Meta จะเปิด product browsing ในโฆษณา Facebook และ Instagram ที่มีอยู่ 28 ตุลาคมนี้ หากผู้ลงโฆษณาไม่ opt out

Meta จะเปิด product browsing ในโฆษณา Facebook และ Instagram ที่มีอยู่ 28 ตุลาคมนี้ หากผู้ลงโฆษณาไม่ opt out

metaOctober 16, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • ประกาศถึงผู้ลงโฆษณาของ Meta ที่ PPC Land เผยแพร่ซ้ำเมื่อ 15 ตุลาคม 2569 ระบุว่าจะเพิ่ม product browsing ให้โฆษณา Facebook และ Instagram ที่มีอยู่ตั้งแต่ 28 ตุลาคม 2569
  • Meta อ้างว่าคอนเวอร์ชันเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% จากการทดลองระหว่าง 6 ถึง 21 สิงหาคม 2569 กับผู้ลงโฆษณาราว 117,700 รายทั่วโลกใน 3 อุตสาหกรรมขึ้นไป
  • ช่องทาง opt out คือปุ่ม 'Opt out' ในประกาศก่อน 28 ตุลาคม หรือสวิตช์รายโฆษณาในการตั้งค่า Advantage+ Creative และ Destination ได้ตลอดเวลา
  • ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 Meta ยังไม่มีบทความ Help Center, changelog หรือโพสต์ห้องข่าวเรื่องนี้ และประกาศไม่ได้บอกว่าโฆษณาใหม่จะเปิดเป็นค่าเริ่มต้นหรือไม่

Meta แจ้งผู้ลงโฆษณาว่าตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 จะเปิดฟีเจอร์ product browsing ในโฆษณา Facebook และ Instagram ที่กำลังรันอยู่ เว้นแต่ผู้ลงโฆษณาจะเลือกไม่ใช้ (opt out) ก่อน เมื่อมีคนแตะโฆษณาที่เปิดฟีเจอร์นี้ ผู้ใช้ "อาจเห็นประสบการณ์บน Facebook หรือ Instagram ที่มีข้อมูลสินค้าและคำแนะนำเฉพาะบุคคล" ก่อนจะไปถึงเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณา ประกาศนี้ซึ่ง PPC Land นำมาเผยแพร่ซ้ำเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ระบุช่องทาง opt out ไว้ 2 ทาง และอ้างตัวเลขคอนเวอร์ชันเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% จากการทดลองในเดือนสิงหาคม 2569 ณ วันที่ 15 ตุลาคม ยังไม่มีบทความใน Meta Help Center รายการ changelog หรือโพสต์ในห้องข่าวของ Meta ที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงนี้

ประกาศของ Meta เขียนไว้ว่าอย่างไร

ข้อความเดียวที่มีอยู่ตอนนี้คือตัวประกาศถึงผู้ลงโฆษณา ตามที่ PPC Land นำมาเผยแพร่ซ้ำเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 หัวข้อของประกาศระบุว่า "Starting October 28, 2026, we'll add product browsing to your existing ads." (ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เราจะเพิ่ม product browsing ให้กับโฆษณาที่มีอยู่ของคุณ) เนื้อหาต่อมาระบุว่า Meta กำลังเปิด product browsing ให้โฆษณาที่มีอยู่ และเมื่อมีคนแตะโฆษณา ผู้ใช้อาจเห็นประสบการณ์บน Facebook หรือ Instagram ที่มีข้อมูลสินค้าและคำแนะนำเฉพาะบุคคล Meta เสริมว่าสิ่งนี้ช่วยให้ผู้คนเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้าของคุณได้รวดเร็วขึ้น

ข้อความด้านผลลัพธ์ในประกาศคือ "On average, businesses saw 3% more conversions with in-app product browsing experiences compared to campaigns that didn't use product browsing." หมายความว่า โดยเฉลี่ยธุรกิจได้คอนเวอร์ชันมากขึ้น 3% เมื่อใช้ประสบการณ์ product browsing ภายในแอป เทียบกับแคมเปญที่ไม่ได้ใช้ เชิงอรรถที่แนบมากับตัวเลขนี้ ตามที่ PPC Land เผยแพร่ซ้ำ ระบุว่าอิงจากการทดลองที่รันระหว่างวันที่ 6 ถึง 21 สิงหาคม 2569 กับผู้ลงโฆษณาราว 117,700 รายทั่วโลก ("globally") ครอบคลุม 3 อุตสาหกรรมขึ้นไป (รวมถึง E-commerce, CPG และ Retail) และ Product Browsing ให้ผลดีกว่าด้วยความเชื่อมั่นมากกว่า 99%

