อีเมล Google: แท็ก Google Ads ใน GTM ฝั่งเซิร์ฟเวอร์จะได้ IP address เต็มตั้งแต่ 11 มกราคม 2570

อีเมล Google: แท็ก Google Ads ใน GTM ฝั่งเซิร์ฟเวอร์จะได้ IP address เต็มตั้งแต่ 11 มกราคม 2570

Google AdsNovember 4, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • อีเมลของ Google หัวเรื่อง "Updates to network signal processing in server-side tagging" กำหนดวันที่ 11 มกราคม 2570 สำหรับการเปลี่ยนจากการจัดการ IP ทั้งคอนเทนเนอร์เป็นรายแท็ก
  • แท็ก Google Ads, Display & Video 360, Search Ads 360 และ Campaign Manager 360 จะรับ IP เต็มเป็นค่าเริ่มต้น ส่วนแท็ก Google Analytics ยังปิดบัง IP ต่อไป
  • วิธี opt-out คือ Augment event Transformation ที่เขียนทับ ip_override ด้วย getAnonymizedIpAddress ซึ่งทำให้ octet สุดท้ายของ IPv4 และ 80 บิตสุดท้ายของ IPv6 เป็นศูนย์
  • Google ให้ผู้ลงโฆษณารับผิดชอบการแจ้งผู้ใช้และความยินยอมตามกฎหมาย และ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ยังไม่มีรายการใน release notes ของ Tag Manager

Google แจ้งผู้ลงโฆษณาว่า ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2570 คอนเทนเนอร์ Google Tag Manager แบบ server-side จะเลิกปิดบัง (redact) IP address ในระดับทั้งคอนเทนเนอร์ และเปลี่ยนไปประมวลผลในระดับแท็กแต่ละตัวแทน ผลคือแท็กที่ส่งข้อมูลไปยัง Google Ads, Display & Video 360, Search Ads 360 และ Campaign Manager 360 จะได้รับ IP address เต็มของผู้เข้าชม เว้นแต่เจ้าของคอนเทนเนอร์จะตั้งค่าปิดบังเอง ส่วนแท็ก Google Analytics ยังคงปิดบัง IP ต่อไป วันที่และกฎเหล่านี้มาจากอีเมลของ Google ถึงผู้ลงโฆษณา ตามที่ Search Engine Journal และ PPC Land รายงาน หลังจาก Adriaan Dekker ฟรีแลนซ์ด้าน Google Ads โพสต์อีเมลนี้บน LinkedIn เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 อีเมลไม่ได้ระบุชื่อหน้าที่อธิบายการ opt-out แต่ Search Engine Journal ระบุว่าบทความช่วยเหลือของ Google Tag Manager ชื่อ IP address redaction for server-side tagging อธิบายวิธีปิดบัง IP ไว้ ทั้งนี้หน้าช่วยเหลือดังกล่าวไม่ได้กล่าวถึงวันที่ 11 มกราคม

ประกาศของ Google บอกว่าจะเปลี่ยนอะไรในวันที่ 11 มกราคม 2570

อีเมลนี้ใช้หัวเรื่องว่า "Updates to network signal processing in server-side tagging" ตามที่ Search Engine Journal รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน และ PPC Land รายงานเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน อีเมลระบุว่าคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์จะเปลี่ยนจากการปิดบัง IP address ทั้งคอนเทนเนอร์ ไปเป็นการประมวลผลรายแท็ก เริ่มวันที่ 11 มกราคม 2570 และแจกแจงผลกระทบไว้ 4 ข้อ

  • แท็กที่ส่งข้อมูลไปยัง Google Ads, Display & Video 360, Search Ads 360 และ Campaign Manager 360 จะรับ IP address เต็ม
  • แท็ก Google Analytics ยังคงปิดบัง IP ต่อไป
  • แท็กของบุคคลที่สามยังควบคุมได้เองว่าจะรับสัญญาณใดบ้าง
  • Transformations สามารถปิดบังสัญญาณเหล่านี้ได้ก่อนที่แท็กใดจะเข้าถึงข้อมูล

