TikTok Business Center คืออะไร วิธีสร้าง เพิ่มบัญชี และแชร์สิทธิ์

TikTok Business Center คืออะไร วิธีสร้าง เพิ่มบัญชี และแชร์สิทธิ์

โฆษณา TikTok AdsOctober 25, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • ผู้ใช้ TikTok for Business หนึ่งคนสร้าง Business Center ได้สูงสุด 30 แห่ง และ Business Center หนึ่งแห่งมีสมาชิกได้สูงสุด 4,000 คน
  • สิทธิ์บัญชีโฆษณามีสามระดับ คือ Admin, Operator (ทำได้ทุกอย่างยกเว้นตั้งค่าบัญชี) และ Analyst (ดูโฆษณา ผลลัพธ์ และรายงานได้อย่างเดียว)
  • การขอเข้าบัญชีโฆษณาของลูกค้า Admin ของ Business Center ไปที่ Accounts, Advertiser accounts, Add advertiser account, Request Access แล้วกรอก ad account ID
  • การยืนยันธุรกิจรับไฟล์ JPEG, PNG, JPG หรือ PDF ขนาดไม่เกิน 10MB และจะกลายเป็นข้อบังคับเมื่อยอดใช้จ่ายโฆษณาถึงเกณฑ์ของแต่ละตลาด

TikTok Business Center คือศูนย์กลางสำหรับจัดการบัญชีโฆษณา สมาชิกทีม และสินทรัพย์ทางธุรกิจบน TikTok ในที่เดียว ส่วน TikTok Ads Manager คือที่ที่ใช้สร้างและรันแคมเปญ Business Center จึงไม่ได้ยิงโฆษณาเอง แต่เป็นตัวกำหนดว่าใครเข้าถึงบัญชีโฆษณา Pixel และ catalog ไหนได้บ้าง และได้สิทธิ์ระดับใด

ธุรกิจที่มีบัญชีโฆษณาเดียวและคนดูแลคนเดียวอาจใช้แค่ Ads Manager ได้ แต่ทันทีที่มีหลายบัญชี มีทีมหลายคน หรือต้องให้เอเจนซี่เข้ามาช่วย Business Center คือเครื่องมือที่ทำให้สิทธิ์ไม่กระจัดกระจายและถอนคืนได้เมื่อจำเป็น

TikTok Business Center คืออะไร ต่างจาก TikTok Ads Manager อย่างไร

ให้มองว่า Ads Manager คือห้องทำงาน และ Business Center คือสำนักงานที่ถือกุญแจทุกห้อง ใน Ads Manager คุณสร้างแคมเปญ กลุ่มโฆษณา และโฆษณา ตั้งงบ เลือกกลุ่มเป้าหมาย และดูผลลัพธ์ของบัญชีนั้น ใน Business Center คุณจัดการสิ่งที่อยู่เหนือระดับแคมเปญ ได้แก่ สมาชิกและบทบาท บัญชีโฆษณาหลายบัญชี สินทรัพย์ที่ใช้ร่วมกัน พาร์ทเนอร์ภายนอก และเรื่องการเงินในระดับธุรกิจ

ตามศูนย์ช่วยเหลือของ TikTok สินทรัพย์ที่จัดการผ่าน Business Center มีทั้งบัญชีโฆษณา บัญชี TikTok ร้านค้า Pixel, catalog, กลุ่มเป้าหมาย (audiences) และลีด ความต่างที่สำคัญในทางปฏิบัติคือ ถ้าบัญชีโฆษณาสร้างโดยบุคคลใน Ads Manager โดยตรง สิทธิ์จะผูกกับคนคนนั้น หากคนนั้นลาออก การกู้คืนสิทธิ์อาจยุ่งยาก ถ้าบัญชีอยู่ใน Business Center ขององค์กร ผู้ดูแลระบบของบริษัทเพิ่มหรือลบคนได้เองโดยไม่ต้องพึ่งใคร

สมัครและสร้าง Business Center ยังไง

ขั้นตอนสำหรับผู้ใช้ใหม่ที่ยังไม่มีบัญชี TikTok for Business ตามศูนย์ช่วยเหลือของ TikTok มีดังนี้

  1. เข้า business.tiktok.com แล้วกด Sign up ที่มุมขวาบน
  2. ตั้งอีเมลและรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบ
  3. ยอมรับข้อตกลง แล้วกรอกรหัสยืนยันที่ส่งไปทางอีเมล
  4. เลือกประเภทธุรกิจว่าเป็นเอเจนซี่ (agency) หรือผู้ลงโฆษณา (advertiser)
  5. กรอกประเทศหรือภูมิภาค และชื่อบริษัทตามชื่อจดทะเบียนเต็ม
  6. ตรวจให้ชื่อบริษัทกับชื่อ Business Center ตรงกัน
  7. ตรวจเขตเวลา (time zone) และสกุลเงิน แล้วกด Create
  8. เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2-step verification) ซึ่งเป็นตัวเลือกเสริมแต่ควรเปิด

ถ้ามีบัญชี TikTok for Business อยู่แล้ว ให้ล็อกอินที่ business.tiktok.com เลือกประเภทธุรกิจ กรอกข้อมูลบริษัทและ Business Center ยอมรับข้อตกลง แล้วกด Confirm ผู้ใช้หนึ่งคนสร้าง Business Center ได้สูงสุด 30 แห่ง หากถึงขีดจำกัดต้องปิดการใช้งานแห่งเดิมก่อนจึงจะสร้างใหม่ได้

จุดที่ต้องระวังที่สุดคือข้อมูลธุรกิจ TikTok เตือนว่าหลังสร้าง Business Center แล้ว อาจแก้ไขข้อมูลธุรกิจภายหลังไม่ได้ ชื่อบริษัท เขตเวลา และสกุลเงินจึงควรตรวจให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก ตัวอย่างความผิดพลาดที่เกิดได้ง่าย คือพนักงานใช้ชื่อแบรนด์หรือชื่อเล่นของร้านแทนชื่อนิติบุคคล แล้วไปติดปัญหาตอนยืนยันธุรกิจ เพราะชื่อในระบบไม่ตรงกับเอกสาร

บทบาทสมาชิกใน Business Center: Admin, Standard และบทบาทด้านการเงิน

สมาชิกทุกคนใน Business Center ต้องได้รับบทบาทพื้นฐานหนึ่งในสองแบบ

  • Admin เข้าถึงทุกฟังก์ชันของระบบ เพิ่มและลบสมาชิกและพาร์ทเนอร์ได้ สร้าง ขอสิทธิ์ โอน และมอบหมายบัญชีโฆษณาได้ จัดการการยืนยัน Business Center และเปิดหรือปิดการยืนยันสองขั้นตอนได้
  • Standard ทำงานได้เฉพาะบัญชีและสินทรัพย์ที่ได้รับมอบหมาย ดูและกรองข้อมูลรายงานได้ แต่เพิ่มหรือลบสมาชิกไม่ได้ และสร้างบัญชีโฆษณาไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีบทบาทด้านการเงินที่ใส่เพิ่มได้ ได้แก่ Finance Analyst ซึ่งดูและดาวน์โหลดได้อย่างเดียว เช่น บันทึกธุรกรรม billing group ใบแจ้งหนี้ และ rebate กับ Finance Manager ซึ่งดูและจัดการยอดเงินของ Business Center และบัญชีโฆษณา สร้างและแก้ billing group และชำระใบแจ้งหนี้ได้ ศูนย์ช่วยเหลือระบุว่าแม้เป็น Admin ก็ยังต้องมีบทบาทการเงินอย่างใดอย่างหนึ่งจึงจะดูหรือจัดการการเงินได้

วิธีเพิ่มสมาชิก: เข้า Business Center ไปที่แท็บ Users ในเมนูซ้าย กด Add Members กรอกอีเมล ยืนยันอีเมลและชื่อ เลือกบทบาทพื้นฐาน (Admin หรือ Standard) และบทบาทการเงิน (Finance manager, Financial analyst หรือ None) กด Next แล้วจะเลือกให้สิทธิ์บัญชีหรือสินทรัพย์ในส่วน Grant access เลยก็ได้ จากนั้นกด Save ระบบจะส่งคำเชิญทางอีเมล ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้รับ ให้คลิกที่อีเมลของสมาชิกในแท็บ Users แล้วกด Resend request Business Center หนึ่งแห่งมีสมาชิกได้สูงสุด 4,000 คน

สำหรับบัญชี TikTok ที่มอบให้สมาชิก จะเลือกได้ว่า "Only show as ads" คือใช้โพสต์ทำโฆษณาได้แต่โพสต์ลงโปรไฟล์ไม่ได้ หรือ "Show on TikTok profile and as ads" คือโพสต์ลงโปรไฟล์ได้ด้วย ตัวเลือกนี้มีประโยชน์มากเมื่อให้ฟรีแลนซ์หรือเอเจนซี่ทำโฆษณาโดยไม่อยากให้มีโพสต์ใดขึ้นหน้าโปรไฟล์แบรนด์โดยไม่ผ่านการอนุมัติ

