือการชักชวน
รายงานของ Barry Schwartz จาก Search Engine Roundtable ระบุว่าส่วนนี้ถูกขยายเพื่อระบุสิ่งที่ธุรกิจและเจ้าของกิจการห้ามโพสต์ใน listing และในโพสต์ ปัจจุบันหน้านโยบายแบ่งเนื้อหาที่ห้ามเป็นสองกลุ่ม สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ห้ามเนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์ และห้ามใส่อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ลิงก์โซเชียลมีเดีย หรือลิงก์ไปเว็บไซต์อื่นในรีวิว สำหรับธุรกิจ มีรายการ "For merchants" ใหม่ที่แยกกล่าวถึง listing และโพสต์
กฎสำหรับธุรกิจ: listing เทียบกับโพสต์
ความต่างระหว่างสองที่นี้คือหัวใจของการเปลี่ยนแปลง จึงควรอ่านให้ละเอียด
- ใน listing: ห้ามเนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์ที่มีโปรโมชันจำกัดเวลา ราคา หรือ direct call-to-action
- ในโพสต์: ห้ามใส่อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ลิงก์โซเชียลมีเดีย หรือลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ
- ในโพสต์เช่นกัน: Google ระบุว่าข้อเสนอและการอัปเดตที่อาจถูกมองว่าเป็นเนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์ ยังทำได้นอกเหนือจากข้อห้ามข้างต้น
เมื่ออ่านรวมกัน บรรทัดเหล่านี้กำหนดที่อยู่ให้เนื้อหาแต่ละประเภท listing มีไว้บอกเอกลักษณ์ถาวรของธุรกิจ ส่วนโพสต์เป็นที่ที่ข้อเสนอและการอัปเดตทำได้ โดยมีข้อจำกัดเรื่องช่องทางติดต่อและลิงก์ภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง หน้านโยบายของ Google ไม่ได้นิยาม "listing" ทีละช่อง ดังนั้นช่องใดบ้างที่นับ (ชื่อ คำอธิบาย แอตทริบิวต์ บริการ สินค้า) จึงเป็นสิ่งที่แหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุไว้
ข่าวนี้ต่างจากข่าว Business Profile ก่อนหน้านี้อย่างไร
Relevant Audience เคยรายงานการเปลี่ยนแปลงของ Business Profile ปลายเดือนกันยายน เรื่องการแก้ไขที่เสนอ (suggested edits) ที่มีรายงานว่าใช้เวลาสี่วัน เรื่องนั้นเกี่ยวกับความเร็วในการประมวลผลการแก้ไข ส่วนข่าวนี้เกี่ยวกับกฎของเนื้อหา คือข้อความแบบใดที่มีสิทธิ์อยู่ใน listing ตั้งแต่ต้น สองเรื่องสำคัญต่อคนดูแลโปรไฟล์เหมือนกัน แต่เป็นคนละคำถาม และไม่ควรตีความว่าข่าวเดือนกันยายนครอบคลุมข้อความนโยบายเดือนตุลาคม
แหล่งข้อมูลบอกอะไรและไม่ได้บอกอะไร
ตารางนี้รวบรวมข้อเท็จจริงที่หน้านโยบายและรายงานของ Search Engine Roundtable ระบุไว้โดยตรง
| หัวข้อ | สิ่งที่นโยบายระบุ |
|---|---|
| หลักการ | เนื้อหาควรสะท้อนประสบการณ์จริง หรือกำหนดเอกลักษณ์ถาวรของธุรกิจ |
| ใน listing (ธุรกิจ) | ห้ามเนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์ที่มีโปรโมชันจำกัดเวลา ราคา หรือ direct call-to-action |
| ในโพสต์ (ธุรกิจ) | ห้ามอีเมล เบอร์โทรศัพท์ ลิงก์โซเชียลมีเดีย หรือลิงก์เว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง |
| ข้อเสนอและการอัปเดตในโพสต์ | ยังทำได้ นอกเหนือจากข้อห้ามข้างต้น |
