Abstract illustration of one story radiating out to several publications and each placement returning as a link to a single target page, representing digital PR for SEO.

SEO PR คืออะไร และทำ digital PR ให้ได้ลิงก์ที่มีค่าอย่างไร

เอสอีโอ (Search Engine Optimization)August 21, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • SEO PR คือสื่อแบบ earned ที่วางแผนโดยยึดผลลัพธ์การค้นหา มี URL เป้าหมายหนึ่งหน้า มีเรื่องที่บรรณาธิการยอมลงจริง และมีหน้าเว็บที่บอทเข้าถึงได้ลิงก์กลับมา
  • ทำเป็นหกขั้นตอน เลือกหน้าเป้าหมาย หาเรื่องที่สื่อใช้ได้จริง สร้างชิ้นงานบนโดเมนของตัวเอง ส่งอีเมลพิชสั้นและเจาะจง ตอบคำถามที่ตามมาให้เร็ว แล้วบันทึกและดูแลการลงข่าว
  • high PR backlinks อ้างคะแนน toolbar PageRank สาธารณะของ Google ที่หยุดอัปเดตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 และถูกถอดออกในปี พ.ศ. 2559 ให้ตัดสินลิงก์จากตัวหน้าที่ลิงก์มาแทน ว่าเป็นหน้าบทความจริง หัวข้อเกี่ยวข้อง และเว็บมีคนอ่านของตัวเอง
  • การซื้อสายส่งข่าวคือการซื้อการเข้าถึงและการค้นเจอ ลิงก์มักถูกกำกับ nofollow และข้อความถูกส่งต่อซ้ำ จึงไม่ควรคาดหวังผลด้านอันดับจากมัน
  • ไม่มีค่ามาตรฐานสาธารณะที่เชื่อถือได้ว่าแคมเปญหนึ่งได้ลิงก์กี่เส้น ให้วัดจำนวนข่าวต่อพิชที่ส่ง จำนวนโดเมนอ้างอิงก่อนและหลัง เซสชันจากข่าว และคำค้นชื่อแบรนด์ใน Search Console

SEO PR คือการทำประชาสัมพันธ์ที่วางแผนและวัดผลด้วยผลลัพธ์ทางการค้นหา นั่นคือการได้พื้นที่ข่าวบนเว็บไซต์ของคนอื่นที่มีลิงก์หรือการเอ่ยชื่อแบรนด์กลับมายังหน้าที่เราตั้งใจไว้ และเผยแพร่อยู่ในที่ที่บอทของเสิร์ชเอนจินเข้าถึงได้จริง เป้าหมายปลายทางเหมือนกับการทำ link building แต่วิธีไปถึงคือการให้เรื่องที่บรรณาธิการอยากตีพิมพ์ แทนการไปขอลิงก์จากเจ้าของเว็บ

ถ้าอ่านคำนี้แล้วรู้สึกขัดหู เพราะมันเกิดจากคำค้นหามากกว่าจะเป็นชื่อตำแหน่งงาน คำว่า seo pr เป็นคำย่อของจุดที่ digital PR กับการค้นหามาบรรจบกัน คือส่วนของงาน PR ที่ผลิตเนื้อหาซึ่งบอทเข้าถึงและอ้างอิงได้ กับส่วนของงาน SEO ที่ต้องพึ่งการตัดสินใจของคนอื่นว่าเว็บเราควรค่าแก่การอ้างถึง คนทำงานสายนี้ส่วนใหญ่เรียกมันว่า digital PR บทความนี้ใช้คำว่า SEO PR และ digital PR เพื่อ SEO ในความหมายเดียวกัน

PR ใน SEO คืออะไร

PR ใน SEO คือครึ่งหนึ่งของโปรไฟล์ลิงก์ที่ได้มาแบบ earned เราไม่ได้ไปวางลิงก์เอง แต่ให้เหตุผลกับนักข่าวหรือบรรณาธิการจนเขาตัดสินใจเขียนถึงเรา แล้วลิงก์ก็ติดมากับข่าวนั้น เอกสารของ Google อธิบายว่าลิงก์เป็นหนึ่งในวิธีที่ Google ค้นพบและทำความเข้าใจหน้าเว็บ ขณะที่นโยบายสแปมของ Google ระบุว่าลิงก์ที่ซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนกันเพื่อผลอันดับถือเป็นการละเมิด สองข้อนี้รวมกันคือเหตุผลทั้งหมดของการใช้ PR เป็นช่องทางด้านการค้นหา เพราะลิงก์ที่ Google ยอมรับคือลิงก์ที่เราไม่ได้จ่ายเงินซื้อโดยตรง