สิทธิ์ระดับบัญชีโฆษณา: Admin, Operator และ Analyst

บทบาทสมาชิกบอกว่าใครทำอะไรได้ใน Business Center แต่สิทธิ์ระดับบัญชีโฆษณาบอกว่าคนนั้นทำอะไรได้ในบัญชีโฆษณาแต่ละบัญชี ทั้งสองชั้นทำงานซ้อนกัน สมาชิก Standard คนหนึ่งอาจเป็น Operator ในบัญชี A และเป็นแค่ Analyst ในบัญชี B ได้

สิทธิ์ระดับบัญชีโฆษณา: Admin, Operator และ Analyst
สิทธิ์บัญชีโฆษณาทำอะไรได้ทำอะไรไม่ได้
Adminดูโฆษณาและผลลัพธ์ เข้าถึงรายงาน สร้างและแก้โฆษณา จัดการกลุ่มเป้าหมาย จัดการการเงิน และตั้งค่าบัญชีโฆษณาไม่มีข้อจำกัดในระดับบัญชี
Operatorดูโฆษณาและผลลัพธ์ เข้าถึงรายงาน สร้างและแก้โฆษณา จัดการกลุ่มเป้าหมาย และจัดการการเงินตั้งค่าบัญชีโฆษณาไม่ได้
Analystดูโฆษณาและผลลัพธ์ และเข้าถึงรายงานสร้างหรือแก้โฆษณา จัดการกลุ่มเป้าหมาย จัดการการเงิน และตั้งค่าบัญชีไม่ได้

หลักง่าย ๆ คือให้สิทธิ์น้อยที่สุดที่งานต้องใช้ คนที่ทำรายงานให้ผู้บริหารใช้ Analyst ก็พอ คนที่รันแคมเปญทุกวันใช้ Operator ส่วน Admin ระดับบัญชีควรจำกัดไว้กับคนในบริษัทที่รับผิดชอบบัญชีจริง ๆ

เพิ่มบัญชีโฆษณา Pixel และ catalog เข้า Business Center

บัญชีโฆษณา

Admin ของ Business Center สร้างบัญชีโฆษณาใหม่ภายใต้ Business Center ได้โดยตรง หรือขอสิทธิ์เข้าถึงบัญชีที่มีอยู่แล้ว (รายละเอียดในหัวข้อถัดไป) บัญชีที่สร้างใน Business Center ตั้งแต่ต้นจะอยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรโดยอัตโนมัติ

Pixel

ก่อนจะแชร์ Pixel ใน Business Center ได้ ต้องโอน Pixel เข้า Business Center ก่อน ซึ่งต้องใช้สิทธิ์ Admin จากนั้น Admin ไปที่ Assets ในแถบด้านข้าง เลือก Pixel เลือก Pixel ที่ต้องการ ไปที่ Linked Accounts เพื่อดูรายการบัญชีโฆษณาที่ Business Center เข้าถึงได้ แล้วเลือกบัญชีที่จะให้ใช้ Pixel นี้ ข้อควรรู้คือถ้ายกเลิกการแชร์ บัญชีโฆษณานั้นจะใช้ Pixel สร้างโฆษณาใหม่ไม่ได้ และโฆษณาเดิมที่ใช้ Pixel ที่แชร์ไว้จะถูกหยุดชั่วคราว จึงไม่ควรกดยกเลิกระหว่างที่แคมเปญกำลังรันอยู่

Catalog

Catalog สำหรับโฆษณาสินค้าสร้างได้ที่ Assets แล้วเลือก Catalogs และกด Add catalog เฉพาะ Admin ของ Business Center เท่านั้นที่สร้าง ลบ และกำหนดสิทธิ์ของ catalog ได้ ศูนย์ช่วยเหลือระบุว่าฟีเจอร์จัดการ catalog ใน Business Center เปิดให้เฉพาะบางบัญชีและบางตลาด ถ้าไม่เห็นเมนูนี้ ให้สอบถามตัวแทนฝ่ายขายของ TikTok

แชร์สิทธิ์ให้เอเจนซี่หรือทีม

มีสองทางหลักในการให้คนนอกเข้ามาทำงาน ทางแรกคือเพิ่มคนนั้นเป็นสมาชิก Standard ใน Business Center ของคุณ แล้วมอบหมายบัญชีโฆษณาพร้อมสิทธิ์ Operator หรือ Analyst เหมาะกับฟรีแลนซ์หรือพนักงานรายบุคคล ทางที่สองคือเพิ่มเอเจนซี่เป็นพาร์ทเนอร์ Admin ไปที่ Partners กด Add Partner กรอก Business Center ID ของพาร์ทเนอร์ แล้วกด Confirm จากนั้นแชร์สินทรัพย์ให้พาร์ทเนอร์ เอเจนซี่จะไปมอบหมายคนในทีมของตัวเองต่อจาก Business Center ของเขา

ทางที่สองดีกว่าสำหรับการทำงานกับเอเจนซี่ เพราะคุณไม่ต้องตามเพิ่มหรือลบพนักงานเอเจนซี่ทีละคน และเมื่อเลิกจ้าง ลบพาร์ทเนอร์ออกครั้งเดียว สิทธิ์ของทีมเอเจนซี่ทั้งหมดก็หายไป

ขอสิทธิ์เข้าถึงบัญชีโฆษณาของลูกค้า

สำหรับเอเจนซี่ที่ต้องขอเข้าบัญชีโฆษณาที่ลูกค้าเป็นเจ้าของ ขั้นตอนตามศูนย์ช่วยเหลือของ TikTok คือ

  1. ล็อกอิน Business Center ที่ business.tiktok.com
  2. คลิก Accounts ในเมนูซ้าย แล้วไปที่ Advertiser accounts ใต้ All accounts
  3. กด Add advertiser account เลือก Request Access แล้วกด Next
  4. กรอก ad account ID ของลูกค้า
  5. เลือกสิทธิ์ที่ต้องการ: Admin, Operator หรือ Analyst
  6. ถ้าเป็นเอเจนซี่และขอสิทธิ์ Admin หรือ Operator ระบบจะถามว่าเป็นมีเดียเอเจนซี่หลักของบัญชีหรือไม่ ถ้าตอบ Yes และได้รับอนุมัติ จะมีป้าย Media agency partnership ขึ้นข้างชื่อบัญชี

ผู้ขอต้องเป็น Admin ของ Business Center และขอสิทธิ์บัญชีที่ถูกปฏิเสธ (disapproved) ไม่ได้ เจ้าของบัญชีจะได้รับอีเมลขออนุมัติ ถ้าบัญชีสร้างใน Business Center ผู้อนุมัติคือ Admin ของบัญชีโฆษณานั้น ถ้าบัญชีสร้างโดยบุคคลที่ไม่ได้อยู่ใน Business Center ใด ผู้สร้างบัญชีเป็นคนอนุมัติ โดยเข้า TikTok Ads Manager กดไอคอนการแจ้งเตือนมุมขวาบน แล้วเปิดแท็บ Business Center

สิ่งที่มักทำให้ล่าช้าคือ ลูกค้าไม่รู้ว่าคำขอรออยู่ตรงไหน หรือคนที่ได้รับอีเมลไม่ใช่ Admin ของบัญชี ควรบอกลูกค้าล่วงหน้าว่าจะมีคำขอเข้ามา และให้เปิดเมนูการแจ้งเตือนใน Ads Manager แทนการรออีเมล

ยืนยันธุรกิจ (business verification)

การยืนยันธุรกิจเริ่มได้สองทาง ใน TikTok Ads Manager ให้ชี้ที่ Tools ด้านบน คลิก Account setting แล้วไปที่ส่วน Business Verification ในแท็บ My accounts ส่วนใน Business Center ผู้ดูแล (Admin) ของ Business Center คลิก Verification ที่เมนูด้านซ้าย แล้วกด Verify now ไม่ว่าทางไหน ให้เลือกประเภทบัญชี กรอกชื่อธุรกิจ และเว็บไซต์บริษัท (ไม่บังคับ) แล้วอัปโหลดเอกสารที่ยอมรับพร้อมหมายเลขเอกสาร

  • ไฟล์ที่รับคือ JPEG, PNG, JPG และ PDF ขนาดไม่เกิน 10MB
  • เอกสารต้องเห็นครบทั้งสี่มุม อยู่ในอายุใช้งานและต้องไม่หมดอายุภายใน 30 วันหลังอัปโหลด และอ่านได้ชัดเจน ไม่รับสำเนาของสำเนาและเอกสารที่มีลายน้ำของบุคคลที่สาม

เมื่อผ่าน บัญชีจะแสดงสถานะ Verified ถ้าไม่ผ่านจะเป็น Unverified และยื่นใหม่หรือขอตรวจทบทวนผ่าน Account setup ได้ ศูนย์ช่วยเหลือยังระบุว่าเมื่อยอดใช้จ่ายโฆษณาถึงเกณฑ์ที่กำหนดในแต่ละตลาด จะได้รับการแจ้งเตือนพร้อมกำหนดเวลาให้ยืนยันธุรกิจ และต้องยืนยันให้ทันเพื่อให้โฆษณารันต่อได้ ทางที่ปลอดภัยคือยืนยันตั้งแต่ต้น ไม่ต้องรอให้ถูกบังคับกลางแคมเปญ

Business Center สำหรับธุรกิจในประเทศไทย

สำหรับธุรกิจไทย เรื่องที่ควรตัดสินใจตั้งแต่วันแรกคือเขตเวลาและสกุลเงิน ถ้าทำตลาดในไทยเป็นหลัก การตั้งเขตเวลาไทย (UTC+7) และสกุลเงินบาททำให้รายงานรายวันตรงกับรอบการทำงานจริงและไม่ต้องแปลงสกุลเงินในรายงาน ถ้าบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศแต่ทีมไทยรันโฆษณาเอง ให้คุยกันก่อนว่าจะใช้ Business Center เดียวหรือแยก เพราะข้อมูลธุรกิจอาจแก้ทีหลังไม่ได้

เรื่องชื่อ ให้ใช้ชื่อนิติบุคคลตามเอกสารจดทะเบียน และสะกดให้ตรงกับเอกสารที่จะใช้ยืนยันธุรกิจ ถ้าเอกสารเป็นภาษาไทย ชื่อที่กรอกก็ควรตรงกับในเอกสาร ส่วนธุรกิจที่จ้างเอเจนซี่ ควรให้เอเจนซี่เข้ามาในฐานะพาร์ทเนอร์ของ Business Center ที่บริษัทเป็นเจ้าของ แทนการให้เอเจนซี่สร้างบัญชีโฆษณาไว้ในชื่อของเอเจนซี่เอง เพื่อให้บัญชี Pixel และข้อมูลการวัดผลยังเป็นของธุรกิจเมื่อเปลี่ยนผู้ดูแล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TikTok Business Center

มี TikTok Ads Manager แล้ว ยังต้องมี Business Center อีกไหม

ไม่บังคับสำหรับบัญชีเดียวที่ดูแลคนเดียว แต่ถ้ามีหลายบัญชี หลายคน หรือต้องทำงานกับเอเจนซี่ Business Center ทำให้จัดการและถอนสิทธิ์ได้จากที่เดียว และเป็นที่สำหรับแชร์ Pixel และ catalog ระหว่างบัญชี

Admin กับ Standard ต่างกันอย่างไร

Admin เข้าถึงทุกฟังก์ชันและจัดการสมาชิกได้ ส่วน Standard ทำงานได้เฉพาะบัญชีและสินทรัพย์ที่ได้รับมอบหมาย และเพิ่มสมาชิกหรือสร้างบัญชีโฆษณาไม่ได้

ให้เอเจนซี่เข้าบัญชีโดยไม่ต้องให้รหัสผ่านได้ไหม

ได้ และควรทำแบบนั้น ให้เอเจนซี่ขอสิทธิ์ผ่าน Business Center ด้วย ad account ID หรือเพิ่มเอเจนซี่เป็นพาร์ทเนอร์ด้วย Business Center ID ไม่ต้องแชร์รหัสผ่านของใคร

แก้ชื่อบริษัทหรือเขตเวลาของ Business Center ทีหลังได้ไหม

อาจทำไม่ได้ TikTok เตือนว่าหลังสร้าง Business Center แล้วอาจเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจภายหลังไม่ได้ จึงควรตรวจทุกช่องก่อนกดยืนยัน

ตั้งค่าให้ถูกก่อนเริ่มยิงโฆษณา

การตั้ง Business Center ให้ถูกตั้งแต่แรกช่วยให้บัญชี Pixel และสิทธิ์ของทีมเป็นระเบียบก่อนเริ่มใช้งบ หากต้องการให้ทีมที่เชี่ยวชาญช่วยวางโครงสร้างและบริหารแคมเปญ ดูรายละเอียดได้ที่บริการโฆษณา TikTok หรือดูภาพรวมของบริการโฆษณาโซเชียลมีเดีย สำหรับเอเจนซี่ที่ต้องการพาร์ทเนอร์ทำงานเบื้องหลัง ดูได้ที่หน้าบริการ white label สำหรับเอเจนซี่

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น