Meta เตรียมบล็อกโฆษณาจาก ByteDance และโฆษณาที่ลิงก์ไป TikTok ในไทยและอีก 6 ประเทศ

Meta เตรียมบล็อกโฆษณาจาก ByteDance และโฆษณาที่ลิงก์ไป TikTok ในไทยและอีก 6 ประเทศ

metaOctober 10, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Meta เริ่มจำกัดโฆษณาของ ByteDance เองเมื่อ 8 ตุลาคม 2569 และระบุว่าข้อห้ามจะมีผลในสหรัฐฯ แคนาดา อียิปต์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และเวียดนาม
  • ตามรายงานของ Bloomberg ข้อห้ามจะขยายไปถึงแคมเปญของบุคคลที่สามที่ลิงก์ไปยัง TikTok และบริการอื่นของ ByteDance โดยยังไม่ระบุวันเริ่มสำหรับไทยหรือบุคคลที่สาม
  • Meta ยังไม่เผยแพร่หน้านโยบายเฉพาะเรื่อง ByteDance แต่มาตรฐานการโฆษณาทั่วไปของ Meta สงวนสิทธิ์ปฏิเสธโฆษณาที่ขัดกับสถานะทางการแข่งขันของบริษัทไว้แล้ว
  • Meta ยังไม่บอกว่าแอปใดของ ByteDance นอกจาก TikTok นับรวมบ้าง และโฆษณาที่รันอยู่แล้วจะเป็นอย่างไร

Meta เริ่มจำกัดโฆษณาจาก ByteDance บนแอปของตน และระบุว่าข้อห้ามนี้จะครอบคลุม 7 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย และจะขยายไปถึงผู้ลงโฆษณารายใดก็ตามที่แคมเปญลิงก์ไปยัง TikTok หรือบริการอื่นของ ByteDance ตามรายงานของ Bloomberg ที่เผยแพร่ผ่าน The Star เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 Meta เริ่มใช้ข้อจำกัดกับโฆษณาของ ByteDance เองตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2569 และตามที่ Meta ระบุ ข้อห้ามจะมีผลในสหรัฐฯ แคนาดา อียิปต์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และเวียดนาม ยังไม่มีการเผยแพร่วันเริ่มสำหรับประเทศไทยหรือสำหรับแคมเปญของบุคคลที่สาม สำหรับแบรนด์และร้านค้าไทยที่ใช้โฆษณา Facebook หรือ Instagram พาคนไปยังโปรไฟล์ TikTok หรือหน้าสินค้าใน TikTok Shop เส้นทางนี้กำลังจะถูกปิด

Meta เริ่มทำอะไรเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569

รายงานของ Bloomberg อธิบายข้อจำกัดนี้ไว้สองชั้น ชั้นแรกมุ่งไปที่ ByteDance โดยตรง Meta เริ่มใช้สิ่งที่ Bloomberg เรียกว่าการจำกัดอย่างสมบูรณ์ต่อโฆษณาและข้อความการตลาดแบบชำระเงิน (paid marketing messages) ที่ ByteDance Ltd วางบนแพลตฟอร์มของ Meta ทั้งนี้รายงานระบุว่า ByteDance เป็นบริษัทจีนที่ยังคงดูแลส่วนสำคัญของ TikTok ในสหรัฐฯ

ชั้นที่สองครอบคลุมผู้ลงโฆษณาทั่วไป ตามรายงาน ข้อห้ามนี้จะขยายไปถึงผู้ลงโฆษณาบุคคลที่สามที่ทำแคมเปญซึ่งลิงก์ไปยัง TikTok และบริการอื่นของ ByteDance ในทั้ง 7 ประเทศเดียวกัน รายงานไม่ได้ระบุว่าส่วนนี้จะมีผลเมื่อไร สำหรับผู้ลงโฆษณาไทยที่แคมเปญ Meta พาคนไปยัง TikTok ส่วนที่สองนี้คือส่วนที่เกี่ยวข้อง

รายชื่อประเทศที่ข้อห้ามจะมีผลมาจาก Meta ตามที่ Bloomberg รายงาน ได้แก่ สหรัฐฯ แคนาดา อียิปต์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม ทำให้ 3 ใน 7 ตลาดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คำอธิบายจาก Meta เอง

ถ้อยคำเดียวที่มาจาก Meta โดยตรงคือแถลงการณ์ทางอีเมลของ Chris Sgro โฆษกของ Meta ซึ่ง Bloomberg ยกมาว่า "เราไม่จำเป็นต้องลงโฆษณาให้คู่แข่งที่มีเป้าหมายจะดึงผู้คนออกไปจากแอปของเรา" เขากล่าวเพิ่มว่า การปฏิเสธให้บริการโปรโมตแก่คู่แข่งเป็นแนวปฏิบัติทางธุรกิจปกติในหลายอุตสาหกรรม และ Meta จะยังแข่งขันด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ผู้ใช้ต่อไป

แถลงการณ์นี้วางเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจเชิงการแข่งขัน ไม่ใช่กฎด้านความปลอดภัยหรือเนื้อหา และไม่ได้อธิบายว่าบังคับใช้อย่างไร บัญชีหรือปลายทางแบบใดได้รับผลกระทบ หรือมีข้อยกเว้นหรือไม่

ข้อเท็จจริงหลักในตารางเดียว

ตารางด้านล่างแสดงเฉพาะสิ่งที่รายงานของ Bloomberg ซึ่งเผยแพร่ผ่าน The Star ระบุว่ามาจาก Meta หรือรายงานไว้โดยตรงเท่านั้น

ข้อเท็จจริงหลักในตารางเดียว
หัวข้อสิ่งที่รายงานระบุ
วันที่เริ่มMeta เริ่มใช้ข้อจำกัดกับโฆษณาของ ByteDance เองเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ยังไม่ระบุวันเริ่มสำหรับไทยหรือแคมเปญของบุคคลที่สาม
ตลาดข้อห้ามจะมีผลใน สหรัฐฯ แคนาดา อียิปต์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และเวียดนาม ตามที่ Meta ระบุ
ByteDance ในฐานะผู้ลงโฆษณาจำกัดอย่างสมบูรณ์ต่อโฆษณาและข้อความการตลาดแบบชำระเงินที่ ByteDance วางบนแพลตฟอร์มของ Meta
ผู้ลงโฆษณารายอื่นจะขยายไปถึงแคมเปญของบุคคลที่สามที่ลิงก์ไปยัง TikTok และบริการอื่นของ ByteDance ในประเทศเหล่านั้น
เหตุผลที่ Meta ให้ไม่จำเป็นต้องลงโฆษณาให้คู่แข่งที่มีเป้าหมายจะดึงผู้คนออกจากแอปของ Meta (โฆษก Chris Sgro)

สิ่งที่ Meta ยังไม่ได้เผยแพร่

ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2569 Meta ยังไม่ได้เผยแพร่หน้านโยบายหรือโพสต์ในห้องข่าวที่อธิบายข้อจำกัดนี้ มาตรฐานการโฆษณา (Advertising Standards) ทั่วไปของ Meta สงวนสิทธิ์ปฏิเสธโฆษณาที่ขัดกับ "สถานะทางการแข่งขัน ผลประโยชน์ หรือปรัชญาการโฆษณา" ของบริษัทไว้อยู่แล้ว แต่ยังไม่มีหน้าใดที่เผยแพร่เฉพาะเรื่อง ByteDance หรือ TikTok ถ้อยคำจาก Meta เกี่ยวกับข้อห้ามนี้มีเพียงแถลงการณ์ทางอีเมลของโฆษกเท่านั้น

ช่องว่างนี้ทำให้คำถามเชิงปฏิบัติหลายข้อยังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการ

  • มีผลในไทยเมื่อไร รายงานระบุวันที่ 8 ตุลาคมเป็นวันที่ Meta เริ่มจำกัดโฆษณาของ ByteDance เอง แต่ไม่ได้ระบุวันเริ่มสำหรับไทยหรือแคมเปญของบุคคลที่สาม
  • บริการใดของ ByteDance บ้างที่นับรวม รายงานใช้คำว่า "TikTok และบริการอื่นของ ByteDance" และ Meta ไม่ได้เผยแพร่รายชื่อ บทความนี้จึงไม่ถือว่าแอปใดนอกเหนือจาก TikTok อยู่ในข่ายโดยเฉพาะ
  • อะไรนับเป็นลิงก์ รายงานพูดถึงแคมเปญ "ที่ลิงก์ไปยัง" TikTok แต่ไม่ได้บอกว่าการใส่ชื่อบัญชี TikTok ในข้อความโฆษณา หรือมีลายน้ำ TikTok ในวิดีโอ จะถูกมองเหมือน URL ปลายทางหรือไม่
  • โฆษณาที่กำลังรันอยู่จะเป็นอย่างไร รายงานไม่ได้บอกว่าโฆษณาที่ใช้งานอยู่และมีปลายทางเป็น TikTok จะถูกหยุด ถูกปฏิเสธเมื่อแก้ไขครั้งถัดไป หรือปล่อยไว้ตามเดิม
  • ยึดตามที่ตั้งของใคร รายงานบอกว่ากฎสำหรับบุคคลที่สามใช้กับแคมเปญ "ในประเทศเหล่านั้น" แต่ไม่ได้ระบุว่าหมายถึงที่ตั้งของผู้ลงโฆษณา ที่ตั้งของกลุ่มเป้าหมาย หรือทั้งสองอย่าง
  • "ข้อความการตลาดแบบชำระเงิน" ครอบคลุมอะไร รายงานใช้คำนี้กับกิจกรรมของ ByteDance เองแต่ไม่ได้ให้คำนิยาม

จนกว่า Meta จะเขียนกฎนี้ออกมาเป็นเอกสาร ใครที่บอกว่ารู้แน่ชัดว่าบังคับใช้อย่างไรก็คือการเดา การวิเคราะห์: ให้วางแผนไว้ว่าโฆษณา Meta ในไทยที่พาคนไปยัง TikTok จะหยุดแสดงผลเมื่อข้อห้ามมีผล

ทำไม Meta ถึงทำแบบนี้ตอนนี้

Bloomberg วางเรื่องนี้ไว้ในบริบทของการต่อสู้ที่ยาวนานระหว่างสองบริษัท รายงานระบุว่า Meta และ TikTok แข่งขันกันอย่างสูสีมาหลายปี โดยมีความไม่สมดุลข้อหนึ่ง คือ TikTok ดำเนินธุรกิจได้ในตลาดที่สำคัญที่สุดของ Meta อย่างสหรัฐฯ ขณะที่ Meta ไม่สามารถเข้าไปในตลาดที่สำคัญที่สุดของ TikTok อย่างจีนได้

ตามรายงาน การแข่งขันร้อนแรงขึ้นในเดือนสิงหาคม 2569 หลังจาก Meta ตกลงยอมความกับรัฐต่างๆ ของสหรัฐฯ มูลค่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกำหนดให้เพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัยสำหรับผู้เยาว์บน Instagram และ Facebook นับจากนั้น Meta กดดันให้ TikTok และ YouTube ของ Google ให้คำมั่นว่าจะเปลี่ยนแปลงในทำนองเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่าตนไม่สามารถแก้ปัญหาความปลอดภัยของเด็กที่เกิดทั้งอุตสาหกรรมได้เพียงลำพัง ส่วน TikTok ยังคงเงียบต่อสาธารณะ

รายงานยังระบุความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมของทั้งสองฝ่าย

  • ไม่นานหลังการยอมความ Meta ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ชั้นนำเพื่อผลักดันประเด็นของตน
  • ผู้บริหารของ Meta วิจารณ์ TikTok ต่อสาธารณะที่ไม่ไปร่วมงานของสำนักงาน Surgeon General เรื่องผลเสียของการใช้หน้าจอมากเกินไป และที่ถอนตัวจากการประชุมด้านความมั่นคงของชาติกับ House Select Committee on China
  • ในเดือนกันยายน 2569 TikTok ออกมาตรการที่ทำให้การย้ายจากแอปของตนไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นยากขึ้น รวมถึงการเอาลิงก์ Instagram เฉพาะออกจากโปรไฟล์ผู้ใช้
  • TikTok ยังปฏิเสธโฆษณาจาก Meta ที่เรียกร้องให้ TikTok ให้คำมั่นด้านความปลอดภัยของเด็กในระดับเดียวกัน

รายงานยังชี้ว่า Meta ไม่ใช่แพลตฟอร์มเดียวที่สร้างอุปสรรคต่อคู่แข่ง โดยอ้างรายงานของ The Information เมื่อเดือนกันยายนว่า OpenAI แจ้งพันธมิตรด้านโฆษณาว่าจะไม่รับโฆษณาผลิตภัณฑ์สร้างภาพและเสียงที่แข่งขันกับผลิตภัณฑ์ของตนเอง

เมื่ออ่านรวมกัน ลำดับเหตุการณ์นี้ดูเหมือนการตอบโต้กันไปมาระหว่างสองแพลตฟอร์มที่ต่างก็อยากเก็บผู้ใช้ไว้ในแอปของตัวเอง TikTok เอาลิงก์ Instagram ออกจากโปรไฟล์ ส่วน Meta ก็กำลังจะหยุดขายโฆษณาที่ส่งผู้ใช้ไป TikTok ข้อนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่สิ่งที่บริษัทใดพูดไว้

ใครในประเทศไทยได้รับผลกระทบ

ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์จากถ้อยคำในรายงาน ไม่ใช่คำแนะนำจาก Meta

ข้อจำกัดนี้เกี่ยวข้องมากที่สุดกับผู้ลงโฆษณาไทยที่ใช้พื้นที่โฆษณาของ Meta เป็นแหล่งทราฟฟิกให้ TikTok ตัวอย่างที่พบได้ทั่วไป ได้แก่

  • ร้านค้าใน TikTok Shop ที่ยิงโฆษณา Facebook หรือ Instagram พาผู้ซื้อไปยังหน้าสินค้าหรือหน้าร้านใน TikTok Shop
  • แบรนด์และครีเอเตอร์ที่ทำโฆษณาเพิ่มผู้ติดตามโดยพาไปยังโปรไฟล์ TikTok หรือคลิป TikTok เฉพาะคลิป
  • แคมเปญโปรโมต TikTok LIVE ที่ใส่ลิงก์ไปยังไลฟ์
  • เอเจนซีและทีมภายในที่ใช้แคมเปญ Meta เดียวพาทราฟฟิกไปหลายปลายทาง โดยมีปลายทางหนึ่งอยู่บน TikTok

ผู้ลงโฆษณาที่ยิงโฆษณา Facebook และ Instagram ไปยังเว็บไซต์ของตัวเอง LINE Official Account ร้านในมาร์เก็ตเพลส หรือแชต Messenger ไม่ได้ถูกระบุในรายงานว่าได้รับผลกระทบ ผู้ที่ซื้อโฆษณา TikTok โดยตรงในแพลตฟอร์มโฆษณาของ TikTok เองก็ไม่อยู่ในสิ่งที่รายงานพูดถึง เพราะข้อจำกัดนี้เกี่ยวกับแอปของ Meta

สิ่งที่ควรตรวจในบัญชี Meta ของคุณ

ขั้นตอนด้านล่างเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาและเป็นการวิเคราะห์ เนื่องจาก Meta ยังไม่ได้เผยแพร่แนวทาง จึงควรมองเป็นการตรวจสอบที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่เช็กลิสต์ด้านการปฏิบัติตามกฎ

  1. ทำรายการโฆษณา Meta ที่ใช้งานอยู่และตั้งเวลาไว้ทั้งหมดพร้อมปลายทาง ใน Ads Manager ให้ส่งออกรายการโฆษณาพร้อม URL เว็บไซต์ แล้วหาโดเมนของ TikTok รวมถึงลิงก์ย่อและลิงก์ redirect ที่ไปจบที่ TikTok
  2. ดูสถานะการแสดงผลและสถานะการตรวจสอบของโฆษณาทุกตัวที่พาไป TikTok ถ้าโฆษณาที่พาไป TikTok หยุดแสดงผลหรือถูกปฏิเสธ ให้ดูเหตุผลการปฏิเสธใน Ads Manager
  3. ดูให้ไกลกว่า URL หลัก ตรวจ deep link ปลายทางของปุ่ม call-to-action หน้า link-in-bio และลิงก์ติดตามที่มีการ redirect หน้า link-in-bio ที่มีแต่ลิงก์ TikTok อาจถูกมองว่าเป็นปลายทาง TikTok ได้ รายงานไม่ได้บอกว่า Meta จัดการกรณีเหล่านี้อย่างไร จึงควรตัดสินใจตามระดับความเสี่ยงที่รับได้
  4. ตัดสินใจว่าทราฟฟิกจาก Meta ควรไปที่ไหนแทน ทางเลือกได้แก่ เว็บไซต์หรือหน้าสินค้าของคุณเอง LINE Official Account หน้าร้านในมาร์เก็ตเพลส หรือแชต Messenger แต่ละทางมีวิธีติดตามผลและเส้นทางคอนเวอร์ชันต่างกัน จึงควรวางระบบวัดผลก่อนเปลี่ยน
  5. ย้ายเป้าหมายการเติบโตบน TikTok ไปที่แพลตฟอร์มโฆษณาของ TikTok เอง หากยอดขายหรือการกดติดตามต้องเกิดบน TikTok งบที่เคยใช้ซื้อคลิกจาก Meta ไป TikTok อาจคุ้มกว่าเมื่อใช้ภายใน TikTok ซึ่งข้อจำกัดนี้ไม่ครอบคลุม
  6. ตรวจการวัดผลการตลาด (attribution) อีกครั้ง หากรายได้ส่วนหนึ่งใน TikTok Shop มาจากทราฟฟิกของ Meta ให้คาดว่าแหล่งนี้จะหายไปเมื่อข้อห้ามมีผลในไทย และปรับเป้าหมายกับรายงานเพื่อไม่ให้การลดลงนี้ถูกตีความผิดว่าเป็นปัญหาที่ครีเอทีฟหรือตัวสินค้า
  7. บันทึกสิ่งที่เห็น จดวันที่และข้อความของการปฏิเสธหรือการเปลี่ยนแปลงการแสดงผลในบัญชี บันทึกนี้จะช่วยได้เมื่อ Meta เผยแพร่แนวทางอย่างเป็นทางการ หรือเมื่อต้องอธิบายว่าทำไมผลลัพธ์เปลี่ยนไป

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย

ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ สำหรับผู้ลงโฆษณาไทยส่วนใหญ่ นี่คือปัญหาเรื่องเส้นทาง มากกว่าปัญหาเรื่องงบ Facebook และ Instagram ยังสร้างความต้องการได้ เพียงแต่จะส่งต่อความต้องการนั้นไปยัง TikTok โดยตรงไม่ได้เมื่อข้อห้ามมีผลในประเทศไทย แผนข้ามแพลตฟอร์มจึงต้องมีปลายทางที่ Meta ยอมรับ เช่น เว็บไซต์แบรนด์ LINE OA หรือร้านในมาร์เก็ตเพลส แล้วดูแล TikTok ผ่านโฆษณาของ TikTok เอง

เรื่องนี้ยังเตือนว่ากฎระหว่างแพลตฟอร์มคู่แข่งเปลี่ยนได้โดยไม่มีหน้านโยบายรองรับ การเก็บความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้ในช่องทางที่คุณควบคุมเองได้ เช่น เว็บไซต์ รายชื่ออีเมล หรือ LINE OA ช่วยลดความเสี่ยงเมื่อแพลตฟอร์มหนึ่งตัดสินใจหยุดส่งทราฟฟิกให้อีกแพลตฟอร์ม หากคุณกำลังปรับ funnel ของโฆษณา Facebook หรือย้ายงบไปที่โฆษณา TikTok ควรวางแผนทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน เพื่อให้ทราฟฟิกจากแต่ละแพลตฟอร์มไปจบในที่ที่ได้รับอนุญาต

คำถามที่พบบ่อย

ข้อห้ามโฆษณาที่ลิงก์ไป TikTok ของ Meta มีผลในไทยแล้วหรือยัง?

ยังยืนยันไม่ได้ Meta เริ่มจำกัดโฆษณาของ ByteDance เองตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2569 และระบุว่าข้อห้ามจะครอบคลุมไทยและขยายไปถึงแคมเปญที่ลิงก์ไป TikTok แต่ยังไม่มีการเผยแพร่วันเริ่มสำหรับไทยหรือแคมเปญของบุคคลที่สาม ตามรายงานของ Bloomberg 7 ตลาดที่ Meta ระบุคือ สหรัฐฯ แคนาดา อียิปต์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และเวียดนาม

ครอบคลุม CapCut, Lemon8 หรือแอปอื่นของ ByteDance ด้วยหรือไม่?

Meta ไม่ได้เผยแพร่รายชื่อ จึงยังไม่ชัดเจนว่าแอปใดนอกจาก TikTok อยู่ในข่ายบ้าง รายงานระบุเพียงว่ากฎนี้ใช้กับแคมเปญที่ลิงก์ไปยัง "TikTok และบริการอื่นของ ByteDance" โดยไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม

Meta เผยแพร่หน้านโยบายอย่างเป็นทางการเรื่องนี้หรือยัง?

ยังไม่มี ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2569 Meta ยังไม่ได้เผยแพร่หน้านโยบายเฉพาะเรื่อง ByteDance มาตรฐานการโฆษณาทั่วไปของ Meta สงวนสิทธิ์ปฏิเสธโฆษณาที่ขัดกับ "สถานะทางการแข่งขัน ผลประโยชน์ หรือปรัชญาการโฆษณา" ของบริษัท และถ้อยคำจาก Meta เกี่ยวกับข้อห้ามนี้มีเพียงแถลงการณ์ทางอีเมลของโฆษก Chris Sgro ที่ Bloomberg ยกมา

ยังลงโฆษณา TikTok ได้อยู่หรือไม่?

ได้ ข้อจำกัดที่ Bloomberg รายงานครอบคลุมโฆษณาบนแอปของ Meta ไม่ใช่การลงโฆษณาภายใน TikTok รายงานไม่ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงใดในการซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ TikTok เอง

โฆษณา Meta ที่พาไป TikTok อยู่แล้วจะเป็นอย่างไร?

รายงานไม่ได้ระบุ ให้ตรวจสถานะการแสดงผลและสถานะการตรวจสอบของโฆษณาเหล่านั้นใน Ads Manager และเตรียมปลายทางสำรองไว้ แทนที่จะรอให้โฆษณาถูกหยุด

สรุป

Meta เริ่มจำกัดโฆษณาของ ByteDance เองตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2569 และระบุว่าข้อห้ามจะครอบคลุมไทยและแคมเปญที่ลิงก์ไป TikTok โดยยังไม่มีวันเริ่มที่เผยแพร่หรือนโยบายเฉพาะเรื่อง ByteDance อธิบายรายละเอียด ผู้ลงโฆษณาไทยที่พึ่งทราฟฟิกจาก Meta เพื่อสร้างยอดขายใน TikTok Shop หรือเพิ่มผู้ติดตาม TikTok ควรตรวจปลายทางตอนนี้ก่อนข้อห้ามมีผล และตัดสินใจว่าจะส่งทราฟฟิกนั้นไปที่ไหนต่อ หากต้องการให้ช่วยดูแผนข้ามแพลตฟอร์ม ทีมโฆษณาโซเชียลของ Relevant Audience ช่วยจับคู่งบ Meta และ TikTok กับปลายทางที่ยังใช้งานได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น