Impression คือ อะไร? อธิบาย Impression, Reach, Frequency และ CPM ในโฆษณา

Impression คือ อะไร? อธิบาย Impression, Reach, Frequency และ CPM ในโฆษณา

metaOctober 14, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Meta นับ impression เมื่อโฆษณาขึ้นจอครั้งแรก เลื่อนกลับมาเจอโฆษณาเดิมยังนับเป็นหนึ่ง และโฆษณาวิดีโอไม่จำเป็นต้องเล่นก็นับแล้ว
  • Google Ads นับ impression ทุกครั้งที่โฆษณาแสดงบนหน้าผลการค้นหาหรือเว็บในเครือข่าย Google รวมถึงการแสดงบางส่วน เช่น ชื่อและที่ตั้งบน Google Maps
  • Active View ของ Google นับโฆษณาดิสเพลย์ว่า viewable เมื่อพื้นที่ 50% อยู่บนจอ 1 วินาที และวิดีโอเมื่อเห็น 50% ขณะเล่นอย่างน้อย 2 วินาที
  • Meta คำนวณ frequency จาก impressions หารด้วย reach และคำนวณ CPM จากยอดใช้จ่ายหารด้วย impressions แล้วคูณ 1,000

Impression คือ จำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดง ทุกครั้งที่โฆษณาปรากฏบนหน้าจอหรือบนหน้าเว็บ แพลตฟอร์มจะนับเป็น 1 impression ตัวเลขนี้บอกว่าโฆษณาถูกแสดงบ่อยแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่ามีคนเห็นกี่คน และไม่ได้บอกว่ามีใครตั้งใจดูหรือเปล่า จึงต้องอ่านคู่กับ reach, frequency และจำนวนคลิกเสมอ

กติกาการนับที่แน่ชัดเป็นของแต่ละแพลตฟอร์ม Meta, Google Ads และ TikTok ต่างเขียนนิยามของตัวเองไว้ในศูนย์ช่วยเหลือ และความต่างเล็ก ๆ ระหว่างนิยามเหล่านี้คือที่มาของความสับสนเวลาเอารายงานจากสองแพลตฟอร์มมาเทียบกัน บทความนี้อธิบายนิยามของแต่ละเจ้า ตัวชี้วัดที่ต่อยอดจาก impression (reach, frequency, CPM, CTR และ viewable impression) และวิธีเลือกว่าควรโฟกัสตัวไหน

Meta, Google Ads และ TikTok นับ impression อย่างไร

ทั้งสามแพลตฟอร์มใช้คำว่า impression เหมือนกัน แต่กติกาที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขไม่เหมือนกันทั้งหมด ก่อนจะเทียบตัวเลขข้ามแพลตฟอร์ม ควรรู้ก่อนว่าแต่ละเจ้านับอะไรอยู่

Meta (Facebook และ Instagram)

ศูนย์ช่วยเหลือทางธุรกิจของ Meta นิยาม impressions ว่าเป็นจำนวนครั้งที่โฆษณาของคุณปรากฏบนหน้าจอ กติกาการนับค่อนข้างละเอียด คือนับเมื่อโฆษณาชิ้นนั้นปรากฏบนหน้าจอเป็นครั้งแรก ถ้ามีคนเลื่อนผ่านโฆษณาลงไปแล้วเลื่อนกลับขึ้นมาเจอโฆษณาเดิม ยังนับเป็น 1 impression แต่ถ้าโฆษณาเดียวกันขึ้นบนหน้าจอของคนเดิมสองช่วงเวลาที่ต่างกันในวันเดียว จะนับเป็น 2 impressions

Meta นับโฆษณาภาพนิ่งและวิดีโอแบบเดียวกัน ยกเว้นโฆษณาบน Meta Audience Network แปลว่าโฆษณาวิดีโอไม่จำเป็นต้องเริ่มเล่นก็นับเป็น impression ได้แล้ว และ Meta ระบุเองว่าวิธีนี้ต่างจากมาตรฐานของอุตสาหกรรมสำหรับโฆษณาวิดีโอ ในบางกรณีที่ Meta ไม่สามารถรู้ได้ว่าโฆษณาขึ้นบนหน้าจอหรือไม่ เช่น บนโทรศัพท์มือถือรุ่นพื้นฐาน (feature phone) จะนับ impression ตอนที่โฆษณาถูกส่งไปถึงอุปกรณ์ ส่วน impression ที่มาจากทราฟฟิกไม่ถูกต้องที่ Meta ตรวจพบ เช่น บอท จะไม่ถูกนับ

Google Ads Help นิยามว่า impression ถูกนับทุกครั้งที่โฆษณาของคุณแสดงบนหน้าผลการค้นหา หรือบนเว็บไซต์อื่นในเครือข่ายของ Google การแสดงเพียงบางส่วนก็นับด้วย เช่น ถ้าบน Google Maps แสดงแค่ชื่อธุรกิจกับที่ตั้ง ก็ยังนับเป็น 1 impression ในคอลัมน์รายงาน ตัวชี้วัดนี้มักย่อว่า "Impr."

