gmv max คือ อะไร คู่มือ TikTok GMV Max ตั้งเป้า ROI และควบคุมอะไรได้บ้าง

gmv max คือ อะไร คู่มือ TikTok GMV Max ตั้งเป้า ROI และควบคุมอะไรได้บ้าง

โฆษณา TikTok AdsOctober 17, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • GMV Max มีสองแบบ Product GMV Max เลือกสินค้า ครีเอทีฟ และตำแหน่งแสดงผลเอง ส่วน LIVE GMV Max ดันทราฟฟิกเข้าห้องไลฟ์ของบัญชีที่เลือก
  • ถ้าเลือกโปรโมตทุกสินค้าใน Product GMV Max โฆษณา VSA และ PSA ทั้งหมดในทุกบัญชีโฆษณาจะถูกปิด ถ้าเลือกบางสินค้าจะปิดเฉพาะของสินค้านั้น
  • โหมด Target ROI ใช้งบเมื่อทำเป้า ROI ได้เท่านั้น ส่วน Max delivery ใช้งบให้หมดและปล่อยให้ ROI ขึ้นลงได้
  • ไทยเป็นตลาดที่รองรับทั้งสองแบบตามคู่มือ TikTok Ads Manager (Product อัปเดตมิถุนายน 2569, LIVE อัปเดตมีนาคม 2569)
  • ROI protection เริ่ม 25 กุมภาพันธ์ 2569 อาจให้เครดิตโฆษณาเมื่อ ROI ต่ำกว่า 90% ของเป้ารายวันและมีออร์เดอร์มากกว่า 20 รายการในวันนั้น

GMV Max คือแคมเปญโฆษณาอัตโนมัติของ TikTok สำหรับร้านค้าบน TikTok Shop ที่ระบบจะเลือกสินค้า ครีเอทีฟ และตำแหน่งแสดงผลให้เอง โดยตั้งเป้าที่ ROI รวมของทั้งร้าน ผู้ลงโฆษณากำหนดหลัก ๆ แค่สินค้าที่จะโปรโมต เป้า ROI งบรายวัน และวันเริ่ม ส่วนกลุ่มเป้าหมาย ราคาประมูล และการเปิดปิดโฆษณาแต่ละตัวเป็นหน้าที่ของระบบ

บทความนี้อธิบายว่า gmv max คืออะไรในฝั่ง TikTok ต่างจากฟีเจอร์ชื่อเดียวกันของ Shopee ตรงไหน มีกี่แบบ ตั้งค่าอย่างไร ควบคุมอะไรได้บ้าง และควรวัดผลอย่างไร ข้อมูลกลไกทั้งหมดอ้างอิงจากศูนย์ช่วยเหลือ TikTok Ads และบล็อก TikTok for Business ที่ตรวจสอบในเดือนตุลาคม 2569 ถ้ารายละเอียดข้อไหนเอกสารของ TikTok ไม่ได้ระบุ บทความจะบอกไว้ตรง ๆ

GMV Max บน TikTok คืออะไร ต่างจาก Shopee GMV Max ยังไง

ศูนย์ช่วยเหลือ TikTok Ads นิยาม GMV Max ว่าเป็นแคมเปญประเภทอัตโนมัติที่ปรับให้ได้ ROI รวมทุกช่องทาง (total channel ROI) ของ TikTok Shop คำว่า "ทุกช่องทาง" สำคัญ เพราะระบบใช้สัญญาณจากทั้งทราฟฟิกออร์แกนิกและทราฟฟิกจากโฆษณา ไม่ได้มองเฉพาะคลิกที่จ่ายเงิน ระบบจะสร้างโฆษณาจากครีเอทีฟที่มีอยู่ทั้งหมด หยุดโฆษณาที่ไม่ได้ผล เลือกครีเอทีฟที่ทำผลงานดี และปรับกลุ่มเป้าหมายให้เอง

GMV ย่อมาจาก Gross Merchandise Value หรือมูลค่ายอดขายสินค้ารวม ชื่อนี้จึงบอกเป้าหมายของแคมเปญอยู่แล้ว คือดันยอดขายรวมให้ได้มากที่สุดภายใต้เป้า ROI ที่ผู้ขายตั้ง

