TikTok Ads กับ Facebook Ads ต่างกันอย่างไร: โครงสร้าง กลุ่มเป้าหมาย Pixel และครีเอทีฟ

TikTok Ads กับ Facebook Ads ต่างกันอย่างไร: โครงสร้าง กลุ่มเป้าหมาย Pixel และครีเอทีฟ

โฆษณา TikTok AdsOctober 19, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • TikTok Ads Manager ใช้โครงสร้าง Campaign > Ad group > Ad ส่วน Meta Ads Manager ใช้ Campaign > Ad set > Ad และทั้งคู่ตั้งกลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่ง งบ และตารางเวลาที่ชั้นกลาง
  • custom audience ของ TikTok ต้องมีผู้ใช้ที่จับคู่ได้ 1,000 คนก่อนนำไปใช้ใน ad group ส่วน Meta สร้าง custom audience ได้สูงสุด 500 กลุ่มต่อบัญชีโฆษณา
  • TikTok ตัดข้อมูลซ้ำระหว่าง Pixel กับ Events API ด้วย event_id เดียวกันภายใน 48 ชั่วโมง ส่วน Meta จับคู่ event_name กับ event_id หรือ event_name กับ external_id หรือ fbp
  • focused view ของ TikTok นับที่ 6 หรือ 15 วินาที ส่วน Meta ซื้อวิวด้วย ThruPlay หรือ 2-second continuous video views ยอดวิวของสองแพลตฟอร์มจึงเทียบกันตรงๆ ไม่ได้

คำตอบสั้นสำหรับคำถาม tiktok ads กับ facebook ads ต่างกันอย่างไร คือ โครงสร้างบัญชีของทั้งสองระบบแทบเหมือนกัน (แคมเปญ ชั้นกลาง และโฆษณา) แต่สิ่งที่ต่างจริงอยู่ที่ตำแหน่งแสดงโฆษณา รูปแบบครีเอทีฟ ประเภทกลุ่มเป้าหมายที่สร้างได้ และวิธีส่งข้อมูล conversion กลับเข้าระบบ TikTok แนะนำวิดีโอแนวตั้ง 9:16 สำหรับโฆษณา In-Feed และมี Spark Ads ที่ใช้โพสต์ออร์แกนิกเป็นโฆษณาได้ ส่วน Facebook Ads ซึ่งจัดการผ่าน Meta Ads Manager กระจายโฆษณาไปทั้ง Facebook, Instagram, Messenger, WhatsApp และ Meta Audience Network พร้อมตัวเลือก custom audience ที่หลากหลายกว่า

บทความนี้เทียบเฉพาะกลไกที่ทั้งสองแพลตฟอร์มเขียนไว้ในศูนย์ช่วยเหลือของตัวเอง ได้แก่ TikTok Business Help Center และ Meta Business Help Center เราจะไม่ใส่ตัวเลข CPM หรือค่าโฆษณาเฉลี่ยใดๆ เพราะราคาในระบบประมูลของทั้งคู่ขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย ช่วงเวลา ครีเอทีฟ และเป้าหมายที่เลือก ตัวเลขกลางที่ยกมาจากที่อื่นจึงใช้ตัดสินใจแทนบัญชีของคุณเองไม่ได้

โครงสร้างแคมเปญ: สามชั้นเหมือนกัน แต่ตั้งค่าคนละจุด

ทั้งสองระบบแบ่งบัญชีเป็นสามระดับ ใน TikTok Ads Manager คือ Campaign, Ad group และ Ad ส่วนใน Meta Ads Manager คือ Campaign, Ad set และ Ad สิ่งที่ต้องรู้คือแต่ละการตั้งค่าอยู่ชั้นไหน

ระดับแคมเปญ

ใน TikTok ระดับแคมเปญคือที่เลือกวัตถุประสงค์ (objective) และงบของแคมเปญ ซึ่งตั้งได้แบบรายวัน แบบตลอดแคมเปญ หรือไม่จำกัด หนึ่งแคมเปญมีได้หลาย ad group ใน Meta ระดับแคมเปญคือที่เลือก ad objective และ buying type ซึ่งกำหนดวิธีคิดเงินและวิธีที่ระบบจัดส่งโฆษณา Meta ระบุว่าผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่ใช้ buying type แบบ Auction