บนเครือข่าย Search หมายความว่า impression จะถูกบันทึกเมื่อโฆษณาขึ้นบนหน้าผลการค้นหาของคำค้นนั้น ไม่ว่าผู้ค้นหาจะเลื่อนลงไปเห็นโฆษณาหรือไม่ก็ตาม ส่วนแคมเปญ Display และ Video นั้น Google มีการวัดอีกชั้นหนึ่งชื่อ Active View ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อ viewable impression ด้านล่าง

TikTok

บทความตัวชี้วัดพื้นฐานของ TikTok Ads Manager นิยาม impressions ว่าเป็นจำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดง บทความเดียวกันนิยาม reach ว่าเป็นจำนวนผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกันซึ่งเห็นโฆษณาอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และนิยาม frequency ว่าเป็นจำนวนครั้งเฉลี่ยที่ผู้ใช้แต่ละคนเห็นโฆษณาในช่วงเวลาที่กำหนด บทความพื้นฐานนี้ไม่ได้ระบุกติกาเรื่องการเลื่อนหน้าจอหรือเวลาที่โฆษณาอยู่บนจอ จึงไม่ควรคิดเอาเองว่า TikTok นับแบบเดียวกับ Meta ที่ใช้หลัก "ขึ้นจอครั้งแรก" ถ้าต้องการกติกาที่แน่ชัดของตำแหน่งโฆษณาใด ให้ตรวจจากหน้าช่วยเหลือของ TikTok สำหรับตำแหน่งนั้นโดยตรง

ทำไมเอาตัวเลขของสามแพลตฟอร์มมาบวกกันตรง ๆ ไม่ได้

เพราะแต่ละแพลตฟอร์มใช้กติกาของตัวเอง 100,000 impressions บน Meta, 100,000 บน Google Display และ 100,000 บน TikTok จึงเป็นการวัดสามแบบที่ใช้ชื่อเดียวกัน ใช้ติดตามแพลตฟอร์มเดียวกันเทียบกับตัวเองตามช่วงเวลาได้ดี แต่ถ้าจะรวมเป็นตัวเลข "ยอดเห็นทั้งหมด" ตัวเดียวในรายงานข้ามช่องทาง ถือว่าเป็นฐานที่อ่อน

ทำไมเอาตัวเลขของสามแพลตฟอร์มมาบวกกันตรง ๆ ไม่ได้
แพลตฟอร์มศูนย์ช่วยเหลือนิยาม impression ว่าข้อควรรู้เรื่องการนับ
Meta (Facebook, Instagram)จำนวนครั้งที่โฆษณาปรากฏบนหน้าจอเลื่อนกลับมาเจอโฆษณาเดิมนับครั้งเดียว วิดีโอไม่ต้องเล่นก็นับ ไม่นับบอทและทราฟฟิกไม่ถูกต้องที่ตรวจพบ
Google Adsทุกครั้งที่โฆษณาแสดงบนหน้าผลการค้นหาหรือเว็บไซต์ในเครือข่าย Googleการแสดงบางส่วน เช่น ชื่อธุรกิจกับที่ตั้งบน Google Maps ก็นับเป็น 1
TikTok Ads Managerจำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดงมีนิยาม reach และ frequency คู่กัน บทความพื้นฐานไม่ได้ระบุกติกาการเลื่อนหรือเวลาบนจอ

Impression ต่างจาก reach และ frequency อย่างไร

สามตัวชี้วัดนี้มองการส่งโฆษณาก้อนเดียวกันจากคนละมุม impression นับจำนวนครั้งที่แสดง reach นับจำนวนคน (หรือจำนวนบัญชี) ส่วน frequency บอกว่าโดยเฉลี่ยแต่ละคนเห็นโฆษณากี่ครั้ง

