A Local Services Ads dashboard screen redirecting to a Google Ads campaign overview during account migration.

ผู้ลงโฆษณา Local Services Ads เสียสิทธิ์เข้าแดชบอร์ด 14 วันหลังอีเมล พร้อมกับการประมูลด้วยตนเอง

Google AdsAugust 23, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • เอกสาร Google Ads เผยรายละเอียดการย้าย Local Services Ads เข้า Performance Max ตามรายงาน PPC Land วันที่ 23 สิงหาคม 2569 โดยเฟสแรกเริ่มแล้วตั้งแต่สิงหาคม 2569 กับผู้ลงโฆษณาในสหรัฐอเมริกา
  • แต่ละบัญชีจะได้อีเมลก่อนวันย้าย 14 วัน อีเมลเตือนซ้ำก่อน 7 วัน และอีเมลยืนยันหลังย้าย ในวันย้ายแดชบอร์ดเดิมจะใช้ไม่ได้และการล็อกอินถูกส่งต่อไป Google Ads
  • รายงานประสิทธิภาพย้อนหลังจะไม่ถูกย้ายตามและเข้าถึงไม่ได้อีก ช่วงแจ้งเตือน 14 วันจึงเป็นหน้าต่างเดียวสำหรับดึงข้อมูลออก
  • การประมูลด้วยตนเองและ Target CPA ระดับหมวดหมู่ถูกถอดออก บัญชีหลายหมวดหมู่จะเหลือ Target CPA ระดับแคมเปญค่าเดียว การประมูลแยกรายหมวดจึงต้องแยกแคมเปญ
  • บัญชีนอกสหรัฐอเมริกาและหมวดหมู่ที่เหลือทั้งหมดจะย้ายในปี 2570 และแหล่งข่าวไม่ได้ให้วันที่เฉพาะของประเทศไทย

เอกสารของ Google Ads ได้เผยรายละเอียดเชิงปฏิบัติของการย้าย Local Services Ads เข้าไปอยู่ใน Performance Max แล้ว และเฟสแรกเริ่มทำงานจริงตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 กับผู้ลงโฆษณากลุ่มบริการที่บ้านและหน้าร้านบางรายในสหรัฐอเมริกา ในวันที่บัญชีถูกย้าย สิทธิ์เข้าใช้แดชบอร์ด Local Services Ads แบบเดิมจะสิ้นสุดลง การพยายามล็อกอินจะถูกส่งต่อไปยังหน้าภาพรวมแคมเปญใน Google Ads และการตั้งราคาประมูลด้วยตนเองจะไม่รองรับอีกต่อไป PPC Land รายงานเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ว่าหน้าศูนย์ช่วยเหลือที่อธิบายการย้ายครั้งนี้ ซึ่งเผยแพร่ภายใต้หัวข้อ Local Services Ads transition to Performance Max campaigns with pay-per-lead goals ตอนนี้มีรายละเอียดขั้นตอนที่ยังไม่มีตอนที่การย้ายถูกบันทึกไว้ครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2569

อะไรที่รู้กันอยู่แล้ว และอะไรที่ Google เพิ่งเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ตัวประกาศไม่ใช่ข่าว เพราะตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นที่รับรู้แล้วว่า Local Services Ads จะถูกยุบเข้าไปใน Google Ads ในรูปแบบแคมเปญ Performance Max ที่คิดเงินตามลีดแทนการคิดตามคลิก สิ่งที่ยังขาดไปคือคำตอบเชิงปฏิบัติทั้งหมดที่อยู่ใต้ประโยคนั้น ตอนนี้ Google เผยแพร่ลำดับการแจ้งเตือนที่ผู้ลงโฆษณาจะได้รับ สูตรแปลงงบรายสัปดาห์เป็นงบรายวัน รายการเครื่องมือตั้งราคาประมูลที่จะหายไป และตำแหน่งในหน้าจอ Google Ads ที่ผู้ลงโฆษณาจะไปหาฟังก์ชันซึ่งเคยอยู่ในผลิตภัณฑ์แยกต่างหาก การที่เฟสแรกเริ่มทำงานจริงเปลี่ยนสถานะของเรื่องนี้จากแผนเป็นตารางเวลาที่มีวันกำกับ และรายละเอียดระดับบัญชีคือส่วนที่ต้องลงมือทำ รายงานจาก PPC Land บันทึกสถานะของเอกสารชุดนี้ไว้

ใครถูกย้าย และย้ายเมื่อไร

เฟสแรกครอบคลุมผู้ลงโฆษณากลุ่มบริการที่บ้านและหน้าร้านในสหรัฐอเมริกา เก้าหมวดหมู่ ได้แก่ ประปา ระบบปรับอากาศ HVAC ไฟฟ้า ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำความสะอาดบ้าน ดูแลสนามหญ้า มุงหลังคา กำจัดแมลง และบริการขนย้าย Google เลือกหมวดหมู่เหล่านี้เป็นกลุ่มเริ่มต้น กลุ่มถัดไปจะตามมาในช่วงปลายปี 2569 ได้แก่ ธุรกิจที่ให้บริการตามพื้นที่โดยไม่มีหน้าร้านจริง และบัญชีที่ตั้งค่าการประมูลหรือระบบจองแบบกำหนดเอง

บัญชีนอกสหรัฐอเมริกาและหมวดหมู่ธุรกิจที่เหลือทั้งหมดจะถูกย้ายในปี 2570 บรรทัดเดียวนี้คือบรรทัดที่สำคัญที่สุดสำหรับคนนอกสหรัฐอเมริกา และควรพูดให้ตรง คือไม่มีบัญชีนอกสหรัฐอเมริกาอยู่ในสองระลอกแรกเลย แหล่งข่าวไม่ได้ให้วันที่เฉพาะของประเทศไทย ไม่ได้ให้ลำดับรายประเทศภายในปี 2570 และไม่ได้บอกว่าตลาดไหนจะย้ายในเดือนใดของปีนั้น ใครที่อ้างวันที่ของไทยสำหรับการย้ายครั้งนี้ กำลังอ้างสิ่งที่ไม่มีอยู่ในเอกสาร

เส้นตายการดึงข้อมูลออกคือความสูญเสียเดียวที่ย้อนกลับไม่ได้

ทุกอย่างที่เหลือในการย้ายครั้งนี้คือการเปลี่ยนกลไก แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่เป็นการลบทิ้ง Google ระบุว่ารายงานประสิทธิภาพเดิมจะไม่ถูกย้ายตามไปด้วย และจะเข้าถึงไม่ได้อีกหลังการย้ายเสร็จสิ้น ยอดใช้จ่ายรวม จำนวนลีด และประวัติแคมเปญที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้นจะดึงกลับมาไม่ได้เมื่อบัญชีย้ายแล้ว เอกสารไม่ได้อธิบายถึงคลังเก็บข้อมูล ไม่ได้อธิบายมุมมองแบบอ่านอย่างเดียว และไม่ได้บอกช่องทางติดต่อฝ่ายสนับสนุนเพื่อขอข้อมูลคืนภายหลัง

นั่นทำให้ช่วงแจ้งเตือนล่วงหน้า 14 วันกลายเป็นหน้าต่างเดียวสำหรับการดึงข้อมูลออก อีเมลแจ้งเตือนล่วงหน้าจะส่งถึงผู้ดูแลบัญชีที่ระบุไว้ในโปรไฟล์ 14 วันก่อนวันย้ายของบัญชีนั้น แบนเนอร์เตือนจะปรากฏในแดชบอร์ดเดิมตลอดช่วงเวลาเดียวกัน และอีเมลเตือนซ้ำจะส่งอีกครั้งในอีกเจ็ดวันถัดมา ซึ่งเท่ากับเจ็ดวันก่อนวันย้ายจริง หลังวันย้ายไปแล้วไม่มีที่ไหนให้ดึงข้อมูลออกอีก เพราะการล็อกอินจะถูกส่งต่อเข้า Google Ads ทันที

เอกสารชี้ให้ผู้ลงโฆษณาไปดูส่วนคำถามที่พบบ่อยเพื่อหาวิธีดาวน์โหลดรายงานก่อนถึงวันย้าย แต่ในหน้าเวอร์ชันที่ถูกบันทึกไว้ รายการคำถามเจ็ดข้อปรากฏเป็นหัวข้อที่ยังไม่ถูกคลี่ออกและไม่แสดงคำตอบ ในจำนวนนั้นมีคำถามว่ารายงานประสิทธิภาพแคมเปญจะถูกย้ายตามไปหรือไม่ และคำถามว่าลีดลูกค้าในอดีตจะถูกย้ายตามไปหรือไม่ วิธีดึงข้อมูลออกจึงซ่อนอยู่หลังการคลิก ไม่ได้อยู่ในเนื้อหาหลักของหน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่เหมาะนัก เมื่อพิจารณาว่าหน้าต่างเวลานี้ปิดถาวร

สำหรับเอเจนซีหรือทีมภายในที่ถือบัญชี Local Services Ads อยู่ การรับมือที่ได้ผลไม่ได้ขึ้นกับการรู้วันย้ายล่วงหน้า ให้ดึงประวัติประสิทธิภาพทั้งหมดออกมาตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่อีเมลจะมาถึง แล้วเก็บไว้นอกแพลตฟอร์ม การดึงข้อมูลล่วงหน้าใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง ส่วนการพลาดหน้าต่างเวลานี้แลกมาด้วยฐานการวัดผลทั้งหมดของช่องทางลีดหนึ่งช่องทาง ซึ่งเป็นตัวเลขที่การถกเถียงเรื่องงบประมาณครั้งต่อ ๆ ไปจะถูกนำไปเทียบด้วย

อีเมลสามฉบับ การเปลี่ยนเส้นทางหนึ่งครั้ง และไม่มีทางย้อนกลับ

ลำดับการแจ้งเตือนถูกกำหนดตายตัว และตัวการย้ายถูกอธิบายไว้อย่างไม่กำกวม ไม่มีช่วงเวลาที่ทั้งสองหน้าจอทำงานคู่ขนานกัน และเอกสารไม่ได้อธิบายกลไกใดสำหรับย้อนบัญชีกลับหลังจากย้ายไปแล้ว

อีเมลสามฉบับ การเปลี่ยนเส้นทางหนึ่งครั้ง และไม่มีทางย้อนกลับ
ขั้นตอนช่วงเวลาเกิดอะไรขึ้น
อีเมลแจ้งเตือนล่วงหน้า14 วันก่อนวันย้ายของบัญชีส่งถึงผู้ดูแลบัญชีในโปรไฟล์ พร้อมแบนเนอร์เตือนในแดชบอร์ด
อีเมลเตือนซ้ำ7 วันก่อนวันย้ายส่งหลังอีเมลฉบับแรกเจ็ดวัน
วันย้ายจริงวันย้ายเฉพาะของแต่ละบัญชีสิทธิ์เข้าแดชบอร์ดสิ้นสุด และการล็อกอินถูกส่งต่อไปหน้าภาพรวมแคมเปญใน Google Ads
รายงานประสิทธิภาพย้อนหลังเข้าถึงไม่ได้หลังย้ายรายงานไม่ถูกย้ายตาม ช่วง 14 วันจึงเป็นโอกาสเดียวในการดึงข้อมูลออก
การกลับสู่ระดับปกตินานถึงสองสัปดาห์หลังย้ายโฆษณาจำนวนมากเริ่มทำงานทันที แต่ประสิทธิภาพต้องใช้เวลากลับสู่ระดับเดิม

อีเมลฉบับที่สามจะยืนยันว่าการย้ายเสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วนหัวข้อไทม์ไลน์การย้ายเปิดด้วยการอธิบายว่าการทยอยย้ายถูกออกแบบให้ราบรื่นและไม่กระทบการโฆษณา แต่มีอีกสองย่อหน้าที่ขยายความต่างออกไป แคมเปญอาจหยุดชั่วคราวระหว่างการตรวจสอบยืนยันตัวตนที่ใช้เวลา 24 ถึง 48 ชั่วโมง และมีหมายเหตุติดธงระบุว่ากระบวนการอาจใช้เวลานานถึงสองสัปดาห์กว่าจะเสร็จสมบูรณ์และกว่าประสิทธิภาพแคมเปญจะกลับสู่ระดับปกติ การไต่ระดับสองสัปดาห์ไม่เท่ากับการไม่มีผลกระทบ และเอกสารก็ไม่ได้ให้กลไกในการเลือกวันย้าย ธุรกิจมุงหลังคาหรือ HVAC จึงอาจถูกย้ายกลางฤดูทำงานพอดี

สิ่งที่ยังอยู่เหมือนเดิม

มีสี่อย่างที่ถูกระบุว่าไม่เปลี่ยน การเรียกเก็บเงินยังอยู่บนพื้นฐาน pay-per-lead คือคิดเงินจากลีดที่ถูกต้อง เช่น สายโทรเข้าและข้อความ ไม่ใช่จากคลิกโฆษณา ซึ่งเป็นจุดที่แยกแคมเปญประเภทนี้ออกจาก Performance Max มาตรฐานที่คิดเงินต่อคลิก ตำแหน่งแสดงผลยังจำกัดอยู่ที่ Google Search และ Google Maps ในตำแหน่งเดิม การกำหนดกลุ่มเป้าหมายยังเป็นแบบไม่ใช้คีย์เวิร์ด โดยอิงหมวดหมู่บริการและพื้นที่ให้บริการแทนรายการคีย์เวิร์ด และเป้าหมายที่ระบุไว้ว่าเน้นการเชื่อมต่อกับลูกค้าที่มีความตั้งใจสูงก็ถูกอธิบายว่าไม่เปลี่ยนเช่นกัน

สถานะการยืนยันตัวตนก็อยู่รอด ธุรกิจที่ผ่านการยืนยันแล้วยังคงป้าย Google Verified ไว้ และป้ายจะถูกโอนย้ายอัตโนมัติ โดยไม่ต้องยืนยันประกันภัยหรือใบอนุญาตใหม่ แต่ Google เติมเงื่อนไขไว้ท้ายว่า หากมีการตรวจสอบระดับธุรกิจเพิ่มเติมในอนาคต จะมีการแจ้งเตือนปรากฏในบัญชี Google Ads ทั้งเงื่อนไขที่จะกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบและขอบเขตของการตรวจสอบนั้นไม่ได้ถูกระบุไว้ กลายเป็นภาระที่มีอยู่ในหลักการแต่ยังไม่มีรูปร่างที่เผยแพร่

เครื่องมือตั้งราคาประมูลที่หายไป

มีสองกลไกที่ถูกยกเลิกโดยตรง อย่างแรกคือการตั้งราคาประมูลด้วยตนเอง รวมถึงการตั้งค่าต้นทุนสูงสุดต่อลีด ซึ่งไม่รองรับอีกต่อไป อย่างที่สองคือ Target CPA ระดับหมวดหมู่ธุรกิจ ที่ถูกถอดออกด้วยเหตุผลว่า Google Ads ไม่รองรับความละเอียดระดับนั้น

การถอดอย่างที่สองมีผลทางคณิตศาสตร์ที่บัญชีหลายหมวดหมู่ต้องจัดการก่อนถูกย้าย เดิมทีผู้ลงโฆษณาที่ตั้งค่า Target CPA ต่างกันสำหรับแต่ละหมวดหมู่ภายในแคมเปญเดียว จะถูกคำนวณเป็น Target CPA ระดับแคมเปญค่าเดียวและนำไปใช้กับทุกหมวดหมู่ การรักษากติกาการประมูลแยกตามประเภทธุรกิจจึงต้องแยกเป็นคนละแคมเปญ หมวดหมู่ละหนึ่งแคมเปญ Google ยกตัวอย่างงานประปาคู่กับ HVAC และหลักการเดียวกันใช้ได้กับทุกบัญชีที่ลีดในหมวดหนึ่งมีมูลค่าหลายเท่าของลีดอีกหมวด การเฉลี่ยค่าทั้งสองเข้าด้วยกันไม่ได้ให้จุดกึ่งกลางที่ใช้งานได้ แต่ให้ตัวเลขที่สูงเกินไปสำหรับหมวดที่ลีดถูก และต่ำเกินไปสำหรับหมวดที่ลีดแพง

การควบคุมด้วยมือในผลิตภัณฑ์นี้ถูกลดทอนมาหลายปีแล้ว Google เปิดตัวการประมูลแบบ Target Cost Per Lead ในเดือนกันยายน 2567 เป็นทางเลือกกลางระหว่างการตั้งค่า Max Per Lead ด้วยตนเองกับ Maximize Leads แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ โดยรายงานในตอนนั้นว่าผู้ลงโฆษณาที่ย้ายขึ้นมาจากการประมูลด้วยตนเองมีจำนวนลีดเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ที่ย้ายลงมาจากการประมูลอัตโนมัติมีจำนวนลีดลดลง การถอดฟีเจอร์เฉพาะบางหมวดหมู่ก็เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้ลงโฆษณากลุ่มที่ปรึกษาภาษีเสียทั้งลีดแบบข้อความ ระบบให้เครดิตอัตโนมัติ ระบบจอง และการบันทึกสายโทรศัพท์ไปเมื่อเดือนมกราคม 2568

การยกเลิกครั้งนี้ยังเกิดขึ้นกลางช่วงที่พฤติกรรมของค่าเป้าหมายกำลังถูกปรับ Google นำ Target CPA และ Target ROAS กลับมาเป็นชื่อกลยุทธ์การประมูลแบบยืนพื้นอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2569 และการเปลี่ยนแปลงอีกชุดที่มีผลวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ได้แก้ไขวิธีที่แคมเปญซึ่งถูกจำกัดด้วยงบประมาณไล่ตามค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่องจากคนทำงานก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ ผู้ลงโฆษณาที่เพิ่งได้รับ Target CPA ระดับแคมเปญเป็นครั้งแรก จึงได้รับมันมาภายใต้พฤติกรรมการประมูลที่เพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อเดือนที่แล้ว

งบรายสัปดาห์หารเจ็ด

การแปลงงบประมาณใช้สูตรที่เผยแพร่ไว้ชัดเจน งบเฉลี่ยรายสัปดาห์ในอดีตจะถูกหารด้วยเจ็ดเพื่อให้ได้งบเฉลี่ยรายวัน Google ระบุว่ายอดใช้จ่ายรายเดือนไม่เปลี่ยน เพราะเพดานรายเดือนคืองบเฉลี่ยรายวันคูณด้วย 30.4 ซึ่งเป็นจำนวนวันเฉลี่ยในหนึ่งเดือน และยอดใช้จ่ายรายวันอาจแกว่งขึ้นในวันที่มีดีมานด์สูงได้ โดยที่ยอดเรียกเก็บรายเดือนจะไม่เกินเพดานนั้น

ตัวเลขนี้ควรเขียนออกมาให้เห็น งบรายสัปดาห์ 700 หน่วยจะกลายเป็นงบเฉลี่ยรายวัน 100 หน่วย และเพดานรายเดือน 3,040 หน่วย ขณะที่โครงสร้างรายสัปดาห์แบบเดิม สี่สัปดาห์ที่ 700 รวมได้ 2,800 หน่วย ส่วนต่างสะท้อนค่าเฉลี่ยเดือนละ 4.34 สัปดาห์ ไม่ใช่การเปลี่ยนนโยบาย แต่ผู้ลงโฆษณาที่เคยอ่านตัวเลขรายสัปดาห์เป็นเพดานแข็ง จะได้เครื่องมือที่ผูกกับรายเดือนมาแทน กลไกนี้คืองบเฉลี่ยรายวันมาตรฐานของ Google Ads ซึ่งพฤติกรรมการกระจายงบของมันเองก็ถูกแก้ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ให้ระบบไล่ตามเพดานรายเดือนโดยไม่ขึ้นกับการตั้งเวลาแสดงโฆษณา

Business Profile กลายเป็นฐานข้อมูลหลัก และกล่องลีดย้ายที่

แคมเปญที่ถูกย้ายจะดึงข้อมูลตัวตนหลักมาจาก Google Business Profile ชื่อธุรกิจ ที่อยู่จริง และเวลาทำการมาตรฐานจะซิงก์ทางเดียวจากโปรไฟล์เข้าสู่ Google Ads การแก้ไขข้อมูลเหล่านี้จึงต้องไปแก้ที่โปรไฟล์ ส่วนรูปภาพและพื้นที่ให้บริการจะถูกเติมมาจากโปรไฟล์ก่อน แล้วปรับแต่งสำหรับโฆษณาแยกต่างหากได้หลังย้ายเสร็จ มีข้อควรระวังแนบมาด้วย การแก้ไขชื่อธุรกิจหรือที่อยู่จริงอย่างมีนัยสำคัญจะกระตุ้นการตรวจสอบยืนยันมาตรฐาน ซึ่งระบุว่าใช้เวลาโดยทั่วไป 24 ถึง 48 ชั่วโมง และแคมเปญอาจหยุดชั่วคราวในช่วงนั้น ธุรกิจบริการที่ย้ายที่อยู่จริงตามปกติจึงรับช่วงเวลาที่โฆษณาไม่แสดงมาด้วย โดยไม่มีข้อยกเว้นใดระบุไว้

การจัดการลีดย้ายไปอยู่ในตารางที่เข้าถึงผ่านเมนู Goals แล้วไปที่ Conversions และ Leads Google อธิบายว่านี่คือสิ่งที่มาแทนกล่องลีดของ Local Services Ads โดยยังเก็บสถานะการถูกเรียกเก็บเงิน ประเภทลีดว่าเป็นสายโทรหรือข้อความ แบบฟอร์มให้ความเห็นเกี่ยวกับลีด และการดาวน์โหลดแบบ CSV เพื่อนำเข้าระบบ CRM ลีดแบบข้อความจะเปิดหน้าต่างสนทนาให้อ่านและตอบข้อความหรืออีเมลได้ภายใน Google Ads และหมายเลขโทรศัพท์ที่รับสายกับข้อความสามารถแก้ไขได้แบบเรียลไทม์ การรายงานผลใช้สามตัวชี้วัดที่ระบุชื่อไว้ คือ Conversions เป็นจำนวนลีดที่ถูกเรียกเก็บเงิน Cost เป็นยอดใช้จ่ายรวม และ Cost per conversion เป็นต้นทุนเฉลี่ยต่อลีด

มีการเปลี่ยนแปลงด้านแอสเซทสองเรื่องมาพร้อมกัน ข้อความไฮไลต์แบบ Better Business Bureau ไม่รองรับอีกต่อไป และเอกสารสั่งให้ธุรกิจเปิดแท็บแอสเซทของแคมเปญแล้วเลือกข้อความไฮไลต์แบบมีโครงสร้างอื่นอย่างน้อยหกรายการ โดยยกตัวอย่างเวลาทำการ ความเชี่ยวชาญเฉพาะ และช่องทางชำระเงินที่รับ แต่อีกย่อหน้าหนึ่งระบุว่าข้อความไฮไลต์ธุรกิจจัดการได้สูงสุดหกรายการต่อหมวดหมู่ ควบคู่กับรูปภาพธุรกิจเพิ่มเติมได้สูงสุด 100 รูป คำสั่งให้เลือกอย่างน้อยหกรายการนั้นหมายถึงหกรายการรวมหรือหกรายการต่อหมวดหมู่ ไม่ได้ถูกอธิบายให้ชัดในเนื้อหา ส่วนพาดหัว วิดีโอ และไซต์ลิงก์ ซึ่ง Performance Max มาตรฐานต้องการหรือรองรับ ไม่ถูกนำมาใช้กับแคมเปญที่มีเป้าหมายแบบ pay-per-lead แคมเปญประเภทนี้จึงเป็นรุ่นจำกัดความสามารถ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เต็มรูปแบบ

เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับนักการตลาดไทย

Local Services Ads ไม่ใช่งานประจำวันของผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่ในประเทศไทย ผลกระทบเชิงปฏิบัติเฉพาะหน้าจึงมีไม่มาก คุณค่าของข่าวนี้สำหรับทีมไทยอยู่ที่อื่น และขอระบุชัดว่าส่วนถัดไปเป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าว

เรื่องแรกคือวันที่ บัญชีนอกสหรัฐอเมริกาจะถูกย้ายในปี 2570 แปลว่าบัญชีไทยที่ถืออยู่มีเวลาเตรียมตัวราวหนึ่งปี แต่ไม่มีเดือนที่ประกาศไว้ การรับมือที่สมเหตุสมผลจึงไม่ใช่การรออีเมล แต่คือการตัดสินใจตั้งแต่ตอนนี้ว่าประวัติการรายงานผลมีค่าแค่ไหน เพราะหน้าต่างการดึงข้อมูลจะยาว 14 วันไม่ว่ามันจะเปิดเมื่อไร และไม่มีเหตุผลให้สมมติว่าเฟสหลัง ๆ จะได้เวลาเตรียมตัวยาวกว่าเฟสแรก

เรื่องที่สองคือรูปแบบที่เกิดซ้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้คือผลิตภัณฑ์โฆษณาที่แยกออกมาต่างหากถูกดูดกลับเข้าไปเป็นเป้าหมายประเภทหนึ่งใน Google Ads โดยที่ตัวควบคุมซึ่งไม่เข้ากับกลไกมาตรฐานถูกตัดทิ้งแทนที่จะย้ายตามไป ทิศทางเดียวกันนี้เห็นได้ที่อื่นบนแพลตฟอร์ม Local Inventory Ads กลายเป็นค่าเริ่มต้นของทุกแคมเปญ Shopping ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 และงบประมาณรวมระดับแคมเปญขยายไปถึง Search, Performance Max และ Shopping ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 โครงสร้างบัญชีใดที่พึ่งพาการควบคุมด้วยมือแบบละเอียด กำลังถือสินทรัพย์ที่มูลค่าลดลงเรื่อย ๆ และการย้าย Local Services Ads คือตัวอย่างที่ชัดที่สุดจนถึงตอนนี้ เพราะมันปลดระวางผลิตภัณฑ์ทั้งตัว ไม่ใช่แค่การตั้งค่าหนึ่งอย่างในผลิตภัณฑ์ ทีมที่ดูแลบัญชี Google Ads ซึ่งสร้างขึ้นบนค่าเป้าหมายแยกรายหมวดหมู่ ควรเริ่มถามว่าค่าเป้าหมายไหนบ้างที่จะรอดจากการถูกยุบรวม

เรื่องที่สามคือพื้นที่โฆษณาระดับท้องถิ่นกำลังถูกจัดใหม่อยู่ใต้ทั้งหมดนี้ ตำแหน่งโฆษณาแบบเสียเงินภายใน local pack เพิ่มจากต่ำกว่าสามเปอร์เซ็นต์เป็น 21.99 เปอร์เซ็นต์ของรายงานอันดับบนมือถือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงมกราคม 2569 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 733 เปอร์เซ็นต์ในสามเดือน ขณะที่ Apple เปิดให้ซื้อโฆษณาบน Maps ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 แต่นโยบายของ Apple ตัดกลุ่มบริการที่บ้านออกไป ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการย้ายของ Google มากที่สุดจึงไม่ได้พื้นที่โฆษณาทางเลือกเพิ่ม สำหรับธุรกิจบริการในไทย สิ่งที่อ่านข้ามมาได้คือฝั่งออร์แกนิกของ local pack กำลังถูกบีบขณะที่พื้นที่แบบเสียเงินขยายตัว ซึ่งเพิ่มผลตอบแทนของการทำโปรไฟล์ให้ครบถ้วนและการสะสมรีวิว งานส่วนนั้นอยู่กับ บริการ Local SEO ไม่ใช่กับบัญชีโฆษณา และไม่ได้รับผลกระทบจากการย้ายครั้งนี้เลย

สิ่งที่แหล่งข่าวไม่ได้บอก

Google ไม่ได้ประกาศวันที่ของประเทศไทย และไม่ได้ให้ลำดับรายประเทศภายในปี 2570 ไม่ได้อธิบายวิธีเลือก เลื่อน หรือปฏิเสธวันย้าย ไม่ได้บอกว่าบัญชีย้อนกลับได้หรือไม่หลังการย้าย และการที่ไม่มีกลไกใดถูกอธิบายไว้ก็ไม่เท่ากับการยืนยันว่าทำไม่ได้ หัวข้อคำถามที่พบบ่อยบนหน้าที่ถูกบันทึกไว้ไม่แสดงคำตอบ ขั้นตอนการดึงรายงานย้อนหลังจึงอ่านจากเอกสารโดยตรงไม่ได้ เงื่อนไขและขอบเขตของการตรวจสอบระดับธุรกิจเพิ่มเติมที่ผูกกับป้าย Google Verified ก็ไม่ได้ถูกระบุ และความขัดแย้งระหว่างคำสั่งให้เลือกข้อความไฮไลต์อย่างน้อยหกรายการ กับการจัดการได้หกรายการต่อหมวดหมู่ ก็ยังไม่ถูกคลี่คลายในเนื้อหา

คำถามที่พบบ่อย

บัญชี Local Services Ads ในไทยถูกย้ายแล้วหรือยัง

ยัง บัญชีนอกสหรัฐอเมริกาและหมวดหมู่ธุรกิจที่เหลือทั้งหมดจะถูกย้ายในปี 2570 ส่วนเฟสแรกในเดือนสิงหาคม 2569 ครอบคลุมเฉพาะผู้ลงโฆษณากลุ่มบริการที่บ้านและหน้าร้านในสหรัฐอเมริกาเก้าหมวดหมู่เท่านั้น แหล่งข่าวไม่ได้ให้วันที่เฉพาะของไทยภายในปีนั้น

ต้องทำอะไรก่อนบัญชีถูกย้ายไหม

ต้อง คือดึงรายงานประสิทธิภาพย้อนหลังออกมาเก็บไว้ Google ระบุว่ารายงานเดิมจะไม่ถูกย้ายตามและเข้าถึงไม่ได้อีกหลังการย้าย ขณะที่การเตือนล่วงหน้ามีเพียงอีเมลก่อนวันย้าย 14 วัน การดึงข้อมูลออกก่อนอีเมลมาถึงจึงตัดความเสี่ยงนี้ทิ้งได้ทั้งหมด

ป้าย Google Verified จะยังอยู่หลังย้ายไหม

ยังอยู่ ธุรกิจที่ผ่านการยืนยันแล้วจะเก็บป้ายไว้และป้ายจะถูกโอนอัตโนมัติ โดยไม่ต้องยืนยันประกันภัยหรือใบอนุญาตใหม่ Google เสริมว่าหากมีการตรวจสอบระดับธุรกิจเพิ่มเติมในอนาคต จะมีการแจ้งเตือนในบัญชี แต่ไม่ได้ระบุว่าอะไรจะเป็นตัวกระตุ้น

ยังตั้ง Target CPA แยกตามหมวดหมู่บริการได้ไหม

ไม่ได้ภายในแคมเปญเดียว Target CPA ระดับหมวดหมู่ถูกถอดออก ระบบจะคำนวณ Target CPA ระดับแคมเปญค่าเดียวใช้กับทุกหมวดหมู่ การรักษาการประมูลแยกรายหมวดหมู่จึงต้องแยกเป็นหนึ่งแคมเปญต่อหนึ่งหมวดหมู่ โดย Google ยกตัวอย่างงานประปาคู่กับ HVAC

เลือกหรือเลื่อนวันย้ายเองได้ไหม

แหล่งข่าวไม่ได้บอกไว้ เอกสารอธิบายลำดับการแจ้งเตือนและวันย้ายของแต่ละบัญชี แต่ไม่ได้ระบุกลไกใดสำหรับเลือกวัน เลื่อนวัน หรือย้อนกลับหลังการย้ายเกิดขึ้นแล้ว

ถ้าช่องทางลีดกำลังจะเสียประวัติการรายงานผลไป งานที่มีประโยชน์เกิดขึ้นก่อนอีเมลจะมาถึง ไม่ใช่หลังจากนั้น Relevant Audience ตรวจสอบบัญชีที่เน้นการหาลีดโดยเทียบกับข้อมูลวัดผลที่จะยังเหลืออยู่จริง และคำถามเดียวกันนี้ใช้ได้กับบัญชีไทยที่ทำงานร่วมกับ รับทำ SEO ในประเทศไทย ควบคู่กับการหาลีดแบบเสียเงิน

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: