Google Ads ให้ดูตัวอย่างข้อความ AI Max ก่อนเปิดใช้ พร้อมคอลัมน์รายงานใหม่ 4 คอลัมน์

Google Ads ให้ดูตัวอย่างข้อความ AI Max ก่อนเปิดใช้ พร้อมคอลัมน์รายงานใหม่ 4 คอลัมน์

Google AdsOctober 9, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • หน้า Help เรื่อง text customization ระบุว่า AI Max แสดงตัวอย่างพาดหัวและคำอธิบายสูงสุด 10 รายการจาก final URL ส่วนใหญ่ภายในไม่ถึง 30 วินาที
  • ผู้ลงโฆษณาไม่ต้องเปิด text customization ก่อนดูตัวอย่าง ซึ่งอยู่ในส่วน Asset optimization และดูได้ตอนแก้ไขแคมเปญ
  • Search Engine Roundtable รายงานเมื่อ 8 ตุลาคม 2569 ถึงคอลัมน์รายงาน AI Max ใหม่ 4 คอลัมน์ ได้แก่ Brand inclusions, Locations of interest, Commission และ Optimized targeting
  • ภาษาที่หน้า Help ยกตัวอย่างคืออังกฤษ สเปน โปรตุเกส อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น และดัตช์ โดยไม่มีภาษาไทยในรายชื่อ

ตอนนี้ Google Ads เปิดให้ผู้ลงโฆษณาดูตัวอย่างพาดหัวและคำอธิบายที่ Google AI เขียนให้ได้สูงสุด 10 รายการ ก่อนจะเปิดใช้ text customization ในแคมเปญ AI Max for Search ตามหน้า Google Ads Help เรื่อง text customization ตัวอย่างจะสร้างจาก final URL ที่คุณใส่ ส่วนใหญ่ขึ้นภายในไม่ถึง 30 วินาที และไม่ต้องกดยอมรับฟีเจอร์ก่อน อีกเรื่องที่มาพร้อมกันคือ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่ามีคอลัมน์รายงานใหม่ที่เกี่ยวกับ AI Max โผล่ขึ้นมา 4 คอลัมน์ ได้แก่ Brand inclusions, Locations of interest, Commission และ Optimized targeting

Google เพิ่มอะไรให้ text customization

Text customization คือการตั้งค่าใน AI Max ที่เดิมเรียกว่า automatically created assets เมื่อเปิดใช้ Google จะสร้างพาดหัวและคำอธิบายเพิ่มให้กับ responsive search ads โดยใช้ข้อมูลจากโดเมน หน้า landing page โฆษณาที่มีอยู่ และคีย์เวิร์ดในกลุ่มโฆษณา หน้า Help ของ Google อธิบายว่าระบบใช้ทั้งการดึงข้อความแบบเบา ๆ (เช่น หยิบส่วนของ title, description และ meta tag ของหน้าเว็บ) ร่วมกับ generative AI ที่อ้างอิงเนื้อหาจริงบน landing page

PPC News Feed ซึ่งเป็นผู้พบการเปลี่ยนแปลงนี้ ระบุว่าฟีเจอร์นี้ช่วยแก้ข้อกังวลเรื่องการไม่รู้ล่วงหน้าว่า AI จะสร้างข้อความอะไรออกมา ขณะที่หน้า Help ของ Google ยังแนะนำให้ตรวจความถูกต้องของข้อความในรายงาน asset ระดับโฆษณาหลังเปิด text customization ตัวอย่างแบบใหม่จึงเป็นการตรวจเพิ่มก่อนถึงจุดนั้น ไม่ได้มาแทนการตรวจหลังเปิดใช้

ส่วนใหม่ในหน้า Help ชื่อ "Text customization asset previews" สลับลำดับนี้เสียใหม่ Google ระบุว่าใช้ตัวอย่างนี้เพื่อดูว่าข้อความที่ระบบสร้างตรงกับแนวทางแบรนด์และ text guidelines ที่กำหนดไว้หรือไม่ ก่อนจะเลือกเปิด text customization หรือก่อนเปิดตัวแคมเปญใหม่

ตัวอย่างทำงานอย่างไร ทีละขั้น

หน้า Help อธิบายการทำงานไว้เป็นข้อ ๆ ดังนี้

  • ตำแหน่งที่เห็น: อยู่ในส่วน "Asset optimization" ระหว่างสร้างแคมเปญ AI Max และ Google ระบุว่าดูได้เช่นกันตอนแก้ไขแคมเปญที่มีอยู่แล้ว
  • สิ่งที่ทำให้ตัวอย่างขึ้น: เมื่อใส่ final landing page URL แล้ว Google AI จะสร้างตัวอย่างที่เป็นตัวแทน (representative sample) สูงสุด 10 รายการ ครอบคลุมทั้งพาดหัวและคำอธิบาย
  • ไม่ต้องเปิดฟีเจอร์ก่อน: หน้า Help เขียนไว้ชัดว่าไม่จำเป็นต้องเลือกใช้ text customization ก็ดูตัวอย่างเหล่านี้ได้
  • กรณีไม่มี URL: ถ้าไม่มี final URL กรอกไว้ล่วงหน้า จะเห็นช่องว่างให้ใส่ URL แล้วกด "Preview examples" เพื่อโหลดตัวอย่าง
  • text guidelines ใช้กรองตัวอย่าง: ถ้ากำหนดแนวทาง เช่น คำที่ห้ามใช้หรือประเด็นที่ต้องเลี่ยง หน้าตัวอย่างจะกรองข้อความให้ตรงตามนั้นเอง และถ้ากฎเข้มเกินจนตัดตัวเลือกออกหมด ระบบจะแจ้งให้ปรับหรือลบกฎบางข้อ

ความเร็ว ภาษา และหมวดธุรกิจที่ใช้ไม่ได้

Google ระบุว่าตัวอย่าง "ส่วนใหญ่สร้างเสร็จภายในไม่ถึง 30 วินาที" ใช้ได้ในทุกภาษาที่ text customization รองรับ โดยยกตัวอย่างภาษาอังกฤษ สเปน โปรตุเกส อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น และดัตช์ ส่วนหมวดธุรกิจ ใช้ได้เกือบทุกหมวดมาตรฐาน ยกเว้นเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่

สรุปข้อเท็จจริงสำคัญ

ตารางด้านล่างรวบรวมรายละเอียดที่ Google และ Search Engine Roundtable เผยแพร่ไว้ เพื่อให้นำไปเทียบกับบัญชีของคุณเองได้

สรุปข้อเท็จจริงสำคัญ
หัวข้อสิ่งที่แหล่งข่าวระบุ
จำนวนตัวอย่างสูงสุด 10 รายการ ทั้งพาดหัวและคำอธิบาย (Google Ads Help)
เวลาในการสร้างส่วนใหญ่ไม่ถึง 30 วินาที (Google Ads Help)
ต้องเปิดฟีเจอร์ก่อนดูหรือไม่ไม่ต้อง ดูได้ก่อนเปิด text customization (Google Ads Help)
หมวดที่ใช้ไม่ได้เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ (Google Ads Help)
คอลัมน์รายงานใหม่Brand inclusions, Locations of interest, Commission, Optimized targeting (Search Engine Roundtable, 8 ตุลาคม 2569)

ทำไมตัวอย่างนี้สำคัญหลังการอัปเกรดอัตโนมัติเดือนกันยายน 2569

หน้า Help เดียวกันระบุว่าตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 แคมเปญที่ใช้ text customization (เดิมคือ automatically created assets) จะถูกอัปเกรดเป็น AI Max โดยอัตโนมัติ แปลว่าแคมเปญ Search ที่ใช้ text customization อยู่แล้วจะย้ายเข้า AI Max โดยเจ้าของบัญชีไม่ต้องเลือกเองอีกครั้ง และ text customization ก็ติดไปด้วย

เรื่องนี้ทำให้การควบคุมข้อความโฆษณามีน้ำหนักมากขึ้น Google ระบุว่า asset ที่สร้างขึ้นจะถูกตรวจและรีเฟรชตามความจำเป็นอย่างน้อยทุก 48 ชั่วโมง ถ้า landing page เปลี่ยน asset ก็จะถูกรีเฟรชภายใน 48 ชั่วโมง และข้อความที่ Google สร้างจะแสดงก็ต่อเมื่อระบบคาดว่าจะทำผลงานได้ดีกว่าพาดหัวและคำอธิบายที่คุณอัปโหลดเอง กฎเหล่านี้ฟังดูอุ่นใจ แต่ทั้งหมดคือสิ่งที่เกิดหลังจากเปิดฟีเจอร์แล้ว ตัวอย่างแบบใหม่ทำให้ได้เห็นผลก่อนถึงจุดนั้น

มีอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ควรรู้ หน้า Help ระบุว่า Final URL Expansion ต้องเปิด text customization ด้วย เพราะ URL ที่ระบบเลือกใหม่อาจทำให้ข้อความที่คุณเขียนไว้ไม่ตรงกับหน้า ถ้าวางแผนจะใช้ Final URL Expansion เรื่องข้อความโฆษณาก็ต้องคิดไปพร้อมกัน และหน้าตัวอย่างคือจุดที่ตรวจได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ตัวอย่างบอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้

Google เรียกผลลัพธ์นี้ว่า "representative sample" คำนี้มีความหมาย เพราะ text customization สร้าง asset เป็นระยะ ปรับตามคำค้นที่คุณอาจคาดไม่ถึง และรีเฟรชเมื่อ landing page เปลี่ยน ตัวอย่าง 10 รายการที่สร้างจาก URL เดียวในเวลาหนึ่ง จึงบอกได้แค่สไตล์และประเภทของการกล่าวอ้างที่ระบบน่าจะใช้ ไม่ได้รับประกันว่าบรรทัดเหล่านี้จะเป็นข้อความที่แสดงจริง และหน้า Help ก็ไม่ได้บอกว่าจะเป็นเช่นนั้น

ดังนั้นให้มองตัวอย่างเป็นการทดสอบความเข้ากัน ถ้าตัวอย่างเขียนส่วนลดที่ไม่มีจริง ใช้โทนภาษาที่แบรนด์ไม่มีวันใช้ หรือพูดถึงสินค้าที่ไม่ได้ขายในหน้านั้น คุณได้ข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับ landing page หรือแนวทางของคุณ ก่อนที่จะมีงบโฆษณาออกไปแม้แต่บาทเดียว

คอลัมน์รายงาน AI Max ใหม่ 4 คอลัมน์

ข่าวครึ่งหลังมาจากอีกแหล่งหนึ่ง Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่า Google Ads กำลังเพิ่มคอลัมน์ที่เกี่ยวกับ AI Max ในหน้ารายงาน โดยระบุว่า Vivek Gupta เป็นผู้พบคอลัมน์เหล่านี้และโพสต์ถึงบน LinkedIn พร้อมภาพหน้าจอที่แสดงชื่อคอลัมน์ใหม่ทั้ง 4 ได้แก่ Brand inclusions, Locations of interest, Commission และ Optimized targeting

หน้า Help เรื่อง text customization ไม่ได้พูดถึงคอลัมน์เหล่านี้ และรายงานของ Search Engine Roundtable ก็ไม่ได้อธิบายว่าแต่ละคอลัมน์วัดอะไร ชื่อสองคอลัมน์ คือ Brand inclusions และ Locations of interest ตรงกับการตั้งค่าที่มีอยู่แล้วใน AI Max จึงน่าจะใช้ตรวจการตั้งค่าเหล่านี้ของหลายแคมเปญได้ในตารางเดียว แต่ข้อนี้เป็นการอ่านจากชื่อคอลัมน์เท่านั้น Google ยังไม่ได้อธิบายไว้เป็นทางการ

ถ้าคุณดูแลแคมเปญ Search หลายแคมเปญที่ถูกอัปเกรดในเดือนกันยายน ให้เช็กก่อนว่าคอลัมน์เหล่านี้ขึ้นในบัญชีของคุณแล้วหรือยัง ก่อนจะสร้างรายงานใด ๆ โดยอิงคอลัมน์เหล่านี้ เพราะทั้งสองแหล่งไม่ได้ให้กำหนดการเปิดใช้

สิ่งที่ควรตรวจในบัญชี Google Ads ของคุณ

รายการด้านล่างสร้างจากสิ่งที่หน้า Help อธิบายไว้เท่านั้น

  1. เปิดร่างแคมเปญ AI Max หรือแคมเปญ Search ที่มีอยู่ แล้วหาส่วน "Asset optimization" ถ้าเห็นตัวอย่าง asset หรือช่อง URL พร้อมปุ่ม "Preview examples" แปลว่าฟีเจอร์เปิดให้บัญชีคุณแล้ว
  2. ลองตัวอย่างกับ landing page ที่สำคัญที่สุดก่อน Google ระบุว่า AI ของตนอาศัยเนื้อหาบนเว็บไซต์เป็นวัตถุดิบหลัก และขอให้ title, description และ meta tag ของ landing page เป็นปัจจุบัน หน้าที่ข้อมูลอ่อนหรือเก่าจึงอาจได้ตัวอย่างข้อความที่อ่อนตามไปด้วย
  3. อ่านทุกบรรทัดเพื่อหาการกล่าวอ้าง เช่น ราคา การรับประกัน คำสัญญาเรื่องการจัดส่ง และคำว่าดีที่สุดหรือที่หนึ่ง ที่ทีมกฎหมายหรือทีมแบรนด์จะไม่อนุมัติ
  4. ตั้ง text guidelines ถ้าบัญชีอยู่ในโครงการทดลอง Google อธิบายว่า text guidelines เป็นฟีเจอร์ทดสอบที่ให้ตัดคำบางคำ กำหนดโทนภาษา และเลี่ยงบางประเด็นได้ จากนั้นหน้าตัวอย่างจะกรองตามกฎเหล่านั้น
  5. แก้ที่หน้าเว็บ ไม่ใช่แค่ที่โฆษณา แนวทางของ Google เองคือให้เนื้อหาบน landing page ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพราะเป็นวัตถุดิบหลัก
  6. เก็บพาดหัวและคำอธิบายที่เขียนเองไว้ Google แนะนำให้คง asset ที่ผู้ลงโฆษณาเขียนเอง ซึ่งจะแสดงร่วมกับข้อความที่ระบบสร้าง
  7. หลังเปิดใช้ ให้ติดตามรายงาน Google แนะนำรายงาน asset ระดับโฆษณาของ responsive search ads และคอลัมน์ "Added by" เพื่อวัดผลของ asset ที่ระบบสร้าง

ถ้าทีมของคุณต้องการคนช่วยตั้งค่า AI Max และตรวจข้อความที่ระบบสร้าง บริการดูแล Google Ads ของเราครอบคลุมการตรวจแคมเปญและ asset และทีม content marketing ช่วยปรับข้อความบน landing page ที่ text customization ใช้เป็นต้นทางได้

สิ่งที่ Google ยังไม่ได้บอก

มีรายละเอียดบางอย่างที่แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ ซึ่งควรพูดให้ชัดดีกว่าเดา

  • ไม่มีวันเปิดตัว หน้า Help อธิบายฟีเจอร์ แต่ไม่ได้ให้วันที่เปิดตัวหรือกำหนดการทยอยเปิด
  • ไม่มีรายชื่อบัญชีที่มีสิทธิ์ นอกจากข้อยกเว้นเรื่องเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ Google ไม่ได้บอกว่าบัญชีหรือประเทศใดได้ใช้ก่อน
  • ไม่มีคำนิยามของคอลัมน์ใหม่ Search Engine Roundtable ระบุชื่อคอลัมน์ 4 ชื่อจากภาพหน้าจอ แต่ทั้ง Google และรายงานไม่ได้อธิบายตัวชี้วัดเบื้องหลัง
  • ไม่รับประกันว่าข้อความจะแสดงจริง หน้า Help เรียกสิ่งนี้ว่าตัวอย่างที่เป็นตัวแทน และไม่ได้บอกว่าบรรทัดในตัวอย่างจะเป็นข้อความที่แสดงจริง

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

สำหรับผู้ลงโฆษณาที่ทำแคมเปญ Search ภาษาไทย คำถามแรกคือเรื่องภาษา หน้า Help มีสองข้อความที่ต้องอ่านคู่กัน ที่หนึ่งเขียนว่า text customization รองรับทุกภาษาใน Google Ads อีกที่หนึ่งในส่วนตัวอย่างเขียนว่าตัวอย่างใช้ได้ในทุกภาษาที่ text customization รองรับ "รวมถึง" อังกฤษ สเปน โปรตุเกส อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น และดัตช์ ภาษาไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อตัวอย่างนี้ หน้า Help จึงไม่ได้ยืนยันตรง ๆ ว่าตัวอย่างภาษาไทยใช้ได้ ทางที่ดีคือลองใส่ URL ของหน้าเว็บภาษาไทยในบัญชีของคุณเอง แล้วดูว่าตัวอย่างขึ้นหรือไม่

ส่วนที่เหลือของหัวข้อนี้เป็นการวิเคราะห์ของเรา ไม่ใช่ข้อความจาก Google ถ้าแบรนด์ของคุณมีเว็บไซต์สองภาษา คือมีหน้าไทยและหน้าอังกฤษของเนื้อหาเดียวกัน เมื่อ text customization สร้างข้อความจาก landing page การลองดูตัวอย่างกับทั้งสองเวอร์ชันจะช่วยให้เห็นว่าข้อความที่ได้ใช้ภาษาถูกต้องและกล่าวอ้างเหมาะกับผู้ชมแต่ละกลุ่มหรือไม่ การทดสอบนี้ใช้เวลาไม่นานและไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องเปิดฟีเจอร์ก่อน