ตำแหน่งแสดงผลที่ GMV Max ใช้ ตามหน้าช่วยเหลือ "About Product GMV Max" คือทุกตำแหน่งที่ซื้อของได้ ได้แก่ ฟีด TikTok หน้าค้นหา แท็บ TikTok Shop และ TikTok Ad Network (ชื่อเดิม TikTok Pangle) ผู้ลงโฆษณาไม่ได้เลือกตำแหน่งเอง

Shopee GMV Max เป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง

Shopee ก็มีฟีเจอร์โฆษณาที่ใช้ชื่อ GMV Max อยู่ใน Shopee Ads แต่เป็นคนละระบบกันทั้งหมด Shopee GMV Max ทำงานบนทราฟฟิกในแอป Shopee ใช้บัญชี งบ การตั้งค่า และรายงานของ Shopee ส่วน TikTok GMV Max ทำงานบนทราฟฟิกวิดีโอ LIVE และหน้าค้นหาของ TikTok ใช้ TikTok Ads Manager หรือ Seller Center ของ TikTok Shop สองตัวนี้มีชื่อเหมือนกันและมีเป้าหมายคล้ายกันคือดันยอดขายด้วยระบบอัตโนมัติ แต่ไม่ได้แชร์ข้อมูล งบ หรือการวัดผลกันเลย ตัวเลข ROI จากสองแพลตฟอร์มจึงเอามาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะแต่ละแพลตฟอร์มนับยอดขายที่มาจากโฆษณาด้วยกติกาของตัวเอง ร้านที่ขายทั้งสองที่ควรมองแยกเป็นสองแคมเปญที่มีงบและเป้าหมายของตัวเอง ถ้าต้องการวางแผนโฆษณาฝั่ง Shopee โดยเฉพาะ ดูเพิ่มเติมได้ที่ บริการโฆษณา Shopee Ads

อีกเรื่องที่มักสับสนคือ GMV Max ไม่ใช่ Performance Max ของ Google แม้แนวคิดจะคล้ายกันที่ให้ระบบเลือกตำแหน่งและครีเอทีฟเอง แต่ Performance Max ใช้กับเครือข่ายของ Google ส่วน GMV Max ผูกกับสินค้าใน TikTok Shop เท่านั้น ถ้าร้านไม่มี TikTok Shop ก็ใช้ GMV Max ไม่ได้

ใช้กับ TikTok Shop แบบไหน: Product GMV Max กับ LIVE GMV Max

TikTok แบ่ง GMV Max เป็นสองแบบ ซึ่งตั้งค่าแยกกันและตอบโจทย์ต่างกัน

Product GMV Max

Product GMV Max ให้ระบบเลือกสินค้า ครีเอทีฟ และตำแหน่งแสดงผลที่น่าจะทำให้เกิดการซื้อมากที่สุด ผู้ขายเลือกได้ว่าจะโปรโมตสินค้าทั้งหมดในร้าน หรือเลือกเฉพาะบางรายการ จุดที่ต้องรู้ก่อนกดคือผลต่อแคมเปญเดิม ตามคู่มือการสร้างแคมเปญของ TikTok ถ้าเลือกโปรโมตทุกสินค้า ระบบจะปิดโฆษณา Video Shopping Ads (VSA) และ Product Shopping Ads (PSA) ทั้งหมดในทุกบัญชีโฆษณา ถ้าเลือกเฉพาะบางสินค้า ระบบจะปิด VSA และ PSA ของสินค้านั้นในทุกบัญชีโฆษณา ร้านที่ยังมีแคมเปญ VSA หรือ PSA ที่ทำงานดีอยู่ควรจดตัวเลขเดิมไว้ก่อน เพื่อเอามาเทียบหลังเปลี่ยน