ในอีเมลฉบับเดียวกัน Google ให้เหตุผลว่าการอัปเดตนี้นำเทคโนโลยีเสริมความเป็นส่วนตัว (privacy-enhancing technologies หรือ PETs) เข้ามาใช้ รักษาคุณภาพข้อมูลด้วยการกรองสแปมและทราฟฟิกที่ไม่ถูกต้อง และช่วยให้แคมเปญมีประสิทธิภาพดีขึ้น PPC Land ระบุว่าไม่มีตัวเลข ผลทดสอบ หรือชื่อเทคโนโลยีใดประกอบคำกล่าวอ้างนั้น และอีเมลไม่ได้นิยามคำว่า "network signals" นอกจากยก IP address เป็นตัวอย่างเพียงอย่างเดียว

คำสำคัญสำหรับผู้ลงโฆษณาคือ "ค่าเริ่มต้น" Google เรียกการปิดบัง IP หลังวันที่ 11 มกราคมว่าเป็นการ opt-out หมายความว่าคอนเทนเนอร์ที่เจ้าของไม่ได้ทำอะไรเลย จะเริ่มส่ง IP address เต็มไปยังผลิตภัณฑ์โฆษณาทั้ง 4 ตัวนี้ตั้งแต่วันนั้น

แท็กไหนได้รับผลกระทบ และแท็กไหนไม่ได้รับ

การเปลี่ยนแปลงนี้ใช้กับคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น Search Engine Journal ระบุว่าประกาศไม่ได้พูดถึง web container หรือ Google tag ที่ทำงานบนเบราว์เซอร์เลย ภายในคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ การแบ่งเป็นไปตามผลิตภัณฑ์ ดังตารางด้านล่างซึ่งสรุปจากอีเมลและหน้าช่วยเหลือของ Tag Manager

แท็กไหนได้รับผลกระทบ และแท็กไหนไม่ได้รับ
แท็กหรือส่วนประกอบในคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์การจัดการ IP ตั้งแต่ 11 มกราคม 2570
แท็ก Google Ads, Display & Video 360, Search Ads 360, Campaign Manager 360รับ IP address เต็ม เว้นแต่มี Transformation ปิดบังไว้
แท็ก Google Analytics ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ยังปิดบัง IP ต่อไป (หน้าช่วยเหลือระบุว่าปิดบังบางส่วนเป็นค่าเริ่มต้น)
แท็กของบุคคลที่สามควบคุมได้เองว่าจะรับสัญญาณใด
Transformationsปิดบังสัญญาณได้ก่อนที่แท็กใดจะเข้าถึงข้อมูลอีเวนต์
ฟังก์ชันปิดบัง getAnonymizedIpAddressทำให้ octet สุดท้ายของ IPv4 และ 80 บิตสุดท้ายของ IPv6 เป็นศูนย์ (ตามเอกสาร API ของ server-side tagging ของ Google)

PPC Land ระบุว่า Campaign Manager 360 เป็นที่อยู่ของระบบวัดผล Floodlight และหน้าช่วยเหลือก็ยกแท็ก Floodlight ขึ้นมาคู่กับแท็ก Google Ads เป็นตัวอย่างของแท็กที่รับ IP ที่ปิดบังบางส่วนได้

วิธีให้ IP address ยังถูกปิดบังอยู่: ขั้นตอนจากหน้าช่วยเหลือ

บทความช่วยเหลือของ Tag Manager อธิบายการ opt-out ว่าเป็น Transformation ที่เขียนทับฟิลด์ IP ก่อนที่แท็กที่เลือกไว้จะอ่านค่า สำหรับแท็กของ Google มีขั้นตอนดังนี้

