Google Ads API เปลี่ยนเป็นเดือนละสองรีลีสตั้งแต่ v26 โดยตาราง sunset ไม่เปลี่ยน

Google Ads API เปลี่ยนเป็นเดือนละสองรีลีสตั้งแต่ v26 โดยตาราง sunset ไม่เปลี่ยน

Google AdsOctober 13, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • ทีม Google Ads API ประกาศเมื่อ 12 ตุลาคม 2569 ว่า API จะออกเดือนละสองรีลีสตั้งแต่ v26 เพิ่มจากรอบเดือนละครั้งที่ใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว
  • ยังมีรีลีสหลักปีละสี่ครั้ง รีลีสอื่นเป็นรีลีสย่อยที่เพิ่มเฉพาะฟีเจอร์แบบไม่ทำให้โค้ดเดิมพัง และรีลีสย่อยหมดอายุพร้อมเวอร์ชันหลักของตัวเอง
  • ตารางเบื้องต้นของ Google ระบุรีลีสหลักปี 2570 คือ v27 (มกราคม), v28 (เมษายน), v29 (กรกฎาคม) และ v30 (ตุลาคม) เมื่อ RA นับจากตารางนั้น ปี 2570 มีรีลีสย่อย 17 ครั้ง รวม 21 รีลีส ซึ่งนับรวม v30.3 เดือนธันวาคมที่อาจถูกข้าม
  • sunset เบื้องต้นปี 2570: v23 กุมภาพันธ์, v24 พฤษภาคม, v25 สิงหาคม และ v26 พฤศจิกายน 2570 โดย Google ระบุว่าทุกวันที่เป็นการประมาณการ

Google จะออก Google Ads API เดือนละสองรีลีสตั้งแต่เวอร์ชัน v26 เป็นต้นไป ตามที่ทีม Google Ads API ประกาศบน Google Ads Developer Blog เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 จำนวนรีลีสหลัก (major) ยังคงอยู่ที่ปีละสี่ครั้ง รีลีสที่อยู่ระหว่างนั้นทั้งหมดเป็นรีลีสย่อย (minor) ที่เพิ่มเฉพาะฟีเจอร์ใหม่ซึ่งไม่ทำให้โค้ดเดิมพัง แต่ละเวอร์ชันหลักใช้งานได้หนึ่งปี และตารางการยกเลิกเวอร์ชัน (sunset) ไม่เปลี่ยน ผลในทางปฏิบัติคือเครื่องมือที่สร้างบน API จะได้ฟีเจอร์ใหม่ของ Google Ads เร็วขึ้น โดยไม่ต้องย้ายเวอร์ชันบ่อยขึ้น

Google ประกาศอะไรเมื่อ 12 ตุลาคม 2569

ประกาศฉบับนี้ เผยแพร่บน Google Ads Developer Blog ลงชื่อโดย Anash P. Oommen จากทีม Google Ads API มีเนื้อหาสั้น เริ่มด้วยการทบทวนว่าเมื่อปีที่แล้ว Google เปลี่ยน Google Ads API มาออกรีลีสเดือนละครั้ง เพื่อให้นักพัฒนาเข้าถึงฟีเจอร์ที่มีอยู่แล้วในหน้าจอ Google Ads ได้เร็วขึ้น ขั้นใหม่นี้เพิ่มความถี่เป็นสองเท่า คือเดือนละสองรีลีส เริ่มที่ v26

Google อธิบายการเปลี่ยนแปลงนี้โดยโยงกับระบบอัตโนมัติ ประกาศระบุว่าเรากำลังเข้าสู่ "ยุค agentic" ที่ความเร็วและความคล่องตัวสำคัญที่สุด และบอกว่ารอบการออกที่ถี่ขึ้นทำให้ agent และ workflow อัตโนมัติเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ได้แทบทันที ประเด็นนี้สำคัญต่อผู้ลงโฆษณา เพราะ API คือสิ่งที่อยู่ใต้เครื่องมือแทบทุกตัวที่ทีมการตลาดใช้อยู่ทุกวันโดยไม่ได้นึกถึง ทั้งตัวเชื่อมข้อมูลเข้าแดชบอร์ด เครื่องมือจัดการบิดและงบประมาณ แพลตฟอร์มฟีดสินค้า ระบบ CRM ที่อัปโหลด offline conversion และ AI agent รุ่นใหม่ที่อ่านหรือแก้ไขแคมเปญแทนผู้ใช้

