ผลสำรวจ Meta: เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ตอบแบบสำรวจ 84% ใช้ AI แต่ 86% ยังต้องการคำแนะนำ

ผลสำรวจ Meta: เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ตอบแบบสำรวจ 84% ใช้ AI แต่ 86% ยังต้องการคำแนะนำ

metaOctober 15, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • YouGov สำรวจออนไลน์เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก 3,983 รายใน 9 ตลาดเอเชียแปซิฟิกรวมถึงไทย ระหว่าง 6 ส.ค. ถึง 2 ก.ย. 2569 โดย Meta เป็นผู้ว่าจ้าง
  • 71% ของเจ้าของธุรกิจบอกว่า AI ส่งผลดีต่อรายได้หรือยอดขายใน 12 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขนี้มาจากการตอบเอง ไม่ใช่การวัดผลจริง
  • ในกลุ่มผู้ใช้ AI มี 51% ใช้สร้างคอนเทนต์ 43% ใช้กับโฆษณาและการตลาดในพื้นที่ 38% ใช้แปลภาษา และ 37% ใช้บริการลูกค้า
  • ค่าใช้จ่ายเป็นอุปสรรคอันดับหนึ่งของการฝึกอบรม AI (51%) เจ้าของธุรกิจต้องการข้อมูลต้นทุนและ ROI ที่ชัดขึ้น และคำแนะนำด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  • บทความบน Meta Newsroom วันที่ 14 ต.ค. 2569 เผยแพร่เฉพาะผลรวม และระบุว่าไม่ได้เป็นตัวแทนระดับประเทศ และไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขเฉพาะของไทย

ผลสำรวจที่ Meta ว่าจ้าง YouGov ทำกับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก 3,983 รายใน 9 ตลาดเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย พบว่า 84% ใช้ AI อยู่แล้ว และ 76% บอกว่า AI ทำให้ทำงานได้มากขึ้น แต่ 86% บอกว่าธุรกิจขนาดเล็กยังต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อใช้ AI ให้ได้ประโยชน์เต็มที่ Meta เผยแพร่ผลนี้บน Meta Newsroom เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 ในบทความของ Beth Ann Lim ผู้อำนวยการฝ่าย Public Policy Strategy ประจำเอเชียแปซิฟิกของ Meta บทความให้เฉพาะตัวเลขรวมทั้งภูมิภาค และไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขเฉพาะของประเทศไทย

Meta และ YouGov สำรวจใคร และสำรวจอย่างไร

ตามบทความบน Meta Newsroom เมื่อ 14 ต.ค. 2569 Meta ว่าจ้าง YouGov ทำแบบสำรวจออนไลน์ระหว่างวันที่ 6 ส.ค. ถึง 2 ก.ย. 2569 กลุ่มตัวอย่างคือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก 3,983 รายในออสเตรเลีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ไต้หวัน อินเดีย ไทย ญี่ปุ่น และฮ่องกง

ในแต่ละตลาด YouGov กำหนดโควตาตามขนาดธุรกิจ ครอบคลุมกิจการที่มีพนักงาน 1-9 คน 10-19 คน และ 20-49 คน Meta ระบุว่าผลสำรวจไม่ได้เป็นตัวแทนของประชากรธุรกิจขนาดเล็กทั้งประเทศในแต่ละตลาด แต่เป็นภาพจากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่หลากหลายในแต่ละตลาด

Meta ยังระบุด้วยว่าระดับการใช้และผลกระทบแตกต่างกันในแต่ละตลาด และความต่างนี้อาจมาจากการตีความคำถามของเจ้าของธุรกิจ การแปล และวัฒนธรรมการตอบแบบสำรวจของแต่ละพื้นที่ ข้อสังเกตนี้สำคัญสำหรับคนที่อยากนำตัวเลขระดับภูมิภาคไปใช้เป็นตัวเลขอ้างอิงของไทย เพราะบทความไม่ได้รองรับการใช้แบบนั้น