ก่อนวางแผนอะไรก็ตาม ควรแยกสื่อสามแบบออกจากกันให้ชัด owned media คือเว็บและช่องทางของเราเอง ควบคุมสารได้ทั้งหมดแต่ไม่มีใครมารับรองให้ paid media คือโฆษณาและพื้นที่ที่ซื้อ ลิงก์ในนั้นควรกำกับ rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" เพื่อไม่ให้ส่งผลต่ออันดับ ส่วน earned media คือข่าวที่บรรณาธิการเลือกจะลงเอง มีเพียง earned media เท่านั้นที่ให้ลิงก์แบบที่เสิร์ชเอนจินอยากนับ และราคาที่ต้องจ่ายคือเราควบคุมผลลัพธ์ไม่ได้

การถูกเอ่ยชื่อโดยไม่มีลิงก์ก็ยังมีค่า คนที่อ่านเจอชื่อเราแล้วไปพิมพ์ชื่อแบรนด์ใน Google เท่ากับสร้าง branded search ซึ่งจะโผล่ใน Search Console ในฐานะคำค้น และโผล่ในระบบวิเคราะห์ในฐานะผู้เข้าชมที่พฤติกรรมต่างจากคนที่เพิ่งรู้จักเราโดยสิ้นเชิง สิ่งนี้วัดได้ แต่สิ่งที่พูดอย่างซื่อสัตย์ไม่ได้คือการอ้างว่าการเอ่ยชื่อแบบไม่มีลิงก์ส่งผลต่ออันดับเท่าไร ฉะนั้นวางแผนแคมเปญโดยยึดลิงก์เป็นหลัก แล้วถือว่าผลด้านแบรนด์เป็นผลลัพธ์ที่สองซึ่งเราตามวัดแยกต่างหาก

การผสาน PR กับ SEO: งานเดียวกันที่มองจากคนละปลาย

การผสาน PR กับ SEO จะได้ผลเมื่อฝั่ง PR รู้ว่าแคมเปญนี้ทำเพื่อ URL ไหน และฝั่ง SEO รู้ว่าบรรณาธิการยอมลงเรื่องแบบไหน ความขัดแย้งระหว่างสองสายงานหายไปเกือบหมดเมื่อทั้งคู่มองเอกสารสั้น ๆ ฉบับเดียวกัน คือรายการหน้าเว็บที่ต้องการความน่าเชื่อถือเพิ่ม หัวข้อที่หน้าเหล่านั้นพูดถึง และวันที่แต่ละแคมเปญจะออก

ฝั่ง SEO สร้างรายการนั้นได้จากข้อมูลของตัวเอง หน้าที่ปิดการขายได้ดีแต่ค้างอยู่หน้าสองของผลค้นหา หน้าที่มีโดเมนอ้างอิงน้อยกว่าคู่แข่งที่อยู่เหนือมันมาก หน้าหมวดหมู่เชิงพาณิชย์ที่ไม่เคยมีใครลิงก์มาเพราะไม่มีเหตุผลให้ลิงก์ นั่นคือหน้าเป้าหมายของแคมเปญ และควรตัดสินใจให้เสร็จก่อนที่ใครจะเริ่มร่างอีเมลพิช

จุดที่พลาดกันบ่อยเป็นเรื่องเชิงกลไกล้วน ๆ และแต่ละข้อมีราคาที่ต้องจ่ายชัดเจน

  • ข่าวลิงก์กลับไปหน้าแรก ทั้งที่หน้าแรกมักแข็งแรงอยู่แล้ว ควรให้ลิงก์ชี้ไปยังหน้าที่เราอยากดันจริง ๆ และอธิบายกับนักข่าวว่าทำไมหน้านั้นถึงเป็นปลายทางที่เกี่ยวข้องกับเนื้อข่าว
  • ชิ้นงานของแคมเปญไปอยู่บนโดเมนอื่นหรือซับโดเมนที่เอเจนซีสร้างให้ ลิงก์ที่ได้มาแทบไม่ช่วยเว็บที่เราใช้ขายของจริง และภายหลังจะรวมกลับมาก็ทำไม่ได้ถ้าไม่มีสิทธิ์ตั้ง redirect
  • ชิ้นงานเป็นไฟล์ PDF สื่ออาจลงข่าวให้ก็จริง แต่หน้าที่ทำหน้าที่เก็บลิงก์ควรเป็นหน้า HTML ที่เราอัปเดตได้ ทำลิงก์ภายในเข้าหาได้ และอยู่ใน sitemap
  • หน้าแคมเปญถูกลบทิ้งตอนจัดบ้านเว็บอีกหกเดือนถัดมา ลิงก์ทุกเส้นที่หามาได้กลายเป็น 404 ถ้าจำเป็นต้องเอาหน้าออกจริง ให้ทำ redirect ไปยังหน้าที่ใกล้เคียงที่สุดแทนการลบดื้อ ๆ
  • ไม่มีใครบันทึกข่าวที่ได้ ผ่านไปหนึ่งปีไม่มีใครตอบได้ว่าสื่อเจ้าไหนลงบ้าง และการเอ่ยชื่อที่ไม่มีลิงก์ก็ไม่เคยถูกตามไปขอเพิ่ม