ระดับกลาง: Ad group กับ Ad set

ชั้นกลางคือหัวใจของการจัดส่งโฆษณาทั้งสองฝั่ง ใน TikTok ระดับ ad group ใช้เลือกตำแหน่งแสดงโฆษณา (placements) กลุ่มเป้าหมาย งบและตารางเวลา เป้าหมายการ optimize และวิธีเสนอราคา ใน Meta ระดับ ad set ใช้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งแสดงโฆษณา งบประมาณ (รายวันหรือตลอดช่วง) และตารางเวลา โดยโฆษณาทุกชิ้นใน ad set เดียวกันจะใช้กลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่ง งบ และตารางเวลาชุดเดียวกัน

ระดับโฆษณา

ใน TikTok ระดับโฆษณาคือที่เลือกรูปแบบโฆษณา อัปโหลดวิดีโอหรือรูป ใส่ข้อความ ปุ่ม call to action ชื่อที่แสดง รูปโปรไฟล์ และการติดตามผล ใน Meta ระดับโฆษณาคือที่เลือกรูปแบบ (ภาพหรือวิดีโอเดี่ยว carousel หรือ collection) ใส่ครีเอทีฟ ได้แก่ รูป วิดีโอ ข้อความ หัวข้อ และลิงก์ และเลือก identity คือเพจ Facebook และบัญชี Instagram ที่จะเป็นตัวแทนธุรกิจในโฆษณา

ผลในทางปฏิบัติคือ ถ้าอยากทดสอบกลุ่มเป้าหมายสองชุดภายใต้เป้าหมายเดียวกัน ทั้งสองระบบให้ทำแบบเดียวกัน คือสร้างแคมเปญเดียวแล้วแยกชั้นกลางเป็นสองชุด ตัวอย่างที่ Meta ใช้ในศูนย์ช่วยเหลือคือแคมเปญเพิ่มทราฟฟิกเว็บไซต์หนึ่งแคมเปญ แยก ad set ตามช่วงอายุสองช่วง แต่ละชุดมีโฆษณาของตัวเอง เพื่อดูว่าชุดไหนได้ผลดีกว่า

วัตถุประสงค์โฆษณา: ชื่อคล้าย แต่จัดกลุ่มต่างกัน

TikTok แบ่ง objective เป็นสามกลุ่ม กลุ่ม Awareness มี Reach กลุ่ม Consideration มี Traffic, Video views, Community interaction และ Branded Mission ส่วนกลุ่ม Conversion มี App promotion, Lead generation และ Sales

Meta ใช้ objective แบบย่อหกตัว คือ Awareness, Traffic, Engagement, Leads, App promotion และ Sales Meta จับคู่แต่ละตัวกับ objective แบบเดิมหนึ่งตัวหรือมากกว่า เช่น Awareness รวม Brand awareness, Reach, Video views และ Store traffic ส่วน Sales รวม Conversions และ Catalog sales ใน Meta Ads Manager คุณยังต้องเลือก conversion location (สถานที่ที่อยากให้คนทำ action เช่น เว็บไซต์หรือแอปแชต) และ performance goal (ผลลัพธ์ที่ระบบจะ optimize ให้) ด้วย

จุดที่เห็นความต่างชัดคือการนับยอดวิว TikTok ใช้ objective Video views ที่ optimize เพื่อ focused view โดยนับเมื่อคนดูโฆษณาอย่างน้อย 6 วินาทีหรือ 15 วินาทีตามตัวเลือกที่ตั้ง หรือมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับโฆษณาภายใน 6 วินาทีแรก ส่วน Meta ย้ายการซื้อวิวไปไว้ใต้ Awareness โดยใช้ performance goal เป็น ThruPlay หรือ 2-second continuous video views หรือไว้ใต้ Engagement โดยเลือก engagement type เป็น Video views ตัวเลข "วิว" จากสองแพลตฟอร์มจึงนิยามไม่เท่ากันตั้งแต่ต้น นำมาเทียบกันตรงๆ ไม่ได้

อีกจุดคือแอปแชต ใน Meta ถ้าเป้าหมายคือให้ลูกค้าทักแชต คุณเลือก conversion location เป็น Messenger หรือ WhatsApp ได้ภายใต้ Traffic หรือ Sales เลือกเป็นแอปแชต (messaging apps) ได้ภายใต้ Engagement หรือเลือกเป็น Messenger ได้ภายใต้ Leads ทำให้ธุรกิจที่ปิดการขายในแชตวางแคมเปญรอบช่องทางนี้ได้โดยตรง