ผลสำรวจหลัก

บทความของ Meta เมื่อ 14 ต.ค. 2569 รายงานผลรวมของทั้ง 9 ตลาดไว้ดังนี้

  • 84% ของเจ้าของธุรกิจใช้ AI อยู่ในปัจจุบัน
  • 76% บอกว่า AI ส่งผลดีต่อผลิตภาพการทำงาน
  • 71% บอกว่า AI ส่งผลดีต่อรายได้หรือยอดขายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
  • 80% เห็นว่า AI ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กแข่งขันกับบริษัทใหญ่ได้ดีขึ้น และสัดส่วนเท่ากันบอกว่า AI ทำให้เริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น
  • 83% เห็นว่า AI ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กทำสิ่งที่เคยต้องใช้เงินหรือทรัพยากรมากกว่านี้มากได้

ตัวเลขทั้งหมดนี้มาจากการตอบของเจ้าของธุรกิจเอง ผู้ตอบที่บอกว่า AI ส่งผลดีต่อยอดขาย กำลังบอกความรู้สึกของตัวเอง ไม่ใช่ผลที่วัดได้จริง บทความไม่ได้อธิบายว่ามีคำถามใดถามว่าเจ้าของธุรกิจวัดผลนั้นอย่างไร

ธุรกิจขนาดเล็กใช้ AI ทำอะไร

บทความยังรายงานว่าเจ้าของธุรกิจที่ใช้ AI ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาใช้ทำอะไรบ้าง การใช้งานสี่อันดับที่ Meta ระบุมีดังตารางด้านล่าง

ธุรกิจขนาดเล็กใช้ AI ทำอะไร
การใช้ AI (เจ้าของธุรกิจที่ใช้ AI ใน 12 เดือนที่ผ่านมา)สัดส่วน
สร้างหรือแก้ไขคอนเทนต์51%
โฆษณาและการตลาดในพื้นที่43%
แปลภาษา38%
บริการลูกค้าและการสื่อสาร37%

สามในสี่ของการใช้งานเป็นงานการตลาดหรืองานที่ต้องติดต่อกับลูกค้า คอนเทนต์และโฆษณาอยู่อันดับต้น นำหน้าการแปลและการบริการลูกค้า บทความไม่ได้บอกว่าเจ้าของธุรกิจใช้เครื่องมือแชท AI ทั่วไป ใช้ฟีเจอร์ AI ที่อยู่ในแพลตฟอร์มโฆษณา หรือใช้ทั้งสองอย่าง

เวลาที่ประหยัดได้ถูกนำไปใช้ทำอะไร

ในกลุ่มเจ้าของธุรกิจที่บอกว่าทำงานได้มากขึ้น Meta ระบุว่า 58% นำเวลาที่ประหยัดได้ไปปรับปรุงคุณภาพงานที่ทำอยู่ 50% นำไปใช้กับการเติบโตและการวางแผนธุรกิจ และ 46% ทำงานได้มากขึ้นด้วยทีมเดิม ตัวเลขสามตัวนี้รวมกันได้ 154% แปลว่าผู้ตอบเลือกได้มากกว่าหนึ่งคำตอบ

ช่องว่างด้านคำแนะนำ: 86% อยากได้ความช่วยเหลือเพิ่ม

ครึ่งหลังของพาดหัวบทความของ Meta พูดถึงความต้องการคำแนะนำ 86% ของเจ้าของธุรกิจบอกว่าธุรกิจขนาดเล็กต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ประโยชน์จาก AI เต็มที่ Meta สรุปเองว่าธุรกิจขนาดเล็ก "นำ AI มาใช้แล้ว" และตอนนี้กำลังขอความช่วยเหลือเพื่อใช้ให้เป็น

ค่าใช้จ่ายเป็นอุปสรรคอันดับหนึ่งของการฝึกอบรม โดยมีผู้ตอบ 51% ระบุข้อนี้ บทความบอกว่าเจ้าของธุรกิจต้องการความช่วยเหลือสองด้านมากที่สุด

  • ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นเรื่องต้นทุนและผลตอบแทนจากการลงทุน
  • คำแนะนำด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

Meta เสนอแนวทางเชิงนโยบายไว้ว่า ควรมีการฝึกอบรมฟรี ข้อมูลต้นทุนและผลตอบแทนที่ชัดเจนขึ้น และนโยบายที่ช่วยให้เข้าถึง AI และทักษะดิจิทัลได้ บทความไม่ได้ให้ตัวเลขว่าเจ้าของธุรกิจกี่รายต้องการคำแนะนำแต่ละแบบ นอกจากตัวเลข 86% และ 51%