ประกาศกำหนดกติกาห้าข้อสำหรับตารางใหม่ ดังนี้

  • Google ยังออกรีลีสหลักปีละสี่ครั้งเหมือนเดิม
  • รีลีสอื่นทั้งหมดเป็นรีลีสย่อยที่เพิ่มเฉพาะฟีเจอร์ใหม่แบบไม่ทำให้โค้ดเดิมพัง (non-breaking)
  • รีลีสหลักแต่ละตัวใช้งานได้หนึ่งปีนับจากวันออก
  • ตาราง sunset ไม่เปลี่ยน นักพัฒนาจึงไม่ต้องย้ายเวอร์ชันบ่อยขึ้น
  • รีลีสย่อยแต่ละตัวถูกยกเลิกพร้อมกับเวอร์ชันหลักที่เป็นต้นสังกัด

วิธีสื่อสารก็เปลี่ยนด้วย บล็อกโพสต์สรุปรีลีสและไลฟ์บน YouTube ของ Google จะเหลือไตรมาสละสองครั้ง แต่ละครั้งสรุปอัปเดตสำคัญจากหลายรีลีสรวมกัน ถ้าต้องการติดตามทีละรีลีส Google แนะนำให้บันทึกหน้า release notes ของ Google Ads API ไว้ในหน้าที่บันทึก (saved pages) ซึ่งจะแจ้งเตือนทุกครั้งที่หน้านั้นเปลี่ยน

ทำไมการแบ่งรีลีสหลักกับรีลีสย่อยคือส่วนที่ต้องเข้าใจ

ตัวเลขหัวข่าว "เดือนละสองรีลีส" ฟังดูเหมือนงานเพิ่มสำหรับคนที่ดูแลระบบเชื่อมต่อ แต่กติกาของ Google ชี้ไปอีกทาง ตามนิยามของ Google รีลีสย่อยเพิ่มเฉพาะฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่ทำให้โค้ดเดิมพัง แปลว่าโค้ดที่เขียนกับเวอร์ชันหลักหนึ่งควรทำงานต่อได้เมื่อรีลีสย่อยของเวอร์ชันหลักเดียวกันออกมา การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้โค้ดพัง ซึ่งบังคับให้วิศวกรต้องแก้คิวรี เปลี่ยนชื่อฟิลด์ หรือรื้อตรรกะ จะอยู่ในรีลีสหลักสี่ครั้งต่อปีเท่านั้น

กติกาเรื่อง sunset ยิ่งตอกย้ำเรื่องนี้ เพราะรีลีสย่อยหมดอายุวันเดียวกับเวอร์ชันหลักของมัน การย้ายจาก v26 ไป v26.2 จึงไม่ได้ซื้อเวลาเพิ่มเลย ทั้งสองเวอร์ชันหยุดทำงานพร้อมกันเมื่อ v26 ถูกยกเลิก ปฏิทินการย้ายเวอร์ชันจริงจึงยังถูกกำหนดโดยรีลีสหลัก เหมือนสมัยที่ออกเดือนละครั้ง สิ่งที่รอบการออกที่ถี่ขึ้นเปลี่ยนไปคือ ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่งเปิดใน Google Ads จะไปถึงเครื่องมือต่าง ๆ ได้เร็วแค่ไหน และทีมวิศวกรต้องอ่าน release notes กี่รายการเพื่อรู้ว่ามีอะไรที่ใช้ประโยชน์ได้ออกมาแล้ว

สำหรับทีมที่ต้องการแค่ความเสถียร วิธีอ่านเรื่องนี้ง่ายมาก คือเลือกเวอร์ชันหลักหนึ่งตัว ใช้ไปจนใกล้วัน sunset แล้วถือว่ารีลีสย่อยเป็นทางเลือก ส่วนทีมที่อยากได้ฟีเจอร์ใหม่เร็ว รีลีสย่อยคือช่องทางส่งฟีเจอร์ และหน้า release notes คือสิ่งที่ต้องเฝ้าดู