| ในรีวิว (ผู้ใช้) | ห้ามอีเมล เบอร์โทรศัพท์ ลิงก์โซเชียลมีเดีย หรือลิงก์ไปเว็บไซต์อื่น |
มีหลายเรื่องที่ไม่อยู่ในแหล่งข้อมูลใดเลย Google ไม่ได้ประกาศวันที่บังคับใช้ ไม่ได้ระบุจำนวน listing ที่ได้รับผลกระทบ หน้านโยบายไม่ได้บอกว่าเนื้อหาเดิมใน listing จะถูกลบโดยอัตโนมัติหรือไม่ จะบังคับใช้ด้วยการแก้ไข การลบ หรือการระงับ และไม่ได้บอกว่ากฎนี้ใช้ต่างกันในแต่ละประเทศหรือไม่ Search Engine Roundtable ระบุเพียงว่าหน้านโยบายถูกอัปเดตและมีภาพเทียบก่อนหลังในภาพหน้าจอบน LinkedIn ใครที่บอกว่ารู้แน่ชัดว่าจะบังคับใช้อย่างไรหรือเมื่อใด คือคนที่กำลังเดา
ทำไมคำว่า "เอกลักษณ์ถาวร" จึงสำคัญ
การอัปเดตนโยบายส่วนใหญ่อ่านเหมือนรายการของต้องห้าม แต่ฉบับนี้เริ่มจากเกณฑ์ทดสอบ Google บอกว่าเนื้อหาควรสะท้อนประสบการณ์จริง หรือกำหนดเอกลักษณ์ถาวรของธุรกิจ รีวิวผ่านเกณฑ์ครึ่งแรก คำอธิบายธุรกิจที่บอกว่าธุรกิจคืออะไรผ่านเกณฑ์ครึ่งหลัง ส่วนราคาโปรโมชันที่หมดอายุสัปดาห์หน้าไม่ผ่านทั้งสองข้อ นี่คือเหตุผลที่ตัวอย่างสามอย่างที่ Google ให้สำหรับ listing (โปรโมชันจำกัดเวลา ราคา และ direct call-to-action) ล้วนเป็นเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงหรือผลักให้ซื้อ ไม่ใช่การบรรยายสถานที่
กรอบนี้ยังอธิบายว่าทำไมโพสต์จึงได้รับการปฏิบัติต่างออกไป Google อนุญาตข้อเสนอและการอัปเดตที่นั่น ข้อจำกัดของโพสต์แคบกว่า และเกี่ยวกับช่องทางติดต่อและลิงก์ภายนอก ได้แก่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ลิงก์โซเชียลมีเดีย และลิงก์ไปเว็บไซต์อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ คำว่า "ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ" เป็นถ้อยคำของ Google และหน้านโยบายไม่ได้ยกตัวอย่างว่าอะไรถือว่าเกี่ยวข้อง ลิงก์จากโพสต์ไปยังเว็บไซต์ของธุรกิจเองดูเหมือนกรณีที่ประโยคนี้ตั้งใจเว้นไว้ แต่แหล่งข้อมูลไม่ได้ยืนยัน จึงควรถือเป็นการตีความ ไม่ใช่กฎ
กฎนี้อาจอ่านได้อย่างไรกับธุรกิจแต่ละประเภท
นโยบายไม่ได้ยกตัวอย่างรายอุตสาหกรรม กรณีด้านล่างเป็นภาพประกอบว่ากฎที่ระบุไว้อาจนำมาใช้อย่างไร และถือเป็นการวิเคราะห์
- ร้านอาหารที่ใส่ราคาเซ็ตมื้อกลางวันและวันสิ้นสุดไว้ในคำอธิบาย มีราคาและโปรโมชันจำกัดเวลาอยู่ใน listing แต่ถ้าประกาศเซ็ตเดียวกันเป็นโพสต์ ก็อยู่ในส่วนที่ Google บอกว่ายังทำได้
- โรงแรมที่เขียนในคำอธิบายว่า "จองวันนี้ลด 20 เปอร์เซ็นต์" มี direct call-to-action และโปรโมชันใน listing ส่วนคำอธิบายถาวรเรื่องห้องพัก ทำเล และสิ่งอำนวยความสะดวก คือเนื้อหาที่ Google เรียกว่าเอกลักษณ์ถาวรของธุรกิจ
- คลินิกที่ใส่เบอร์มือถือและลิงก์แอปแชตท้ายโพสต์ มีเบอร์โทรศัพท์และลิงก์โซเชียลในโพสต์ ซึ่งทั้งสองอย่างอยู่ในรายการสำหรับโพสต์ของนโยบาย แม้ถ้อยคำ "ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ" อาจใช้กับทั้งรายการ ซึ่งแหล่งข้อมูลไม่ได้ยืนยัน
- ร้านเสริมสวยที่เก็บเวลาทำการประจำ บริการ และที่อยู่ไว้ใน listing ทำสิ่งที่นโยบายเรียกว่าเอกลักษณ์ถาวรอยู่แล้ว