สิ่งที่ Meta โปรโมตควบคู่กับผลสำรวจ

ผลสำรวจนี้เป็นงานวิจัยที่ Meta ว่าจ้าง และบทความมีส่วนที่เป็นการโปรโมตอยู่ด้วย ผู้อ่านควรคำนึงถึงข้อนี้ Meta ผูกผลสำรวจเข้ากับสามเรื่อง

เรื่องแรกคือ Meta Small Business Growth Academy ซึ่ง Meta เปิดตัวทั่วเอเชียแปซิฟิกก่อนหน้านี้ในปี 2569 โครงการนี้ทำร่วมกับรัฐบาล หอการค้า และพันธมิตรในพื้นที่ เนื้อหาครอบคลุมโฆษณาที่ใช้ AI, Reels, WhatsApp for Business และการค้าข้ามพรมแดน

เรื่องที่สองคือผลิตภัณฑ์ของ Meta ที่บทความแนะนำให้ธุรกิจขนาดเล็ก ได้แก่ Advantage+ สำหรับสร้างและรันโฆษณา โฆษณาแบบ click-to-WhatsApp สำหรับพาคนเข้าสู่บทสนทนา และ Meta Business Agent สำหรับตอบคำถามลูกค้าอัตโนมัติ

เรื่องที่สามคือกรณีศึกษา Meta ระบุว่า Zayya แบรนด์แฟชั่นสาย modest fashion จากอินโดนีเซียที่ก่อตั้งโดย Husnul Khotimah ใช้ความรู้จาก Academy ขยายตลาดไปมาเลเซียด้วยงบโฆษณาวันละ 30,000 รูเปียห์ (ประมาณ 1.68 ดอลลาร์สหรัฐ ตามที่ Meta ระบุ) Meta ระบุว่าเธอได้ข้อความสอบถาม 50 ครั้ง ลดเวลาตอบลูกค้าจาก 30-60 นาทีเหลือไม่ถึงสองนาที และเธอรายงานว่าได้ผลตอบแทนจากค่าโฆษณามากกว่าแปดเท่าสำหรับแคมเปญนั้น ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขที่ Meta รายงานเกี่ยวกับธุรกิจเพียงรายเดียว บทความไม่ได้บอกระยะเวลาแคมเปญ งบรวม หรือวิธีคำนวณ ROAS

สิ่งที่ผลสำรวจไม่ได้บอก

ข้อจำกัดที่ควรพูดให้ชัดมีดังนี้

  • ไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขแยกของไทย ไทยเป็นหนึ่งในเก้าตลาด แต่บทความไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขรายตลาด และ Meta เองบอกว่าผลต่างกันในแต่ละตลาด
  • ผู้ว่าจ้างมีส่วนได้ส่วนเสีย Meta ขายเครื่องมือโฆษณา AI และผลิตภัณฑ์ส่งข้อความที่บทความแนะนำ
  • ไม่ได้เป็นตัวแทนระดับประเทศ ตามที่ Meta ระบุเอง
  • ผลกระทบมาจากการตอบเอง "ส่งผลดีต่อรายได้" คือความเห็นของเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่ข้อมูลยอดขายที่ผ่านการตรวจสอบ
  • ไม่มีลิงก์ไปยังรายงานฉบับเต็ม บทความไม่ได้ลิงก์ไปยังแบบสอบถามหรือผลฉบับเต็ม จึงตรวจถ้อยคำของคำถามไม่ได้

ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผลสำรวจไร้ประโยชน์ กลุ่มตัวอย่างค่อนข้างใหญ่ มีการระบุวิธีการและช่วงเวลาเก็บข้อมูล ผลสำรวจบอกได้ว่าธุรกิจขนาดเล็กในภูมิภาคใช้ AI กับงานอะไร และส่งสัญญาณชัดว่าเจ้าของธุรกิจต้องการความช่วยเหลือเรื่องผลตอบแทนและความเป็นส่วนตัว แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานว่า AI เพิ่มยอดขายได้มากแค่ไหน

แนวทางปฏิบัติสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก (บทวิเคราะห์)

