Google Ads Ad Schedule: เขตเวลา การปรับราคาประมูล และ Smart Bidding

Google Ads Ad Schedule: เขตเวลา การปรับราคาประมูล และ Smart Bidding

Google AdsOctober 10, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Google Ads ให้ตั้ง ad schedule ได้สูงสุด 6 ช่วงต่อวันสำหรับแต่ละแคมเปญ และช่วงเวลาหนึ่งช่วงลากผ่านเที่ยงคืนไม่ได้
  • ตารางเวลาโฆษณาใช้เขตเวลาของบัญชี Google Ads ไม่ใช่ของผู้ค้นหา ส่วนต่างของเวลาจึงต้องใส่เอง
  • การปรับราคาประมูลตามตารางเวลาทำได้ตั้งแต่ -90% ถึง +900% แต่กลยุทธ์ Smart Bidding ไม่ใช้ค่านี้ แม้จะยังเคารพชั่วโมงที่ตั้งไว้
  • แคมเปญที่มีตารางเวลายังกระจายการใช้จ่ายให้เข้าใกล้ 30.4 เท่าของงบเฉลี่ยรายวันต่อเดือน การตัดชั่วโมงจึงไม่ได้ลดการใช้จ่ายเอง

Ad schedule ของ Google Ads ใช้ควบคุมว่าโฆษณาของแคมเปญจะมีสิทธิ์แสดงในวันและชั่วโมงใดบ้าง และยังใช้เพิ่มหรือลดราคาประมูลในช่วงเวลาที่เจาะจงได้ด้วย โดยค่าเริ่มต้น แคมเปญจะทำงานแบบ "All day" ทุกวันตามเขตเวลาของบัญชี การเพิ่มตารางเวลาจะจำกัดโฆษณาให้อยู่ในช่วงที่คุณเลือก ได้สูงสุดหกช่วงเวลาต่อวันต่อแคมเปญ

ฟังดูเหมือนสวิตช์เปิดปิดธรรมดา แต่วิธีที่มันทำงานร่วมกับเขตเวลา Smart Bidding และการกระจายงบประมาณ เป็นตัวตัดสินว่ามันจะช่วยประหยัดเงิน หรือทำให้คุณเสีย Conversion ไปโดยไม่รู้ตัว บทความนี้อธิบายว่า Google Ads ad schedule ทำอะไร ตั้งค่าอย่างไร การปรับราคาประมูลทำงานอย่างไรภายใต้กลยุทธ์ราคาประมูลแต่ละแบบ วิธีอ่านข้อมูลรายชั่วโมงและรายวันในสัปดาห์ และความผิดพลาดที่ควรเลี่ยง พร้อมข้อสังเกตสำหรับผู้ลงโฆษณาในประเทศไทย

Ad Schedule ของ Google Ads ทำอะไร

การตั้งเวลาโฆษณา (มักเรียกว่า dayparting) มีหน้าที่สองอย่างที่แยกกัน

  • สิทธิ์ในการแสดง นอกช่วงเวลาที่คุณตั้ง โฆษณาของแคมเปญจะไม่เข้าประมูล ส่วนในช่วงเวลาที่ตั้งไว้ โฆษณามีสิทธิ์แสดง แต่จะแสดงก็ต่อเมื่อมีคนค้นหาคีย์เวิร์ดของคุณในเวลานั้นจริง
  • การปรับราคาประมูล แต่ละช่วงเวลาที่ตั้งไว้สามารถใส่เปอร์เซ็นต์ปรับได้ตั้งแต่ -90% ถึง +900% เพื่อเพิ่มหรือลดราคาประมูลในช่วงนั้น สำหรับกลยุทธ์ราคาประมูลที่ใช้การปรับแบบแมนนวล

การตั้งเวลาโฆษณาทำที่ระดับแคมเปญ ใช้ได้กับแคมเปญส่วนใหญ่ แต่ใช้กับแคมเปญแอป (App campaigns) ไม่ได้ ถ้าไม่มีตารางเวลา แคมเปญจะใช้ค่าเริ่มต้น "All day" หมายความว่าโฆษณาแสดงได้ทุกเวลาในทุกวัน

สรุปกลไกหลักของ Ad Schedule

ตารางด้านล่างสรุปการตั้งค่าและข้อจำกัดหลัก ตามที่อธิบายไว้ในศูนย์ช่วยเหลือ Google Ads