LIVE GMV Max

LIVE GMV Max ใช้ดันทราฟฟิกเข้าห้องไลฟ์ โดยตั้งเป้าให้ได้ยอดขายรวมสูงสุดจากการไลฟ์ ตอนสร้างแคมเปญต้องเลือก LIVE identity คือบัญชี TikTok ที่เป็นเจ้าของไลฟ์ แล้วตั้งเป้า ROI ของไลฟ์ งบรายวัน และตารางเวลา ก่อนสร้างต้องปิดแคมเปญ LIVE Shopping Ads หรือ LIVE GMV Max ที่ยังทำงานอยู่ก่อน งบที่ระบบแนะนำสำหรับ LIVE คำนวณจากผลงานไลฟ์ที่ผ่านมาของบัญชี และแก้ไขได้หลังแคมเปญเริ่มแล้ว เพราะงบที่แนะนำคำนวณจากผลงานไลฟ์ที่ผ่านมา ร้านที่ไลฟ์เป็นประจำจึงมีข้อมูลให้ระบบใช้มากกว่า ร้านที่วางแผนไลฟ์เป็นระบบอ่านต่อได้ที่ ไลฟ์คอมเมิร์ซ

เงื่อนไขก่อนเริ่ม

คู่มือของ TikTok ระบุสิ่งที่ต้องมีก่อนสร้าง Product GMV Max ไว้ดังนี้

  • เชื่อม TikTok Shop เข้ากับ Business Center
  • บัญชีโฆษณาต้องได้รับสิทธิ์ GMV Max authorization ของร้านนั้น ตรวจได้ใน Business Center หรือ Seller Center
  • ผู้สร้างต้องมีสิทธิ์ Admin หรือ Advertising Manager ของร้าน
  • เอาสินค้าออกจากแคมเปญ VSA, PSA หรือ GMV Max ที่ยังทำงานอยู่ หรือปิดแคมเปญเหล่านั้นก่อน

ถ้าเอเจนซีเป็นคนดูแลแทนร้าน ต้องมีสิทธิ์ ad promotion access ของร้านใน Business Center ต้องได้ GMV Max authorization และต้องมีสิทธิ์ operator หรือ admin ในบัญชีโฆษณา ถ้าปุ่ม "Create GMV Max ads" กดไม่ได้ คู่มือให้ตรวจว่าสิทธิ์ครบหรือยัง และบัญชีได้รับ authorization แล้วหรือยัง

ขั้นตอนตั้งค่า Product GMV Max ใน TikTok Ads Manager

ลำดับการตั้งค่าตามหน้าช่วยเหลือของ TikTok (อัปเดตมิถุนายน 2569) มีดังนี้

  1. ล็อกอิน TikTok Ads Manager แล้วกดเมนู GMV Max ด้านบนแดชบอร์ด
  2. เลือก TikTok Shop ที่จะโปรโมต ถ้าร้านอยู่ในหลาย Business Center ให้เลือกอันที่มีบัญชีโฆษณาและบัญชี TikTok ของเรา แล้วกด Next
  3. กด Create GMV Max ads แล้วเลือก Promote products
  4. เลือก Promote all products หรือกด Add product เพื่อเลือกเฉพาะบางสินค้า
  5. ในส่วน Optimization goal ตั้งเป้า ROI จะใช้ค่าที่ระบบแนะนำหรือกรอกเองก็ได้
  6. ตั้งงบรายวัน ใช้ค่าที่แนะนำหรือกำหนดเองก็ได้
  7. เลือกวันและเวลาเริ่ม แคมเปญจะทำงานต่อเนื่องหลังเวลาเริ่ม
  8. กด Publish

บล็อก TikTok for Business ระบุด้วยว่าสร้าง GMV Max ได้ทั้งจาก TikTok Ads Manager และ Seller Center และไม่มีจำนวนครีเอทีฟขั้นต่ำสำหรับการเริ่มแคมเปญ

ตั้งเป้า ROI ยังไง

การตั้งเป้า ROI เป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดของ GMV Max เพราะเป็นตัวกำหนดว่าระบบจะใช้เงินเร็วแค่ไหน TikTok มีโหมดการปรับให้เหมาะสมสองแบบ