วิธีทำ digital PR เพื่อ SEO

การทำ digital PR เพื่อ SEO เป็นลำดับขั้นที่ทำซ้ำได้ ไม่ใช่การจุดพลุครั้งเดียว หกขั้นตอนตามลำดับนี้

เลือกหน้าเป้าหมาย

เลือก URL เดียวต่อหนึ่งแคมเปญก่อนลงมือเขียนอะไรทั้งสิ้น การมีหน้าเดียวบังคับให้พิชซื่อสัตย์ เพราะเราต้องอธิบายกับบรรณาธิการให้ได้ว่าทำไมหน้านั้นถึงคุ้มค่าที่จะส่งคนอ่านไป และยังทำให้วัดผลได้จริง เพราะมีค่าก่อนและหลังของ URL เดียว ไม่ใช่ความรู้สึกลอย ๆ ว่าแบรนด์ไปได้ดี ถ้าแคมเปญนั้นรับใช้สองหน้าจริง ๆ ก็แยกทำเป็นสองแคมเปญ

หาเรื่องที่สื่อใช้ได้จริง

เรื่องจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมันใหม่ เจาะจง เกี่ยวข้องกับคนอ่านของสื่อเจ้านั้น และพิสูจน์ได้ วัตถุดิบที่เรามีอยู่แล้วมักน่าสนใจกว่าที่คิด เช่น ข้อมูลรวมแบบไม่ระบุตัวตนจากการดำเนินงานของเราเอง แบบสำรวจที่เราจ้างทำจริงและอธิบายวิธีเก็บข้อมูลได้ ความเห็นเชิงลึกต่อกฎเกณฑ์ที่เพิ่งเปลี่ยนและกระทบอุตสาหกรรม หรือการวิเคราะห์ชุดข้อมูลสาธารณะที่ยังไม่มีใครอ่านอย่างจริงจัง สิ่งที่ใช้ไม่ได้คือข่าวที่บอกว่าบริษัทเรากำลังดีใจกับอะไรบางอย่าง การระดมทุนหรือรางวัลเป็นข่าวสำหรับเราเท่านั้น

สร้างชิ้นงานบนโดเมนของตัวเอง

ไม่ว่าเรื่องจะชี้ไปที่อะไร สิ่งนั้นต้องมีตัวตนเป็นหน้าเว็บบนโดเมนที่เราอยากให้แข็งแรงขึ้น ตั้ง URL ให้นิ่ง ตั้งชื่อเรื่องให้ตรงไปตรงมา วางข้อมูลเป็น HTML ไม่ใช่ฝังอยู่ในภาพอย่างเดียว และเขียนหมายเหตุวิธีเก็บข้อมูลสั้น ๆ ให้บรรณาธิการตรวจทานได้ วางไฟล์ภาพไว้ในที่ที่กองบรรณาธิการดาวน์โหลดได้เองโดยไม่ต้องขอ แล้วทำลิงก์ภายในจากชิ้นงานไปยังหน้าเชิงพาณิชย์ที่มันสนับสนุน เพราะน้ำหนักที่ไหลเข้าชิ้นงานจะไหลต่อไปในเว็บของเราเอง

ส่งอีเมลพิชสั้นและเจาะจง

อีเมลพิชคือจุดที่แคมเปญส่วนใหญ่ตาย ใส่ข้อเท็จจริงลงในหัวเรื่องแทนการเขียนยั่วให้เดา บรรทัดแรกบอกว่าอะไรใหม่ บรรทัดที่สองบอกว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเหมาะกับนักข่าวคนนี้ ซึ่งแปลว่าเราต้องเคยอ่านงานเขาจริง บรรทัดถัดมาคือลิงก์ พร้อมเสนอข้อมูลดิบ ภาพ และชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ที่พร้อมคุย ไม่ต้องแนบไฟล์ ส่งจากอีเมลของคนจริงที่มีคนอ่านคำตอบ ถ้ามีกำหนดเวลา embargo ให้ระบุวันเวลาชัดเจนและรักษาสัญญานั้น

สร้างรายชื่อสื่อด้วยมือทีละคน จากสื่อที่ลงข่าวแนวนี้อยู่แล้ว รายชื่อที่ซื้อมาเป็นก้อนให้ผลลัพธ์แบบซื้อมาเป็นก้อน

ตอบคำถามที่ตามมาให้เร็ว

เมื่อนักข่าวตอบกลับ เวลาที่เหลือสั้นมาก ต้องบรีฟผู้ให้สัมภาษณ์ไว้ล่วงหน้าและให้เขาว่าง ต้องมีตัวเลขดิบพร้อมในไฟล์ตาราง และต้องตอบคำถามที่ตอบยากอย่างตรงไปตรงมาแทนการส่งผ่านสามชั้นอนุมัติ เพราะข่าวจะออกวันนี้ไม่ว่าคำพูดของเราจะไปถึงหรือไม่ ถ้าสื่อขอสิทธิ์เผยแพร่ก่อนเจ้าอื่น ต้องตัดสินใจให้เร็วว่าเราให้อะไรได้บ้างโดยไม่ทำให้แผนใหญ่พัง