ขั้นตอนด้านล่างเป็นบทวิเคราะห์จากผลสำรวจ ไม่ใช่คำแนะนำจาก Meta หรือ YouGov โดยเน้นสองช่องว่างที่เจ้าของธุรกิจระบุไว้ คือการรู้ว่า AI คุ้มค่าหรือไม่ และการจัดการข้อมูลอย่างปลอดภัย

วัดผลการตลาดที่ใช้ AI เทียบกับค่าฐาน

ผลสำรวจบอกว่า 43% ของผู้ใช้ AI ใช้กับโฆษณาและการตลาดในพื้นที่ และ 71% เชื่อว่า AI ช่วยเรื่องรายได้ วิธีที่ง่ายที่สุดในการเปลี่ยนความเชื่อให้เป็นหลักฐาน คือบันทึกค่าฐานไว้ก่อนเปลี่ยนอะไร เช่น จำนวนข้อความสอบถามต่อสัปดาห์ ต้นทุนต่อการสอบถาม และยอดขายจากแต่ละช่องทาง จากนั้นเปลี่ยนทีละอย่าง เช่น เปลี่ยนไปใช้โฆษณาหลายเวอร์ชันที่ AI สร้าง หรือใช้ระบบตอบข้อความอัตโนมัติ แล้วเทียบสัปดาห์ที่เทียบกันได้ ถ้าลงโฆษณาบน Meta ให้เทียบผลใน Ads Manager กับบันทึกคำสั่งซื้อหรือแชทของตัวเอง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขของแพลตฟอร์ม

ใช้เวลาตอบลูกค้าเป็นตัวชี้วัด

ตัวอย่างของ Zayya ในบทความของ Meta เน้นที่เวลาตอบลูกค้าซึ่งลดจาก 30-60 นาทีเหลือไม่ถึงสองนาที ไม่ว่าจะใช้เครื่องมืออะไร เวลาตอบข้อความเป็นสิ่งที่ติดตามได้ง่าย และมีผลโดยตรงต่อการที่ข้อความสอบถามจะกลายเป็นยอดขาย สำหรับธุรกิจไทย ช่องทางนี้มักหมายถึง LINE OA และ Facebook Messenger นอกเหนือจาก WhatsApp ส่วนบทความของ Meta พูดถึงเฉพาะ WhatsApp

ตรวจว่าข้อมูลลูกค้าอะไรถูกส่งเข้าเครื่องมือ AI

เจ้าของธุรกิจบอก YouGov ว่าต้องการคำแนะนำด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล ก่อนวางชื่อ เบอร์โทร หรือประวัติการสั่งซื้อของลูกค้าลงในเครื่องมือ AI ควรตรวจเงื่อนไขการใช้ข้อมูลของเครื่องมือนั้น และดูว่าธุรกิจได้รับความยินยอมจากลูกค้าให้ประมวลผลข้อมูลแบบนั้นแล้วหรือยัง และควรมีรายการภายในว่าเครื่องมือใดบ้างที่เข้าถึงข้อมูลลูกค้า

ตรวจคอนเทนต์ที่ AI สร้างก่อนเผยแพร่

การสร้างคอนเทนต์เป็นการใช้งานที่พบมากที่สุดในผลสำรวจ ที่ 51% ร่างที่ AI เขียนยังต้องมีคนตรวจเรื่องข้อเท็จจริง ราคา น้ำเสียงของแบรนด์ และสำหรับธุรกิจไทยคือความเป็นธรรมชาติของภาษาไทย งานแปลซึ่งมีผู้ใช้ 38% ก็ต้องตรวจแบบเดียวกัน โดยเฉพาะข้อความโฆษณาที่ยิงไปยังตลาดที่เจ้าของธุรกิจอ่านภาษานั้นไม่ออก

ใช้งบฝึกอบรมกับจุดที่ยังขาด

ค่าใช้จ่ายเป็นอุปสรรคต่อการฝึกอบรมของผู้ตอบ 51% โครงการฟรีอย่าง Meta Small Business Growth Academy มีอยู่ แต่สอนเครื่องมือของ Meta เอง เจ้าของธุรกิจควรชั่งดูว่าตัวเองต้องการอะไรจริงๆ ซึ่งจากผลสำรวจ การวัดผลตอบแทนและการจัดการข้อมูลสำคัญไม่น้อยไปกว่าการรู้ฟีเจอร์ของเครื่องมือ