ข้อความเรื่องการ opt out ในประกาศระบุว่า "Don't want this? Opt out before October 28, 2026 below." (ไม่ต้องการใช่ไหม ให้ opt out ก่อนวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ด้านล่าง) จากนั้นระบุว่าคุณสามารถเปิดหรือปิด product browsing ได้ตลอดเวลาในการตั้งค่า Advantage+ Creative และ Destination ตามรายงานของ PPC Land ปุ่มกดเดียวในประกาศคือปุ่ม "Opt out" สีน้ำเงิน

ประกาศนี้มาจากไหน และทำไมยังไม่มีหน้าช่วยเหลือของ Meta

ประกาศนี้ไม่มีวันที่กำกับ PPC Land รายงานเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ว่าประกาศเริ่มเผยแพร่ราววันที่ 14 ตุลาคม โดยอิงจากเวลาของโพสต์บน LinkedIn และจาก Ads Uploader ผู้ให้บริการเครื่องมือภายนอกที่ระบุวันที่ของประกาศเป็นวันที่ 14 ตุลาคมแยกต่างหาก Ads Uploader ระบุว่า ณ วันที่ 15 ตุลาคม Meta ยังไม่ได้เผยแพร่บทความใน Help Center รายการ changelog หรือโพสต์ในห้องข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ และ PPC Land ระบุว่าตนก็ไม่พบเอกสารของ Meta ที่อธิบายเรื่องนี้เช่นกัน การค้นหาในเว็บไซต์ธุรกิจและห้องข่าวของ Meta เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมก็ไม่พบหน้าที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงวันที่ 28 ตุลาคม

ข้อนี้สำคัญต่อการประเมินว่ารายละเอียดต่าง ๆ น่าเชื่อถือเพียงใด ทุกอย่างในบทความนี้ที่เกี่ยวกับการเปิดฟีเจอร์มาจากข้อความในประกาศตามที่ PPC Land นำมาเผยแพร่ซ้ำ หาก Meta เผยแพร่หน้าช่วยเหลือในภายหลัง ถ้อยคำของ Meta เรื่องขอบเขต รูปแบบโฆษณา และพฤติกรรมของการ opt out ควรถือเป็นหลักแทนสิ่งที่อนุมานจากประกาศ

หากประกาศออกมาราววันที่ 14 ตุลาคมจริง ผู้ลงโฆษณาจะมีเวลาประมาณ 14 วันระหว่างได้รับประกาศจนถึงวันเปิดฟีเจอร์ 28 ตุลาคม ตามที่ PPC Land ชี้ไว้

product browsing ไม่ใช่ของใหม่ แต่ค่าเริ่มต้นคือสิ่งที่เปลี่ยน

PPC Land ระบุว่าตัวเลือก product browsing มีอยู่แล้วในกลุ่ม Advantage+ creative enhancements ของ Meta ก่อนประกาศนี้ ผู้ลงโฆษณาสามารถเปิดใช้กับโฆษณาเป็นรายตัวได้ สิ่งที่ประกาศเปลี่ยนคือค่าเริ่มต้นของโฆษณาที่กำลังรันอยู่ ซึ่งจะเปลี่ยนจากปิดเป็นเปิด เว้นแต่ผู้ลงโฆษณาจะดำเนินการ

มุมนี้ช่วยอธิบายปฏิกิริยาของผู้ลงโฆษณา ฟีเจอร์เสริมที่ผู้ลงโฆษณาเลือกเปิดเองคือการทดสอบที่ตั้งใจ แต่ฟีเจอร์เดียวกันที่ถูกเปิดให้กับโฆษณาที่รันอยู่ทั้งหมด ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนฤดูขายปลีกที่หนักที่สุดของปี จะเปลี่ยนสิ่งที่ผู้ซื้อเห็นหลังจากแตะโฆษณา ทั้งที่โฆษณาเหล่านั้นได้รับอนุมัติ ทดสอบ และตั้งงบไว้บนสมมติฐานว่าการแตะจะพาไปยังหน้า landing page ของผู้ลงโฆษณาเอง