กลุ่มเป้าหมายและการ targeting ต่างกันอย่างไร

การเลือกกลุ่มเป้าหมายของทั้งคู่อยู่ที่ชั้นกลาง แต่ประเภทข้อมูลที่ใช้สร้างกลุ่มไม่เท่ากัน

ตัวเลือกพื้นฐาน

ใน TikTok หมวดการ targeting ใน ad group ได้แก่ demographics, audience, interests & behaviors และ device ใน Meta การกำหนดกลุ่มเป้าหมายใน ad set ครอบคลุม demographics, interests, behaviours และ custom audiences

Custom audience

TikTok มีประเภท custom audience เช่น Customer File, Engagement, App Activity, Website Traffic, Lead Generation, Business Account Audience และ Shop Activity เงื่อนไขสำคัญคือ custom audience ต้องมีผู้ใช้ที่จับคู่ได้รวม 1,000 คนก่อนจึงจะนำไปใช้ใน ad group ได้ TikTok ระบุการใช้งานไว้สามแบบ คือ retarget คนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์ ตัดลูกค้าที่เพิ่งซื้อออกเพื่อไม่ให้เสียงบ และใช้เป็นฐานสร้าง lookalike audience เพื่อหาลูกค้าใหม่

Meta มีรายการที่ยาวกว่า แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกมาจากข้อมูลธุรกิจของคุณเอง ได้แก่ Website (ติดตามผ่าน Meta Pixel), App activity, Catalog, Customer list และ Offline activity กลุ่มที่สองมาจากการมีปฏิสัมพันธ์บนแพลตฟอร์มของ Meta ได้แก่ Video, Lead form, Instant Experience, Shopping, Instagram account, Events, Facebook Page และ On-Facebook listings สร้างได้สูงสุด 500 custom audience ต่อบัญชีโฆษณา และยังมีแบบ exclusion-only ที่ใช้ได้เฉพาะการตัดคนออก

Lookalike audience

ทั้งสองระบบสร้าง lookalike จาก custom audience ได้ ใน Meta คุณเลือกช่วงเปอร์เซ็นต์ได้ว่าอยากให้กลุ่มใหม่คล้ายกลุ่มต้นทางแค่ไหน เปอร์เซ็นต์น้อยจะใกล้ต้นทางมาก เปอร์เซ็นต์มากจะได้กลุ่มกว้างขึ้น Meta ยังระบุว่า lookalike ถูกจำกัดหรือใช้ไม่ได้กับโฆษณาบางประเภทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การจ้างงาน และที่อยู่อาศัย ถ้าธุรกิจคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ต้องตรวจเงื่อนไขก่อนวางแผน

ตำแหน่งแสดงโฆษณา: แอปเดียวกับเครือข่ายหลายแอป

ตำแหน่งหลักของ TikTok คือ For You ซึ่งรวม Profile, Following, Friends, TikTok Lite, TikTok for Web และ Mini Drama Feed นอกจากนี้ยังมี Search Feed และ Search Results Page โดยหน้าผลการค้นหาใช้ได้เฉพาะ objective Sales, Website conversions, Lead generation, Traffic และ App promotion ยังมีตำแหน่งนอกแอปหลัก เช่น Lemon8, PineDrama และ TikTok Ad Network (เดิมชื่อ Pangle) ซึ่งแต่ละตำแหน่งเปิดในบางตลาดเท่านั้น

Meta Ads Manager สร้างและเผยแพร่โฆษณาไปยัง Facebook, Instagram, Messenger, WhatsApp และ Meta Audience Network ตัวอย่างตำแหน่งที่ Meta ยกไว้ เช่น Facebook Feed, Instagram Stories และ Messenger Meta แนะนำให้ใช้ Advantage+ placements เมื่อใช้กลยุทธ์ประมูลแบบ highest volume เพราะระบบจะมองหาโอกาสแสดงโฆษณาจากทุกตำแหน่งแล้วเลือกตัวที่ถูกที่สุด เพื่อให้ต้นทุนเฉลี่ยรวมต่ำที่สุด ไม่ได้ทำให้ต้นทุนของแต่ละตำแหน่งต่ำที่สุด Meta จึงเตือนว่า ตำแหน่งที่ต้นทุนเฉลี่ยต่อผลลัพธ์สูงกว่าตำแหน่งอื่น ไม่ได้แปลว่าตำแหน่งนั้นไม่คุ้ม การปิดตำแหน่งตามตัวเลขรายตำแหน่งอาจทำให้ผลรวมแย่ลง

ครีเอทีฟแบบไหนเหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม

ความต่างด้านครีเอทีฟเริ่มจากรายการรูปแบบที่แต่ละระบบให้เลือก

รูปแบบโฆษณาที่เลือกได้

ตอนสร้างโฆษณาใน TikTok Ads Manager คุณเลือกได้สามรูปแบบ คือ Single video, Carousel และ Collection Ads รูปแบบ carousel ใช้รูปหลายภาพให้คนปัดดู TikTok อธิบายว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่มีวิดีโอ หรืออยากนำครีเอทีฟจากแพลตฟอร์มอื่นมาใช้ซ้ำ ใน Meta รูปแบบที่เลือกได้ในระดับโฆษณาคือภาพหรือวิดีโอเดี่ยว carousel และ collection

Spark Ads: ใช้โพสต์ออร์แกนิกเป็นโฆษณา

Spark Ads คือรูปแบบโฆษณาของ TikTok ที่นำโพสต์ออร์แกนิกมาใช้เป็นโฆษณา จะเป็นโพสต์ของบัญชีคุณเอง หรือโพสต์ของครีเอเตอร์คนอื่นก็ได้ถ้าได้รับอนุญาต การอนุญาตทำผ่าน authorization code ที่กำหนดระยะเวลาได้ ยอดวิว คอมเมนต์ แชร์ ไลก์ และผู้ติดตามที่ได้จากการโปรโมตจะนับกลับไปที่โพสต์ต้นฉบับ ข้อนี้ต่างจากโฆษณาที่สร้างขึ้นใหม่ใน Ads Manager โดยตรง

ข้อคิดเรื่องการทำครีเอทีฟ

สเปกโฆษณา In-Feed ของ TikTok แนะนำวิดีโอแนวตั้ง 9:16 และรับวิดีโอแนวนอน 16:9 กับแบบจัตุรัส 1:1 ด้วย TikTok มีแนวทาง safe zone ซึ่งขนาดขึ้นกับสัดส่วนภาพ ความยาวแคปชัน และรูปแบบเสริมที่ใช้ จึงควรตรวจว่าข้อความและภาพสำคัญอยู่ในพื้นที่นั้น ถ้ามีเพียงภาพนิ่ง ทั้งสองระบบมี carousel รองรับ

วัดผลด้วย pixel ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองแพลตฟอร์มใช้โมเดลเดียวกัน คือ pixel ฝั่งเบราว์เซอร์คู่กับ API ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ แต่รายละเอียดการตัดข้อมูลซ้ำต่างกัน

TikTok Pixel และ Events API

TikTok Pixel คือโค้ดที่วางบนเว็บไซต์เพื่อส่ง website events ให้ TikTok ใช้วัดทราฟฟิก วัดผลโฆษณา และ optimize แคมเปญ ข้อมูลที่เก็บรวมถึงรายละเอียดเหตุการณ์ เวลา IP address (ใช้หาตำแหน่งทางภูมิศาสตร์) user agent และคุกกี้ โดย third-party cookies เปิดเป็นค่าเริ่มต้น ส่วน first-party cookies เป็นตัวเลือก TikTok แนะนำ Pixel Helper เพื่อตรวจว่าข้อมูลที่ส่งไม่มีข้อมูลอ่อนไหว

TikTok Events API เป็นการเชื่อมข้อมูลการตลาดของผู้ลงโฆษณาเข้ากับ TikTok รองรับข้อมูลจากเว็บไซต์ แอป หน้าร้าน (offline) และ CRM TikTok ระบุว่าต้องติดตั้ง Pixel หรือ Events API ก่อนจึงจะใช้ objective แบบ Web Conversions ได้ และแนะนำให้ใช้ทั้งสองอย่างคู่กันพร้อม event deduplication เพราะปัญหาการเชื่อมต่อและความต่างของเบราว์เซอร์ทำให้ conversion ที่รายงานผ่าน Pixel ตกหล่นได้

กติกาการตัดซ้ำของ TikTok คือต้องส่ง event_id เดียวกันผ่านทั้ง Pixel และ Events API สำหรับเหตุการณ์ประเภทเดียวกัน หน้าต่างเวลาคือ 48 ชั่วโมง และเมื่อพบว่าซ้ำ ระบบจะเก็บเหตุการณ์แรกที่ได้รับไว้ใช้วัดผลและรายงาน

Meta Pixel และ Conversions API

Meta Pixel คือโค้ดบนเว็บไซต์ที่บันทึกเหตุการณ์ เช่น การเพิ่มสินค้าลงตะกร้าหรือการซื้อ ดูข้อมูลได้ใน Events Manager แล้วนำไปสร้าง custom audience หรือใช้ retarget ใน Ads Manager Meta กำหนดชัดว่าห้ามส่งข้อมูลต้องห้าม เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลการเงิน หรือข้อมูลเด็ก และห้ามวาง Pixel บนเว็บไซต์ที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ

Conversions API ของ Meta สร้างการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ แพลตฟอร์มเว็บไซต์ แอป หรือ CRM กับระบบของ Meta รองรับ website events, app events, offline conversions และ messaging events หลายวิธีติดตั้งไม่ต้องใช้นักพัฒนา การตัดซ้ำของ Meta ต้องมี event_name ตรงกันและ event_id เหมือนกันทั้งสองทาง หรือจับคู่ได้ด้วย event_name ร่วมกับ external_id หรือ fbp

สรุปเชิงปฏิบัติ คือ ถ้าเว็บไซต์ของคุณรันทั้งสองแพลตฟอร์ม ต้องติดตั้งสองชุดแยกกัน และสร้าง event_id ให้ทุกเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่แรก เพื่อให้ทั้งสองระบบตัดข้อมูลซ้ำได้ ถ้าต้องการให้ทีมช่วยวางระบบวัดผลตั้งแต่ต้น ดูได้ที่ บริการ TikTok Ads และ บริการโฆษณา Facebook Ads

ตารางเทียบกลไก TikTok Ads กับ Facebook Ads

ตารางเทียบกลไก TikTok Ads กับ Facebook Ads
หัวข้อTikTok AdsFacebook Ads (Meta)
โครงสร้างCampaign > Ad group > AdCampaign > Ad set > Ad
ObjectiveReach, Traffic, Video views, Community interaction, Branded Mission, App promotion, Lead generation, SalesAwareness, Traffic, Engagement, Leads, App promotion, Sales
รูปแบบโฆษณาSingle video, Carousel, Collection และ Spark Ads จากโพสต์ออร์แกนิกภาพหรือวิดีโอเดี่ยว, Carousel, Collection
Custom audienceต้องมีผู้ใช้ที่จับคู่ได้ 1,000 คนก่อนใช้งานสร้างได้สูงสุด 500 กลุ่มต่อบัญชีโฆษณา
การตัดข้อมูลซ้ำevent_id เดียวกันผ่าน Pixel และ Events API ภายใน 48 ชั่วโมงevent_name และ event_id ตรงกัน หรือ event_name กับ external_id หรือ fbp

ค่าโฆษณาและ CPM เทียบกันได้อย่างไร

เรื่องแพลตฟอร์มไหนถูกกว่า ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้แทนข้อมูลบัญชีของคุณได้ ทั้งสองระบบเป็นการประมูล TikTok ระบุว่าตำแหน่งบน TikTok รองรับการเสนอราคาแบบ CPM, oCPM และ CPC ส่วน Meta ใช้ buying type แบบ Auction เป็นหลัก ราคาที่จ่ายจริงจึงขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย ฤดูกาล ครีเอทีฟ และ objective ที่เลือก

สิ่งที่เทียบได้อย่างยุติธรรมคือ cost per result ของ objective เดียวกัน ภายใต้นิยาม conversion เดียวกัน วัดจากระบบเดียวกัน เช่น ยอดคำสั่งซื้อในหลังบ้านร้านค้าหรือ GA4 ไม่ใช่ตัวเลขที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานเอง เพราะแต่ละระบบมีหน้าต่าง attribution และวิธีนับของตัวเอง CPM ต่ำอย่างเดียวไม่ได้บอกอะไร ถ้าคนที่เห็นโฆษณาไม่ซื้อ

วิธีทดสอบที่ใช้ได้จริงคือแบ่งงบเท่ากันให้ทั้งสองแพลตฟอร์มในช่วงเวลาเดียวกัน ใช้ landing page เดียวกัน และกำหนดล่วงหน้าว่าจะตัดสินด้วยตัวชี้วัดไหน ตัวอย่างสมมติ: ร้านค้าออนไลน์แบ่งงบเดือนแรกครึ่งต่อครึ่ง ทั้งสองแคมเปญใช้ objective Sales ส่งไปหน้าสินค้าเดียวกัน แล้วตัดสินด้วยต้นทุนต่อคำสั่งซื้อจากระบบหลังบ้าน วิธีนี้ให้คำตอบที่ใช้ได้กับธุรกิจคุณ

ควรเริ่มยิงแอด TikTok หรือ Facebook ก่อน

ให้เริ่มจากสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่จากกระแส คำถามสี่ข้อนี้ช่วยตัดสินใจได้

  1. มีวิดีโอแนวตั้งที่ผลิตได้สม่ำเสมอหรือยัง ถ้ายังไม่มี TikTok จะเริ่มยากกว่า เพราะตำแหน่งหลักเป็นฟีดวิดีโอ แม้จะมี carousel ให้ใช้ก็ตาม
  2. ปิดการขายที่ไหน ถ้าการขายเกิดในแชต Meta มี conversion location เป็น Messenger และ WhatsApp ให้เลือกโดยตรง
  3. มีฐานข้อมูลลูกค้าหรือทราฟฟิกเว็บพอสร้าง custom audience หรือยัง TikTok ต้องการผู้ใช้ที่จับคู่ได้ 1,000 คนก่อนใช้งาน ถ้ารายชื่อลูกค้ายังน้อย ให้คาดไว้ว่าการ retarget จะเริ่มได้ช้ากว่า
  4. มีครีเอเตอร์หรือโพสต์ออร์แกนิกที่คนดูเยอะอยู่แล้วหรือไม่ ถ้ามี Spark Ads ช่วยให้นำโพสต์นั้นมาโปรโมตต่อได้โดยยอดมีส่วนร่วมยังนับเข้าโพสต์เดิม

ถ้าตอบข้อ 1 และ 4 ว่ามี TikTok คุ้มที่จะทดสอบก่อน ถ้าข้อ 2 และ 3 ชัดกว่า Facebook มักตั้งต้นได้ง่ายกว่า

ใช้ TikTok Ads กับ Facebook Ads คู่กันอย่างไร

การใช้คู่กันที่ดีคือให้แต่ละแพลตฟอร์มทำงานในจุดที่กลไกของมันเหมาะ ไม่ใช่ยิงโฆษณาชิ้นเดียวกันทั้งสองที่แล้วหวังผล

  • ติดตั้ง TikTok Pixel และ Meta Pixel บนเว็บไซต์เดียวกัน เพื่อให้แต่ละแพลตฟอร์มได้รับ website events จากเว็บไซต์ของคุณ
  • ใช้ website custom audience ของ Meta retarget คนที่เคยเข้าเว็บ รวมถึงคนที่มาจากโฆษณา TikTok ด้วย
  • ใช้ custom audience แบบ Engagement ของ TikTok ไปหาคนที่ดูหรือมีปฏิสัมพันธ์กับวิดีโอแล้ว และทำ lookalike จากกลุ่มนี้เพื่อหาคนใหม่
  • ใส่ UTM ให้ทุกโฆษณาในทั้งสองแพลตฟอร์ม แล้วดูผลรวมใน GA4 เพื่อไม่ให้ conversion เดียวถูกนับสองครั้งจากสองระบบ
  • ตัดลูกค้าที่เพิ่งซื้อออกจากแคมเปญหาลูกค้าใหม่ในทั้งสองฝั่ง ทั้ง TikTok และ Meta รองรับการ exclude ด้วย custom audience

ถ้าต้องการวางแผนโฆษณาโซเชียลหลายแพลตฟอร์มในงบเดียว ดูแนวทางได้ที่ บริการโฆษณาโซเชียลมีเดีย Relevant Social Ads

ความหมายสำหรับตลาดไทย

มีสามเรื่องที่เกี่ยวกับการลงโฆษณาในไทยโดยตรง เรื่องแรกคือตำแหน่งแสดงโฆษณา ศูนย์ช่วยเหลือของ TikTok ระบุว่าตำแหน่ง Lemon8 และ PineDrama เปิดให้ใช้ในตลาดไทย (รวมกับตลาดอื่นอีกหลายประเทศ) ผู้ลงโฆษณาในไทยจึงมีตำแหน่งให้เลือกมากกว่าบางตลาด ควรตรวจในบัญชีของตัวเองว่า objective ที่เลือกรองรับตำแหน่งเหล่านี้หรือไม่

เรื่องที่สองคือการเก็บข้อมูล ทั้ง TikTok Pixel และ Meta Pixel เก็บข้อมูลอย่าง IP address และคุกกี้ เว็บไซต์ที่ให้บริการคนในไทยต้องดูเรื่องความยินยอมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ประกอบด้วย และ Meta ห้ามส่งข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลการเงินผ่าน Pixel ซึ่งเกี่ยวโดยตรงกับคลินิกและธุรกิจการเงิน

เรื่องที่สามคือภาษา ให้ตรวจข้อความภาษาไทยในโฆษณาวิดีโอแนวตั้งบนมือถือจริงก่อนเผยแพร่ และวางไว้ใน safe zone ของ TikTok เพื่อไม่ให้วรรณยุกต์และสระบนล่างถูกส่วนติดต่อของแอปบัง ทั้งในฟีด TikTok และใน Reels หรือ Stories ของ Meta

ถ้าคุณเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่ม อาจเริ่มจากแพลตฟอร์มเดียวที่ตรงกับสินทรัพย์ที่มี แล้วค่อยขยาย แนวทางสำหรับธุรกิจเกิดใหม่ดูได้ที่ บริการการตลาดดิจิทัลสำหรับสตาร์ทอัพ

คำถามที่พบบ่อย

TikTok Ads กับ Facebook Ads ต่างกันอย่างไรในเชิงโครงสร้าง

โครงสร้างแทบเหมือนกัน คือสามชั้น TikTok ใช้ Campaign, Ad group และ Ad ส่วน Meta ใช้ Campaign, Ad set และ Ad โดยทั้งคู่เลือก objective ที่แคมเปญ และตั้งกลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่ง งบ และตารางเวลาที่ชั้นกลาง

แพลตฟอร์มไหนค่าโฆษณาถูกกว่า

ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะทั้งสองเป็นระบบประมูลและราคาขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย ครีเอทีฟ และ objective วิธีที่ใช้ได้คือทดสอบงบเท่ากันในช่วงเวลาเดียวกัน แล้ววัดต้นทุนต่อผลลัพธ์จากระบบหลังบ้านของคุณเอง

ใช้วิดีโอชิ้นเดียวกันลงทั้งสองแพลตฟอร์มได้ไหม

ได้ ถ้าวิดีโอตรงตามสเปกของแต่ละแพลตฟอร์ม TikTok แนะนำวิดีโอแนวตั้ง 9:16 สำหรับโฆษณา In-Feed และรับแบบแนวนอน 16:9 กับจัตุรัส 1:1 ด้วย ถ้าวางแผนจะใช้ซ้ำ จึงควรเริ่มจากเวอร์ชันแนวตั้ง

ต้องติดตั้ง pixel ทั้งสองตัวไหม

ต้อง ถ้ายิงโฆษณาทั้งสองแพลตฟอร์มไปที่เว็บไซต์ เพราะแต่ละระบบ optimize จากข้อมูลของตัวเองเท่านั้น และควรเพิ่ม Events API ของ TikTok กับ Conversions API ของ Meta พร้อมส่ง event_id เพื่อให้ตัดข้อมูลซ้ำได้

Spark Ads คืออะไร และต่างจากโฆษณาปกติอย่างไร

Spark Ads ใช้โพสต์ออร์แกนิกของคุณหรือของครีเอเตอร์ที่อนุญาตผ่าน authorization code ยอดวิว คอมเมนต์ แชร์ ไลก์ และผู้ติดตามที่ได้จากการโปรโมตจะนับกลับไปที่โพสต์ต้นฉบับ ขณะที่โฆษณาที่สร้างใหม่ใน Ads Manager ไม่ได้ผูกกับโพสต์ออร์แกนิกแบบนี้

ถ้าต้องการให้ทีมช่วยตัดสินใจว่าควรเริ่มที่แพลตฟอร์มไหน และวางระบบวัดผลให้ทั้งสองฝั่งตั้งแต่วันแรก ติดต่อทีมผ่านหน้า บริการ TikTok Ads ได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น