ราคาเป็นกรณีที่ไม่ชัดที่สุด นโยบายระบุราคาเป็นเนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์ที่ห้ามใน listing แต่ไม่ได้บอกว่าราคาเมนูหรือราคาบริการประจำนับเหมือนส่วนลดหรือไม่ นโยบายยังไม่ได้ระบุว่ากฎนี้ครอบคลุมช่องข้อมูลใดของ listing บ้าง การนับคำอธิบายธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งของ listing อย่างในตัวอย่างของบทความนี้จึงเป็นการตีความนโยบาย ไม่ใช่ถ้อยคำของ Google แหล่งข้อมูลไม่ได้ตอบเรื่องนี้ วิธีอ่านที่ปลอดภัยสำหรับการตรวจคือพิจารณาราคาแต่ละรายการเป็นรายกรณี และบันทึกเหตุผลของการตัดสินใจไว้
ส่วนของรีวิวในหมวดเดียวกัน
หมวดโฆษณาและการชักชวนเดียวกันนี้ครอบคลุมผู้ใช้ด้วย โดยห้ามเนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์สำหรับผู้ใช้ และห้ามอีเมล เบอร์โทรศัพท์ ลิงก์โซเชียลมีเดีย หรือลิงก์ไปเว็บไซต์อื่นในรีวิว ธุรกิจที่เชิญลูกค้ารีวิวควรหลีกเลี่ยงการแนะนำให้ใส่ข้อมูลติดต่อหรือลิงก์ ข้อนี้ซ้อนกับกฎเรื่องการมีส่วนร่วมปลอมในหน้านโยบายเดียวกัน ซึ่งห้ามเสนอสิ่งตอบแทนเพื่อแลกกับรีวิว และห้ามชักชวนเนื้อหาที่ไม่ได้สะท้อนประสบการณ์จริง บรรทัดใหม่สำหรับธุรกิจไม่ได้เปลี่ยนกฎเหล่านั้น แต่อยู่ในเอกสารเดียวกัน ช่วงที่ตรวจโปรไฟล์จึงเป็นโอกาสดีที่จะตรวจถ้อยคำที่ใช้ขอรีวิวด้วย
สิ่งที่ควรตรวจใน Business Profile ตอนนี้
รายการด้านล่างเป็นการวิเคราะห์จากข้อความนโยบาย ไม่ใช่รายการที่ Google เผยแพร่ เป้าหมายคือจับคู่เนื้อหาแต่ละชิ้นกับที่ที่นโยบายบอกว่าควรอยู่
- อ่านคำอธิบายธุรกิจ ชื่อ และช่องข้อความอิสระอื่น ๆ แล้วหาถ้อยคำที่จำกัดเวลา เช่น วันสิ้นสุดโปรโมชัน ส่วนลดตามฤดูกาล หรือประโยคแนว "เฉพาะเดือนนี้" ซึ่งคือ "โปรโมชันจำกัดเวลา" ที่นโยบายระบุ
- หาราคาที่อยู่ในข้อความของ listing นโยบายระบุราคาเป็นเนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์ที่ห้ามใน listing รายการราคาที่วางไว้ในคำอธิบายจึงเป็นความเสี่ยง
- หา direct call-to-action ในข้อความของ listing เช่น คำสั่งให้จอง ซื้อ หรือโทรทันที นโยบายระบุ direct call-to-action ในรายการเดียวกัน
- ย้ายข้อเสนอไปไว้ในโพสต์ Google ระบุว่าข้อเสนอและการอัปเดตยังทำได้ในโพสต์ โปรโมชันจำกัดเวลาจึงควรอยู่ที่นั่น ไม่ใช่ใน listing
- ตรวจโพสต์เรื่องเบอร์โทรศัพท์ อีเมล ลิงก์โซเชียล และลิงก์ไปเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง นโยบายห้ามสิ่งเหล่านี้ในโพสต์ โพสต์ที่ปิดท้ายด้วยลิงก์แอปแชตหรือเบอร์ส่วนตัวควรถูกทบทวนเทียบกับถ้อยคำดังกล่าว
- เก็บข้อเท็จจริงถาวรไว้ใน listing ได้แก่ ธุรกิจคืออะไร ให้บริการอะไรโดยทั่วไป อยู่ที่ไหน และเปิดเมื่อใด ซึ่งตรงกับที่ Google อธิบายว่า listing คือเอกลักษณ์ถาวรของธุรกิจ
- บันทึกสิ่งที่แก้และวันที่แก้ เพราะ Google ยังไม่ได้บอกว่าเนื้อหาเดิมจะถูกจัดการอย่างไร บันทึกที่มีวันที่จึงช่วยได้หาก listing ถูกแก้ไขหรือถูกตั้งธงภายหลัง