สองช่องทางในการ opt out

ประกาศอธิบายการควบคุมไว้ 2 แบบ ซึ่งใช้งานในช่วงเวลาต่างกัน

  • ปุ่ม "Opt out" ในประกาศ ต้องใช้ก่อนวันที่ 28 ตุลาคม 2569 PPC Land รายงานว่าประกาศไม่ได้ระบุว่าปุ่มนี้ครอบคลุมบัญชีโฆษณาเดียว หลายบัญชี หรือทั้ง business portfolio
  • สวิตช์รายโฆษณา ตามประกาศ สามารถเปิดหรือปิด product browsing ได้ "ตลอดเวลา" ในการตั้งค่า Advantage+ Creative และ Destination ของแต่ละโฆษณา ช่องทางนี้ยังใช้ได้หลังวันที่ 28 ตุลาคม

Dave Rossborough ซึ่งระบุว่าตนเองมีประสบการณ์ด้านโฆษณาดิจิทัล 27 ปี วิจารณ์ว่าประกาศไม่ได้ระบุชื่อบัญชีโฆษณาที่เกี่ยวข้อง และมีเพียงปุ่ม "Opt out" เป็นปุ่มเดียว ต่อมาเขารายงานว่าเมื่อคลิกปุ่มแล้ว ระบบแสดงว่าเป็นบัญชีใดและยังให้เขาเลือกได้

สิ่งที่ประกาศไม่ได้บอก

ตามการอ่านประกาศของ PPC Land มีหลายคำถามที่ผู้ลงโฆษณาต้องรู้ก่อนตัดสินใจ แต่ประกาศไม่ได้ตอบ

  • โฆษณาใหม่ที่สร้างหลังวันที่ 28 ตุลาคม จะเปิด product browsing เป็นค่าเริ่มต้นด้วยหรือไม่ หรือการเปลี่ยนแปลงใช้เฉพาะกับโฆษณาที่มีอยู่ ณ วันนั้น
  • ตำแหน่งการแสดงผล (placement) หรือรูปแบบโฆษณาใดที่ได้รับผลกระทบ
  • วัตถุประสงค์แคมเปญ (objective) ใดบ้างที่ครอบคลุม
  • ต้องมีแคตตาล็อกสินค้าหรือไม่ product browsing จึงจะแสดง
  • ปุ่ม opt out ในประกาศใช้กับบัญชีเดียว หลายบัญชี หรือทั้ง portfolio
  • มีการ opt out ผ่าน API สำหรับผู้ลงโฆษณาที่จัดการโฆษณาด้วยโปรแกรมหรือไม่ PPC Land ระบุว่าประกาศไม่ได้อ้างถึงฟิลด์ API แบบเดียวกับที่ Meta เคยให้ไว้ในการเปลี่ยนค่าเริ่มต้นครั้งก่อน

สำหรับตัวเลข 3% นั้น PPC Land ชี้ว่าประกาศไม่ได้นิยามว่าคอนเวอร์ชันหมายถึงอะไร ไม่ได้อธิบายรูปแบบการเปรียบเทียบ วิธีคำนวณค่าเฉลี่ย หรือผลต่อต้นทุนและรายได้ เชิงอรรถระบุชื่ออุตสาหกรรมเพียง 3 กลุ่ม และคำว่า "globally" เป็นขอบเขตทางภูมิศาสตร์เดียวที่ให้ไว้ PPC Land ยังตั้งคำถามว่าการทดสอบ 16 วันระหว่าง 6 ถึง 21 สิงหาคม สะท้อนสภาพตลาดช่วงก่อน Black Friday ได้หรือไม่

มีอีกช่องว่างหนึ่งที่ควรพูดให้ชัด ประกาศไม่ได้บอกว่าคอนเวอร์ชันที่นับในการทดลองเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณาหรือภายในแอปของ Meta และไม่ได้บอกว่าใช้การตั้งค่า attribution แบบใด เมื่อไม่มีข้อมูลนี้ ตัวเลข 3% จึงแปลงเป็นรายได้ที่คาดหวังของบัญชีใดบัญชีหนึ่งโดยตรงไม่ได้