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

ไทยอยู่ในกลุ่มตัวอย่าง แต่ Meta ไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขของไทย ตัวเลข 84% และ 86% จึงอ้างเป็นสถิติของไทยไม่ได้ สิ่งที่พูดได้คือ ในกลุ่มตัวอย่างเก้าตลาดที่มีไทยรวมอยู่ เจ้าของธุรกิจบอกว่าใช้ AI กับคอนเทนต์และโฆษณาในพื้นที่เป็นหลัก และยังขาดคำแนะนำเรื่องต้นทุน ผลตอบแทน และความเป็นส่วนตัว สำหรับธุรกิจไทยที่ลงโฆษณาบน Facebook และ Instagram คำถามที่ใช้ได้จริงไม่ใช่ว่าจะใช้ AI หรือไม่ แต่คือได้วัดผลของมันแล้วหรือยัง จุดนี้การให้คนนอกช่วยตรวจโฆษณา Facebook หรือวางแผนคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งอย่างเป็นระบบช่วยได้

คำถามที่พบบ่อย

ตามผลสำรวจของ Meta ธุรกิจขนาดเล็กใช้ AI กี่เปอร์เซ็นต์

84% ของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก 3,983 รายที่ตอบแบบสำรวจบอกว่าใช้ AI อยู่ในปัจจุบัน ตัวเลขนี้เป็นผลรวมของเก้าตลาดในเอเชียแปซิฟิก จากแบบสำรวจออนไลน์ที่ Meta ว่าจ้าง YouGov ทำระหว่าง 6 ส.ค. ถึง 2 ก.ย. 2569

มีผลสำรวจเฉพาะของประเทศไทยไหม

บทความบน Meta Newsroom เมื่อ 14 ต.ค. 2569 ไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขเฉพาะของไทย ไทยเป็นหนึ่งในเก้าตลาดที่สำรวจ และ Meta บอกว่าผลต่างกันในแต่ละตลาด แต่เปิดเผยเพียงตัวเลขรวมของภูมิภาค

ใครเป็นผู้จ่ายเงินทำผลสำรวจนี้

Meta เป็นผู้ว่าจ้าง และ YouGov เป็นผู้ดำเนินการสำรวจ Meta ยังขายเครื่องมือโฆษณาที่ใช้ AI และเครื่องมือส่งข้อความที่บทความกล่าวถึง จึงควรอ่านผลโดยคำนึงถึงส่วนได้ส่วนเสียนี้

อุปสรรคใหญ่ที่สุดของการฝึกอบรม AI สำหรับธุรกิจขนาดเล็กคืออะไร

ค่าใช้จ่ายคืออุปสรรคอันดับหนึ่ง โดยมีเจ้าของธุรกิจ 51% ระบุข้อนี้ เจ้าของธุรกิจยังบอกว่าอยากได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นเรื่องต้นทุนและผลตอบแทน รวมถึงคำแนะนำด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

ผลสำรวจนี้เป็นตัวแทนของธุรกิจขนาดเล็กทั้งหมดหรือไม่

ไม่ใช่ Meta ระบุเองว่าผลไม่ได้เป็นตัวแทนของประชากรธุรกิจขนาดเล็กทั้งประเทศในแต่ละตลาด แต่สะท้อนกลุ่มธุรกิจที่มีพนักงาน 1-49 คน ซึ่งเลือกตัวอย่างโดยกำหนดโควตาตามขนาด

ผลสำรวจของ Meta ชี้ว่า AI เป็นส่วนหนึ่งของการตลาดของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากในกลุ่มตัวอย่างแล้ว และพวกเขาต้องการข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นเรื่องต้นทุนและผลตอบแทน สำหรับ SME ไทย ช่องว่างนี้คือจุดที่การวัดผลและการวางแผนมีน้ำหนักที่สุด ถ้าต้องการให้ช่วยเชื่อมโฆษณาที่ใช้ AI เข้ากับตัวเลขยอดขายจริง ทีมโฆษณาโซเชียลของ Relevant Audience พร้อมคุยกับคุณ

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น