ความหมายสำหรับธุรกิจไทย
แหล่งข้อมูลไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทย และ Google ไม่ได้บอกว่ากฎต่างกันตามประเทศ นโยบายเขียนไว้สำหรับ Google Maps และ Business Profile โดยรวม จึงใช้กับ listing ไม่ว่าธุรกิจจะอยู่ที่ไหน เว้นแต่ Google จะระบุเป็นอย่างอื่น ธุรกิจขนาดเล็กในไทย เช่น ร้านอาหาร คลินิก โรงแรม และร้านเสริมสวย มักใส่โปรโมชันและข้อมูลติดต่อลงในข้อความของโปรไฟล์ ข้อนี้เป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติทั่วไป ไม่ใช่สิ่งที่แหล่งข้อมูลระบุ แต่เป็นเหตุผลที่การตรวจสอบมีความหมาย ร้านอาหารไทยที่ใส่ราคาเซ็ตประจำเดือนไว้ในคำอธิบาย หรือคลินิกที่เขียนข้อเสนอจำกัดเวลาไว้ในโปรไฟล์ ตอนนี้มีเนื้อหาที่ตรงกับตัวอย่างที่ Google ระบุ
สำหรับเอเจนซีและทีมภายในองค์กร ประเด็นเชิงปฏิบัติคือการแบ่งหน้าที่ระหว่าง listing ถาวรกับโพสต์ หากคุณดูแลงานLocal SEOให้หลายสาขา เทมเพลตสั้น ๆ ที่แยก "ข้อเท็จจริงถาวรสำหรับ listing" ออกจาก "ข้อเสนอสำหรับโพสต์" จะทำให้การเคลียร์ซ้ำได้ง่าย การดูแล listing ที่ดียังช่วยภาพรวมของSEO ในประเทศไทย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนโยบาย Google Business Profile
ยังโพสต์ข้อเสนอใน Google Business Profile ได้ไหม
ได้ ในส่วนโพสต์ นโยบายที่อัปเดตของ Google ระบุว่าข้อเสนอและการอัปเดตที่อาจถูกมองว่าเป็นเนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์ ยังทำได้นอกเหนือจากข้อห้าม แต่นโยบายยังระบุอีเมล เบอร์โทรศัพท์ ลิงก์โซเชียลมีเดีย และลิงก์ไปเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องว่าโพสต์ห้ามมี
อะไรที่ห้ามอยู่ใน listing เองแล้ว
เนื้อหาโปรโมชันหรือเชิงพาณิชย์ที่มีโปรโมชันจำกัดเวลา ราคา หรือ direct call-to-action หน้านโยบายของ Google ระบุสิ่งเหล่านี้ไว้ในกฎ "For merchants" สำหรับ listing
Google จะลบเนื้อหาเดิมใน listing ให้อัตโนมัติไหม
Google ยังไม่ได้บอก หน้านโยบายไม่ได้ระบุว่าเนื้อหาเดิมจะถูกลบหรือไม่ และทั้ง Google กับ Search Engine Roundtable ไม่ได้ให้วันที่บังคับใช้หรือจำนวน listing ที่ได้รับผลกระทบ
กฎนี้ใช้ในประเทศไทยด้วยไหม
แหล่งข้อมูลไม่ได้พูดถึงประเทศไทยโดยเฉพาะ นโยบายเป็นกฎทั่วไปของ Google Maps และ Business Profile และ Google ไม่ได้ประกาศข้อยกเว้นรายประเทศ ธุรกิจไทยจึงควรถือว่ากฎนี้ใช้กับ listing ของตน
การเปลี่ยนแปลงนี้มาจากไหน
Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 (2026) หลัง Hiroko Imai โพสต์ภาพหน้าจอก่อนและหลังของหน้านโยบายบน LinkedIn ข้อความปัจจุบันอยู่ในหน้าช่วยเหลือ Business Profile ของ Google เอง
ขั้นตอนถัดไป
หาก listing ของสาขาคุณมีราคา วันสิ้นสุดโปรโมชัน หรือเบอร์โทรศัพท์อยู่ในข้อความโปรไฟล์ การตรวจสอบครั้งเดียวจะช่วยแยกว่าอะไรอยู่ในโปรไฟล์ต่อไปและอะไรควรย้ายไปโพสต์ Relevant Audience ทำการตรวจนี้ให้ได้ในงาน Local SEO และเราจะอัปเดตโพสต์นี้หาก Google เผยแพร่รายละเอียดการบังคับใช้