บันทึกและดูแลการลงข่าว

บันทึกทุกชิ้นข่าวภายในสัปดาห์ที่มันออก ทั้งชื่อสื่อ URL วันที่ มีลิงก์หรือไม่ ลิงก์ชี้ไปหน้าไหน และใช้ข้อความลิงก์ว่าอะไร ตรวจว่าลิงก์ยังเปิดได้ เมื่อเจอการเอ่ยชื่อที่ไม่มีลิงก์ การส่งข้อความสุภาพสั้น ๆ ถามนักข่าวว่าจะพิจารณาใส่แหล่งที่มาให้ได้หรือไม่เป็นเรื่องปกติและบางครั้งก็ได้ผล กลับมาเปิดบันทึกนี้ปีละสองครั้ง เพราะเว็บมีการรื้อโครงสร้างและลิงก์เสียแบบเงียบ ๆ อยู่เสมอ

อินโฟกราฟิกสรุปหกขั้นตอนของการทำ digital PR เพื่อ SEO ได้แก่ เลือกหน้าเป้าหมาย หาเรื่องที่สื่อใช้ได้จริง สร้างชิ้นงานบนโดเมนของตัวเอง ส่งอีเมลพิชสั้นและเจาะจง ตอบคำถามที่ตามมาให้เร็ว และบันทึกและดูแลการลงข่าว

SEO PR กับ PR แบบดั้งเดิม ต่างกันตรงไหนและซ้อนทับกันตรงไหน

PR แบบดั้งเดิมดูแลชื่อเสียงในทุกช่องทาง รวมถึงช่องทางที่ไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้บนอินเทอร์เน็ต ส่วน SEO PR คือส่วนเสี้ยวของงานนั้นที่ผลลัพธ์ออกมาเป็นหน้าเว็บซึ่งเสิร์ชเอนจินคลานเก็บได้ และชี้ไปยัง URL ที่มีหน้าที่ของมัน ทักษะที่ใช้ซ้อนทับกันแทบทั้งหมด ทั้งการมองว่าอะไรเป็นข่าว ความสัมพันธ์กับนักข่าว และความสามารถในการยืนคำตอบเมื่อโดนถามแรง ๆ สิ่งที่ SEO เพิ่มเข้ามาคือข้อกำหนดเชิงเทคนิคว่าข่าวนั้นควรอยู่ที่ไหนและควรชี้ไปที่ใด

ตารางด้านล่างวางทั้งสองแบบเทียบกันเฉพาะจุดที่ต่างกันจริงในการทำงานประจำวัน

SEO PR กับ PR แบบดั้งเดิม ต่างกันตรงไหนและซ้อนทับกันตรงไหน
ประเด็นPR แบบดั้งเดิมSEO PR
นิยามของความสำเร็จได้ลงสื่อที่ลูกค้าให้ความเคารพ ไม่จำกัดประเภทสื่อได้หน้าเว็บที่บอทเข้าถึงได้และลิงก์มายัง URL ที่เลือกไว้ หรือการเอ่ยชื่อที่ดันยอดค้นหาแบรนด์
การเลือกเป้าหมายสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย รวมสิ่งพิมพ์และทีวีสื่อออนไลน์ที่บทความยังอยู่และถูกจัดทำดัชนี
เรื่องไปลงที่ไหนที่ไหนก็ได้ที่กลุ่มเป้าหมายอยู่หน้า HTML บนโดเมนของเราเอง แล้วจึงเป็นสื่อที่อ้างถึงมัน
การรายงานผลสมุดรวมข่าว ตัวเลขประมาณการเข้าถึง ส่วนแบ่งเสียงบันทึกการลงข่าวพร้อมตรวจลิงก์ จำนวนโดเมนอ้างอิงก่อนและหลัง และข้อมูล Search Console ของหน้าเป้าหมาย

แล้วการซื้อสายส่งข่าวแบบเสียเงินอยู่ตรงไหน

เรื่องนี้ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ข่าวประชาสัมพันธ์ที่จ่ายเงินส่งผ่านเครือข่ายกระจายข่าวนั้นซื้อมาเพื่อการเข้าถึงและการค้นเจอ ไม่ใช่เพื่อน้ำหนักของลิงก์ ลิงก์ในข่าวที่ถูกส่งต่อแบบนี้มักถูกกำกับ nofollow และข้อความชุดเดียวกันไปปรากฏบนเว็บหลายสิบแห่งพร้อมกัน ซึ่งคือเนื้อหาซ้ำโดยนิยาม ให้มองสายส่งข่าวเป็นวิธีวางประกาศที่เป็นข้อเท็จจริงไว้ตรงหน้านักข่าว นักลงทุน พันธมิตร และคนที่ค้นหาชื่อบริษัทเรา และอย่าคาดหวังว่ามันจะขยับอันดับได้ด้วยตัวเอง