จังหวะเวลา: 30 วันก่อน Black Friday

PPC Land ระบุว่าวันที่ 28 ตุลาคมตรงกับ 30 วันก่อน Black Friday วันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 และ Cyber Monday วันที่ 30 พฤศจิกายน สำหรับผู้ลงโฆษณาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันที่เกี่ยวข้องกว่าคือแคมเปญ 11.11 และ 12.12 วันที่ 28 ตุลาคมอยู่ก่อนวันที่ 11 พฤศจิกายนสองสัปดาห์ ถือว่าช้ามากในรอบการวางแผนที่จะเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นหลังคลิก สำหรับโฆษณาที่ตั้งค่าไว้รับช่วงพีคแล้ว

David Herrmann จาก Herrmann Digital ซึ่ง PPC Land ระบุว่าทำงานพาร์ตไทม์ในตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสที่ Northbeam ด้วย คัดค้านเรื่องจังหวะเวลาและขอให้ Meta เลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเดือนมกราคม เขาอธิบายว่าฟีเจอร์นี้เป็นวิธีเปลี่ยนครีเอทีฟให้กลายเป็นโฆษณาสินค้าแบบไดนามิก เขายังกล่าวว่าในกรณีลูกค้ารายหนึ่ง ทราฟฟิกที่ถูกนับให้ครีเอทีฟชิ้นหนึ่งแท้จริงมาจาก collection ad บน Instagram Reels และ Ads Manager ไม่ได้แสดงความแตกต่างนี้ เขาจึงขอให้มีคอลัมน์หรือการแจ้งเตือนที่แสดงว่าเมื่อใด product browsing เปิดอยู่และมีส่วนช่วยเท่าใด ทั้งหมดนี้เป็นคำกล่าวของเขา PPC Land ระบุว่าไม่สามารถยืนยันกรณีลูกค้าของเขาได้อย่างอิสระ

กรณีก่อนหน้า: Dynamic Media ในปี 2025

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Meta เปลี่ยนค่าเริ่มต้นด้านครีเอทีฟในโฆษณาที่รันอยู่ PPC Land ยกตัวอย่างค่าเริ่มต้น Dynamic Media สำหรับ Advantage+ catalog ads ที่ทยอยเปิดตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนถึง 20 ตุลาคม 2568 การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นมีฟิลด์ opt out ผ่าน API ชื่อ OPT_OUT ทำให้ผู้ลงโฆษณาที่จัดการโฆษณาผ่าน Marketing API ปฏิเสธได้ในโค้ด แต่ประกาศเรื่อง product browsing ไม่ได้อ้างถึงฟิลด์แบบเดียวกัน

PPC Land จัดการเปลี่ยนแปลงเรื่อง product browsing ไว้ในรูปแบบที่กว้างกว่า คือระบบอัตโนมัติของ Meta ที่เปิดเป็นค่าเริ่มต้นพร้อมให้ opt out และเชื่อมโยงกับการผลักดันด้านคอมเมิร์ซของ Meta รวมถึงเอเจนต์ช้อปปิ้ง Muse เนื่องจากหน้าสินค้าภายในแอปทำให้ผู้ซื้ออยู่บนแพลตฟอร์มของ Meta นานขึ้น

ข้อเท็จจริงในตารางเดียว

ตารางด้านล่างรวบรวมวันที่และตัวเลขจากประกาศ ตามที่ PPC Land เผยแพร่ซ้ำเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569

ข้อเท็จจริงในตารางเดียว
หัวข้อสิ่งที่ประกาศหรือ PPC Land ระบุ
วันที่เปิดฟีเจอร์28 ตุลาคม 2569 สำหรับโฆษณา Facebook และ Instagram ที่มีอยู่
ตัวเลขผลลัพธ์ที่ Meta อ้างคอนเวอร์ชันมากขึ้นเฉลี่ย 3% เมื่อใช้ product browsing ภายในแอป
การทดลองเบื้องหลังตัวเลข6 ถึง 21 สิงหาคม 2569 ผู้ลงโฆษณาราว 117,700 รายทั่วโลก 3 อุตสาหกรรมขึ้นไป (รวม E-commerce, CPG, Retail) ความเชื่อมั่นมากกว่า 99%
ช่องทาง opt outปุ่ม "Opt out" ก่อน 28 ตุลาคม 2569 และสวิตช์รายโฆษณาในการตั้งค่า Advantage+ Creative และ Destination ได้ตลอดเวลา
เอกสารจาก Meta โดยตรงไม่พบ ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 (ไม่มีบทความ Help Center, changelog หรือโพสต์ห้องข่าว)

เช็กลิสต์ก่อนวันที่ 28 ตุลาคม

ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงปฏิบัติจากสิ่งที่ประกาศบอกและไม่ได้บอก ไม่ใช่คำแนะนำจาก Meta

  1. หาประกาศในทุกบัญชีโฆษณาที่คุณดูแล เนื่องจากตัวประกาศไม่ได้ระบุชื่อบัญชีและไม่ได้บอกขอบเขตของปุ่ม ให้ตรวจแต่ละบัญชีแยกกัน แทนที่จะสันนิษฐานว่าคลิกครั้งเดียวครอบคลุมทั้ง portfolio
  2. ตัดสินใจเป็นรายบัญชี ไม่ใช่ปล่อยตามค่าเริ่มต้น บัญชีที่มีแคตตาล็อกและเส้นทางการซื้อสั้นอาจอยากทดสอบ product browsing ส่วนบัญชีที่พึ่งเนื้อหาบน landing page ฟอร์มลีด ชุดสินค้า หรือราคาที่มีเฉพาะบนเว็บไซต์ อาจต้องการให้การแตะพาไปที่เว็บไซต์โดยตรงต่อไป
  3. หากจะ opt out ให้ทำก่อน 28 ตุลาคมและบันทึกไว้ จดวันที่ บัญชี และผู้ที่กดปุ่ม เพื่อให้ย้อนตรวจได้หากรายงานเปลี่ยนไปในภายหลัง
  4. สุ่มตรวจโฆษณาที่รันอยู่หลัง 28 ตุลาคม เปิดการตั้งค่า Advantage+ Creative และ Destination ของโฆษณาที่ใช้งบสูงสุด และยืนยันว่า product browsing อยู่ในสถานะที่คุณเลือก สวิตช์รายโฆษณาคือทางสำรองหากปุ่มไม่ครอบคลุมบางบัญชี
  5. ตรวจโฆษณาที่สร้างหลัง 28 ตุลาคม ประกาศไม่ได้บอกว่าโฆษณาใหม่จะเปิดเป็นค่าเริ่มต้นหรือไม่ จึงควรดูการตั้งค่าในโฆษณาใหม่แทนการสันนิษฐาน
  6. ตั้งค่าฐานการวัดผลตั้งแต่ตอนนี้ บันทึกจำนวน link click ใน Ads Manager เทียบกับเซสชัน landing page จาก Meta ใน GA4 ในช่วงสัปดาห์ก่อน 28 ตุลาคม หากการแตะเริ่มพาไปยังประสบการณ์ภายในแอปก่อน ช่องว่างระหว่างตัวเลขสองชุดนี้จะเป็นจุดแรกที่เห็นความเปลี่ยนแปลง
  7. ปกป้องการทดสอบ landing page ที่กำลังรัน หากคุณทำ A/B test landing page ด้วยทราฟฟิกจาก Meta การเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นหลังการแตะอาจทำให้ผลทดสอบปนเปื้อน PPC Land ระบุว่าการวิเคราะห์ข้อมูล เครื่องมือจัดการความยินยอม (consent) และการทดสอบครีเอทีฟ เป็นส่วนที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงก่อนถึง landing page
  8. แจ้งผู้เกี่ยวข้อง ทีมอีคอมเมิร์ซและทีมการเงินที่ดูรายได้ฝั่งเว็บไซต์ควรรู้ว่าคอนเวอร์ชันที่ Meta รายงานกับเซสชันบนเว็บไซต์อาจเปลี่ยนไปไม่เท่ากันหลังการเปิดฟีเจอร์

สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อนักการตลาดไทย

เชิงอรรถระบุว่าการทดลองทำ "globally" (ทั่วโลก) และประกาศพูดถึงโฆษณา Facebook และ Instagram ที่มีอยู่โดยไม่ระบุตลาด ทั้งประกาศและ PPC Land ไม่ได้ระบุว่าบัญชีโฆษณาในไทยรวมอยู่ด้วยหรือไม่ และการค้นหาใน Business Help Center ของ Meta เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ไม่พบหน้าที่ระบุตลาดที่ได้รับผลกระทบ ผู้ลงโฆษณาไทยที่รันแคมเปญยอดขายหรือแคตตาล็อกเข้าสู่ช่วง 11.11 และ 12.12 ควรหาประกาศนี้ในบัญชีตั้งแต่ตอนนี้และตัดสินใจอย่างตั้งใจก่อนวันที่ 28 ตุลาคม แบรนด์ที่พึ่ง การตลาดอีคอมเมิร์ซ ผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง และติดตามลูกค้าต่อทาง LINE หรือแชตหลังการเข้าชม เป็นกลุ่มที่ต้องตรวจมากที่สุด เพราะหน้าสินค้าภายในแอปจะคั่นอยู่ระหว่างการแตะกับเว็บไซต์นั้น การตั้งค่า GA4 ที่แยกเซสชันจาก Meta ออกจากคลิกที่ Meta รายงานได้ชัดเจน จะทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ภายในไม่กี่วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Meta จะเปิด product browsing ในโฆษณาที่มีอยู่เมื่อไร

ประกาศของ Meta ระบุว่าจะเพิ่ม product browsing ให้โฆษณาที่มีอยู่ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ผู้ลงโฆษณาที่ไม่ opt out ก่อนวันดังกล่าวจะถูกเปิดฟีเจอร์นี้ ตามประกาศที่ PPC Land เผยแพร่ซ้ำเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569

จะ opt out จาก product browsing ในโฆษณา Facebook และ Instagram ได้อย่างไร

มี 2 ช่องทาง คือปุ่ม "Opt out" ในประกาศของ Meta ซึ่งต้องใช้ก่อนวันที่ 28 ตุลาคม 2569 หรือสวิตช์รายโฆษณาในการตั้งค่า Advantage+ Creative และ Destination ซึ่งประกาศระบุว่าเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ประกาศไม่ได้บอกว่าปุ่มครอบคลุมบัญชีเดียวหรือหลายบัญชี

ตัวเลขคอนเวอร์ชันเพิ่มขึ้น 3% เชื่อถือได้แค่ไหน

เป็นตัวเลขของ Meta เองจากการทดลองระหว่างวันที่ 6 ถึง 21 สิงหาคม 2569 กับผู้ลงโฆษณาราว 117,700 ราย และประกาศไม่ได้นิยามตัวชี้วัดคอนเวอร์ชันหรือรูปแบบการเปรียบเทียบ PPC Land ระบุว่าไม่ได้บอกผลต่อต้นทุนและรายได้ด้วย จึงควรมองเป็นข้อกล่าวอ้างที่ต้องทดสอบในบัญชีของคุณเอง ไม่ใช่การคาดการณ์

เรื่องนี้ใช้กับบัญชีโฆษณาในประเทศไทยด้วยหรือไม่

Meta ยังไม่ได้ระบุ เพราะประกาศไม่ได้บอกชื่อตลาดใดเลย เชิงอรรถของการทดลองระบุว่า "globally" และประกาศพูดถึงโฆษณา Facebook และ Instagram ที่มีอยู่โดยไม่ระบุตลาด แต่ ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีหน้าช่วยเหลือของ Meta ที่ระบุรายชื่อตลาด

โฆษณาใหม่ที่สร้างหลังวันที่ 28 ตุลาคมจะเปิด product browsing หรือไม่

ประกาศของ Meta ไม่ได้ระบุ ควรตรวจการตั้งค่า Advantage+ Creative และ Destination ในโฆษณาทุกตัวที่สร้างหลังวันที่ 28 ตุลาคม แทนการสันนิษฐานไปทางใดทางหนึ่ง

การเปลี่ยนค่าเริ่มต้นในโฆษณาที่รันอยู่จัดการได้ง่ายที่สุดก่อนที่มันจะเกิดขึ้น หากคุณต้องการให้ช่วยตรวจว่า product browsing อาจส่งผลต่อแคมเปญ Facebook และ Instagram ของคุณอย่างไรก่อนช่วง 11.11 และ 12.12 ทีม โฆษณา Facebook ของ Relevant Audience พร้อมช่วยตรวจบัญชีและการวัดผลของคุณ

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น