Target ROI

โหมด Target ROI เหมาะกับผู้ขายที่ต้องการ ROI ที่คงที่หรือคาดการณ์ได้ TikTok แนะนำให้ใช้เป็นแคมเปญที่เปิดไว้ตลอด หน้าช่วยเหลือเรื่อง Max delivery อธิบายว่าในโหมดนี้งบจะถูกใช้ก็ต่อเมื่อเป้า ROI ทำได้ ผลที่ตามมาคือถ้าตั้งเป้าสูงเกินไป แคมเปญอาจใช้งบได้น้อยมาก เพราะระบบหาคำสั่งซื้อที่คุ้มตามเป้าไม่เจอ ถ้าตั้งต่ำไป ระบบจะใช้เงินง่ายขึ้นแต่กำไรต่อออร์เดอร์บางลง

Max delivery

โหมด Max delivery พยายามใช้งบให้หมดและดันยอดขายรวมกับการแสดงผลให้มากที่สุดในช่วงเวลาที่เลือก เหมาะกับช่วงที่ยอดขายสำคัญกว่า ROI เช่น วันแคมเปญใหญ่หรือการระบายสต็อก TikTok เตือนว่า ROI ในโหมดนี้จะขึ้นลงมากกว่า และต่อให้ใช้เงินเท่ากัน ROI ก็อาจไม่เท่ากับโหมด Target ROI ใน LIVE GMV Max โหมดนี้ใช้กับทั้งแคมเปญ ส่วนใน Product GMV Max ใช้เป็นรายสินค้า

คำแนะนำจากหน้า best practices ของ TikTok มีดังนี้

  • สินค้าหรือร้านใหม่ เริ่มด้วย Max delivery 3-5 วัน ดูค่าโฆษณา GMV และ ROI โดยตั้งงบรายวันอย่างน้อย 10 เท่าของมูลค่าออร์เดอร์เฉลี่ย (AOV)
  • ถ้า ROI ไม่ถึงที่ต้องการ ให้เพิ่มสินค้าหรือครีเอทีฟ แล้วลดงบ หรือกลับไปใช้ Target ROI
  • ถ้า ROI เป็นไปตามคาดหลัง 5-7 วัน จะใช้ Max delivery ต่อแล้วเพิ่มงบทีละประมาณ 30% ต่อวัน หรือเปลี่ยนเป็น Target ROI เพื่อผลที่นิ่งกว่าก็ได้
  • ช่วงโปรโมชันใหญ่ ตั้งงบ Max delivery ที่ 1-5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริงต่อวันในโหมด Target ROI ถ้าเกิน 5 เท่า TikTok เตือนว่า ROI อาจลดลงแรงและยอดขายส่วนเพิ่มอาจไม่คุ้ม

ตัวอย่างการคิดเป้า ROI (ตัวเลขสมมุติ)

เอกสาร TikTok ที่ตรวจสอบไม่ได้ให้สูตรคำนวณเป้า ROI ไว้ ตัวอย่างนี้จึงเป็นวิธีคิดฝั่งผู้ขายเอง และควรเช็กกับคำนิยาม ROI ที่แสดงในบัญชี Ads Manager ของตัวเองก่อนใช้ สมมุติร้านขายเซรั่มราคา 500 บาท ต้นทุนสินค้า ค่าแพ็ก ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และค่าคอมมิชชันแอฟฟิลิเอตรวมกันเป็น 300 บาท เหลือกำไรก่อนค่าโฆษณา 200 บาทต่อชิ้น ถ้ามอง ROI เป็นยอดขายรวมหารด้วยค่าโฆษณา จุดคุ้มทุนคือ 500 ÷ 200 = 2.5 แปลว่าถ้า ROI ต่ำกว่า 2.5 ทุกออร์เดอร์ที่มาจากโฆษณาจะขาดทุน ถ้าร้านต้องการกำไรหลังโฆษณาราว 100 บาทต่อชิ้น ค่าโฆษณาต่อชิ้นต้องไม่เกิน 100 บาท เป้า ROI จึงควรอยู่ราว 500 ÷ 100 = 5 ตัวเลขนี้เป็นจุดตั้งต้น ส่วนค่าที่ระบบแนะนำอาจต่ำหรือสูงกว่านี้ก็ได้ ผู้ขายควรรู้จุดคุ้มทุนของตัวเองก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะรับค่าแนะนำหรือไม่