นั่นไม่ได้แปลว่ามันไร้ประโยชน์ ประกาศที่ต้องมีบันทึกอย่างเป็นทางการ ต้องไปให้ถึงตลาดใดตลาดหนึ่ง หรือต้องออกในภาษาที่ทีมเราเขียนเองไม่ได้ ล้วนเป็นการใช้สายส่งข่าวอย่างสมเหตุสมผล ถ้านั่นคือโจทย์ ให้วางแผนการกระจายข่าวประชาสัมพันธ์จากคำถามว่าใครควรเห็นประกาศนี้ และสำหรับข่าวข้ามประเทศให้มองบริการข่าวประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นงานด้านการเข้าถึง โดยมีการพิชกองบรรณาธิการเดินคู่ขนานไปอีกทาง ลิงก์ที่มีความหมายจะมาจากนักข่าวที่หยิบเรื่องไปเขียนเวอร์ชันของตัวเอง

ใครก็ตามที่เสนอขาย high PR backlinks ในวันนี้ กำลังอ้างตัวชี้วัดที่ Google เลิกใช้ไปแล้ว คำว่า PR ในวลีนั้นหมายถึง PageRank โดยเฉพาะคะแนน toolbar PageRank สาธารณะระดับ 0 ถึง 10 ที่ Google เคยแสดงบนแถบเครื่องมือของเบราว์เซอร์ Google หยุดอัปเดตคะแนนสาธารณะนั้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 และถอดออกจากแถบเครื่องมือและช่องทางสาธารณะทั้งหมดในปี พ.ศ. 2559 PageRank ในฐานะแนวคิดภายในไม่ได้หายไป แต่ตัวเลขที่ผู้ขายเคยหยิบมาโชว์ได้นั้นหายไปจริง คนที่ยังอ้างค่า PR ในปี พ.ศ. 2569 จึงไม่ใช่กำลังอ่านตัวเลขที่แช่แข็งมาสิบกว่าปี ก็กำลังเปลี่ยนไปใช้ตัวเลขอย่างอื่นแทนแบบเงียบ ๆ

ตัวเลขอย่างอื่นที่ว่ามักเป็นคะแนนความน่าเชื่อถือจากเครื่องมือ SEO ของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง คะแนนพวกนั้นคือค่าประมาณที่คำนวณจากการเก็บข้อมูลเว็บของผู้ให้บริการรายนั้นด้วยสูตรของเขาเอง มันมีประโยชน์สำหรับจัดกลุ่มรายชื่อเว็บคร่าว ๆ แต่ไม่ใช่ข้อมูลของ Google ไม่มีอยู่ในระบบของ Google และไม่มีเวอร์ชันไหนที่ควรถูกใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจซื้อลิงก์ ในเรื่องนี้ไม่มีตัวเลขที่บอกได้อย่างซื่อสัตย์ บทความนี้จึงไม่บอกตัวเลขใด ๆ

สิ่งที่ควรดูแทนเมื่อมีคนเสนอลิงก์ให้

  • หน้าที่จะลิงก์มาเป็นหน้าบทความจริงที่คนอ่านตั้งใจเข้าไปอ่านหรือไม่ เปิดอ่านด้วยตาตัวเอง ถ้าเป็นหน้ารวมลิงก์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยมีย่อหน้าน้ำ ๆ อยู่ข้างบน ก็ตกตั้งแต่ข้อแรก
  • หัวข้อเกี่ยวข้องกับเราจริงไหม ลิงก์จากหน้าที่พูดเรื่องเดียวกับเราอยู่ในบริบทที่สมเหตุสมผล และมีโอกาสส่งคนอ่านที่ต้องการสิ่งที่เราขายมาให้จริง
  • เว็บนั้นมีคนอ่านของตัวเองไหม ดูว่ามีผู้เขียนที่ลงชื่อ มีตารางเผยแพร่ และมีช่องทางกระจายอย่างโซเชียลหรือจดหมายข่าวที่อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งการขายลิงก์
  • ลิงก์นั้นมีโอกาสถูกคลิกจริงไหม ลิงก์ที่ไม่มีใครคลิกคือลิงก์ที่มีจุดประสงค์แคบ ๆ อย่างเดียว และจุดประสงค์นั้นระบบตรวจสแปมก็มองเห็นเหมือนที่เรามองเห็น
  • อีกหนึ่งปีหน้านั้นยังอยู่ไหม เว็บที่สร้างมาเพื่อขายลิงก์มักถูกรื้อหรือทิ้งร้าง
  • มีเงินเปลี่ยนมือเพื่อแลกกับตัวลิงก์หรือเปล่า ถ้าใช่ นโยบายลิงก์สแปมของ Google มีผลทันที และวิธีจัดการที่ถูกต้องคือใส่ rel="sponsored" ซึ่งโดยการออกแบบแล้วมันตัดประโยชน์ด้านอันดับที่เราจ่ายเงินไปทิ้งไปเลย