หลายหมวดธุรกิจในไทยมีข้อกำหนดด้านโฆษณาที่เข้มงวด เช่น ผลิตภัณฑ์สุขภาพ บริการทางการเงิน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในกรณีเหล่านี้ ตัวอย่างข้อความเป็นตัวกรองชั้นแรกที่มีประโยชน์ แต่ใช้แทนการตรวจด้านกฎระเบียบอย่างครบถ้วนไม่ได้ เพราะข้อความที่ดูดีในตัวอย่าง 10 บรรทัด อาจเปลี่ยนไปเมื่อระบบตอบสนองต่อคำค้นจริง

สุดท้าย การอัปเกรดเป็น AI Max อัตโนมัติ ซึ่ง Google ระบุว่าเริ่มในเดือนกันยายน 2569 ครอบคลุมแคมเปญที่ใช้ text customization อยู่แล้ว ถ้าบัญชีของคุณเคยเปิด automatically created assets ไว้ ให้เช็กว่าแคมเปญใดย้ายเข้า AI Max แล้ว และดูตัวอย่างข้อความตอนนี้เลย แทนที่จะรอให้รายงาน asset บอกสิ่งที่แสดงไปแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ต้องเปิด text customization ก่อนถึงจะดูตัวอย่างได้หรือไม่

ไม่ต้อง ดูตัวอย่างได้โดยไม่ต้องเลือกใช้ text customization หน้า Help ของ Google ระบุว่าตัวอย่างจะสร้างขึ้นเองเมื่อใส่ final landing page URL ในส่วน "Asset optimization" ของแคมเปญ AI Max และดูได้ตอนแก้ไขแคมเปญที่มีอยู่ด้วย

Google แสดงตัวอย่างกี่รายการ

Google แสดงตัวอย่างสูงสุด 10 รายการ ครอบคลุมทั้งพาดหัวและคำอธิบาย หน้า Help เรียกว่าเป็นตัวอย่างที่เป็นตัวแทน และบอกว่าส่วนใหญ่สร้างเสร็จภายในไม่ถึง 30 วินาที

ตัวอย่างใช้กับแคมเปญภาษาไทยได้หรือไม่

หน้า Help ไม่ได้ยืนยันภาษาไทยไว้ตรง ๆ โดยบอกว่าตัวอย่างใช้ได้ในทุกภาษาที่ text customization รองรับ และยกตัวอย่างอังกฤษ สเปน โปรตุเกส อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น และดัตช์ ควรทดลองกับหน้าเว็บภาษาไทยในบัญชีของคุณเพื่อยืนยัน

คอลัมน์ AI Max ใหม่ 4 คอลัมน์คืออะไร

คอลัมน์ใหม่คือ Brand inclusions, Locations of interest, Commission และ Optimized targeting ตามที่ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 โดย Vivek Gupta เป็นผู้พบคอลัมน์เหล่านี้และโพสต์บน LinkedIn ทั้ง Google และรายงานยังไม่ได้เผยแพร่คำนิยามของตัวชี้วัดในแต่ละคอลัมน์

พาดหัวในตัวอย่างจะเป็นข้อความที่แสดงจริงหรือไม่

Google ไม่ได้รับประกันเรื่องนี้ หน้า Help อธิบายว่าเป็นตัวอย่างที่เป็นตัวแทน และระบุว่า asset ที่สร้างจะรีเฟรชอย่างน้อยทุก 48 ชั่วโมง และแสดงเฉพาะเมื่อคาดว่าจะทำผลงานได้ดีกว่า asset ที่คุณเขียนเอง

สรุป

ตัวอย่าง asset ทำให้ผู้ลงโฆษณาได้ดูข้อความของ AI Max ก่อนตัดสินใจเปิด text customization ส่วนคอลัมน์รายงานใหม่ 4 คอลัมน์ ถ้าเปิดในบัญชีของคุณแล้ว น่าจะช่วยให้ตรวจการตั้งค่า AI Max ของหลายแคมเปญได้ง่ายขึ้น แต่ทั้งสองอย่างไม่ได้ทำให้การตรวจ landing page และข้อความที่ระบบสร้างหมดความจำเป็น ถ้าอยากให้มีคนช่วยดูการตั้งค่า AI Max ของคุณอีกรอบ ติดต่อทีม Google Ads ในกรุงเทพฯ ของเราได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น