ข้อควรระวังเรื่องการเปลี่ยนเป้าบ่อย ฟีเจอร์ ROI protection (อธิบายด้านล่าง) จะไม่คุ้มครองวันที่มีการขึ้นเป้า ROI ด้วยมือใน Product GMV Max หรือวันที่ลดเป้ามากกว่าหนึ่งครั้ง การปรับทีละน้อยแล้วรอดูผลจึงปลอดภัยกว่า

ควบคุมอะไรได้ และอะไรที่ควบคุมไม่ได้

GMV Max ตัดการตั้งค่าหลายอย่างที่คนทำโฆษณาคุ้นเคยออกไป สิ่งที่ผู้ขายยังกำหนดได้มีดังนี้

  • สินค้าที่จะโปรโมต ทั้งร้านหรือเฉพาะบางรายการ
  • เป้า ROI งบรายวัน และวันเวลาเริ่ม
  • การใช้ Max delivery เป็นรายสินค้าใน Product GMV Max
  • บัญชี TikTok ที่ใช้ไลฟ์ใน LIVE GMV Max
  • แหล่งวิดีโอและการตัดวิดีโอบางตัวออกจากทราฟฟิกที่จ่ายเงิน

สิ่งที่ระบบเป็นผู้ตัดสินใจ ได้แก่ กลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งแสดงผล การสร้างและหยุดโฆษณาแต่ละตัว และการเลือกว่าครีเอทีฟตัวไหนได้งบมากกว่า ร้านที่เคยแยกแคมเปญตามกลุ่มอายุหรือความสนใจจะทำแบบนั้นใน GMV Max ไม่ได้

การตัดครีเอทีฟออก

หน้าช่วยเหลือเรื่อง bulk creative exclusion filters ระบุว่าตัดวิดีโอออกจากทราฟฟิกที่จ่ายเงินของ Product GMV Max ได้สูงสุด 200 วิดีโอ ใช้ได้กับแคมเปญที่เลือกวิดีโอแบบอัตโนมัติ (autoselect) ตัวกรองมีสามแบบคือคำในแคปชัน วันที่โพสต์ และชื่อบัญชีแอฟฟิลิเอต ใช้ร่วมกันได้ ตัวกรองมีผลกับโพสต์ที่ได้รับอนุญาตและโพสต์แอฟฟิลิเอต ไม่มีผลกับโพสต์แบบ customized

ข้อจำกัดที่ต้องรู้คือวิดีโอที่ถูกตัดออกยังอาจแสดงในทราฟฟิกออร์แกนิกได้ ถ้าต้องการเอาออกจริงต้องลบวิดีโอจากบัญชี หรือเอาบัญชีนั้นออกจากการร่วมงานแอฟฟิลิเอต การตัดวิดีโอยังปิด Creative Boost ที่ใช้วิดีโอนั้นอยู่ และ TikTok เตือนว่าการตัดครีเอทีฟอาจทำให้ผลแคมเปญแย่ลง เพราะระบบใช้ครีเอทีฟทั้งหมดในการหายอดขาย เครื่องมือนี้จึงเหมาะกับการตัดวิดีโอที่มีปัญหา เช่น ราคาเก่า โปรที่หมดแล้ว หรือคำกล่าวอ้างที่แบรนด์ไม่อนุมัติ มากกว่าใช้เพื่อเลือกเฉพาะคลิปที่ชอบ

ใช้ครีเอทีฟจากไหน: แอฟฟิลิเอตและครีเอเตอร์

บล็อก TikTok for Business อธิบายว่า GMV Max ดึงครีเอทีฟที่มีทั้งหมดมาใช้ในแคมเปญเดียว ทั้งวิดีโอออร์แกนิกของร้าน วิดีโอโฆษณา และโพสต์ของแอฟฟิลิเอต หน้าช่วยเหลือ 'About GMV Max campaigns' ระบุเพิ่มว่าระบบใช้รายละเอียดสินค้า วิดีโอ และหน้าลิสติ้งสร้างเนื้อหาโฆษณาได้ด้วย

