Google Performance Max เปิด sourced videos เป็นค่าเริ่มต้นแล้ว

Google Performance Max เปิด sourced videos เป็นค่าเริ่มต้นแล้ว

Google AdsOctober 24, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • หน้าช่วยเหลือของ Google ระบุว่า sourced videos เปิดเป็นค่าเริ่มต้นในแคมเปญ Performance Max ใหม่ทั้งหมด และอาจถูกเปิดแล้วในแคมเปญเดิมบางแคมเปญจากการอัปเดตแพลตฟอร์มล่าสุด
  • Google เพิ่มวิดีโอที่ไล่เก็บมาได้สูงสุด 10 รายการต่อ Asset Group จากแหล่งที่อนุมัติ ได้แก่ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หน้า Landing Page และช่อง YouTube ที่ลิงก์ไว้
  • sourced videos ถูกอัปโหลดไปยังช่อง YouTube ที่ Google เป็นเจ้าของ ใช้โลโก้และชื่อธุรกิจของผู้ลงโฆษณา และแคมเปญต้องมีงบรายวันมากกว่า 5 ดอลลาร์สหรัฐ
  • Search Engine Roundtable รายงานปุ่ม 'Sourced videos' ใหม่เมื่อ 23 ตุลาคม 2569 ส่วน Google ยังไม่มีประกาศ วันที่ หรือคำอธิบายเรื่องสิทธิ์เพลงและคอนเทนต์ครีเอเตอร์

ตอนนี้ Google เปิดฟีเจอร์ "sourced videos" ไว้เป็นค่าเริ่มต้นในแคมเปญ Performance Max ใหม่ทุกแคมเปญ ฟีเจอร์นี้ให้ AI ของ Google ไล่ค้นวิดีโอจากแหล่งที่ผู้ลงโฆษณาอนุมัติ เช่น บัญชีโซเชียลมีเดีย หน้า Landing Page ของแคมเปญ และช่อง YouTube ที่ลิงก์ไว้ แล้วนำวิดีโอเหล่านั้นมาใส่ในแต่ละ Asset Group ได้สูงสุด 10 รายการ หน้าช่วยเหลือของ Google ยังเตือนด้วยว่าการตั้งค่านี้อาจถูกเปิดให้อัตโนมัติในแคมเปญเดิมบางแคมเปญแล้ว "จากการอัปเดตแพลตฟอร์มเมื่อไม่นานมานี้" ใครที่ไม่เคยกดเปิดเองจึงควรเข้าไปเช็กบัญชีตั้งแต่ตอนนี้

Google เปลี่ยนอะไรในหน้าช่วยเหลือเรื่อง sourced videos

การเปลี่ยนแปลงอยู่ในบทความ Google Ads Help ชื่อ "About sourced videos in Performance Max campaigns" เวอร์ชันปัจจุบันของหน้าช่วยเหลือเรื่อง sourced videos ของ Google เขียนไว้ตรง ๆ ว่า sourced videos เปิดเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับแคมเปญใหม่ทั้งหมด จากนั้นมีอีกประโยคที่สำคัญกว่าสำหรับคนที่รัน Performance Max อยู่วันนี้ คือ ถ้าเห็นการตั้งค่านี้เปิดอยู่ในบัญชีที่ไม่ได้เปิดเอง อาจเป็นเพราะระบบเปิดให้อัตโนมัติในแคมเปญเดิมบางแคมเปญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตแพลตฟอร์มเมื่อไม่นานมานี้

Barry Schwartz จาก Search Engine Roundtable รายงานเรื่องการตั้งค่านี้เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 โดยให้เครดิต Reva Minkoff ที่โพสต์ถามบน LinkedIn ว่ามีใครเห็นฟีเจอร์ใหม่นี้หรือยัง และระบุว่า Hana Kobzová สังเกตเห็นการแก้ไขหน้าช่วยเหลือก่อนหน้านั้นราวสองวัน Kobzová สรุปไว้ (ตามที่ Schwartz อ้างถึง) ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ลงโฆษณาไม่ต้องกดเลือกเข้าร่วมเองอีกต่อไป ภาพหน้าจอในบทความของเขาแสดงการตั้งค่าที่ติดป้าย "New" พร้อมคำอธิบายว่า "Use videos from other channels"

Google ยังไม่ได้ออกบล็อกหรือประกาศใด ๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนค่าเริ่มต้นครั้งนี้ และหน้าช่วยเหลือก็ไม่ได้บอกวันที่ของ "การอัปเดตแพลตฟอร์ม" ที่พูดถึง สิ่งที่มีอยู่จริงตอนนี้คือข้อความในหน้าช่วยเหลือกับช่องติ๊กใหม่ในหน้าจอ Google Ads เท่านั้น

sourced videos ใน Performance Max ทำงานอย่างไร

sourced videos เป็นการตั้งค่าระดับแคมเปญ Google อธิบายว่าระบบใช้ Google AI ร่วมกับเทคโนโลยีไล่เก็บวิดีโออัตโนมัติ (video crawling) เพื่อหาวิดีโอที่เกี่ยวข้องจากแหล่งที่ผู้ลงโฆษณาอนุมัติ แล้วเพิ่มเข้าไปใน Asset Group ของ Performance Max จุดขายที่ Google ให้ไว้คือ ผู้ลงโฆษณาไม่ต้องเลือก จัดรูปแบบ และอัปโหลดวิดีโอเองทีละชิ้น

วิดีโอมาจากไหน

Google ระบุแหล่งที่อนุมัติได้ไว้สามประเภท:

  • แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
  • หน้า Landing Page ของแคมเปญ
  • ช่อง YouTube ที่ผู้ลงโฆษณาลิงก์ไว้

หน้าช่วยเหลือไม่ได้บอกว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ระบบไล่ค้นมีอะไรบ้าง และไม่ได้บอกว่าหมายถึงเฉพาะบัญชี Facebook, Instagram หรือ TikTok ของแบรนด์เอง หรือกว้างกว่านั้น จนกว่า Google จะให้ข้อมูลเพิ่ม ควรถือว่า "แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย" ยังเป็นหมวดที่เปิดกว้าง และเข้าไปดูเองว่าหน้า Manage sources ในบัญชีของคุณมีตัวเลือกอะไรให้บ้าง

Google เลือกและหมุนเวียนวิดีโออย่างไร

Google บอกว่าระบบเลือกวิดีโอโดยดูจากความเกี่ยวข้องกับแคมเปญ ศักยภาพด้านผลลัพธ์ และการทำตามแนวปฏิบัติที่ดี โดยยกตัวอย่างเรื่องอัตราส่วนภาพ (aspect ratio) เป้าหมายที่ระบุไว้คือให้ครอบคลุมพื้นที่โฆษณาวิดีโอได้เต็มที่ วิดีโอในแคมเปญจะถูกรีเฟรชเป็นระยะ แปลว่าชุดวิดีโอในแคมเปญเปลี่ยนไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีใครในบัญชีแตะอะไรเลย ถ้าวิดีโอถูกลบออกจากแหล่งต้นทาง เช่น ช่อง YouTube Google บอกว่าวิดีโอนั้นจะถูกลบออกจาก Google Ads อัตโนมัติด้วย

ได้กี่วิดีโอ และใช้ร่วมกับอะไร

ระบบเพิ่มวิดีโอที่ไล่เก็บมาได้สูงสุด 10 รายการต่อ Asset Group วิดีโอเหล่านี้จะใช้ร่วมกับวิดีโอที่ผู้ลงโฆษณาอัปโหลดเอง และวิดีโอที่สร้างจากเครื่องมือสร้างวิดีโอของ Google ถ้าแคมเปญมีหลาย Asset Group เพดาน 10 รายการนี้นับแยกต่อ Asset Group ไม่ใช่ต่อแคมเปญ

ช่อง YouTube ที่ Google เป็นเจ้าของ

มีรายละเอียดหนึ่งในหน้าช่วยเหลือที่ควรอ่านให้ดี Google ระบุว่าวิดีโอทุกชิ้นต้องอยู่บนช่อง YouTube จึงจะแสดงในแคมเปญได้ และ sourced videos จะถูกอัปโหลดไปยังช่อง YouTube เฉพาะที่ Google เป็นเจ้าของ Google เสริมว่าช่องนี้จะใช้โลโก้และชื่อธุรกิจของผู้ลงโฆษณา และจะพาผู้ชมทุกคนไปยัง Landing Page

ในทางปฏิบัติ คลิปที่เริ่มต้นเป็นโพสต์บน Instagram หรือวิดีโอที่ฝังอยู่ในหน้าสินค้า อาจไปจบที่ YouTube ภายใต้ช่องที่ใช้ชื่อและโลโก้ของแบรนด์ แต่ Google เป็นเจ้าของ หน้าช่วยเหลือไม่ได้อธิบายว่าใครมองเห็นช่องนี้ได้บ้าง ผู้ลงโฆษณาจัดการช่องนี้ได้หรือไม่ หรือสำเนาที่อัปโหลดไปจะอยู่ที่นั่นนานแค่ไหนหลังแคมเปญจบ

สรุปข้อมูล sourced videos

ตารางด้านล่างรวบรวมข้อเท็จจริงที่ Google ระบุไว้ในหน้าช่วยเหลือ ตามที่อ่าน ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2569

สรุปข้อมูล sourced videos
หัวข้อสิ่งที่หน้าช่วยเหลือของ Google ระบุ
สถานะเริ่มต้นเปิดเป็นค่าเริ่มต้นในแคมเปญ Performance Max ใหม่ทั้งหมด และอาจถูกเปิดในแคมเปญเดิมบางแคมเปญจากการอัปเดตแพลตฟอร์มล่าสุด
แหล่งวิดีโอแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หน้า Landing Page ของแคมเปญ และช่อง YouTube ที่ลิงก์ไว้ (ผู้ลงโฆษณาต้องอนุมัติแหล่ง)
จำนวนวิดีโอที่ไล่เก็บมาสูงสุด 10 รายการต่อ Asset Group ใช้ร่วมกับวิดีโอที่อัปโหลดเองและวิดีโอที่ Google สร้าง
เงื่อนไขทยอยเปิดให้ใช้เป็นระลอก งบรายวันของ Performance Max ต้องมากกว่า 5 ดอลลาร์สหรัฐ
การโฮสต์วิดีโออัปโหลดไปยังช่อง YouTube เฉพาะที่ Google เป็นเจ้าของ ใช้โลโก้และชื่อธุรกิจของผู้ลงโฆษณา

ปุ่มเปิดปิด sourced videos อยู่ตรงไหน

หน้าช่วยเหลือของ Google ให้ขั้นตอนไว้ทั้งสำหรับแคมเปญใหม่และแคมเปญเดิม:

  1. ไปที่ Campaigns ในเมนู Campaigns
  2. กดปุ่มบวกเพื่อสร้างแคมเปญใหม่ หรือกดไอคอนรูปเฟืองข้างแคมเปญ Performance Max ที่มีอยู่เพื่อแก้ไขการตั้งค่า
  3. ในส่วน Asset group เปิดเมนูดรอปดาวน์ Asset optimization
  4. ติ๊กช่องข้าง "Sourced videos" เพื่อเปิดไว้ หรือเอาเครื่องหมายออกเพื่อปิด
  5. กด Manage sources เพื่อตรวจและอนุมัติ URL ที่ Google ใช้หาวิดีโอได้
  6. กด Apply แล้วบันทึกแคมเปญ

Google บอกว่ากลับมาแก้แหล่งที่อนุมัติในหน้าตั้งค่าแคมเปญได้ทุกเมื่อ ถ้าอยากดูว่ามีวิดีโออะไรถูกเพิ่มเข้ามาแล้ว ให้ไปที่ Assets ในเมนู Campaigns เปิดแคมเปญ Performance Max แล้ว sourced videos จะแสดงอยู่ในรายการ Asset พร้อมรายงานผลแบบเดียวกับ Asset อื่น

เช็กลิสต์ก่อน 11.11 และ 12.12

ข้อด้านล่างเป็นบทวิเคราะห์จากหน้าช่วยเหลือ ไม่ใช่คำแนะนำของ Google เป็นสิ่งที่ควรตรวจเมื่อมีการตั้งค่าที่อาจเปิดอยู่โดยไม่มีใครเลือก

1. ตรวจแคมเปญ Performance Max ที่รันอยู่ทุกแคมเปญ

เพราะ Google บอกว่าการตั้งค่านี้อาจถูกเปิดในแคมเปญเดิมบางแคมเปญ จึงควรตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าแคมเปญไหนก็อาจโดน เปิดส่วน Asset optimization ของแต่ละแคมเปญแล้วจดว่าช่อง "Sourced videos" ติ๊กอยู่หรือไม่ แคมเปญที่สร้างโดยคนในทีมหลายคน หรือโดยเอเจนซีเดิม มักเป็นแคมเปญที่ตกหล่นมากที่สุด

2. อ่านรายการแหล่งที่อนุมัติทีละบรรทัด

หน้า Manage sources คือจุดที่ควบคุมได้จริง Google วางการอนุมัติไว้ว่าเป็นการให้สิทธิ์ Google ใช้วิดีโอของคุณ ให้ดูทุก URL ที่อยู่ในรายการ หน้า Landing Page ที่มีวิดีโอสินค้าของซัพพลายเออร์ เดโมของพาร์ตเนอร์ หรือคลิปของครีเอเตอร์ที่ฝังไว้ ล้วนเป็นแหล่งวิดีโอที่แบรนด์อาจไม่ได้เป็นเจ้าของ

3. ตรวจรายการ Asset แล้วตรวจซ้ำต่อเนื่อง

เมื่อ Google รีเฟรช sourced videos เป็นระยะ การเช็กครั้งเดียวจึงไม่พอ ช่วงเทศกาลลดราคาควรใส่รายการ Asset ของ Performance Max ไว้ในรอบตรวจประจำสัปดาห์ แล้วมองหาวิดีโอที่ไม่ตรงข้อความแบรนด์ ข้อมูลเก่า (ราคาเดิม โปรโมชันที่จบไปแล้ว) หรือคุณภาพไม่พอจะเป็นโฆษณา

4. เคลียร์สิทธิ์เพลงและคอนเทนต์ของครีเอเตอร์

หน้าช่วยเหลือไม่ได้พูดถึงเรื่องลิขสิทธิ์ สิทธิ์ในเพลง หรือคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้าง (UGC) เลย ช่องว่างนี้สำคัญ บัญชีโซเชียลของแบรนด์อาจมีโพสต์ที่ใช้เพลงฮิตจากคลังเพลงของแพลตฟอร์ม คลิปที่ครีเอเตอร์ถ่ายให้ภายใต้สัญญาที่จำกัดไว้แค่การโพสต์แบบออร์แกนิก หรือวิดีโอลูกค้าที่รีโพสต์โดยขออนุญาตแบบไม่เป็นทางการ การนำไปใช้เป็นโฆษณาแบบจ่ายเงินบน YouTube และพื้นที่โฆษณาอื่นของ Google ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับใบอนุญาตหรือสัญญาเดิม ซึ่งหน้าของ Google ไม่ได้ตอบเรื่องนี้ การอ่านที่ปลอดภัยที่สุดคือ ผู้ลงโฆษณาที่อนุมัติแหล่งต้องรับผิดชอบสิ่งที่ออกมาจากแหล่งนั้น ถ้าสิทธิ์ของวิดีโอชุดไหนยังไม่ชัด ให้ปล่อยแหล่งนั้นไว้โดยไม่อนุมัติ หรือปิดฟีเจอร์ในแคมเปญนั้นไปก่อน จนกว่าฝ่ายกฎหมายหรือสัญญากับครีเอเตอร์จะยืนยันว่าใช้ในโฆษณาแบบจ่ายเงินได้

5. กำหนดนโยบายของแบรนด์ให้ชัด

บางแบรนด์จะอยากเปิด sourced videos ไว้ เหตุผลของ Google คือได้พื้นที่โฆษณาวิดีโอครบโดยไม่ต้องผลิตเพิ่ม และ Asset Group ที่ไม่มีวิดีโอเลยก็เป็นช่องว่างจริง ส่วนแบรนด์อื่น โดยเฉพาะในหมวดธุรกิจที่มีกฎกำกับ หรือมีแนวทางแบรนด์เข้มงวด อาจอยากปิดเป็นค่าเริ่มต้น ทั้งสองทางมีเหตุผลรองรับได้ สิ่งที่อธิบายยากคือการไม่รู้ว่าแต่ละแคมเปญตั้งค่าไว้แบบไหน

ต่างจาก image extraction อย่างไร

เรื่องนี้แยกจากการเปลี่ยนแปลงที่ Relevant Audience รายงานไปเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 บทความนั้นพูดถึง image extraction ซึ่ง Google Ads Developer Blog ประกาศเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่าจะเปิดเป็นค่าเริ่มต้นในแคมเปญ Performance Max ที่สร้างใหม่ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2569 image extraction ดึงภาพนิ่งจาก Landing Page ส่วน sourced videos ดึงวิดีโอ จากแหล่งที่กว้างกว่า รวมถึงโซเชียลมีเดียและ YouTube และมีช่องติ๊กของตัวเอง การปิดอย่างหนึ่งไม่ได้ปิดอีกอย่าง ผู้ลงโฆษณาที่อยากคุมครีเอทีฟอัตโนมัติให้แน่นต้องเช็กทั้งสองการตั้งค่า และในขณะที่เรื่องภาพมีวันที่ชัดเจน เรื่องวิดีโออาจมีผลไปแล้วตามที่ Google ระบุ

สิ่งที่ Google ไม่ได้บอก

  • ไม่มีประกาศ บล็อก หรือวันที่ของการอัปเดตแพลตฟอร์มที่อาจเปิดการตั้งค่านี้ในแคมเปญเดิม
  • ไม่มีรายชื่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ระบบไล่ค้นได้
  • ไม่ได้บอกว่าจัดการเรื่องสิทธิ์ ใบอนุญาต หรือเพลงในวิดีโอที่ไล่เก็บมาอย่างไร
  • ไม่ได้บอกว่าแคมเปญเดิมที่ถูกเปิดอัตโนมัติจะแสดง sourced videos ก่อนผู้ลงโฆษณาอนุมัติแหล่งใด ๆ หรือไม่
  • ไม่ได้บอกว่าการตั้งค่านี้ใช้ผ่าน Google Ads API หรือ Google Ads Editor ได้หรือไม่
  • ไม่ได้บอกว่าตลาดไหนได้ใช้แล้ว หน้าช่วยเหลือบอกเพียงว่าฟีเจอร์นี้ทยอยเปิดเป็นระลอก และอาจยังไม่พร้อมใช้งานสำหรับคุณ

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

สำหรับผู้ลงโฆษณาที่พึ่ง Performance Max ในช่วงก่อน 11.11 และ 12.12 สัปดาห์เทศกาลลดราคาคือช่วงที่การตั้งค่าครีเอทีฟซึ่งไม่มีใครตรวจ สร้างความเสียหายได้มากที่สุด แบรนด์ที่โพสต์โซเชียลโดยใช้เพลงจากแพลตฟอร์ม งานร่วมกับครีเอเตอร์ หรือคลิปลูกค้าที่รีโพสต์ ควรถือว่าวิดีโอเหล่านั้นยังไม่ได้รับสิทธิ์ใช้ในโฆษณาแบบจ่ายเงิน จนกว่าใบอนุญาตหรือสัญญาจะระบุไว้ชัด ก่อนถึงแคมเปญวันเลขเบิ้ล ให้ตรวจแคมเปญ Performance Max ทุกแคมเปญ แหล่งที่อนุมัติ และรายการ Asset ถ้าบัญชีของคุณยังไม่เห็นการตั้งค่านี้ ข้อความเรื่องการทยอยเปิดของ Google แปลว่ามันอาจโผล่มาทีหลัง จึงควรใส่ไว้ในเช็กลิสต์ก่อนเปิดแคมเปญ การรีวิวโดยบริการ Google Ads ช่วยตรวจเรื่องเหล่านี้ได้ในรอบเดียว และควรดูฝั่ง YouTube ของบัญชีไปพร้อมกัน เพราะ sourced videos ทุกชิ้นถูกโฮสต์อยู่บน YouTube ดูรายละเอียดการวางแผนพื้นที่โฆษณานี้ได้ที่บริการโฆษณาบน YouTube

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ sourced videos

แคมเปญ Performance Max เดิมของฉันเปิด sourced videos อยู่หรือไม่

อาจเปิดอยู่ และต้องเข้าไปเช็กทีละแคมเปญจึงจะรู้ หน้าช่วยเหลือของ Google บอกว่าฟีเจอร์นี้เปิดเป็นค่าเริ่มต้นในแคมเปญใหม่ และอาจถูกเปิดอัตโนมัติในแคมเปญเดิมบางแคมเปญจากการอัปเดตแพลตฟอร์มเมื่อไม่นานมานี้ ช่องติ๊กอยู่ในเมนู Asset optimization ในส่วนการตั้งค่า Asset Group ของแคมเปญ

Google เพิ่ม sourced videos ได้กี่รายการ

Google เพิ่มวิดีโอที่ไล่เก็บมาได้สูงสุด 10 รายการต่อ Asset Group วิดีโอเหล่านี้แสดงร่วมกับวิดีโอที่คุณอัปโหลดเองและวิดีโอที่สร้างจากเครื่องมือสร้างวิดีโอของ Google

Google หาวิดีโอจากที่ไหน

Google หาวิดีโอจากแหล่งที่คุณอนุมัติ ซึ่งรวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หน้า Landing Page ของแคมเปญ และช่อง YouTube ที่ลิงก์ไว้ หน้าช่วยเหลือไม่ได้ระบุว่ามีแพลตฟอร์มโซเชียลใดบ้าง

ช่อง YouTube ที่ใช้อัปโหลดวิดีโอเป็นของใคร

Google เป็นเจ้าของช่องนั้น หน้าช่วยเหลือบอกว่า sourced videos ถูกอัปโหลดไปยังช่อง YouTube เฉพาะที่ Google เป็นเจ้าของ ใช้โลโก้และชื่อธุรกิจของคุณ และพาผู้ชมไปยัง Landing Page ของคุณ

sourced videos ใช้ในประเทศไทยได้แล้วหรือยัง

Google ยังไม่ได้บอกว่าประเทศไหนได้ใช้แล้ว หน้าช่วยเหลือบอกเพียงว่าฟีเจอร์นี้ทยอยเปิดเป็นระลอก อาจยังไม่พร้อมสำหรับผู้ลงโฆษณาทุกราย และแคมเปญต้องมีงบรายวันมากกว่า 5 ดอลลาร์สหรัฐ

sourced videos เป็นช่องติ๊กช่องเดียว แต่เป็นตัวตัดสินว่าคอนเทนต์จากโซเชียลและเว็บไซต์ของแบรนด์จะกลายเป็นโฆษณา Performance Max หรือไม่ ตรวจการตั้งค่ากับรายการแหล่งที่อนุมัติตั้งแต่ตอนนี้ แล้วคอยดูรายการ Asset ไปตลอดช่วงลดราคาไตรมาสสี่ ถ้าอยากให้มีคนช่วยดูการตั้งค่า Performance Max ก่อน 11.11 ทีม Relevant Audience ยินดีช่วย

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น