สรุปกลไกหลักของ Ad Schedule
การตั้งค่าGoogle Ads จัดการอย่างไร
ตารางเวลาเริ่มต้น"All day" โฆษณาแสดงได้ทุกเวลาในทุกวัน
เขตเวลาใช้เขตเวลาของบัญชี ไม่ใช่ของผู้ค้นหา
จำนวนช่วงต่อวันสูงสุด 6 ช่วงต่อวันสำหรับแต่ละแคมเปญ
ช่วงการปรับราคาประมูล-90% ถึง +900% ต่อช่วงเวลา
Smart Biddingไม่ใช้การปรับราคาประมูลตามตารางเวลาแบบแมนนวล แต่ยังเคารพตารางเวลา

เขตเวลาของบัญชีต้องมาก่อน

ตารางเวลาทุกรายการทำงานตามเขตเวลาของบัญชี ถ้าบัญชีตั้งเป็นเขตเวลาหนึ่ง แต่ลูกค้าอยู่อีกเขตเวลาหนึ่ง ระบบจะไม่แปลงเวลาให้ "9:00 ถึง 18:00" หมายถึง 9:00 ถึง 18:00 ตามนาฬิกาของบัญชี คุณต้องคำนวณส่วนต่างแล้วใส่ชั่วโมงที่เลื่อนแล้วเอง

ก่อนสร้างตารางเวลาใด ๆ ให้เปิดการตั้งค่าบัญชีและตรวจสอบเขตเวลาก่อน เรื่องนี้สำคัญที่สุดกับบัญชีระดับภูมิภาคที่ดูแลหลายประเทศจากล็อกอินเดียว และบัญชีที่ถูกสร้างโดยคนในสำนักงานอื่น ถ้าคุณลงโฆษณาไปยังมากกว่าหนึ่งเขตเวลาจากบัญชีเดียวกัน การแยกแคมเปญตามประเทศจะเป็นระเบียบกว่า เพราะแต่ละแคมเปญจะมีตารางเวลาที่เหมาะกับผู้ชมของตัวเอง

ตารางเวลาข้ามเที่ยงคืนไม่ได้

ช่วงเวลาหนึ่งช่วงลากผ่านเที่ยงคืนไม่ได้ ถ้าต้องการให้โฆษณาแสดงตั้งแต่วันจันทร์ 23:00 ถึงวันอังคาร 07:00 คุณต้องสร้างสองรายการ คือวันจันทร์ 23:00 ถึง 00:00 และวันอังคาร 00:00 ถึง 07:00 ทั้งสองรายการนับรวมในโควตาหกช่วงของวันนั้น ช่วงข้ามคืนจึงกินโควตาเร็วกว่าที่คิด

วิธีตั้งค่า Ad Schedule

  1. เปิดแคมเปญ แล้วไปที่หน้า Ad schedule ในเมนู Campaigns
  2. คลิกไอคอนแก้ไข (รูปดินสอ) เพื่อเปลี่ยนตารางเวลา
  3. เลือกวัน หรือเลือกชุดที่ตั้งไว้แล้ว เช่น "All days" หรือ "Monday - Friday" แล้วกำหนดเวลาเริ่มและเวลาสิ้นสุด
  4. เพิ่มแถวถ้าต้องการชั่วโมงต่างกันในแต่ละวัน โดยไม่เกินหกช่วงต่อวัน
  5. บันทึก จากนั้นถ้ากลยุทธ์ราคาประมูลของคุณใช้การปรับแบบแมนนวล ให้กลับไปที่ตารางเวลาแล้วตั้งค่าการปรับราคาประมูลของแต่ละช่วง

เคล็ดลับหนึ่งที่ใช้ได้จริง แม้คุณอยากให้โฆษณาแสดงตลอดวัน การสร้างช่วงเวลาที่ครอบคลุมครบ 24 ชั่วโมง (เช่น เช้า บ่าย เย็น และกลางคืน) ก็มีประโยชน์ โฆษณายังแสดงตลอดเวลาเหมือนเดิม แต่หน้า Ad schedule จะรายงานผลแยกตามช่วงเหล่านั้น และคุณมีแถวพร้อมไว้สำหรับปรับราคาในภายหลัง