สำหรับวิดีโอแอฟฟิลิเอต หน้า "About Product GMV Max" ระบุว่าวิดีโอแอฟฟิลิเอตที่ได้รับอนุญาตและมีสินค้าที่เลือกไว้จะถูกดึงเข้าแคมเปญอัตโนมัติ โดยต้องตั้งแหล่งวิดีโอเป็น "Affiliate post" ถ้าวิดีโอที่ต้องการไม่ขึ้นมา ให้ขอสิทธิ์จากครีเอเตอร์ หรือขอโค้ดวิดีโอ (video code) แล้วเลือกแหล่งเป็น "TikTok post"

เรื่องป้ายกำกับ วิดีโอแอฟฟิลิเอตที่มีสินค้าในแคมเปญ GMV Max จะได้รับป้าย commercial content ส่วนเนื้อหาออร์แกนิกของแบรนด์เอง TikTok ให้เปิดการตั้งค่า content disclosure เพื่อติดป้ายเอง

ในทางปฏิบัติ คุณภาพของแคมเปญขึ้นกับคลังวิดีโอที่ระบบมีให้เลือก ร้านที่มีวิดีโอน้อยหรือมีแต่ภาพนิ่งจะให้ระบบทดลองได้น้อย สิ่งที่ผู้ขายลงมือได้คือทำวิดีโอสินค้าเองอย่างสม่ำเสมอ ชวนแอฟฟิลิเอตให้อนุญาตใช้โพสต์ และทำบรีฟให้ครีเอเตอร์ระบุราคา โปร และวิธีใช้ให้ถูกต้อง เพราะวิดีโอที่ข้อมูลผิดจะถูกนำไปโปรโมตด้วยเงินของร้าน

วัดผลยังไง

ตามหน้าช่วยเหลือ ออร์เดอร์ทั้งหมดของสินค้าที่โปรโมตใน Product GMV Max จะนับเข้าแคมเปญ รวมถึงออร์เดอร์จากเนื้อหาออร์แกนิกและออร์เดอร์จากแอฟฟิลิเอต แล้วแสดงในแดชบอร์ด GMV Max ใน Seller Center ส่วนสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในแคมเปญ ยอดขายจะไม่ถูกนับเข้า GMV Max

ผลที่ตามมาคือ ROI ที่แดชบอร์ดแสดงเป็นมุมมองของทั้งช่องทาง ไม่ได้แยกว่ายอดไหนเกิดเพราะโฆษณาจริง ร้านที่มียอดออร์แกนิกสูงอยู่แล้วอาจเห็น ROI สวยกว่าความเป็นจริงของเงินโฆษณาส่วนเพิ่ม วิธีตรวจแบบง่ายคือเทียบยอดขายรวมของร้านช่วงก่อนและหลังเปิดแคมเปญ ในช่วงที่ไม่มีโปรโมชันใหญ่มาปน ถ้า ROI ในแดชบอร์ดสูงแต่ยอดรวมของร้านแทบไม่ขยับ แปลว่าแคมเปญอาจกำลังรับเครดิตจากยอดที่จะเกิดอยู่แล้ว

สิ่งที่ควรดูประจำ ได้แก่ ค่าโฆษณา GMV และ ROI รายวัน ผลรายวิดีโอ (วิดีโอที่ถูกตัดออกจะยังแสดงในรายงานพร้อมสถานะ "Excluded") และกำไรหลังหักค่าคอมมิชชัน คูปอง และค่าธรรมเนียม ซึ่งต้องคำนวณเองนอกแดชบอร์ด บล็อกของ TikTok ยังระบุว่า Ads Manager ให้คะแนนแคมเปญเป็น Good, Fair หรือ Poor ซึ่งใช้เป็นสัญญาณเบื้องต้นได้

ROI protection

หน้าช่วยเหลือของ TikTok (อัปเดตกันยายน 2569) อธิบายว่า ROI protection จะให้เครดิตโฆษณาอัตโนมัติเมื่อ ROI ของแคมเปญต่ำกว่าเกณฑ์ ทั้งที่ทำตามแนวทางของ GMV Max ครอบคลุมแคมเปญที่สร้างจาก Seller Center, แอป Seller Center และ TikTok Ads Manager ตั้งแต่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 แคมเปญอาจเข้าเงื่อนไขเมื่อ ROI ต่ำกว่า 90% ของเป้า ROI รายวัน และมีออร์เดอร์มากกว่า 20 รายการในวันนั้น

วันที่ไม่ได้รับความคุ้มครองมีหลายกรณี เช่น วันที่แก้ไขสินค้าในแคมเปญ วันที่หยุดหรือลบแคมเปญ แคมเปญที่ใช้ Max delivery งบ Creative Boost และงบ LIVE viewer boost ร้านหรือบัญชีที่ถูกระงับ ใน LIVE GMV Max วันที่เปลี่ยนเป้า ROI ด้วยมือมากกว่าสองครั้งจะไม่ได้รับความคุ้มครอง ดูสถานะได้จากคอลัมน์ ROI protection ในรายการแคมเปญ แคมเปญที่เข้าเงื่อนไขจะขึ้นป้าย "ROI protected" และดูประวัติย้อนหลังได้ 60 วัน หน้าช่วยเหลือนี้ไม่ได้ระบุรายชื่อประเทศที่ใช้ได้ ผู้ขายในไทยจึงควรเช็กในคอลัมน์ของบัญชีตัวเอง

ROI protection
หัวข้อProduct GMV MaxLIVE GMV Max
สิ่งที่โปรโมตสินค้าทั้งร้านหรือบางรายการห้องไลฟ์ของบัญชี TikTok ที่เลือก
สิ่งที่ผู้ขายตั้งค่าสินค้า เป้า ROI งบรายวัน วันเริ่มLIVE identity เป้า ROI ของไลฟ์ งบรายวัน ตารางเวลา
ระดับที่ใช้ Max deliveryรายสินค้าทั้งแคมเปญ
สิ่งที่ต้องปิดก่อนสร้างVSA, PSA หรือ GMV Max ของสินค้านั้นLIVE Shopping Ads หรือ LIVE GMV Max ที่ทำงานอยู่

เหมาะกับร้านแบบไหน

TikTok บอกว่า GMV Max ออกแบบมาสำหรับผู้ลงโฆษณา TikTok Shop ทุกราย และสินค้าทุกชิ้นโปรโมตได้ ไม่ว่ายอดขายตั้งต้นหรือจำนวนครีเอทีฟจะมากน้อยแค่ไหน แต่การที่ใช้ได้ไม่ได้แปลว่าจะคุ้มเสมอ ร้านที่มีแนวโน้มได้ผลดีมักมีลักษณะเหล่านี้

  • มีมาร์จิ้นพอให้ตั้งเป้า ROI ที่ระบบหาออร์เดอร์ได้จริง
  • มีวิดีโอสินค้าหลายแบบ หรือมีแอฟฟิลิเอตที่โพสต์และอนุญาตให้ใช้คลิปอยู่แล้ว
  • มีสต็อกพอรองรับถ้ายอดขายเพิ่มเร็ว
  • ไลฟ์ขายเป็นประจำ (สำหรับ LIVE GMV Max)

ร้านที่ควรระวังคือร้านที่มาร์จิ้นบางมาก ร้านที่ราคาสินค้าเปลี่ยนบ่อยจนวิดีโอเก่ามีราคาผิด และแบรนด์ที่ต้องคุมข้อความโฆษณาเข้มงวด เพราะระบบดึงวิดีโอแอฟฟิลิเอตมาใช้อัตโนมัติ ส่วนธุรกิจที่ขายผ่านเว็บไซต์ของตัวเองและไม่มี TikTok Shop ต้องใช้แคมเปญประเภทอื่นของ TikTok แทน

อีกเรื่องที่ควรติดตาม TikTok ประกาศในงาน Advertising Week วันที่ 5 ตุลาคม 2569 และบล็อก GMV Max ระบุว่าระบบนำต้นทุนอย่างค่าคอมมิชชันแอฟฟิลิเอต คูปอง และค่าธรรมเนียม (referral fees) มาคิดในการปรับแคมเปญ เพื่อให้ผู้ขายปรับตาม ROI ที่สะท้อนกำไรจริงมากขึ้น เอกสารของ TikTok ไม่ได้ระบุว่าใช้กับร้านในไทยอย่างไรและเมื่อไร จึงควรตรวจวิธีคำนวณ ROI ใน Ads Manager ของคุณเองก่อนนำไปใช้ตั้งเป้า ROI

GMV Max ในตลาดไทย

ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อตลาดที่รองรับทั้งสองแบบ คู่มือ Product GMV Max ใน Ads Manager (อัปเดตมิถุนายน 2569) ระบุตลาดที่รองรับคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ส่วนคู่มือ LIVE GMV Max (อัปเดตมีนาคม 2569) ระบุอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ เงื่อนไขคือประเทศที่ร้านดำเนินการต้องเป็นตลาดที่รองรับ

สำหรับร้านไทยที่ขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน เช่น TikTok Shop คู่กับ Shopee หรือ Lazada ข้อแนะนำคือคำนวณจุดคุ้มทุนแยกต่อแพลตฟอร์ม เพราะค่าธรรมเนียม ค่าคอมมิชชัน และโปรโมชันของแต่ละที่ไม่เท่ากัน เป้า ROI ที่คุ้มบน Shopee จึงอาจไม่คุ้มบน TikTok Shop การวางงบรวมข้ามช่องทางเป็นเรื่องของ การตลาดอีคอมเมิร์ซ ทั้งระบบ ไม่ใช่การตั้งค่าในแคมเปญเดียว

เรื่องครีเอทีฟภาษาไทย ระบบจะใช้วิดีโอที่ร้านและแอฟฟิลิเอตทำไว้ ร้านจึงควรตรวจคลิปที่มีราคา โปร หรือคำกล่าวอ้างด้านสุขภาพและความงามที่อาจขัดกับกฎโฆษณา แล้วตัดออกด้วยตัวกรองก่อนเพิ่มงบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GMV Max

GMV Max คืออะไรในประโยคเดียว

GMV Max คือแคมเปญโฆษณาอัตโนมัติของ TikTok Shop ที่เลือกสินค้า ครีเอทีฟ และตำแหน่งแสดงผลเอง โดยตั้งเป้าที่ ROI รวมของร้าน มีสองแบบคือ Product GMV Max สำหรับสินค้า และ LIVE GMV Max สำหรับการไลฟ์

TikTok GMV Max ใช้ในประเทศไทยได้ไหม

ใช้ได้ ไทยอยู่ในรายชื่อตลาดที่รองรับทั้ง Product GMV Max และ LIVE GMV Max ตามคู่มือการสร้างแคมเปญใน TikTok Ads Manager โดยร้านต้องดำเนินการในตลาดที่รองรับและเชื่อมกับ Business Center แล้ว

เปิด GMV Max แล้วแคมเปญ VSA กับ PSA เดิมจะเป็นอย่างไร

ระบบจะปิดให้อัตโนมัติ ถ้าเลือกโปรโมตทุกสินค้า VSA และ PSA ทั้งหมดในทุกบัญชีโฆษณาจะถูกปิด ถ้าเลือกบางสินค้า จะปิดเฉพาะของสินค้านั้น

ตั้งเป้า ROI เท่าไรดี

ควรเริ่มจากจุดคุ้มทุนของสินค้าตัวเอง ไม่ใช่ตัวเลขกลางของตลาด คำนวณกำไรต่อชิ้นหลังหักต้นทุน ค่าธรรมเนียม และค่าคอมมิชชัน แล้วหาว่าใช้ค่าโฆษณาต่อชิ้นได้เท่าไร จากนั้นค่อยเทียบกับค่าที่ระบบแนะนำ

Shopee GMV Max กับ TikTok GMV Max ใช้แทนกันได้ไหม

ไม่ได้ เป็นคนละผลิตภัณฑ์บนคนละแพลตฟอร์ม ใช้บัญชี งบ และรายงานแยกกัน ร้านที่ขายทั้งสองที่ต้องตั้งค่าและวัดผลแยกกัน

ถ้าร้านของคุณกำลังจะย้ายจาก VSA หรือ PSA มาใช้ GMV Max หรืออยากให้ช่วยดูว่าเป้า ROI ที่ตั้งไว้คุ้มกับมาร์จิ้นจริงหรือเปล่า ทีม บริการโฆษณา TikTok Ads ช่วยวางโครงสร้างแคมเปญ ตรวจคลังครีเอทีฟ และตั้งระบบวัดผลกำไรให้ได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น