Microsoft Clarity: พบ Checkout ใน 25% ของเซสชัน AI agent เทียบ 15% ของเซสชันมนุษย์

Microsoft Clarity: พบ Checkout ใน 25% ของเซสชัน AI agent เทียบ 15% ของเซสชันมนุษย์

analyticsNovember 2, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Book appointment (8.42%) และ Check availability (2.41%) อยู่ใน 10 อันดับของเซสชัน agent ใน Clarity แต่ไม่อยู่ใน 10 อันดับของเซสชันมนุษย์
  • Outbound click เป็นอันดับหนึ่งของเซสชันมนุษย์ที่ 26.99% เทียบกับ 14.28% ในเซสชัน agent ส่วนการส่งฟอร์มใกล้เคียงกันที่ 19.85% เทียบ 18.56%
  • Microsoft ระบุว่าเซสชัน agent อาจมีการส่งต่อให้มนุษย์ที่ Clarity แยกไม่ได้ และ Smart Events ไม่ใช่หลักฐานว่า agent ทำงานสำเร็จ
  • PPC Land ตั้งข้อสังเกตเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2569 ว่า 306,621 เซสชัน Checkout ที่ 25.21% บ่งชี้ฐานราว 1.22 ล้านเซสชัน ไม่ใช่ 5.2 ล้าน

Microsoft Clarity รายงานว่ามีการบันทึกเหตุการณ์ Checkout ใน 25.21% ของเซสชันที่มี AI agent เกี่ยวข้อง เทียบกับ 14.65% ของเซสชันที่เป็นมนุษย์ล้วนบนเว็บไซต์ชุดเดียวกัน ตัวเลขนี้มาจากงานศึกษาในบล็อกของ Clarity ที่เผยแพร่เมื่อ 29 ตุลาคม 2569 ซึ่งวิเคราะห์เซสชันที่ถูกจัดเป็น agentic มากกว่า 5.2 ล้านเซสชัน จาก 230,511 โปรเจกต์ของ Clarity ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม ถึง 9 กันยายน 2569 ในโพสต์เดียวกัน Microsoft ประกาศว่า Agent Activity Dashboard เปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้วสำหรับโปรเจกต์ที่มีทราฟฟิกจาก agent

Microsoft Clarity เผยแพร่อะไร

โพสต์ชื่อ "What AI Agents Do on Websites: Insights From 5.2 Million Sessions" เขียนโดย Clarity Staff ตั้งคำถามไว้แคบๆ ว่า เมื่อเซสชันที่มี AI agent เข้ามาถึงเว็บไซต์แล้ว เซสชันนั้นทำอะไรบ้าง อ่านต้นฉบับได้ที่ บล็อกของ Microsoft Clarity

Clarity ระบุเซสชันเหล่านี้โดยตรวจจับผู้ให้บริการเบราว์เซอร์แบบ agent ในสามระบบนิเวศ ได้แก่ OpenAI, Google และ Anthropic จากนั้นเทียบว่าเซสชันเหล่านั้นบันทึก Smart Events อะไรบ้าง กับ Smart Events ในเซสชันที่เป็นมนุษย์ล้วนจากโปรเจกต์ชุดเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน Smart Events คือระบบติดตามในตัวของ Clarity สำหรับการกระทำทางธุรกิจ เช่น การชำระเงิน การส่งฟอร์ม การนัดหมาย การค้นหา การดาวน์โหลด และการล็อกอิน

โพสต์ยังบอกว่าในข้อมูลของ Clarity เอง ปริมาณเซสชันแบบ agentic เพิ่มขึ้น 88% ภายในสามสัปดาห์ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นสามสัปดาห์ไหน ส่วนหมายเหตุวิธีการวิจัยบอกว่าตัวเลขการเติบโตของทราฟฟิกมาจากยอดรายสัปดาห์ที่สังเกตได้ในทุกโปรเจกต์ที่วิเคราะห์

ตัวเลขการเติบโตนี้ต้องอ่านอย่างระวัง การเพิ่มขึ้น 88% ไม่ได้บอกขนาดอะไรเลยถ้าไม่รู้จุดเริ่มต้น และโพสต์ไม่ได้ให้ยอดเซสชัน agentic รายสัปดาห์หรือสัดส่วนต่อทราฟฟิกทั้งหมดไว้ ไม่ได้บอกด้วยว่าการเติบโตมาจากโปรเจกต์ที่ได้รับทราฟฟิก agent มากขึ้น หรือมาจากเซสชัน agent ต่อโปรเจกต์ที่มากขึ้น จึงควรอ่านเป็นสัญญาณของทิศทาง ไม่ใช่การคาดการณ์

Smart Events อันดับต้น: เซสชัน agent เทียบกับเซสชันมนุษย์

Microsoft เผยแพร่รายการ 10 อันดับแรกสองชุด ชุดหนึ่งสำหรับเซสชันที่มี agent อีกชุดสำหรับเซสชันมนุษย์ ตารางด้านล่างเรียงเหตุการณ์ในรายการของ agent คู่กับสัดส่วนในฝั่งมนุษย์ เท่าที่ Microsoft ให้ตัวเลขไว้

Smart Events อันดับต้น: เซสชัน agent เทียบกับเซสชันมนุษย์
Smart Eventสัดส่วนในเซสชัน agentสัดส่วนในเซสชันมนุษย์
Checkout25.21%14.65%
Submit form19.85%18.56%
Outbound click14.28%26.99%
Book appointment8.42%ไม่อยู่ใน 10 อันดับของมนุษย์
Search7.16%4.79%
Login6.83%8.84%
Show more4.31%6.37%
Check availability2.41%ไม่อยู่ใน 10 อันดับของมนุษย์
Add to cart2.33%3.31%
Download1.69%2.97%

รายการ 10 อันดับของมนุษย์ยังมีอีกสองเหตุการณ์ที่ไม่มีในรายการของ agent คือ Order success ที่ 1.79% และ Begin checkout ที่ 1.62% Microsoft ยังให้ตัวเลขดิบของเซสชัน agent ไว้ด้วย ได้แก่ 306,621 เซสชันบันทึก Checkout, 241,391 บันทึก Submit form, 102,401 บันทึก Book appointment, 29,274 บันทึก Check availability, 28,289 บันทึก Add to cart และ 10,521 บันทึก Find location

Microsoft ตีความตัวเลขอย่างไร

ข้อสรุปของ Microsoft คือเซสชัน agent กับเซสชันมนุษย์ทำการกระทำประเภทเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ แต่น้ำหนักต่างกัน การส่งฟอร์มใกล้เคียงกัน (19.85% เทียบ 18.56%) Checkout สูงกว่ามากในเซสชัน agent ส่วน Outbound click เป็นการกระทำอันดับหนึ่งของมนุษย์ที่ 26.99% เกือบสองเท่าของ 14.28% ในเซสชัน agent การค้นหาก็มีสัดส่วนในฝั่ง agent มากกว่า คือ 7.16% เทียบ 4.79%

โพสต์บอกว่าการกระทำที่มุ่งทำงานให้เสร็จ เช่น การชำระเงินและการนัดหมาย เกิดในอัตราที่สูงกว่าในเซสชัน agent และการเข้าใจช่องว่างนี้จะสำคัญขึ้นเมื่อการค้าผ่าน agent พัฒนาต่อไป

ข้อควรระวังที่ Microsoft ระบุไว้เอง

Clarity ระบุไว้ชัดว่าข้อมูลนี้บอกอะไรไม่ได้บ้าง และข้อจำกัดเหล่านี้เปลี่ยนวิธีอ่านตัวเลขพาดหัวพอสมควร

  • มีการส่งต่อให้มนุษย์ปนอยู่ เซสชันที่ถูกจัดเป็น agentic อาจมีมนุษย์เข้ามารับช่วงต่อกลางทาง และตอนนี้ Clarity ยังแยกส่วนของ agent กับส่วนของมนุษย์ออกเป็นคนละเซสชันไม่ได้ ผลการศึกษาจึงอธิบายกิจกรรมที่บันทึกได้ในเซสชันที่มี agent เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่า agent ทำสิ่งนั้นสำเร็จด้วยตัวเอง
  • เหตุการณ์ไม่ใช่กรวยการขาย Microsoft ระบุว่า Smart Events เป็นยอดนับเซสชันที่เป็นอิสระต่อกันและเกิดซ้อนกันได้ ข้ามเว็บไซต์และอุตสาหกรรมที่ต่างกัน ไม่ควรอ่านเป็นขั้นตอนในกรวย Conversion เดียว หรือเป็นหลักฐานว่า agent ทำงานสำเร็จ
  • เซสชันเดียวนับได้หลายครั้ง เพราะเหตุการณ์เกิดซ้อนกันได้ เซสชันเดียวที่ค้นหา กดดูสินค้าเพิ่ม แล้วไปถึงหน้าชำระเงิน จะถูกนับทั้งใน Search, Show more และ Checkout พร้อมกัน นี่เป็นตัวอย่างประกอบเท่านั้น และเป็นเหตุผลที่บวกเปอร์เซ็นต์เหล่านี้เป็นเส้นทาง หรืออ่านเป็นอัตราการหลุดระหว่างขั้นไม่ได้
  • Checkout ไม่ใช่คำสั่งซื้อที่สำเร็จ รายการของมนุษย์แยก Checkout ออกจาก Order success และ Begin checkout แต่ 10 อันดับของ agent ไม่มี Order success งานศึกษานี้จึงไม่ได้แสดงว่ามีเซสชัน agent กี่เซสชันที่จบด้วยการซื้อที่ยืนยันแล้ว

มีจุดที่ใช้คำไม่ตรงกันอีกเล็กน้อย เชิงอรรถใต้ตารางนิยามเปอร์เซ็นต์แต่ละตัวว่าเป็นสัดส่วนของเซสชัน แต่ข้อความบางช่วงในโพสต์เรียกตัวเลขเดียวกันว่าสัดส่วนของ "การกระทำ" นิยามตามเชิงอรรถที่อิงเซสชันคือนิยามที่แม่นยำกว่า

คำถามที่งานศึกษายังตอบไม่ได้

PPC Land สื่อในวงการโฆษณา ชี้ช่องว่างทางคณิตศาสตร์ไว้ในรายงานวันที่ 1 พฤศจิกายน ถ้า 306,621 เซสชันคือ 25.21% ของเซสชัน agent ทั้งหมด ฐานที่ใช้คิดเปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่ราว 1.22 ล้านเซสชัน ไม่ใช่ 5.2 ล้าน เมื่อหารตัวเลขที่เผยแพร่ดูก็ได้ผลตรงกัน (306,621 ÷ 0.2521 ได้ประมาณ 1.216 ล้าน) โพสต์ของ Microsoft ไม่ได้อธิบายส่วนต่างนี้

โพสต์ยังไม่ได้ให้ข้อมูลอีกหลายอย่างที่เจ้าของเว็บไซต์อยากรู้

  • วิธีตรวจจับเบราว์เซอร์แบบ agent อย่างละเอียด
  • จำนวนเซสชันมนุษย์ที่ใช้เปรียบเทียบ
  • การแยกตามผู้ให้บริการ agent อุตสาหกรรม ประเทศ หรืออุปกรณ์
  • นิยามที่ชัดเจนของ Smart Event แต่ละตัว
  • ราคาหรือพื้นที่ให้บริการของ Agent Activity Dashboard ส่วนตัว Clarity เองโพสต์อธิบายว่าเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์เว็บที่ใช้ฟรี

เมื่อไม่มีการแยกตามประเทศ งานศึกษานี้จึงไม่ได้บอกว่าเว็บไซต์ไทยได้รับทราฟฟิกจาก agent มากน้อยแค่ไหน

Agent Activity Dashboard คืออะไร

Microsoft ใช้งานศึกษานี้เปิดตัว Agent Activity Dashboard ใน Clarity โพสต์บอกว่าเปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้วสำหรับโปรเจกต์ที่มีทราฟฟิกแบบ agentic และช่วยให้ธุรกิจระบุทราฟฟิกจาก agent และเห็นว่า AI agent มีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์อย่างไร สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการ โพสต์บอกว่าการจำลอง (simulations) ช่วยหาโอกาสปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับ agent ได้ แต่ไม่ได้อธิบายว่าการจำลองทำงานอย่างไร

งานศึกษานี้ดูว่าเกิดอะไรขึ้นในเซสชันที่ agent เป็นผู้ควบคุมเบราว์เซอร์ ไม่ใช่ผู้เข้าชมที่คลิกมาจากคำตอบของ AI

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับธุรกิจไทย

ประเด็นด้านล่างเป็นบทวิเคราะห์ของ Relevant Audience ไม่ใช่คำแนะนำจาก Microsoft โดยตั้งต้นว่ารูปแบบจากกลุ่มตัวอย่างระดับโลกควรนำมาเทียบกับเว็บไซต์ของคุณเอง โดยไม่สันนิษฐานว่าจะเป็นแบบเดียวกันในไทย

ตรวจว่ามีทราฟฟิกจาก agent อยู่แล้วหรือยัง

Clarity ติดตั้งได้ฟรี Microsoft บอกว่า Agent Activity Dashboard ใช้ได้กับโปรเจกต์ที่มีทราฟฟิก agentic ดังนั้นถ้าโปรเจกต์ของคุณแสดงแดชบอร์ดนี้ แปลว่ามีเซสชัน agent เข้ามาถึงเว็บแล้ว แต่โพสต์ไม่ได้บอกว่าโปรเจกต์ที่ไม่มีทราฟฟิก agent จะเห็นอะไร จึงไม่ควรถือว่าการไม่เห็นแดชบอร์ดเป็นหลักฐานว่าไม่มี agent เลย

ดูสามเส้นทางที่โดดเด่น

Checkout และ Submit form คือสองการกระทำที่พบบ่อยที่สุดในฝั่ง agent ส่วน Book appointment อยู่อันดับสี่ รองจาก Outbound click สำหรับร้านค้าออนไลน์ คลินิก หรือโรงแรมในไทย สามอย่างนี้ตรงกับหน้าตะกร้าและชำระเงิน ฟอร์มติดต่อหรือขอใบเสนอราคา และวิดเจ็ตจองคิว การดูบันทึกเซสชัน (recordings) ของเซสชัน agent บนหน้าเหล่านั้นใน Clarity เป็นวิธีที่ตรงที่สุดในการเห็นว่าเซสชันติดตรงไหน หรือส่งต่อให้มนุษย์ตรงไหน

มอง "Check availability" และ "Book appointment" เป็นสัญญาณสำหรับธุรกิจบริการ

สองเหตุการณ์ใน 10 อันดับของ agent คือ Book appointment (8.42%) และ Check availability (2.41%) ไม่ปรากฏใน 10 อันดับของมนุษย์เลย สำหรับคลินิก ร้านเสริมสวย ร้านอาหาร และโรงแรม หน้าจองที่ทำได้เฉพาะในแอปแชตหรือทางโทรศัพท์ ไม่สามารถทำให้จบได้ในเซสชันเบราว์เซอร์ งานศึกษานี้ไม่ได้วัดว่าแบบนั้นทำให้เสียการจองจาก agent หรือไม่ แต่เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลที่จะตรวจดู

อย่าสร้างระบบรายงานใหม่บนเปอร์เซ็นต์เหล่านี้

เมื่อมีปัญหาเรื่องการส่งต่อให้มนุษย์ การนับที่ไม่ใช่กรวย และช่องว่าง 1.22 ล้านกับ 5.2 ล้านที่ยังไม่มีคำอธิบาย ตัวเลขชุดนี้จึงใช้ดูทิศทางได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เทียบอัตรา Conversion ของคุณเอง

ถ้าต้องการให้ช่วยอ่านทราฟฟิกจาก agent และผู้ช่วย AI ควบคู่กับการมองเห็นใน AI search ดูได้ที่ บริการ Generative Engine Optimization ของ Relevant Audience ถ้าระบบติดตามต้องวางใหม่ก่อน บริการติดตั้ง GA4 และระบบวิเคราะห์ ครอบคลุมเรื่อง event และ Conversion ส่วนร้านค้าออนไลน์ดูเพิ่มได้ที่ บริการการตลาดอีคอมเมิร์ซ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานศึกษาเซสชัน AI agent ของ Microsoft Clarity

AI agent ชำระเงินสำเร็จมากกว่ามนุษย์จริงหรือ

งานศึกษานี้ไม่ได้แสดงแบบนั้น สิ่งที่แสดงคือมีการบันทึก Smart Event ชื่อ Checkout ใน 25.21% ของเซสชันที่มี agent เทียบกับ 14.65% ของเซสชันมนุษย์ และ Microsoft บอกเองว่ายอดนับเหล่านี้ไม่ใช่หลักฐานว่า agent ทำงานสำเร็จด้วยตัวเอง

Clarity วัด AI agent ตัวไหนบ้าง

Clarity ตรวจจับผู้ให้บริการเบราว์เซอร์แบบ agent ในระบบนิเวศของ OpenAI, Google และ Anthropic โพสต์ไม่ได้แยกผลตามผู้ให้บริการ และไม่ได้ระบุชื่อผลิตภัณฑ์

Agent Activity Dashboard ผู้ใช้ Clarity ทุกคนใช้ได้หรือไม่

Microsoft บอกว่าเปิดให้ใช้งานทั่วไปสำหรับโปรเจกต์ที่มีทราฟฟิกแบบ agentic โพสต์ไม่ได้พูดถึงราคาหรือข้อจำกัดตามภูมิภาค และอธิบายว่าตัว Clarity เองใช้ฟรี

ทำไมบางรายงานบอกว่าตัวเลขรวมไม่ตรงกัน

ตัวเลขที่เผยแพร่บ่งชี้ว่าฐานของเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ราว 1.22 ล้านเซสชัน ไม่ใช่ 5.2 ล้าน PPC Land เป็นผู้ตั้งข้อสังเกตนี้ และโพสต์ของ Microsoft ไม่ได้อธิบาย

งานศึกษานี้รวมเว็บไซต์ไทยด้วยหรือไม่

โพสต์ไม่ได้บอก ไม่มีการแยกตามประเทศ จึงไม่มีตัวเลขใดในโพสต์ที่อ่านเป็นตัวเลขของประเทศไทยได้

ถ้าอยากรู้ว่า agent ทำอะไรบนหน้าชำระเงินหรือหน้าจองของคุณ Relevant Audience ช่วยตั้งค่าและอ่านข้อมูลไปด้วยกันได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น