Meta นิยาม reach ว่าเป็นจำนวนบัญชี Meta ที่เห็นโฆษณาอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และอธิบายว่า reach ต่างจาก impressions เพราะ impressions อาจรวมการเห็นหลายครั้งของบัญชีเดียวกัน Meta ระบุด้วยว่า reach เป็นตัวเลขประมาณการที่คำนวณจากข้อมูลตัวอย่าง (sampled data) และคำนวณ frequency จาก impressions หารด้วย reach

ตัวอย่างการคำนวณ (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบคำอธิบาย): ชุดโฆษณาหนึ่งได้ 30,000 impressions และ reach 12,000 บัญชีในเจ็ดวัน frequency = 30,000 / 12,000 = 2.5 แปลว่าคนในกลุ่มเป้าหมายนี้เห็นโฆษณาเฉลี่ยสองครั้งครึ่งในสัปดาห์นั้น

ผลในทางปฏิบัติข้อหนึ่งคือ reach ถูกตัดคนซ้ำออกภายในช่วงเวลาที่คุณเลือกดู ถ้าเอา reach รายวันทั้งเจ็ดวันมาบวกกัน จะได้ตัวเลขมากกว่า reach ของทั้งสัปดาห์ เพราะคนที่เห็นโฆษณาทั้งวันจันทร์และวันพฤหัสฯ ถูกนับครั้งเดียวในตัวเลขรายสัปดาห์ แต่ถูกนับวันละครั้งในตัวเลขรายวัน ส่วน impressions นั้นบวกข้ามวันได้ตามปกติ

Viewable impression คืออะไร

Viewable impression คือ impression ที่โฆษณามีโอกาสถูกเห็นจริง Google Ads วัดเรื่องนี้ด้วย Active View ในแคมเปญ Display และ Video และหน้าช่วยเหลือระบุว่าตัวชี้วัด Active View ทำตามมาตรฐานของ Media Rating Council (MRC) ดังนี้

  • โฆษณาดิสเพลย์นับว่า viewable เมื่อพื้นที่โฆษณาอย่างน้อย 50% ปรากฏบนหน้าจออย่างน้อย 1 วินาที
  • โฆษณาดิสเพลย์ขนาดใหญ่ตั้งแต่ 242,500 พิกเซลขึ้นไป ใช้เกณฑ์พื้นที่อย่างน้อย 30% ปรากฏอย่างน้อย 1 วินาที
  • โฆษณาวิดีโอนับว่า viewable เมื่อพื้นที่อย่างน้อย 50% ปรากฏบนหน้าจอขณะที่วิดีโอเล่นอยู่อย่างน้อย 2 วินาที

เกณฑ์นี้เข้มกว่าการนับ impression ธรรมดา โฆษณาที่ถูกเสิร์ฟไว้ท้ายหน้าเว็บยาว ๆ ซึ่งผู้เข้าชมไม่เคยเลื่อนลงไปถึง อาจนับเป็น impression ได้ แต่จะไม่นับเป็น viewable ฝั่ง Meta นั้น impression จากบางตำแหน่งโฆษณาได้รับการรับรองจาก MRC และนับเมื่อโฆษณาขึ้นบนหน้าจอ แต่อย่างที่กล่าวไปแล้ว impression ของวิดีโอบน Meta ไม่ต้องรอให้วิดีโอเล่น

ถ้าคุณใช้แคมเปญ Google Display หรือ Video ให้เพิ่มคอลัมน์ Active View ในรายงาน ช่องว่างระหว่าง impressions กับ viewable impressions จะบอกว่าโฆษณาส่วนไหนถูกส่งไปในจุดที่คนแทบไม่มีโอกาสเห็น

CPM คืออะไร และคำนวณอย่างไร

CPM ย่อมาจาก cost per mille หรือค่าใช้จ่ายต่อ 1,000 impressions Meta อธิบายว่าเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อ 1,000 impressions และให้สูตรว่า ยอดใช้จ่าย หารด้วย impressions แล้วคูณ 1,000

ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ): แคมเปญใช้งบ 6,000 บาท ได้ 400,000 impressions CPM = 6,000 / 400,000 x 1,000 = 15 บาท หมายความว่าการแสดงโฆษณาทุก 1,000 ครั้งมีต้นทุนเฉลี่ย 15 บาท