ตารางรีลีสเบื้องต้นถึงปี 2570

Google เผยแพร่ตารางรีลีสเบื้องต้นสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 และตลอดปี 2570 โดยมีรีลีสหลักไตรมาสละหนึ่งครั้ง ตามด้วยรีลีสย่อยชุดหนึ่ง ตารางด้านล่างจัดกลุ่มรีลีสหลักแต่ละตัวกับรีลีสย่อยที่ Google ระบุไว้ ใช้เดือนที่คาดการณ์ตามที่ประกาศไว้ทุกประการ

ตารางรีลีสเบื้องต้นถึงปี 2570
เวอร์ชันหลักและรีลีสย่อยที่ระบุคาดว่าจะออกคาดว่าจะ sunset
v26 (รีลีสย่อย v26.1 ถึง v26.3)ตุลาคม 2569 รีลีสย่อยตุลาคมถึงธันวาคม 2569พฤศจิกายน 2570
v27 (รีลีสย่อย v27.1 ถึง v27.4)มกราคม 2570 รีลีสย่อยกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2570กุมภาพันธ์ 2571
v28 (รีลีสย่อย v28.1 ถึง v28.5)เมษายน 2570 รีลีสย่อยเมษายนถึงมิถุนายน 2570พฤษภาคม 2571
v29 (รีลีสย่อย v29.1 ถึง v29.5)กรกฎาคม 2570 รีลีสย่อยกรกฎาคมถึงกันยายน 2570สิงหาคม 2571
v30 (รีลีสย่อย v30.1 ถึง v30.3)ตุลาคม 2570 รีลีสย่อยตุลาคมถึงธันวาคม 2570พฤศจิกายน 2571

Google แนบข้อแม้ไว้สามข้อ ข้อแรก ทุกวันที่เป็นการประมาณการและอาจเปลี่ยนได้ โดย Google บอกว่าอาจเพิ่มหรือตัดรีลีส หรือสลับรีลีสระหว่างหลักกับย่อยก็ได้ ข้อสอง รีลีสย่อยเดือนธันวาคม คือ v26.3 และ v30.3 อาจถูกข้ามเพราะตรงกับช่วงวันหยุดยาว ข้อสาม v27 มีรีลีสย่อยน้อยกว่าเวอร์ชันหลักอื่นของปี 2570 เพราะช่วงออกตรงกับวันหยุดเดือนมกราคม

Google ไม่ได้ระบุยอดรวมรายปีไว้ เมื่อ RA นับเองจากตารางของ Google เฉพาะปีปฏิทิน 2570 จะได้รีลีสที่ระบุไว้ 21 ครั้ง เป็นรีลีสหลักสี่ครั้งและรีลีสย่อย 17 ครั้ง ซึ่งนับรวม v30.3 ที่ Google บอกว่าอาจถูกข้าม และจากการนับเดียวกัน ตั้งแต่กุมภาพันธ์ถึงตุลาคม 2570 ตารางมีสองรีลีสทุกเดือน ส่วนมกราคม พฤศจิกายน และธันวาคมมีเดือนละหนึ่งรีลีส นี่คือความหมายที่จับต้องได้ของคำว่า "เดือนละสองรีลีส" และเป็นแผน ไม่ใช่คำมั่นสัญญา

วัน sunset ในปี 2570 คือวันที่บังคับให้ต้องลงมือ

ประกาศฉบับเดียวกันมีตาราง sunset เบื้องต้นของปี 2570 ด้วย วันเหล่านี้คือวันที่โค้ดซึ่งยังเรียกเวอร์ชันเก่าจะหยุดทำงาน จึงเป็นวันที่ควรใส่ไว้ในแผนงาน Google ระบุว่าเป็นการประมาณการเช่นเดียวกับตารางรีลีส และย้ำว่ารีลีสย่อย เช่น v23.x จะถูกยกเลิกพร้อมเวอร์ชันหลักของตัวเอง

วัน sunset ในปี 2570 คือวันที่บังคับให้ต้องลงมือ
เวอร์ชัน (รวมรีลีสย่อย)คาดว่าจะ sunset
v23กุมภาพันธ์ 2570
v24พฤษภาคม 2570
v25สิงหาคม 2570
v26พฤศจิกายน 2570

เส้นตายที่ใกล้ที่สุดคือ v23 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ห่างจากวันประกาศราวสี่เดือน ระบบเชื่อมต่อใดที่ยังใช้ v23 หรือรีลีสย่อยของมันต้องย้ายไปเวอร์ชันหลักที่ใหม่กว่าก่อนถึงตอนนั้น หลังจากนั้นจังหวะคือ sunset ไตรมาสละหนึ่งครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับการออกเวอร์ชันหลักใหม่ไตรมาสละหนึ่งครั้ง ทีมที่อัปเกรดปีละครั้งไปยังเวอร์ชันหลักล่าสุดจะอยู่ในกรอบเวลาได้ ส่วนทีมที่ไม่อัปเกรดเลยจะเจอระบบหยุดทำงานในช่วงใดช่วงหนึ่งของปี 2570

ความละเอียดระดับเดือนก็เป็นเรื่องที่ควรสังเกต Google ให้ข้อมูลเป็นเดือน ไม่ใช่วันที่ ใครวางแผนย้ายเวอร์ชันควรถือต้นเดือนที่ระบุเป็นเส้นตายที่ปลอดภัย และตรวจหน้า sunset dates ทางการที่ประกาศลิงก์ไว้ เพื่อดูวันที่แน่นอนเมื่อมีการยืนยัน

อะไรเปลี่ยนไปสำหรับเครื่องมือ ตัวเชื่อมข้อมูล และสคริปต์

ตัวเชื่อมรายงานและเครื่องมือของผู้ให้บริการภายนอก

ผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่ไม่ได้เรียก Google Ads API เอง แต่ใช้ตัวเชื่อมแดชบอร์ด แพลตฟอร์มจัดการบิด เครื่องมือฟีด หรือระบบรายงานที่ทำงานนี้ให้ สำหรับผู้ใช้กลุ่มนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนในวันที่ 12 ตุลาคม คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการแต่ละรายคือ วันนี้เครื่องมือใช้เวอร์ชันหลักตัวไหน และมีแผนย้ายออกจาก v23 และ v24 เมื่อไร ผู้ให้บริการที่รับรีลีสย่อยเร็วอาจนำฟีเจอร์ใหม่ของ Google Ads มาให้ใช้ได้เร็วขึ้นด้วย แต่นั่นเป็นการตัดสินใจของผู้ให้บริการเอง และประกาศของ Google ไม่ได้รับประกันอะไรเรื่องการรับเวอร์ชันของบุคคลภายนอก

โค้ดภายในองค์กรและระบบเชื่อมต่อที่สร้างเอง

ทีมที่ดูแลโค้ดของตัวเอง เช่น สคริปต์ที่ดึงข้อมูล Google Ads เข้าคลังข้อมูล หรือบริการที่อัปโหลด offline conversion จาก CRM ได้ประโยชน์มากที่สุดจากการอ่านกติกาให้ละเอียด การอยู่กับเวอร์ชันหลักเดียวจนใกล้วัน sunset ยังเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ภายใต้ตารางใหม่ การรับรีลีสย่อยเฉพาะตอนที่มีฟีเจอร์ที่ทีมต้องใช้ก็ใช้ได้เช่นกัน เพราะรีลีสย่อยเป็นการเพิ่มเติมเท่านั้น สิ่งที่ประกาศไม่ได้พูดถึงคือ client library ของแต่ละภาษาโปรแกรมจะตามรอบการออกที่ถี่ขึ้นอย่างไร เรื่องนี้ควรตรวจสอบในเอกสารของ library แทนการคาดเดา

AI agent และ workflow อัตโนมัติ

Google ผูกการเปลี่ยนแปลงนี้เข้ากับ agent อย่างชัดเจน เครื่องมือ AI ที่อ่านข้อมูลบัญชีหรือแก้ไขแคมเปญผ่าน API จะใช้ฟีเจอร์ใดได้ก็ต่อเมื่อฟีเจอร์นั้นเปิดอยู่ใน API เวอร์ชันที่ออกแล้ว ช่องว่างระหว่างรีลีสที่สั้นลงจึงทำให้เวลารอระหว่างที่ฟีเจอร์ปรากฏในหน้าจอ Google Ads กับที่ agent ใช้ได้สั้นลงตาม ประกาศไม่ได้ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ agent ใด และไม่ได้บอกว่าฟีเจอร์ไหนจะออกก่อน

ประกาศนี้พูดถึง Google Ads API เท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึง Google Ads scripts, Google Ads Editor หรือผลิตภัณฑ์อื่น จึงไม่ควรตีความว่ารอบการออกใหม่ใช้กับเครื่องมือเหล่านั้นด้วย ใครที่พึ่งพาเครื่องมือเหล่านี้ควรติดตาม release notes ของแต่ละตัวเอง

สิ่งที่ประกาศไม่ได้บอก

ประกาศที่สั้นย่อมมีช่องว่าง และช่องว่างเหล่านี้มีประโยชน์พอ ๆ กับข้อเท็จจริง

  • ไม่มีรายชื่อฟีเจอร์ที่วางแผนไว้สำหรับ v26 หรือเวอร์ชันถัดไป
  • ให้ข้อมูลเป็นเดือน ไม่ใช่วันที่แน่นอนของการออกหรือ sunset
  • ไม่ได้เปลี่ยนอายุการใช้งานหนึ่งปีของเวอร์ชันหลัก และไม่ได้ขยายเวลาให้เวอร์ชันเก่า
  • ไม่ได้บอกว่ารีลีสย่อยตัวใดจะมีฟีเจอร์อะไร บอกเพียงว่ารีลีสย่อยไม่ทำให้โค้ดเดิมพัง
  • ไม่ได้อธิบายว่า client library หรือเครื่องมือนักพัฒนาจะตามจังหวะใหม่อย่างไร

ข้อแม้ของ Google เองครอบคลุมส่วนที่เหลือ คือรีลีสอาจถูกเพิ่ม ตัด หรือเปลี่ยนประเภทระหว่างหลักกับย่อยได้ แผนที่อิงตารางนี้จึงควรตรวจกับหน้า release notes ทุกไตรมาส

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

ประกาศนี้ไม่มีส่วนที่เฉพาะเจาะจงกับประเทศไทย ตารางใช้ทั่วโลก และมีผลเท่ากันทั้งกับร้านค้าปลีกในกรุงเทพฯ ที่ดึงข้อมูล Google Ads เข้าแดชบอร์ด และแบรนด์ระดับภูมิภาคที่ใช้บิดอัตโนมัติผ่านแพลตฟอร์มภายนอก งานของทีมในไทยจึงเหมือนที่อื่น และส่วนใหญ่คือการทำบัญชีรายการเครื่องมือ

  • ทำรายการเครื่องมือทุกตัวที่แตะบัญชี Google Ads ผ่าน API ทั้งตัวเชื่อมแดชบอร์ด เครื่องมือบิด แพลตฟอร์มฟีด การอัปโหลด conversion จาก CRM และผู้ช่วย AI ที่มีสิทธิ์เข้าบัญชี
  • สำหรับแต่ละตัว หาให้ได้ว่าใช้เวอร์ชันหลักไหน และใครรับผิดชอบการอัปเกรด
  • ใส่เดือน sunset ทั้งสี่ของปี 2570 คือกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และพฤศจิกายน ลงในปฏิทินทีม โดยเผื่อเวลาก่อนแต่ละครั้ง
  • กำหนดคนที่อ่าน release notes ของ Google Ads API เพราะบล็อกและไลฟ์สรุปบน YouTube จะมาเพียงไตรมาสละสองครั้ง