  1. เปิด server workspace ใน Google Tag Manager
  2. ที่เมนู Variables สร้าง Custom Template Variable ใหม่ ซึ่งโค้ดเรียกใช้และคืนค่าจากฟังก์ชัน getAnonymizedIpAddress
  3. ที่เมนู Transformations สร้าง Augment event transformation ใหม่ แล้วตั้งให้เขียนทับฟิลด์ ip_override โดยผูกกับตัวแปรที่สร้างไว้
  4. ในส่วน Matching Conditions หรือ Affected Tags เลือกแท็กที่ควรได้รับ IP ที่ปิดบังบางส่วน เช่น Google Ads, Floodlight หรือแท็กที่ไม่ใช่ของ Google
  5. ใช้ Preview สั่งให้แท็กทำงาน และตรวจว่า IP address ถูกปิดบังก่อนข้อมูลออกจากเซิร์ฟเวอร์
  6. บันทึก transformation แล้ว publish คอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์

หน้าช่วยเหลือระบุด้วยว่าแท็ก Google Analytics ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ปิดบัง IP บางส่วนเป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว

แท็กของบุคคลที่สามต้องตรวจแยกต่างหาก

หน้าช่วยเหลือระบุว่าเทมเพลตแท็กของบุคคลที่สามรายใหญ่จำนวนมากอ่าน IP ของผู้เข้าชมจากฟิลด์มาตรฐาน ip_override ซึ่งในกรณีนั้น transformation ที่สร้างไว้สำหรับแท็ก Google จะครอบคลุมแท็กเหล่านี้ไปด้วย แต่ก็เตือนว่าไม่ใช่ทุกผู้ให้บริการที่ทำแบบนี้ บางแท็กดึง IP จาก custom header หรือพารามิเตอร์อีเวนต์เฉพาะ สำหรับแท็กกลุ่มนี้ หน้าช่วยเหลือแนะนำให้ตรวจเอกสารของผู้ให้บริการหรือดู request ผ่าน Tag Assistant หาฟิลด์ที่แท็กใช้จริง แล้วสร้าง Augment event transformation อีกตัวที่เขียนทับฟิลด์นั้นด้วยตัวแปรปิดบัง IP ตัวเดิม โดยจำกัดให้มีผลเฉพาะแท็กนั้น จากนั้น preview และ publish

ฟังก์ชันปิดบัง IP ทำอะไรจริง ๆ

เอกสาร API ของ server-side tagging ของ Google ซึ่งอัปเดตล่าสุดวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ระบุว่า getAnonymizedIpAddress จะทำให้ octet สุดท้ายของ IPv4 และ 80 บิตสุดท้ายของ IPv6 เป็นศูนย์ Search Engine Journal พบว่าฟังก์ชันนี้ไม่มีอยู่ในสำเนาของ Internet Archive วันที่ 12 ตุลาคม ส่วนหน้าช่วยเหลือเรียกผลลัพธ์ว่า IP ที่ถูกปิดบังบางส่วน พูดง่าย ๆ คือ address อย่าง 203.0.113.25 จะออกจากเซิร์ฟเวอร์เป็น 203.0.113.0

หน้าที่เรื่องความยินยอมที่ Google วางไว้กับผู้ลงโฆษณา

อีเมลผูกการประมวลผลแบบใหม่เข้ากับการปฏิบัติตามกฎของผู้ลงโฆษณาเอง ตามรายงานของสื่อทั้งสองแห่ง อีเมลระบุว่าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์โฆษณาของ Google ต้องมีการแจ้งผู้ใช้ปลายทางอย่างเหมาะสมและได้รับความยินยอมที่กฎหมายกำหนดก่อนเริ่มเก็บข้อมูล ผู้ลงโฆษณาในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ต้องปฏิบัติตาม EU User Consent Policy ของ Google ซึ่ง PPC Land ระบุว่าครอบคลุมผู้ใช้ในสหราชอาณาจักรและสวิตเซอร์แลนด์ด้วย ส่วนลูกค้าในภูมิภาคอื่นต้องปฏิบัติตามกฎหมายความเป็นส่วนตัวในท้องถิ่นและข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม

PPC Land ระบุว่าอีเมลวางหน้าที่เรื่องการได้รับความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนดไว้กับลูกค้า ไม่ใช่กับ Google

สิ่งที่ Google ยังไม่ได้บอก

สื่อทั้งสองแห่งชี้ประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบ และหน้าช่วยเหลือก็ยังไม่ได้ตอบข้อใดเลย ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569

  • Release notes: Search Engine Journal ไม่พบรายการใน release notes ของ Tag Manager เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน ส่วน PPC Land ระบุว่ารายการล่าสุดลงวันที่ 12 ตุลาคม 2569 และหน้า release notes ยังแสดงรายการนั้นเป็นรายการล่าสุดเมื่อตรวจสอบวันที่ 4 พฤศจิกายน
  • Consent mode: อีเมลไม่ได้อธิบายว่าการประมวลผล IP รายแท็กจะทำงานร่วมกับ consent mode อย่างไร คอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์รับทราฟฟิกที่ผู้ใช้ไม่ให้ความยินยอมมาตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เมื่อแท็ก Floodlight ใน Tag Manager ฝั่งเซิร์ฟเวอร์เริ่มส่ง request ที่ไม่มีความยินยอมแบบ server-to-server เพื่อใช้กับ modelled conversions ตาม release notes ที่ PPC Land อ้างถึง ยังไม่มีการระบุว่า request เหล่านั้นจะมี IP เต็มหลังวันที่ 11 มกราคมหรือไม่
  • การจัดเก็บ: Search Engine Journal ระบุว่าไม่มีการพูดถึงว่า IP address เต็มจะถูกเก็บไว้ที่ไหนหรือนานเท่าใด
  • ขอบเขตของ "network signals": IP address เป็นตัวอย่างเดียวที่ให้ไว้
  • ลิงก์ opt-out ที่แน่ชัด: อีเมลชี้ไปยังบทความใน Help Centre สำหรับวิธี opt-out โดยไม่ได้ระบุชื่อบทความ Search Engine Journal ระบุว่าหน้าที่ลิงก์ไว้ในบทความนี้อธิบายวิธีการดังกล่าว ส่วน PPC Land ซึ่งรายงานก่อนหนึ่งวันยังตั้งคำถามว่าการ opt-out เป็นการตั้งค่าระดับคอนเทนเนอร์ สวิตช์รายแท็ก หรือ Transformation ที่ต้องสร้างเอง

บริบท: ค่าเริ่มต้นสวนทางกับ AdSense

PPC Land เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงนี้กับ AdSense เมื่อ AdSense เพิ่มตัวควบคุม "Share full IP address" เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 การแชร์ IP เต็มถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น และ bid request จะมีเพียง address ที่ถูกตัดทอน เว้นแต่ผู้เผยแพร่จะเปลี่ยนการตั้งค่า ขณะที่การเปลี่ยนแปลงใน Tag Manager ฝั่งเซิร์ฟเวอร์เริ่มต้นแบบเปิดไว้ PPC Land ยังบันทึกว่า Tag Manager ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ปิดบังหรือทำให้ IP เป็นนิรนามผ่านแท็ก Google Analytics ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ได้มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 และ Transformations เข้ามาในคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566

บทวิเคราะห์: ใครควรลงมือก่อนวันที่ 11 มกราคม

ส่วนนี้เป็นการตีความข้อเท็จจริงที่มีแหล่งอ้างอิงโดย Relevant Audience ไม่ใช่คำแถลงของ Google

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือผู้ลงโฆษณาที่ย้ายแท็ก Google Ads หรือ Floodlight เข้าไปในคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ส่วนหนึ่งเพื่อจำกัดข้อมูลที่ส่งถึงระบบโฆษณาของ Google สำหรับกลุ่มนี้ การตั้งค่าระดับคอนเทนเนอร์ที่เคยพึ่งพาจะไม่ครอบคลุมแท็กเหล่านั้นอีกต่อไปในวันที่กำหนด และถ้าต้องการให้ทำงานแบบเดิมก็ต้องสร้าง Transformation เอง ผู้ลงโฆษณาที่ใช้ server-side tagging เฉพาะกับ Google Analytics ได้รับผลกระทบน้อยกว่า เพราะแท็ก Analytics ยังปิดบัง IP ต่อไป ส่วนผู้ที่ไม่เคยใช้ Tag Manager ฝั่งเซิร์ฟเวอร์อยู่นอกขอบเขตของการเปลี่ยนแปลงตามที่ประกาศ เพราะใช้กับคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น

การตัดสินใจนี้มีสองด้าน ฝั่ง Google ให้เหตุผลเรื่องการวัดผล การปรับโฆษณาให้ตรงบุคคล และการกรองทราฟฟิกที่ไม่ถูกต้องที่ดีขึ้น ฝั่งที่สนับสนุนการปิดบัง IP คือการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และความสอดคล้องกับสิ่งที่ธุรกิจสัญญาไว้กับผู้ใช้ในประกาศความเป็นส่วนตัว ไม่มีทางเลือกใดผิดโดยอัตโนมัติ สิ่งสำคัญคือการตัดสินใจอย่างตั้งใจและบันทึกไว้ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดขึ้นเพราะไม่มีใครเปิดดูคอนเทนเนอร์ก่อนเดือนมกราคม

สิ่งที่ควรตรวจในบัญชีของคุณ

  • ทำรายการคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ทุกตัวที่ใช้อยู่ และทุกแท็กข้างในที่ส่งข้อมูลไปยัง Google Ads, Display & Video 360, Search Ads 360 หรือ Campaign Manager 360 รวมถึงแท็ก Floodlight และแท็ก conversion ของ Google Ads
  • สำหรับแท็กของบุคคลที่สามแต่ละตัว ตรวจว่าอ่านค่าจาก ip_override หรือจาก custom header หรือพารามิเตอร์ โดยใช้เอกสารของผู้ให้บริการหรือ Tag Assistant ตามที่หน้าช่วยเหลือแนะนำ
  • ตัดสินใจรายแท็กว่าควรได้รับ IP เต็มหรือ IP ที่ปิดบังบางส่วน แล้วสร้างและ preview Transformations ให้เสร็จก่อนวันที่ 11 มกราคม 2570
  • อ่านประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อความขอความยินยอมบนเว็บไซต์อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าครอบคลุมการประมวลผลที่ใช้ IP โดยผลิตภัณฑ์โฆษณาเหล่านี้
  • ติดตาม release notes ของ Tag Manager เผื่อมีประกาศอย่างเป็นทางการที่ให้รายละเอียดเรื่อง consent mode หรือการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติม

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

ประกาศของ Google ใช้กับคอนเทนเนอร์ Tag Manager ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก และไม่ได้ระบุถึงประเทศไทยเป็นการเฉพาะ คำแนะนำสำหรับภูมิภาคนอก EEA คือให้ลูกค้าปฏิบัติตามกฎหมายความเป็นส่วนตัวในท้องถิ่นและข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม กฎหมายหลักด้านข้อมูลส่วนบุคคลของไทยคือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ส่วนคำถามว่า PDPA ใช้กับ IP address ที่เก็บผ่านการตั้งค่าคอนเทนเนอร์แบบใดแบบหนึ่งอย่างไร และต้องมีการแจ้งหรือฐานความยินยอมแบบใด เป็นเรื่องที่ธุรกิจควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมาย บทความนี้ไม่ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายในประเด็นดังกล่าว

ขั้นตอนเชิงปฏิบัติเหมือนกันไม่ว่าคำตอบทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร ผู้ลงโฆษณาอีคอมเมิร์ซและธุรกิจหาลีดในไทยที่ใช้คอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์สำหรับการติดตาม conversion ของ Google Ads ควรตรวจคอนเทนเนอร์ตั้งแต่ตอนนี้ ตัดสินใจทีละแท็ก และทำให้ประกาศความเป็นส่วนตัวสะท้อนการตัดสินใจนั้น ทีมที่ตั้งค่า server-side tagging ไปพร้อมกับการติดตั้ง GA4 ควรทราบว่าแท็ก Analytics ไม่ได้รับผลกระทบ แต่แท็กโฆษณาในคอนเทนเนอร์เดียวกันได้รับผลกระทบ ส่วนร้านค้าออนไลน์ที่ใช้ server-side tracking เพื่อปกป้องการวัดผลแคมเปญอีคอมเมิร์ซ ควรรวมแท็ก Floodlight และแท็กของบุคคลที่สามไว้ในการตรวจรอบเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย: Tag Manager ฝั่งเซิร์ฟเวอร์กับ IP address เต็ม

การเปลี่ยนแปลงเรื่อง IP ใน Tag Manager ฝั่งเซิร์ฟเวอร์มีผลเมื่อไร

มีผลวันที่ 11 มกราคม 2570 ตามอีเมลของ Google ถึงผู้ลงโฆษณาที่ Search Engine Journal และ PPC Land รายงาน ตัวอีเมลไม่ได้ระบุวันที่ส่ง และ Google ยังไม่ได้ลงรายการใน release notes ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569

ต้องทำอะไรหรือไม่

ต้องทำก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้แท็กโฆษณาของ Google ในคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ยังได้รับ IP address ที่ปิดบังไว้ ตามอีเมลของ Google ถ้าไม่ทำอะไร แท็ก Google Ads, Display & Video 360, Search Ads 360 และ Campaign Manager 360 จะรับ IP เต็มตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2570 หากต้องการคงการปิดบังไว้ ให้สร้าง Augment event Transformation ตามที่อธิบายในหน้าช่วยเหลือของ Tag Manager

แท็ก Google Analytics ได้รับผลกระทบหรือไม่

ไม่ได้รับผลกระทบ Google ระบุว่าแท็ก Google Analytics จะยังปิดบัง IP ต่อไป และหน้าช่วยเหลือเสริมว่าแท็ก Analytics ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ปิดบัง IP บางส่วนเป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว

การเปลี่ยนแปลงนี้ใช้กับ web container หรือ Google tag บนเบราว์เซอร์ด้วยหรือไม่

ประกาศครอบคลุมเฉพาะคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ Search Engine Journal รายงานว่าประกาศไม่ได้กล่าวถึง web container หรือ Google tag ฝั่งเบราว์เซอร์เลย

เรื่องนี้มีผลในประเทศไทยหรือไม่

มีผล เพราะประกาศของ Google ไม่ได้จำกัดตามประเทศ คอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ที่ผู้ลงโฆษณาไทยใช้จึงอยู่ในขอบเขตตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2570 Google บอกให้ลูกค้านอก EEA ปฏิบัติตามกฎหมายความเป็นส่วนตัวในท้องถิ่นและข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม ซึ่งในประเทศไทยหมายถึงการตรวจสอบสถานะภายใต้ PDPA กับที่ปรึกษากฎหมาย

การตัดสินใจเรื่อง server-side tagging กระทบทั้งคุณภาพการวัดผลและการปฏิบัติตามกฎความเป็นส่วนตัว และกำหนดเดือนมกราคมเหลือเวลาตรวจคอนเทนเนอร์อีกราวสองเดือน หากต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูคอนเทนเนอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์และการตั้งค่า conversion ของ Google Ads ก่อนถึงวันนั้น ทีม Google Ads ของ Relevant Audience พร้อมช่วยเหลือ

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น