CPM ถูกใช้ในสองความหมาย ซึ่งสับสนกันได้ง่าย

  • ในฐานะตัวชี้วัดในรายงาน ทุกแคมเปญมีค่า CPM ในรายงาน แม้แคมเปญนั้นจะคิดเงินต่อคลิก เพราะเอายอดใช้จ่ายหารด้วย impressions ได้เสมอ
  • ในฐานะรูปแบบการประมูลหรือการคิดราคา อภิธานศัพท์ของ Google Ads อธิบาย CPM ว่าเป็นวิธีเสนอราคาที่จ่ายต่อ 1,000 impressions บนเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google และเสริมว่าการเสนอราคาแบบ viewable CPM (vCPM) ทำให้คุณจ่ายเฉพาะเมื่อโฆษณามีโอกาสถูกเห็น

CPM ต่ำไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป impression ราคาถูกอาจมาจากตำแหน่งที่คนให้ความสนใจน้อย จึงควรดู CPM คู่กับ viewability, อัตราการคลิก และต้นทุนต่อผลลัพธ์

Impression สูงแต่คลิกน้อย เป็นปัญหาเมื่อไหร่

อัตราการคลิก (CTR) คือจำนวนคลิกหารด้วย impressions ถ้า impression เยอะแต่คลิกน้อย CTR จะต่ำ แต่จะเป็นปัญหาหรือไม่ขึ้นกับว่าแคมเปญนั้นตั้งใจทำอะไร

แคมเปญสร้างการรับรู้ที่มีหน้าที่พาแบรนด์ไปอยู่ตรงหน้าคนที่เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุด ไม่ได้ตั้งเป้าที่คลิกตั้งแต่แรก CTR ต่ำอาจรับได้ถ้า reach และ frequency เป็นไปตามแผน แต่สำหรับแคมเปญที่ต้องการทราฟฟิก ลีด หรือยอดขาย CTR ต่ำแปลว่าคุณกำลังจ่ายเงินซื้อการมองเห็นที่ไม่กลายเป็นการกระทำ และควรตรวจหาสาเหตุ

จุดที่ควรเช็กเมื่อ impression สูงแต่คลิกต่ำ

  1. รายงานข้อความค้นหา (Google Ads Search) เปิดรายงาน search terms แล้วหาคำค้นที่ไม่ตรงกับสิ่งที่คุณขาย การใช้คีย์เวิร์ดกว้างเกินไปอาจทำให้โฆษณาขึ้นในคำค้นที่ผู้ค้นหาไม่มีเจตนาจะคลิก ให้เพิ่มคีย์เวิร์ดเชิงลบสำหรับคำที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ตำแหน่งที่โฆษณาแสดง (Display, Audience Network, ในแอป) แยกรายงานตาม placement บางครั้งแอปหรือเว็บไซต์ไม่กี่แห่งอาจกิน impression ไปเป็นสัดส่วนใหญ่ แต่ให้คลิกน้อยมาก
  3. ความกว้างของกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายที่กว้างมากจะสร้าง impression จำนวนมากกับคนที่ไม่น่าจะสนใจอยู่แล้ว การบีบกลุ่มให้แคบลงอาจทำให้ impression ลดลงและ CTR สูงขึ้น
  4. ครีเอทีฟและข้อเสนอ ถ้าวินาทีแรกของวิดีโอหรือพาดหัวไม่บอกว่าเสนออะไร คนจะเลื่อนผ่าน ลองทดสอบเวอร์ชันที่บอกข้อเสนอและสิ่งที่อยากให้ทำทันที
  5. Frequency ถ้าคนกลุ่มเดิมเห็นโฆษณามาหลายรอบแล้ว impression ที่เพิ่มขึ้นแทบไม่ช่วยอะไร ดูหัวข้อถัดไป

Frequency ทำให้เกิด ad fatigue ได้อย่างไร

Frequency มีประโยชน์ถึงจุดหนึ่ง การเห็นข้อความมากกว่าหนึ่งครั้งช่วยให้คนจำได้ และหน้า frequency ของ Meta ก็ระบุว่า frequency ช่วยสร้างการรับรู้และการจดจำ หน้าเดียวกันเตือนด้วยว่า ถ้าผลลัพธ์เริ่มตกลงขณะที่ frequency สูงขึ้น กลุ่มเป้าหมายอาจกำลังเจอภาวะเบื่อโฆษณา (ad fatigue) และแนะนำให้เปลี่ยนครีเอทีฟหรือการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

ไม่มีตัวเลข frequency ที่ "ปลอดภัย" ใช้ได้กับทุกแคมเปญ สิ่งที่ต้องดูคือแนวโน้มในข้อมูลของคุณเอง รูปแบบที่ควรจับตาคือ frequency ไต่ขึ้น ขณะที่ CTR ลดลงและต้นทุนต่อผลลัพธ์สูงขึ้นในช่วงวันที่เดียวกัน เมื่อเห็นสามเส้นนี้ขยับไปพร้อมกัน แปลว่ากลุ่มเป้าหมายน่าจะเห็นโฆษณามากพอแล้ว

วิธีจัดการ

  • หมุนเวียนครีเอทีฟ เตรียมเวอร์ชันใหม่ไว้ก่อนเวอร์ชันปัจจุบันจะล้า เพื่อไม่ต้องรอให้ผลตกแล้วค่อยรีบทำ
  • ขยายหรือเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย เพราะ frequency คือ impressions หารด้วย reach การเข้าถึงคนมากขึ้นด้วยงบเท่าเดิมจะทำให้ frequency ลดลง
  • ใช้การจำกัดความถี่ (frequency cap) ถ้าแพลตฟอร์มมีให้ ใน Google Ads การจำกัดความถี่ใช้จำกัดจำนวนครั้งที่โฆษณา Display หรือ Video แสดงต่อคนคนเดียว สำหรับแคมเปญ Display คุณกำหนดจำนวน impressions ต่อผู้ใช้ต่อวัน สัปดาห์ หรือเดือนได้ ในระดับแคมเปญ กลุ่มโฆษณา หรือโฆษณา สำหรับแคมเปญ Video จำกัดได้ทั้ง impressions และ/หรือ views ต่อวัน สัปดาห์ เดือน หรือหลายช่วงรวมกัน ในระดับแคมเปญ

ควรโฟกัสตัวชี้วัดไหน: สร้างการรับรู้ หรือ สร้างคอนเวอร์ชัน

Impression เป็นปัจจัยตั้งต้น บอกแค่ว่าโฆษณาถูกส่งออกไปแล้ว ตัวชี้วัดที่ควรโฟกัสต้องตรงกับเป้าหมายทางธุรกิจของแคมเปญ

  • สร้างการรับรู้ ดู reach, frequency, CPM และ viewable impression ถ้ามี คำถามคือคนที่ใช่เห็นข้อความกี่คน บ่อยแค่ไหน และต้นทุนต่อพันครั้งเท่าไร
  • การพิจารณาและทราฟฟิก ดู CTR, ต้นทุนต่อคลิก และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังคลิก เช่น จำนวนการดูหน้า landing page และเวลาที่อยู่บนเว็บ
  • คอนเวอร์ชัน ดูจำนวนคอนเวอร์ชัน ต้นทุนต่อผลลัพธ์ และผลตอบแทนจากค่าโฆษณา impression กับ CPM ยังใช้วินิจฉัยปัญหาได้ แต่แคมเปญที่ CPM สูงอาจเป็นแคมเปญที่ทำกำไรมากที่สุดก็ได้ ถ้าคนที่เข้าถึงนั้นซื้อจริง

เลือกวัตถุประสงค์แคมเปญให้ตรงกับเป้าหมาย เพราะระบบส่งโฆษณาของแต่ละแพลตฟอร์มจะทำงานไปตามวัตถุประสงค์ที่คุณเลือก การสั่งให้แคมเปญคอนเวอร์ชันไปพร้อมกับกด CPM ให้ต่ำที่สุด มักทำให้ไม่ได้ทั้งสองอย่าง

ความหมายสำหรับแคมเปญในประเทศไทย

นิยามในไทยเหมือนกับที่อื่น แต่มีสถานการณ์เฉพาะบางอย่างที่ทำให้ตัวเลขมีพฤติกรรมต่างไป

  • CPM แสดงเป็นสกุลเงินของบัญชี ถ้าบัญชีโฆษณาตั้งเป็นบาท CPM และยอดใช้จ่ายก็แสดงเป็นบาท ตัวเลข CPM เป็นดอลลาร์สหรัฐที่ยกมาจากตลาดอื่นมาจากการประมูลคนละชุด จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
  • กำหนดพื้นที่แคบ frequency จะขึ้นเร็ว แคมเปญที่เล็งจังหวัดเดียว หรือรัศมีเล็ก ๆ รอบสาขาในกรุงเทพฯ มีจำนวนคนจำกัด ด้วยงบเท่าเดิม impression จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ reach หยุดโต frequency จึงพุ่ง ควรเฝ้าดู frequency ของแคมเปญระดับท้องถิ่นใกล้ชิดและเปลี่ยนครีเอทีฟบ่อยขึ้น
  • โฆษณาเวอร์ชันภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เมื่อทั้งสองเวอร์ชันวิ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน คนคนเดียวอาจเห็นทั้งสองแบบ แต่ละเวอร์ชันรายงาน impression ของตัวเอง จึงควรดู reach และ frequency ที่ระดับชุดโฆษณาหรือแคมเปญ ไม่ใช่ดูทีละโฆษณาอย่างเดียว
  • รายงานข้ามแพลตฟอร์ม ถ้าแคมเปญวิ่งบน Meta, Google และ TikTok พร้อมกัน ให้รายงาน impression แยกตามแพลตฟอร์ม และใช้ reach, คลิก และคอนเวอร์ชันสำหรับภาพรวม แทนการรวม impression เป็นตัวเลขเดียว

คำถามที่พบบ่อย

Impression เหมือนกับยอดวิว (view) หรือไม่

ไม่เหมือน impression คือการแสดงโฆษณาหนึ่งครั้ง ส่วน "view" มักมีความหมายเข้มกว่า เช่น วิดีโอที่ถูกดูถึงระยะเวลาที่กำหนด หรือ viewable impression ตามมาตรฐาน MRC บน Meta นั้น impression ของวิดีโอไม่จำเป็นต้องให้วิดีโอเล่นเลย ตัวเลข impression ของโฆษณาวิดีโอจึงมักสูงกว่ายอดวิว

Impression แปลว่ามีคนเห็นโฆษณาจริงหรือเปล่า

ไม่จำเป็น เพราะ impression ยืนยันแค่ว่าโฆษณาถูกแสดงหรือขึ้นบนหน้าจอตามกติกาของแพลตฟอร์ม ตัวชี้วัด viewable impression อย่าง Active View ของ Google รวมถึงตัวชี้วัดการมีส่วนร่วมอย่างคลิก เป็นตัววัดที่ใกล้เคียงกว่าว่าคนสังเกตเห็นโฆษณาจริงหรือไม่

ต้องจ่ายเงินทุก impression หรือไม่

ขึ้นกับวิธีเสนอราคาและการคิดเงินของแคมเปญ ถ้าใช้การเสนอราคาแบบ CPM จะจ่ายต่อ 1,000 impressions และถ้าใช้ vCPM ของ Google จะจ่ายต่อ 1,000 viewable impressions ส่วนการเสนอราคาแบบต่อคลิก คุณจ่ายเมื่อมีคนคลิก แม้ระบบจะยังนับ impression และยังมีค่า CPM ในรายงาน

Impression เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี

ไม่มีตัวเลขที่ดีแบบตายตัว เพราะ impression ขึ้นกับงบประมาณ ขนาดกลุ่มเป้าหมาย และ CPM ในการประมูลของคุณ คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ แคมเปญเข้าถึงคนที่ตั้งใจจะเข้าถึงได้หรือไม่ ด้วยความถี่ที่ยังไม่ทำให้เกิดอาการเบื่อโฆษณา

ทำไม reach รวมข้ามวันหรือข้ามชุดโฆษณาแล้วไม่ตรงกัน

เพราะ reach นับคนไม่ซ้ำภายในช่วงเวลาและการจัดกลุ่มที่คุณเลือก คนเดียวกันจึงถูกนับครั้งเดียวในยอดรายสัปดาห์ แต่ถูกนับวันละครั้งในยอดรายวัน Meta ยังระบุว่า reach เป็นค่าประมาณจากข้อมูลตัวอย่าง ความต่างเล็กน้อยระหว่างมุมมองรายงานจึงเป็นเรื่องปกติ

ใช้ impression ให้ตอบเป้าหมายของคุณ

Impression คือจุดเริ่มต้นของรายงานโฆษณาทุกชิ้น แต่การตัดสินใจจริงมาจาก reach, frequency, CPM และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังคลิก ถ้าต้องการให้แคมเปญถูกวัดผลด้วยตัวชี้วัดที่ตรงกับแต่ละเป้าหมาย Relevant Audience ดูแลโฆษณา Facebook และ Instagram แคมเปญ Google Ads โฆษณา TikTok และโฆษณาดิสเพลย์ให้กับธุรกิจในประเทศไทย

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น