การปรับราคาประมูล เทียบกับ Smart Bidding

จุดนี้คือที่มาของความสับสนส่วนใหญ่ ศูนย์ช่วยเหลือ Google Ads ระบุว่ากลยุทธ์ Smart Bidding ไม่ใช้การปรับราคาประมูลแบบแมนนวล เช่น "+20% ในวันเสาร์" แต่ยังเคารพตารางเวลาโฆษณา โฆษณาจึงยังหยุดแสดงนอกช่วงเวลาที่คุณตั้ง ภายในช่วงเวลานั้น Smart Bidding ตั้งราคาประมูลในจังหวะการประมูลอยู่แล้ว โดยใช้สัญญาณหลายอย่างที่รวมถึงช่วงเวลาของวันด้วย

ในทางปฏิบัติ

  • Manual CPC: การปรับราคาประมูลตามตารางเวลามีผล ถ้าตั้ง +30% ช่วงเช้าวันธรรมดา ราคาประมูลในช่วงนั้นจะเพิ่มขึ้น 30%
  • Target CPA, Target ROAS, Maximize Conversions, Maximize Conversion Value: ชั่วโมงที่ตั้งไว้จำกัดเวลาที่โฆษณาแสดงได้ แต่เปอร์เซ็นต์ที่ปรับไว้ในแต่ละช่วงจะไม่ถูกนำไปใช้ในการประมูล

ดังนั้น ถ้าแคมเปญ Smart Bidding มีรายการปรับราคารายชั่วโมงที่จูนไว้อย่างละเอียด ตัวเลขเหล่านั้นไม่มีผลอะไรเลย สิ่งที่คุณยังควบคุมได้เมื่อใช้ Smart Bidding คือสิทธิ์ในการแสดง ว่าโฆษณาจะแสดงได้ในชั่วโมงไหนบ้าง ให้ใช้มันกับข้อจำกัดทางธุรกิจจริง เช่น ช่วงที่ไม่มีใครรับโทรศัพท์หรือส่งของไม่ได้ แทนที่จะใช้จูนราคาประมูลที่อัลกอริทึมตั้งให้อยู่แล้ว

ถ้าคุณกำลังตัดสินใจระหว่างการประมูลแบบแมนนวลกับแบบอัตโนมัติสำหรับแคมเปญหนึ่ง หน้าบริการดูแล Google Adsของเราอธิบายแนวทางการตั้งค่าแคมเปญของ Relevant Audience ไว้

การกระจายงบประมาณเมื่อใช้ตารางเวลา

Google Ads จะกระจายการใช้จ่ายของแคมเปญที่มีตารางเวลาให้เข้าใกล้ยอดรายเดือนที่ 30.4 เท่าของงบประมาณเฉลี่ยรายวัน ไม่ว่าเดือนนั้นแคมเปญจะทำงานกี่วันก็ตาม และในวันเดียว Google ใช้จ่ายได้สูงสุดถึงสองเท่าของงบประมาณรายวัน

ผลที่ตามมาเป็นเรื่องที่มองข้ามได้ง่าย ถ้าคุณปิดวันเสาร์อาทิตย์ ระบบยังตั้งเป้าที่ยอดรายเดือนเท่าเดิม การใช้จ่ายในวันธรรมดาจึงอาจเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชย ถ้าเป้าหมายของคุณคือลดการใช้จ่ายรวมด้วยการตัดชั่วโมง ให้ลดงบประมาณรายวันด้วย ถ้าเป้าหมายคือย้ายเงินก้อนเดิมไปยังชั่วโมงที่ดีกว่า พฤติกรรมเริ่มต้นนี้ก็ช่วยทำส่วนหนึ่งให้คุณอยู่แล้ว

อ่านรายงานรายชั่วโมงและรายวันในสัปดาห์

ก่อนจำกัดชั่วโมง ให้ดูว่าข้อมูลบอกอะไร มีสองจุดที่ช่วยได้

  • หน้า Ad schedule มีมุมมอง "Day and Hour" ที่แสดงผลลัพธ์ตามวันในสัปดาห์และชั่วโมงของวัน
  • รายงานสำเร็จรูปหมวด Time ใช้แยกแคมเปญตามชั่วโมงของวันและวันในสัปดาห์ได้ แล้วเพิ่มคอลัมน์ Conversion ต้นทุนต่อ Conversion และมูลค่า Conversion

อ่านอย่างระมัดระวัง

  1. ใช้ข้อมูลย้อนหลังให้พอ หนึ่งสัปดาห์แบ่งเป็นช่องรายชั่วโมงได้ 168 ช่อง ส่วนใหญ่มีคลิกน้อยเกินกว่าจะมีความหมาย ให้ดูข้อมูล 60 ถึง 90 วัน และรวมชั่วโมงเป็นช่วงก่อนสรุปผล
  2. เทียบต้นทุนต่อ Conversion และอัตรา Conversion ไม่ใช่จำนวนคลิก ชั่วโมงที่คลิกถูกแต่ไม่มีลีดเลย แย่กว่าชั่วโมงที่คลิกแพงแต่ปิดการขายได้
  3. จำไว้ว่า Conversion ถูกนับให้ช่วงเวลาไหน คอลัมน์ Conversions มาตรฐานนับ Conversion ให้กับเวลาที่คลิกโฆษณา ไม่ใช่เวลาที่ลูกค้าโทรหรือซื้อ คลิกตอน 23:00 ที่กลายเป็นการซื้อในเช้าวันถัดไปยังนับให้ช่วง 23:00 ซึ่งมีประโยชน์ เพราะบอกได้ว่าชั่วโมงไหนเป็นจุดเริ่มของเส้นทางที่มีมูลค่า
  4. ตรวจว่าการติดตามครบถ้วน ถ้ายังไม่ได้ติดตามการโทร แชต LINE หรือลีดจากฟอร์ม ชั่วโมงที่ดู "แย่" อาจเป็นแค่ชั่วโมงที่ Conversion เกิดขึ้นนอกระบบ การตั้งค่า GA4 และ Conversion ให้สะอาด แบบที่บริการย้ายระบบ GA4ของเราดูแล ควรมาก่อนการตัดชั่วโมงใด ๆ
  5. มองหาทราฟฟิกที่ผิดปกติ ถ้าช่วงกลางคืนมีคลิกแต่ไม่มีการมีส่วนร่วมเลย ให้ตรวจหาทราฟฟิกที่ไม่ถูกต้องก่อนจะสรุปว่ากลุ่มผู้ชมช่วงนั้นอ่อน หน้าป้องกันคลิกปลอมของเราอธิบายสิ่งที่ควรมองหาไว้

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

ประเทศไทยใช้เขตเวลาเดียวคือ UTC+7 และไม่มีการปรับเวลาออมแสง การตั้งเวลาจึงง่ายเมื่อบัญชีตั้งเป็นเวลากรุงเทพฯ ด้วย ปัญหาจะเกิดเมื่อบัญชีถูกตั้งไว้ในเขตเวลาอื่น เช่น ทีมภูมิภาคในตลาดที่ใช้ UTC+8 เป็นผู้สร้าง ทุกช่วงเวลาจะคลาดไปหนึ่งชั่วโมงสำหรับผู้ใช้ในไทย เว้นแต่คุณจะเลื่อนเวลาให้ตรง

เวลาทำการสำคัญกว่าตัวเลขบนนาฬิกา ถ้า Conversion ของคุณคือการโทรหรือแชต LINE ให้ตรวจว่าช่วงไหนมีคนพร้อมตอบจริง และตั้งให้ call asset แสดงเฉพาะช่วงเวลานั้น ถ้าลูกค้ามักหาข้อมูลตอนดึกแล้วตัดสินใจในวันถัดไป การตัดชั่วโมงดึกอาจตัดคลิกที่เป็นจุดเริ่มของการซื้อทิ้งไป บัญชีอีคอมเมิร์ซกับบัญชีหาลีดในไทยมีพฤติกรรมต่างกันได้มาก ให้ตัดสินใจจากรายงาน Time ในบัญชีของคุณเอง ไม่ใช่จากกฎทั่วไปเรื่อง "ชั่วโมงที่ดีที่สุด"

สำหรับแคมเปญ Search ที่ต้องการวางโครงสร้าง การประมูล และตารางเวลาไปพร้อมกัน ดูได้ที่Relevant Search สำหรับ Google Ads

ความผิดพลาดที่พบบ่อยกับ Ad Schedule

  • จูนการปรับราคารายชั่วโมงบนแคมเปญ Smart Bidding ระบบไม่ใช้ค่าเหล่านั้น ความพยายามจึงไม่เปลี่ยนอะไร และยังทำให้รู้สึกว่าควบคุมได้ทั้งที่ไม่ใช่
  • ไม่สนใจเขตเวลาของบัญชี ตารางเวลาที่สร้างตามเวลาทำการท้องถิ่นจะทำงานผิดเวลา ถ้านาฬิกาของบัญชีตั้งไว้ที่อื่น
  • ตัดชั่วโมงจากข้อมูลที่น้อยเกินไป Conversion ไม่กี่ครั้งในหนึ่งชั่วโมงเป็นแค่ความผันผวน ให้รวมชั่วโมงเป็นช่วงและใช้ช่วงวันที่ยาวขึ้น
  • คาดว่าการใช้จ่ายจะลดลงเอง การกระจายรายเดือนยังตั้งเป้าที่ 30.4 เท่าของงบเฉลี่ยรายวัน ถ้าต้องการลดการใช้จ่ายรวม ให้ลดงบประมาณด้วย
  • ลืมแยกช่วงที่ข้ามเที่ยงคืน ช่วงที่ควรทำงานข้ามคืนแต่ใส่เป็นแถวเดียวจะบันทึกไม่ได้ ต้องแยกเป็นสองวัน
  • ตัดสินชั่วโมงโดยไม่มี Conversion ออฟไลน์ การโทรและแชตที่ไม่ได้ติดตามทำให้ชั่วโมงที่ได้ผลดูว่างเปล่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Google Ads Ad Schedule

Ad schedule ของ Google Ads ใช้เขตเวลาไหน

ใช้เขตเวลาที่ตั้งไว้ในบัญชี Google Ads ไม่ใช่เขตเวลาของผู้ค้นหา ถ้าลูกค้าอยู่ต่างเขตเวลา คุณต้องเลื่อนชั่วโมงเองตอนสร้างตารางเวลา

ตั้ง ad schedule ได้กี่ช่วงต่อวัน

สร้างได้สูงสุดหกช่วงต่อวันสำหรับแต่ละแคมเปญ ช่วงที่ต้องข้ามเที่ยงคืนต้องแยกเป็นสองรายการในแต่ละวัน และทั้งสองรายการนับรวมในโควตา

การปรับราคาประมูลตาม ad schedule ใช้กับ Smart Bidding ได้ไหม

ไม่ได้ กลยุทธ์ Smart Bidding ไม่ใช้การปรับราคาประมูลแบบแมนนวล เช่น การเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในบางชั่วโมง แต่ยังเคารพตารางเวลา โฆษณาจึงไม่แสดงนอกชั่วโมงที่คุณตั้งไว้

ปิดวันเสาร์อาทิตย์แล้วการใช้จ่ายรายเดือนจะลดลงไหม

ไม่ลดลงเอง เพราะแคมเปญที่มีตารางเวลายังกระจายการใช้จ่ายให้เข้าใกล้ 30.4 เท่าของงบประมาณเฉลี่ยรายวันในเดือนนั้น ถ้าต้องการลดการใช้จ่ายรวม ให้ลดงบประมาณรายวันควบคู่กับการตัดชั่วโมง

ใช้ ad schedule กับแคมเปญแอปได้ไหม

ไม่ได้ การตั้งเวลาโฆษณาใช้กับแคมเปญแอปไม่ได้ เป็นการตั้งค่าระดับแคมเปญสำหรับแคมเปญประเภทอื่นที่รองรับ

ใช้ Google Ads Ad Schedule ให้ได้ผล

Google Ads ad schedule ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้เป็นเครื่องมือกำหนดกฎทางธุรกิจ คือให้โฆษณาแสดงเมื่อคุณพร้อมให้บริการลูกค้า และใช้การปรับราคาประมูลเฉพาะเมื่อกลยุทธ์ราคาประมูลของคุณอ่านค่านั้นจริง ตรวจเขตเวลาของบัญชีก่อน ดูข้อมูลรายชั่วโมงและรายวันอย่างน้อยสองถึงสามเดือน ติดตาม Conversion ทุกประเภทที่สำคัญ และปรับงบประมาณถ้าเป้าหมายคือใช้จ่ายน้อยลง ถ้าต้องการให้ช่วยตรวจตารางเวลาและการประมูลในแคมเปญของคุณ ทีม Google Ads ของ Relevant Audience ยินดีพูดคุย

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น