สรุปแบบที่ฟังแล้วไม่สบายใจนัก ลิงก์ที่เราซื้อได้ในราคาที่ตั้งไว้ คือลิงก์ที่คนอื่นก็ซื้อได้เหมือนกัน และตลาดที่ขายให้เราก็ขายให้คนอื่นไปแล้วอีกหลายร้อยราย ข่าวที่ได้มาด้วยเนื้อหาช้ากว่าและเดายากกว่า แต่เป็นเวอร์ชันที่อยู่รอด

แนวปฏิบัติของ PR ที่ดีสำหรับ SEO

นี่คือนิสัยการทำงานที่แยกโปรแกรม PR ซึ่งช่วยงานค้นหาจริง ออกจากโปรแกรมที่ได้แค่กองข่าวไว้อวด

หนึ่งแคมเปญ หนึ่งหน้าเป้าหมาย ถ้าแบ่งความสนใจ เราจะทั้งพิชไม่ชัดและวัดผลทีหลังไม่ได้

เก็บชิ้นงานไว้บนโดเมนหลัก ไม่ทำไมโครไซต์ ไม่ใช้ซับโดเมนของเอเจนซี ไม่ปล่อยข่าวเป็นไฟล์ PDF อย่างเดียว

วางข้อเท็จจริงที่มีค่าไว้ย่อหน้าแรก บรรณาธิการเรียบเรียงจากบนลงล่างและตัดจากล่างขึ้นบน ถ้าตัวเลขของเราอยู่ย่อหน้าที่หก มันจะไม่รอด

ทำให้การอ้างอิงถึงเราง่ายและเป็นธรรมชาติ ให้ชื่อแบรนด์ที่สะกดชัด ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์พร้อมตำแหน่งจริง และ URL ที่เห็นแล้วรู้ว่าควรอยู่ในข่าวนี้ อย่าส่งคำขอกำหนดข้อความลิงก์ การขอให้นักข่าวลิงก์ด้วยคำค้นที่เราเลือกอ่านแล้วเหมือนพยายามชี้นำ และมักทำให้เสียทั้งลิงก์และความสัมพันธ์

ต้องมีอะไรที่ควรค่าแก่การลิงก์ก่อนจะไปพิช digital PR ล้มเหลวบ่อยที่สุดเพราะหน้าปลายทางบาง งานวิจัย เครื่องมือคำนวณ คู่มือ หรือชุดข้อมูลที่ใช้เป็นหมุดของแคมเปญ ล้วนเป็นผลผลิตของงานcontent marketing และ PR คือช่องทางกระจายของมัน

ตามเก็บการเอ่ยชื่อที่ไม่มีลิงก์แบบเงียบ ๆ ตั้งการแจ้งเตือนชื่อแบรนด์ไว้ เมื่อเจอชื่อเราโดยไม่มีลิงก์ให้ขอหนึ่งครั้งอย่างสุภาพ ถ้าเขาไม่ให้ก็ปล่อยไป

ปกป้อง URL ที่เราหาลิงก์มาให้แล้ว เพิ่มหน้าแคมเปญเข้าไปในรายการที่ทีมพัฒนาต้องตรวจก่อนย้ายระบบ และห้ามลบหน้าเหล่านั้นโดยไม่ทำ redirect

ปรับให้เข้ากับตลาด ไม่ใช่แปลตรงตัว เมื่อจะทำตลาดที่สอง ให้เขียนพิชใหม่ตามสิ่งที่บรรณาธิการตลาดนั้นลงข่าว และชี้ไปยัง URL ภาษาของตลาดนั้น การส่งพิชภาษาอังกฤษให้สื่อไทยพร้อมลิงก์ไปหน้าภาษาอังกฤษคือการเสียของทั้งสองด้าน

วัดผลอย่างไร และตัวเลขไหนที่ควรเลิกถาม

ไม่มีค่ามาตรฐานสาธารณะที่เชื่อถือได้ว่าแคมเปญหนึ่งควรได้ลิงก์กี่เส้น อีเมลพิชกี่เปอร์เซ็นต์จะถูกหยิบไปลง ข่าวประชาสัมพันธ์ควรราคาเท่าไร หรือหนึ่งลิงก์ขยับอันดับได้แค่ไหน ตัวเลขเหล่านี้ต่างกันไปตามตลาด อุตสาหกรรม ตัวเรื่อง และเครดิตของคนที่กดส่งอีเมล ตัวเลขใดที่ถูกอ้างว่าเป็นค่าเฉลี่ยของวงการ ไม่ก็มาจากพอร์ตลูกค้าของเอเจนซีรายเดียว ไม่ก็แต่งขึ้นมา ทางที่ถูกคือสร้างค่ามาตรฐานของตัวเอง เมื่อทำครบสามสี่แคมเปญ เราจะมีตัวเลขอ้างอิงที่มีความหมายเพราะมันมาจากบัญชีของเราเอง

วัดผลอย่างไร และตัวเลขไหนที่ควรเลิกถาม
สิ่งที่วัดตัวเลขมาจากไหนมันบอกอะไรเรา
จำนวนข่าวที่ได้ต่อจำนวนพิชที่ส่งบันทึกการติดต่อสื่อของเราเอง นับแยกรายแคมเปญจุดอ่อนอยู่ที่ตัวเรื่องหรืออยู่ที่รายชื่อสื่อ
จำนวนโดเมนอ้างอิงที่ชี้มายังหน้าเป้าหมายเครื่องมือดูลิงก์ เก็บค่าก่อนเริ่มแคมเปญและอีกครั้งหลังจากนั้น 60 ถึง 90 วันผลด้านลิงก์ โดยจำไว้ว่าตัวเลขนี้มาจากการเก็บข้อมูลของผู้ให้บริการ ไม่ใช่ดัชนีของ Google
เซสชันที่มาจากแต่ละชิ้นข่าวระบบวิเคราะห์เว็บ กรองตามโดเมนต้นทางข่าวชิ้นนั้นไปถึงคนอ่านจริง หรือไปถึงแค่ URL
ยอดแสดงผลและคลิกของคำค้นชื่อแบรนด์Search Console เลือกคำค้นที่มีชื่อแบรนด์ เทียบเดือนต่อเดือนผลของการเอ่ยชื่อที่ไม่มีลิงก์ติดมาด้วย
ยอดแสดงผลและอันดับเฉลี่ยของหน้าเป้าหมายSearch Console รายงานระดับหน้าของ URL นั้นหน้าเดียวหน้านั้นขยับหรือไม่ โดยไม่อ้างว่าลิงก์เป็นสาเหตุเดียว

มีข้อควรระวังสองข้อสำหรับแถวสุดท้าย อันดับขยับได้จากหลายสาเหตุพร้อมกัน รวมถึงสิ่งที่เราเพิ่งปล่อยขึ้นเว็บในสัปดาห์เดียวกันและการอัปเดตที่เราควบคุมไม่ได้ จึงควรอ่านแนวโน้มมากกว่าอ่านรายวัน และลิงก์ไม่ให้ผลทันที หน้าเว็บต้องถูกเก็บข้อมูลใหม่ก่อน ผลที่เกิดขึ้นถ้ามี จะค่อย ๆ ปรากฏ

เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรในตลาดไทย

ข่าวในไทยทำงานต่างจากข่าวฝั่งตะวันตกในแบบที่เปลี่ยนแผนงานได้ การกระจายของสื่อไทยส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายใน Facebook และ LINE ซึ่งการแชร์หนึ่งครั้งเข้าถึงคนจำนวนมากได้ แต่ไม่ส่งอะไรกลับมายังเว็บเราเลย แคมเปญหนึ่งจึงดังจริงในไทยได้ทั้งที่ได้ลิงก์น้อย นั่นคือเหตุผลที่ควรตามดูยอดค้นหาชื่อแบรนด์ควบคู่กับจำนวนโดเมนอ้างอิง แทนการรีบสรุปว่าแคมเปญล้มเหลว

สื่อออนไลน์ไทยจำนวนมากยังนำข่าวที่ส่งให้ไปลงแบบเกือบคำต่อคำ ผลคือมีสำเนาข้อความของเราเกือบเหมือนกันกระจายอยู่หลายสิบเว็บ นั่นคือการเข้าถึง และเป็นเนื้อหาซ้ำ และไม่ใช่ผลลัพธ์ด้านการสร้างลิงก์ ตรงไหนที่เราอยากได้ลิงก์จริง ต้องพิชนักข่าวด้วยเรื่องที่เขาเอาไปเขียนเป็นเวอร์ชันของตัวเองได้

มีสองเรื่องเชิงเทคนิคที่สำคัญกับแคมเปญภาษาไทย ข้อแรกคือชี้พิชไปยัง URL ภาษาไทยเมื่อกลุ่มเป้าหมายอ่านภาษาไทย เพราะลิงก์ที่ไปลงหน้าภาษาอังกฤษคือการช่วยหน้าเวอร์ชันที่ผิด ข้อสองคือทำให้ห้องข่าวหรือหมวดบทความภาษาไทยของเราถูกคลานเก็บได้และมีลิงก์ภายในเข้าถึง ไม่ใช่ซ่อนอยู่หลังฟีดที่โหลดด้วย JavaScript เว็บสองภาษายังต้องตั้งค่า hreflang ให้ถูก มิฉะนั้นลิงก์ที่หามาได้จะไปตกอยู่บนหน้าที่เสิร์ชเอนจินเองก็ยังไม่แน่ใจว่าควรเสิร์ฟเวอร์ชันไหน การวางแผนแคมเปญสำหรับไทยจึงควรอยู่ในแผนเดียวกับงานSEO ประเทศไทยที่ทำอยู่ ไม่ใช่แยกกันเดิน

อีกหนึ่งนิสัยที่ได้ผลในไทย คือมีผู้ให้สัมภาษณ์ที่ตอบเป็นภาษาไทยได้ นักข่าวสายธุรกิจไทยทำงานกับเส้นตายเหมือนกันทุกที่ คำพูดที่ต้องรอแปลและรออนุมัติข้ามคืนมักไปถึงหลังข่าวออกไปแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ใช่ แม้ทั้งสองจะซ้อนทับกันและมีเป้าหมายเดียวกัน link building ครอบคลุมทุกวิธีการได้มาซึ่งลิงก์ ทั้งไดเรกทอรี ความร่วมมือทางธุรกิจ หน้ารวมแหล่งข้อมูล และการติดต่อเจ้าของเว็บโดยตรง ส่วน SEO PR คือเส้นทางของสื่อที่ได้มาแบบ earned โดยเฉพาะ คือมีเรื่อง มีรายชื่อสื่อ และมีการตัดสินใจของบรรณาธิการ ลิงก์เป็นผลพลอยได้จากข่าว ไม่ใช่สิ่งที่เราเอ่ยปากขอ

ข่าวประชาสัมพันธ์ช่วย SEO จริงไหม

ข่าวที่จ่ายเงินส่งผ่านสายส่งข่าวแทบไม่ช่วยเรื่องอันดับโดยตรง เพราะลิงก์มักถูกกำกับ nofollow และข้อความถูกส่งต่อไปยังหลายเว็บพร้อมกัน แต่มันช่วยเรื่องการค้นเจอ เพราะประกาศนั้นจะหาเจอเมื่อมีคนค้นชื่อบริษัทเรา และมันวางข้อเท็จจริงไว้ตรงหน้านักข่าวที่อาจหยิบไปเขียนเวอร์ชันของตัวเอง ลิงก์ที่ช่วยจริงมาจากบทความที่นักข่าวเขียนเองเหล่านั้น

คำว่า PR ใน high PR backlinks หมายถึงคะแนน toolbar PageRank สาธารณะของ Google ซึ่ง Google หยุดอัปเดตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 และถอดออกในปี พ.ศ. 2559 ตัวชี้วัดที่เขาเอามาขายจึงไม่มีอยู่จริงมาหลายปีแล้ว อีกทั้งการซื้อลิงก์เข้าข่ายนโยบายลิงก์สแปมของ Google ไม่ว่าจะแปะคะแนนอะไรไว้ก็ตาม ให้ตัดสินลิงก์จากตัวหน้าที่จะลิงก์มา ว่าเป็นหน้าบทความจริง หัวข้อเกี่ยวข้อง และเว็บนั้นมีคนอ่านของตัวเองหรือไม่

digital PR ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลในการค้นหา

นานกว่ารอบรายงานผลของแคมเปญ และไม่มีใครให้ตัวเลขตายตัวได้อย่างซื่อสัตย์ ลิงก์ต้องถูกเผยแพร่ ถูกคลานเก็บ และถูกประมวลผลก่อน ผลที่มีต่อหน้าที่แข่งในคำค้นเชิงพาณิชย์มักปรากฏเป็นการค่อย ๆ ขยับมากกว่าการกระโดดทีเดียว ควรตั้งจุดทบทวนไว้อย่างน้อยหนึ่งไตรมาสถัดไป แล้วเทียบกับค่าตั้งต้นที่บันทึกไว้ก่อนเริ่มแคมเปญ

แคมเปญหนึ่งควรได้ลิงก์กี่เส้น

ไม่มีค่ามาตรฐานสาธารณะที่เชื่อถือได้ และเอเจนซีที่อ้างตัวเลขก็กำลังเล่าผลงานเก่าของตัวเอง ไม่ใช่มาตรฐานของวงการ ให้วัดจำนวนข่าวที่ได้ต่อจำนวนพิชที่ส่งของเราเองในสามสี่แคมเปญแรก แล้วใช้ค่านั้นเป็นเส้นฐาน เพราะเป็นตัวเลขเดียวที่สะท้อนตลาด อุตสาหกรรม และเรื่องราวของเราจริง ๆ

เริ่มต้นตรงไหนดี

เริ่มจากหน้าเว็บหนึ่งหน้าที่สมควรมีความน่าเชื่อถือมากกว่าที่เป็นอยู่ เรื่องหนึ่งเรื่องที่เราพิสูจน์ได้ และตารางวัดผลหนึ่งใบที่ซื่อสัตย์ หากต้องการให้ฝั่งการหาลิงก์แบบ earned ถูกวางแผนและลงมือทำไปพร้อมกับงานค้นหาที่ทำอยู่ Relevant Audience มีบริการlink building เป็นส่วนหนึ่งของงาน SEO และทีมงานช่วยพิจารณาได้ว่าหน้าไหนคุ้มค่าที่จะทำแคมเปญตั้งแต่ต้น

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: