ธุรกิจโฆษณาของ OpenAI แตะ 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่เจออุปสรรค 5 ข้อก่อนถึงเป้า 25,000 ล้านดอลลาร์

ธุรกิจโฆษณาของ OpenAI แตะ 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่เจออุปสรรค 5 ข้อก่อนถึงเป้า 25,000 ล้านดอลลาร์

aiOctober 1, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • ธุรกิจโฆษณาของ OpenAI มีอัตรารายได้คำนวณเป็นรายปีอยู่ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเปิดตัวมาแล้ว 7 เดือน
  • OpenAI มีเป้าหมายภายในทำรายได้โฆษณา 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี พ.ศ. 2569 และ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2573
  • Digiday ระบุอุปสรรค 5 ข้อ ได้แก่ เครื่องมือวัดผลที่ยังไม่พิสูจน์ เงื่อนไขสัญญาที่เข้มงวด ปริมาณพื้นที่โฆษณาขาดแคลน การเข้าถึงที่จำกัดอยู่แค่กลุ่มองค์กร และการพึ่งพาพันธมิตรอย่าง Criteo และ Kargo
  • OpenAI มีแผนเข้าถึงนักโฆษณารายเล็กผ่านการเชื่อมต่อกับ Shopify และฟีดสินค้า

ธุรกิจโฆษณาของ OpenAI มีรายได้ที่คำนวณเป็นรายปีประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเปิดตัวมาแล้ว 7 เดือน แต่ Digiday ระบุอุปสรรคที่ชัดเจน 5 ข้อ ที่ยืนอยู่ระหว่างตัวเลขนี้กับเป้าหมายภายในของ OpenAI ที่ต้องการทำรายได้โฆษณา 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี พ.ศ. 2569 อุปสรรคเหล่านี้มีตั้งแต่เครื่องมือวัดผลที่ยังไม่พิสูจน์ได้ ไปจนถึงปริมาณพื้นที่โฆษณาที่ขาดแคลน

ตัวเลขที่เป็นข่าวและเป้าหมายที่ใหญ่กว่ามาก

ตามรายงานของ Digiday ธุรกิจโฆษณาของ OpenAI มีอัตรารายได้ที่คำนวณเป็นรายปีอยู่ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเปิดตัวมาแล้ว 7 เดือน ตัวเลขนี้คืออัตรารายได้ ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่รายได้สะสมทั้งหมด และยังห่างไกลจากจุดที่ OpenAI ต้องการไปถึงตามรายงาน Digiday ระบุว่า OpenAI มีเป้าหมายภายในที่จะทำรายได้โฆษณาให้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2569 และมีเป้าหมายระยะยาวที่ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี พ.ศ. 2573 รายงานของ Digiday ไม่ได้ระบุว่าตอนนี้ไปถึงจุดไหนของเป้าหมายทั้งสองนี้แล้ว นอกเหนือจากตัวเลขอัตรารายได้ 1,000 ล้านดอลลาร์ บทความนี้จึงไม่สมมติแนวโน้มใด ๆ เกินกว่าที่ถูกรายงานไว้

ช่องว่างระหว่างอัตรารายได้ 1,000 ล้านดอลลาร์กับเป้าหมายสิ้นปีที่ 25,000 ล้านดอลลาร์นั้นถือว่ากว้างมากไม่ว่าจะมองจากมุมไหน และรายงานแบบพอดแคสต์ของ Digiday เจาะจงไปที่ปัญหาเชิงโครงสร้าง 5 ข้อที่ขวางอยู่ มากกว่าจะมองว่าช่องว่างนี้เป็นเรื่องของเวลาหรือความพยายามด้านการขายที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว

อุปสรรค 5 ข้อที่ Digiday ระบุไว้

1. เครื่องมือวัดผลและการระบุแหล่งที่มายังไม่ได้รับการพิสูจน์

Digiday รายงานว่านักการตลาดยังไม่มีเครื่องมือที่พิสูจน์แล้วสำหรับวัดผลและระบุแหล่งที่มาของผลลัพธ์จากโฆษณาในผลิตภัณฑ์ของ OpenAI เมื่อไม่มีการวัดผลที่น่าเชื่อถือ นักโฆษณาก็ยากที่จะอธิบายเหตุผลในการเพิ่มงบประมาณ เพราะไม่สามารถแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเงินที่ใช้ไปสร้างผลลัพธ์อะไร

2. ความไม่สบายใจของนักโฆษณาต่อเงื่อนไขสัญญา

อุปสรรคข้อที่สองคือความไม่สบายใจของนักโฆษณาต่อความเข้มงวดของเงื่อนไขสัญญาด้านข้อมูลและความรับผิดของ OpenAI รายงานของ Digiday ระบุว่านี่เป็นจุดเสียดทานในการเจรจาข้อตกลง ซึ่งแยกออกจากตัวผลิตภัณฑ์เอง

3. ปริมาณพื้นที่โฆษณาขาดแคลนเมื่อเทียบกับงบที่ตกลงไว้แล้ว

อุปสรรคข้อที่สามมีลักษณะเชิงกลไกมากกว่า Digiday รายงานว่า OpenAI มีปริมาณพื้นที่โฆษณาไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับงบโฆษณาที่นักโฆษณาตกลงจะใช้ไว้แล้ว พูดง่าย ๆ คือมีเงินจากนักโฆษณาที่พร้อมใช้มากกว่าพื้นที่โฆษณาที่มีให้ใช้จริง ตามรายงาน

4. ความจำเป็นต้องขยายออกจากกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่

อุปสรรคข้อที่สี่คือเรื่องการเข้าถึง Digiday รายงานว่า OpenAI จำเป็นต้องขยายฐานลูกค้าออกจากกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ในปัจจุบัน เพื่อเข้าถึงนักโฆษณารายเล็กลง และการขยายนี้คาดว่าจะเกิดผ่านการเชื่อมต่อกับ Shopify และฟีดสินค้า ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าขนาดเล็กเชื่อมต่อแคตตาล็อกสินค้าของตนเข้ากับพื้นที่โฆษณาของ OpenAI ได้ โดยไม่ต้องผ่านความสัมพันธ์การขายแบบองค์กรโดยตรง

5. การพึ่งพาพันธมิตรเพื่อเข้าถึงนักโฆษณาให้มากขึ้น

อุปสรรคข้อที่ห้าคือ ขณะนี้ OpenAI ยังต้องพึ่งพาพันธมิตรอย่าง Criteo และ Kargo เพื่อเข้าถึงนักโฆษณาให้ได้มากขึ้นเลย รายงานของ Digiday มองว่าการพึ่งพานี้เป็นความผูกพันเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ข้อตกลงชั่วคราว หมายความว่าการเข้าถึงโฆษณาของ OpenAI เอง ในตอนนี้ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งที่พันธมิตรเหล่านั้นนำเข้ามาได้

ตารางด้านล่างสรุปตัวเลขและอุปสรรคต่าง ๆ ตามที่ Digiday รายงานไว้

5. การพึ่งพาพันธมิตรเพื่อเข้าถึงนักโฆษณาให้มากขึ้น
ตัวเลขหรืออุปสรรคสิ่งที่ Digiday รายงาน
อัตรารายได้โฆษณาปัจจุบัน1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หลังเปิดตัว 7 เดือน
เป้าหมายสิ้นปี พ.ศ. 2569รายได้โฆษณา 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เป้าหมายภายในของ OpenAI)
เป้าหมายปี พ.ศ. 2573รายได้โฆษณา 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เป้าหมายภายในของ OpenAI)
อุปสรรค: การวัดผลเครื่องมือวัดผลและระบุแหล่งที่มาที่ยังไม่พิสูจน์สำหรับนักการตลาด
อุปสรรค: พื้นที่โฆษณาปริมาณพื้นที่โฆษณาขาดแคลนเมื่อเทียบกับงบที่นักโฆษณาตกลงไว้แล้ว
อุปสรรค: การเข้าถึงการพึ่งพาพันธมิตรอย่าง Criteo และ Kargo เพื่อเข้าถึงนักโฆษณาให้มากขึ้น

สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อนักการตลาดไทยที่สนใจโฆษณาบน ChatGPT

Relevant Audience เพิ่งเปิดตัวหน้าบริการ ChatGPT Ads ของตัวเอง ซึ่งสะท้อนความสนใจจริงจากลูกค้าที่ต้องการทำความเข้าใจช่องทางนี้ รายงานของ Digiday ชิ้นนี้เป็นเหตุผลที่ดีสำหรับการระมัดระวัง มากกว่าการเร่งรีบ ช่องทางที่มีอัตรารายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เป้าหมายที่รายงานไว้เองอยู่ที่ 25,000 ล้านดอลลาร์ภายในปีเดียวกัน ถือว่ายังอยู่ในระยะเริ่มต้นตามตัวเลขที่ Digiday อ้างถึง ปริมาณพื้นที่โฆษณาที่ขาดแคลนเมื่อเทียบกับงบที่ตกลงไว้แล้ว ก็บอกเป็นนัยว่าแม้แต่นักโฆษณาที่ต้องการใช้เงินกับพื้นที่โฆษณาของ OpenAI มากขึ้นตอนนี้ ก็อาจทำไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม

รายงานของ Digiday ไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือตัวเลขปริมาณพื้นที่โฆษณาและงบใช้จ่ายเฉพาะภูมิภาคใด ๆ ดังนั้นเนื้อหาในที่นี้ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับความพร้อมใช้งานในไทยหรือความต้องการของนักโฆษณาไทยโดยเฉพาะ ประเด็นที่เป็นทั่วไปมากกว่า ซึ่งใช้ได้กับทุกตลาดรวมถึงไทยด้วย คือเครื่องมือวัดผลที่ยังไม่พิสูจน์ได้ทำให้ยากที่จะรู้ว่าเงินโฆษณาแต่ละบาทบนช่องทางนี้สร้างผลลัพธ์อะไรจริง ๆ นี่เป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลในการมองว่า ChatGPT Ads เป็นช่องทางทดลองเสริมในตอนนี้ ควรรันควบคู่กับแคมเปญ Google Ads หรือ Meta Ads ที่มีผลลัพธ์พิสูจน์แล้ว มากกว่าจะใช้แทนกัน ความเชื่อมโยงกับกลยุทธ์การมองเห็นผ่านระบบ AI ในภาพกว้าง ซึ่งบางครั้งเรียกว่า การทำ GEO ก็ยังอยู่ในระยะพัฒนาและมีข้อจำกัดด้านการวัดผลแบบเดียวกันกับที่ Digiday อธิบายไว้

แนวทางปฏิบัติที่ทำได้จริงคือใช้อุปสรรคทั้ง 5 ข้อนี้เป็นรายการตรวจสอบก่อนจะย้ายงบประมาณจำนวนมากไปลงที่ช่องทางนี้ หากระบบวัดผลของธุรกิจคุณยังไม่สามารถบอกได้ว่าการแสดงผลหรือการคลิกโฆษณาบน ChatGPT สร้างผลลัพธ์อะไรจริง นั่นคือช่องว่างด้านการวัดผลแบบเดียวกับที่ Digiday อธิบายไว้ ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะกับบัญชีของคุณ หากเงื่อนไขสัญญา ข้อกำหนดด้านข้อมูล หรือยอดใช้จ่ายขั้นต่ำของ OpenAI ในปัจจุบันยังไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก ก็สอดคล้องกับอุปสรรคด้านเงื่อนไขสัญญาและการเน้นลูกค้าองค์กรที่ Digiday รายงานไว้ ซึ่งอาจหมายความเพียงว่ายังเร็วเกินไปสำหรับนักโฆษณารายเล็ก มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าผลิตภัณฑ์มีปัญหา การติดตามความคืบหน้าของการเชื่อมต่อกับ Shopify และฟีดสินค้าที่ Digiday กล่าวถึง เป็นวิธีที่สมเหตุสมผลในการประเมินว่าช่องทางนี้กำลังเปิดกว้างสำหรับร้านค้ารายเล็กมากขึ้นเมื่อใด เนื่องจากเป็นกลไกเฉพาะที่ถูกระบุไว้สำหรับการเข้าถึงลูกค้านอกกลุ่มองค์กร