เรื่องการวัดผลควรพูดถึงเป็นพิเศษ ถ้าการอัปโหลด offline conversion หรือไปป์ไลน์รายงานพังในวัน sunset ความเสียหายจะปรากฏเป็น conversion ที่หายไปและรายงานที่ชี้ผิดทาง ซึ่งจะพา Smart Bidding ไปผิดทางตามด้วย การตรวจไปป์ไลน์เหล่านี้ก่อนแต่ละ sunset ถูกกว่าการไล่หาสาเหตุเมื่อตัวเลขตกกะทันหัน และเข้ากันได้ดีกับ การตรวจระบบ analytics และการติดตามผล ในภาพรวม

คำถามที่พบบ่อย

รอบการออกเดือนละสองรีลีสเริ่มที่เวอร์ชัน v26 ซึ่ง Google คาดว่าจะออกในเดือนตุลาคม 2569 ตารางเบื้องต้นของ Google แสดง v26 และ v26.1 ในเดือนตุลาคม 2569 ตามด้วย v26.2 ในเดือนพฤศจิกายน และ v26.3 ในเดือนธันวาคมซึ่งอาจถูกข้ามเพราะช่วงวันหยุด

ต้องย้ายเวอร์ชันระบบที่เชื่อม Google Ads API บ่อยขึ้นไหม

ไม่ต้อง Google ระบุว่าตาราง sunset ไม่เปลี่ยน นักพัฒนาจึงไม่ต้องย้ายเวอร์ชันบ่อยขึ้น ยังมีรีลีสหลักปีละสี่ครั้ง แต่ละตัวใช้ได้หนึ่งปี และรีลีสย่อยทุกตัวหมดอายุวันเดียวกับเวอร์ชันหลักของมัน

ตาราง sunset เบื้องต้นของ Google ระบุ v23 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570, v24 ในเดือนพฤษภาคม 2570, v25 ในเดือนสิงหาคม 2570 และ v26 ในเดือนพฤศจิกายน 2570 รีลีสย่อย เช่น v23.x หมดอายุพร้อมเวอร์ชันหลัก และ Google ระบุว่าทุกวันที่เป็นการประมาณการที่อาจเปลี่ยนได้

ถ้าใช้ Google Ads ผ่านหน้าจออย่างเดียว ต้องทำอะไรไหม

ไม่ต้องทำอะไรโดยตรง เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้กระทบซอฟต์แวร์ที่เรียก Google Ads API ไม่ใช่หน้าจอ Google Ads อย่างไรก็ตาม ควรถามผู้ให้บริการตัวเชื่อม เครื่องมือบิด หรือแพลตฟอร์มฟีดที่ใช้อยู่ว่าใช้ API เวอร์ชันไหน และจะรับมือกับ sunset ในปี 2570 อย่างไร

การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลเฉพาะบางประเทศ รวมถึงไทยหรือไม่

ไม่ใช่ ตารางรีลีสและ sunset ใช้ทั่วโลก และประกาศไม่มีเงื่อนไขเฉพาะประเทศ ผู้ลงโฆษณาและเอเจนซีในไทยใช้วันที่ของแต่ละเวอร์ชันชุดเดียวกับทุกคน

เตรียมระบบเบื้องหลังให้นำหน้าตาราง

รอบการออกที่ถี่ขึ้นเป็นข่าวดีเป็นส่วนใหญ่ ฟีเจอร์ใหม่ของ Google Ads ไปถึงเครื่องมือและ agent ได้เร็วขึ้น ขณะที่ปฏิทินการย้ายเวอร์ชันยังอยู่ที่เดิม ความเสี่ยงอยู่ที่ระบบเชื่อมต่อที่ไม่มีเจ้าของ เช่น ตัวเชื่อมที่ตั้งไว้เมื่อหลายปีก่อน หรือการอัปโหลด conversion ที่รันเงียบ ๆ ทุกคืน การไล่ทำแผนที่ระบบเหล่านี้ตั้งแต่ตอนนี้ เทียบกับ sunset เดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และพฤศจิกายน 2570 จะช่วยไม่ให้การเปลี่ยนเวอร์ชันกลายเป็นช่องโหว่ในรายงาน หากต้องการให้ช่วยดูว่าบัญชี ระบบติดตามผล และเครื่องมือของคุณเชื่อมกันอย่างไร ทีมบริการ Google Ads ของ Relevant Audience ช่วยวางแผนงานนี้ได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น