โฆษณาบนการค้นหา

CTR (Click-Through Rate) คืออะไร

CTR (Click-Through Rate) คืออัตราส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่คลิกหลังจากเห็นโฆษณาหรือรายการของคุณ คำนวณจากจำนวนคลิกหารด้วยจำนวนการแสดงผล (impressions) แล้วคูณด้วย 100

CTR สะท้อนว่าข้อความของคุณมีความเกี่ยวข้องและน่าสนใจเพียงใดสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เห็นมัน ในการทำ paid search ค่า CTR ที่สูงขึ้นยังส่งผลต่อ Quality Score ซึ่งช่วยลดต้นทุนต่อคลิก (CPC) ได้ ส่วนในการค้นหาแบบ organic นั้น title และ meta description ที่ดีคือปัจจัยที่ขับเคลื่อน CTR

ตำแหน่งอธิบายความต่างของ CTR ได้เกือบทั้งหมด การเทียบข้ามหน้ากันตรง ๆ จึงบอกอะไรน้อยมาก การวิเคราะห์ที่มีประโยชน์คือเทียบ CTR กับค่าที่ควรเป็นที่ตำแหน่งซึ่งหน้านั้นอยู่จริง Search Console มีข้อมูลนี้ ให้เทียบอัตราของแต่ละหน้ากับค่าเฉลี่ยของเว็บคุณเองในช่วงตำแหน่งเดียวกัน หน้าที่ต่ำกว่าเส้นนั้นชัดเจนมีปัญหาที่ snippet ไม่ใช่ที่อันดับ และการเขียน title ใหม่มักแก้ได้ ส่วนหน้าที่สูงกว่าเส้นมากคุ้มที่จะศึกษา เพราะสิ่งที่ title นั้นทำอยู่มักเอาไปใช้ที่อื่นได้

ตัวอย่าง

โฆษณาสองชิ้น คีย์เวิร์ดเดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน ทำฟันคุณภาพ กรุงเทพ ได้ CTR 2.1 เปอร์เซ็นต์ ส่วน Invisalign เริ่ม 89,000 บาท ปรึกษาครั้งแรกฟรี ได้ 6.3 คนดูกลุ่มเดียวกัน คลิกสามเท่า เพราะชิ้นหนึ่งบอกราคากับข้อเสนอ ช่องว่างของอัตราคลิกยังไหลเข้า Quality Score โฆษณาที่ดีกว่าจึงจ่ายต่อคลิกถูกกว่าชิ้นที่มันชนะด้วย

คำถามที่พบบ่อย

CTR เท่าไหร่ถือว่าดี
ขึ้นกับตำแหน่งและประเภทคำค้นหามากกว่าประเภทธุรกิจ คำค้นหาชื่อแบรนด์มักเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่คำเชิงข้อมูลกว้าง ๆ ในอันดับต่ำอาจอยู่ราว 1 เปอร์เซ็นต์ ควรเทียบ CTR กับค่าเฉลี่ยของคุณเองที่ตำแหน่งนั้น แทนที่จะเทียบกับเกณฑ์กลาง
จะเพิ่ม CTR อย่างไร
ทำให้ title กับคำอธิบายตรงกับ intent ของคำค้นหา วางจุดที่ทำให้คุณต่างไว้ต้นข้อความ และให้เหตุผลที่จะคลิกซึ่งผลลัพธ์อื่นไม่มี ในฝั่งโฆษณา extension และ asset ต่าง ๆ กินพื้นที่ผลการค้นหามากขึ้นและช่วยเพิ่มอัตราคลิกได้จริง

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

กำลังทำเรื่อง CTR อยู่ใช่ไหม? ดูว่าการบริหารจัดการ Google Adsของเราช่วยคุณได้อย่างไร

ดูการบริหารจัดการ Google Ads