คำถามที่พบบ่อย

โฆษณาบน ChatGPT เปิดให้ใช้งานในประเทศไทยแล้วหรือยัง

ไม่มีการระบุไว้ในแหล่งข่าว รายงานของ Digiday ครอบคลุมภาพรวมธุรกิจโฆษณาของ OpenAI อัตรารายได้ และเป้าหมายรายได้ภายใน โดยไม่ได้เอ่ยถึงประเทศไทยหรือความพร้อมใช้งานในประเทศใดเป็นการเฉพาะ

รายได้โฆษณาจริงของ OpenAI ตอนนี้คือเท่าไหร่ ไม่ใช่เป้าหมาย

Digiday รายงานว่าธุรกิจโฆษณาของ OpenAI มีอัตรารายได้คำนวณเป็นรายปีอยู่ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเปิดตัวมาแล้ว 7 เดือน ตัวเลข 25,000 ล้านดอลลาร์และ 100,000 ล้านดอลลาร์เป็นเป้าหมายภายในสำหรับสิ้นปี พ.ศ. 2569 และปี พ.ศ. 2573 ไม่ใช่รายได้ปัจจุบัน

ทำไมนักโฆษณาถึงใช้เงินเพิ่มไม่ได้ตามที่ต้องการ

Digiday รายงานว่า OpenAI มีปริมาณพื้นที่โฆษณาไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับงบโฆษณาที่นักโฆษณาตกลงจะใช้ไว้แล้ว หมายความว่าความต้องการจากนักโฆษณาตอนนี้มีมากกว่าพื้นที่โฆษณาที่ OpenAI สามารถเสนอได้

OpenAI มีแผนเข้าถึงนักโฆษณารายเล็กอย่างไร ไม่ใช่แค่แบรนด์ใหญ่

Digiday รายงานว่า OpenAI มีแผนขยายออกจากฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ผ่านการเชื่อมต่อกับ Shopify และฟีดสินค้า ควบคู่กับการพึ่งพาพันธมิตรอย่าง Criteo และ Kargo

ธุรกิจไทยขนาดเล็กหรือกลางควรย้ายงบจาก Google หรือ Meta ไปลง ChatGPT ads ตอนนี้หรือไม่

ไม่มีการระบุไว้ในแหล่งข่าว และบทความนี้ไม่ได้แนะนำให้ทำเช่นนั้น เมื่อพิจารณาจากเครื่องมือวัดผลที่ยังไม่พิสูจน์ได้และปริมาณพื้นที่โฆษณาที่ขาดแคลนตามที่ Digiday รายงาน การมองว่า ChatGPT Ads เป็นการทดลองเสริมเล็ก ๆ ควบคู่กับงบ Google Ads หรือ Meta Ads ที่มีอยู่แล้ว โดยไม่แทนที่งบประมาณหลักทั้งสองช่องทางนี้ ถือเป็นแนวทางที่ระมัดระวังกว่าในขณะที่ช่องทางนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเช่นนี้

บริการ ChatGPT Ads ของ Relevant Audience ครอบคลุมการทดลองช่องทางนี้ในระยะเริ่มต้นสำหรับลูกค้าที่ต้องการทดสอบ โดยไม่ต้องดึงงบประมาณออกจากแคมเปญ Google Ads และ Meta Ads ที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น