Google Ads กลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่สำคัญกับธุรกิจได้อย่างไร?

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • บทความเขียนในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายธุรกิจพึ่งพาช่องทางออฟไลน์เพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป และแนะนำ Google Ads เป็นช่องทางโฆษณาที่ใครก็เข้าถึงได้
  • ระบุรูปแบบการลงโฆษณาของ Google Ads ไว้ 5 แบบ ได้แก่ Google Search, Shopping Ads, Google Display Network, Video Ads บน YouTube และ App Ads
  • Shopping Ads ปรากฏหลังมีคนค้นหาคีย์เวิร์ดเช่นเดียวกับ Google Search แต่แสดงรูปสินค้า ราคา และแหล่งซื้อขาย ลูกค้าจึงคลิกซื้อได้ทันที
  • Google Display Network คือแบนเนอร์บนเว็บไซต์พาร์ทเนอร์ของ Google มากกว่าล้านเว็บไซต์ ส่วน Video Ads บน YouTube และ App Ads ทำหน้าที่สร้าง Brand Awareness แบบเดียวกัน
  • บทความระบุว่าการเรียนรู้ Google Ads ด้วยตัวเองหรือสร้างทีมเองอาจดีในระยะยาว แต่ระยะสั้นอาจตามคู่แข่งไม่ทัน จึงเสนอให้ใช้บริการเอเจนซีด้านการตลาดดิจิทัลแทน

เชื่อว่าในปัจจุบันหลายธุรกิจคงมองเห็นความสำคัญของการตลาดออนไลน์กันอย่างแจ่มชัดมากขึ้น ว่าส่งผลต่อยอดขายและการเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างไรบ้าง ยิ่งมีสถานการณ์โควิด-19 เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญร่วมด้วย หลายธุรกิจจึงไม่สามารถพึ่งพาช่องทางออฟไลน์เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป เพื่อปูพื้นฐานให้ทุกคนมองเห็นภาพการตลาดออนไลน์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น Relevant Audience ขอเริ่มต้นด้วยการแนะนำให้รู้จักกับ Google Ads ช่องทางโฆษณาที่ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ 

Google Ads คือการลงโฆษณาบนเครือข่ายของ Google ที่ได้รับความนิยมสูงอย่างมาก โดยจากสถิติแต่ละวันคนไทยค้นหาข้อมูลใน Google มากกว่า 3,000 ล้านครั้งต่อวัน ด้วยปริมาณการใช้งานที่มากขนาดนี้ จึงสามารถรับประกันได้ถึงความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นเมื่อลงโฆษณากับ Google Ads

ด้วยเหตุนี้ Googl Ads จึงกลายเป็นรูปแบบการตลาดออนไลน์ยอดฮิต ที่ดึงดูดนักธุรกิจให้หันมาลงทุนได้อย่างมหาศาล เพราะทุกคนสามารถคาดหวังผลลัพธ์และมองเห็นความคุ้มค่าได้ไม่ยากเกินไป โดย Google Ads มีรูปแบบการลงโฆษณาอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 แบบ ดังนี้ 

1. Google Search: ในปัจจุบันเวลาใครอยากซื้อสินค้าหรืออยากรู้เรื่องอะไร ก็ต้องเข้ามาค้นหาข้อมูลใน Google ก่อนเป็นอันดับแรก หมายความว่าสิ่งที่ทุกคนค้นหาในแต่ละช่วงเวลา คือสิ่งที่ทุกคนกำลังอยากจะได้ อยากจะรู้ และอยากจะซื้อ การลงโฆษณาสินค้าให้ขึ้นแสดงในส่วนนี้ จะทำให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับแรกๆ ของหน้าค้นหา (SEPR) จึงช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ได้ทันที ส่งผลให้สามารถเพิ่มยอดขาย เพิ่มยอดการเข้าถึง และได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  

2. Shopping Ads: โฆษณานี้มีลักษณะเหมือนกับ Google Search คือจะปรากฏขึ้นมาหลังมีคนค้นหา คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณ โดยมีการแสดงผลเป็นรูปสินค้า ราคา รวมถึงแหล่งซื้อขายพร้อมสรรพ ถือว่าตอบโจทย์ด้านการขายโดยตรง เพราะลูกค้าสามารถคลิกซื้อได้ทันที

3. Google Display Network: โฆษณารูปแบบนี้จะปรากฏเป็นแบนเนอร์ตามหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็น Partner กับ Google โดยมีมากกว่าล้านเว็บไซต์ การโฆษณารูปแบบนี้จะช่วยทำให้สินค้าและผลิตภัณฑ์ของคุณผ่านตาผู้บริโภคบ่อยขึ้น สามารถเพิ่มยอดคลิกเข้าเว็บไซต์ และสร้างการรับรู้ (Awarenes) ให้ผู้บริโภครู้จักและสนใจสินค้าของคุณมากกว่าเดิม

4. Video Ads บน YouTube: โฆษณารูปแบบนี้จะปรากฏอยู่บน YouTube ทั้งในรูปแบบแบนเนอร์และวิดีโอโฆษณา คล้ายกับโฆษณาบนทีวีที่ขึ้นมาคั่นระหว่างกำลังดูวิดีโอสนุกๆ อยู่ การโฆษณารูปแบบนี้ให้ผลเหมือนกับแบบ Google Display Network คือช่วยสร้าง Brand Awareness ให้ผู้บริโภคเข้าถึง จดจำสินค้าและแบรนด์ของคุณได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มยอดขายได้ด้วย

5. App Ads: โฆษณารูปแบบนี้จะปรากฏเป็นแบนเนอร์และวิดีโอในแอปพลิเคชันที่เป็น Partner กับ Google หรือแอปพลิเคชันที่อยู่ใน Play Store นั่นเอง เช่น แอปพลิเคชันเกม แอปพลิเคชันแต่งรูป ต่างๆ ที่หลังจบเกมหรือทำกิจกรรมเสร็จแล้วจะมีโฆษณาขึ้นมา เป็นต้น 

อยากเริ่มต้นใช้งาน Google Ads อย่างมืออาชีพต้องทำอย่างไร?

สำหรับการทำธุรกิจ “เวลา” คือสิ่งที่มีค่า การเริ่มต้นเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือสร้างทีมงานสำหรับเโษณาบน Google โดยเฉพาะอาจส่งผลดีในระยะยาว แต่ในระยะสั้น ธุรกิจคุณอาจจะตามคู่แข่งไม่ทันแล้วก็เป็นได้ ดังนั้น หากอยากเริ่มต้นใช้งาน Google Ads อย่างมืออาชีพ ควรใช้บริการเอเจนซีด้านการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing Agency) ให้เข้ามาช่วยวิเคราะห์และทำการตลาดให้กับธุรกิจของคุณโดยตรง เพื่อการโฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับการลงทุน 

หากใครกำลังมองหาเอเจนซีด้านการตลาดดิจิทัลเพื่อมาช่วยวิเคราะห์และทำการตลาดให้คุณบน Google และช่องทางอื่นๆ Relevant Audience เอเจนซีด้านการตลาดดิจิทัลมืออาชีพในกรุงเทพฯ พร้อมให้คำปรึกษาและให้บริการธุรกิจของคุณ

อ้างอิง

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น