สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- ในเดือนมีนาคม 2569 ทีมฟูตั้นบันทึกการอ้างอิง 17,211 ครั้งจาก 6,356 โดเมนในเครื่องมือ AI Search 10 ตัว โดย 20 โดเมนแรกครองสัดส่วน 20.5% ถึง 70.8% ของการอ้างอิงในแต่ละเครื่องมือ
- Reddit เป็นเว็บที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดสำหรับ Google AI และ Grok, YouTube สำหรับ Perplexity และ Wikipedia สำหรับ ChatGPT ตามบทสรุปของ Search Engine Journal เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569
- หลังการอ้างอิงครั้งแรก Grok อ้างอิงโพสต์ของนักวิจัยใน 30 จาก 32 คำตอบ Google AI 15 จาก 33 Perplexity 13 จาก 35 และ ChatGPT 7 จาก 20
- 40 โพสต์บนเว็บไซต์ WordPress ที่โฮสต์เองไม่ได้รับการอ้างอิงเลยในหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่แพ็กเกจ GEO ราคา 14 ดอลลาร์สร้างโพสต์ที่ Doubao อ้างอิงภายในหนึ่งชั่วโมง
- การทดลองไม่ได้ทดสอบแบรนด์จริงและไม่มีคำค้นหาภาษาไทย ผู้วิจัยบอกว่าตัวเลขจากการทดลองช่วงมีนาคมถึงเมษายน 2569 อาจเปลี่ยนไป
เครื่องมือ AI Search 8 จาก 10 ตัวอ้างอิงแนวคิดที่ถูกแต่งขึ้นชื่อ "Cactus Gravity Protocol" ภายในเจ็ดวัน หลังจากนักวิจัยโพสต์เรื่องนี้บนเว็บไซต์ที่เครื่องมือเหล่านั้นอ้างอิงบ่อยอยู่แล้ว ตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฟูตั้น (Fudan University) ที่เผยแพร่บน arXiv เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เครื่องมือฝั่งเว็บภาษาอังกฤษทั้งสี่ตัวที่ทดสอบ (ChatGPT, Perplexity, Grok และผลิตภัณฑ์ของ Google ที่งานวิจัยเรียกว่า "Google AI") อ้างอิงโพสต์เหล่านั้นทั้งหมด หลังการอ้างอิงครั้งแรก Grok ลิงก์ไปยังโพสต์ของนักวิจัยใน 30 จาก 32 คำตอบ ส่วนโพสต์เกี่ยวกับคำถามเชิงความคิดเห็นและสินค้าสมมติแทบไม่ผ่านเข้าไป
งานวิจัยนี้คือ From Public Posts to AI-Search Citations: Measuring the Fragility of AI Search โดย Qi Liu, Geng Hong, Xinyang Zhang, Pei Chen, Yutong Li และ Min Yang ฉบับบน arXiv มีหัวกระดาษของงานประชุม Network and Distributed System Security (NDSS) Symposium 2027 และ Matt G. Southern จาก Search Engine Journal รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 บทความนี้รายงานเฉพาะสิ่งที่งานวิจัยและรายงานข่าวนั้นระบุไว้ ส่วนที่เป็นการตีความจะระบุว่าเป็นบทวิเคราะห์ การทดลองทำในเดือนมีนาคมและเมษายน 2569 ตัวเลขทั้งหมดจึงสะท้อนพฤติกรรมของเครื่องมือในช่วงนั้น
ทีมฟูตั้นต้องการวัดอะไร
นักวิจัยมอง AI Search ว่าเป็นชั้นของการคัดเลือก เสิร์ชเอนจินแบบดั้งเดิมจัดอันดับหน้าเว็บ ส่วนเครื่องมือ AI Search ดึงหน้าเว็บมา กรอง เลือกแหล่งอ้างอิง และเขียนคำตอบก่อนที่ผู้ใช้จะเห็นแหล่งที่มาใด ๆ คำถามของงานวิจัยคือชั้นนี้เข้าถึงได้ผ่านการโพสต์ตามปกติหรือไม่ ถ้าเครื่องมือหนึ่งอ้างอิงโดเมนไม่กี่โดเมนซ้ำ ๆ และใครก็เปิดบัญชีแล้วโพสต์บนโดเมนเหล่านั้นได้ โพสต์ธรรมดาบนโดเมนพวกนั้นก็อาจกลายเป็นทางเข้าสู่การอ้างอิงและเนื้อหาคำตอบของเครื่องมือ
งานวิจัยมองเรื่องนี้เป็นปัญหาด้านความปลอดภัย จัดอยู่ในหมวด Cryptography and Security บน arXiv และผู้วิจัยบอกว่าได้แจ้งผลการค้นพบไปยังทั้ง 10 แพลตฟอร์มแล้ว สำหรับนักการตลาด กลไกเดียวกันนี้คือแกนหลักของ Generative Engine Optimization (GEO) และงานวิจัยระบุชัดว่าเส้นทางนี้ซื้อได้ ซึ่งจะกล่าวถึงด้านล่าง
ขั้นที่หนึ่ง: เครื่องมือ AI Search แต่ละตัวอ้างอิงเว็บไซต์ไหน
ในเดือนมีนาคม 2569 ทีมวิจัยส่งคำถาม 120 ข้อเข้าไปในเครื่องมือ AI Search 10 ตัว แต่ละข้อในหน้าต่างสนทนาใหม่ และบันทึก URL ที่ถูกอ้างอิงทุกรายการ งานวิจัยจัด ChatGPT, Perplexity, Grok และ Google AI เป็นเครื่องมือฝั่งเว็บภาษาอังกฤษ อีกหกตัว ได้แก่ Doubao, Wenxin, Yuanbao, Kimi, Qwen และ DeepSeek เป็นเครื่องมือฝั่งเว็บภาษาจีน
จากการทดสอบทั้งหมด งานวิจัยนับการอ้างอิงได้ 17,211 ครั้ง กระจายอยู่ใน 6,356 โดเมนต้นทางที่ไม่ซ้ำกัน การอ้างอิงกระจุกตัวมาก 20 โดเมนแรกครองสัดส่วนการอ้างอิงของแต่ละเครื่องมือตั้งแต่ 20.5 เปอร์เซ็นต์ (DeepSeek) ไปจนถึง 70.8 เปอร์เซ็นต์ (Wenxin) ความหนาแน่นของการอ้างอิงก็ต่างกัน ตั้งแต่ 6.52 รายการต่อคำถามใน Qwen ไปจนถึง 52.20 รายการใน Grok และสัดส่วนคำถามที่ได้คำตอบพร้อมการอ้างอิงอยู่ระหว่าง 80.8 เปอร์เซ็นต์ใน Google AI ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ใน Grok และ Perplexity
แต่ละเครื่องมือมีเว็บไซต์โปรดของตัวเอง บทสรุปงานวิจัยของ Search Engine Journal รายงานว่า Reddit เป็นเว็บที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดสำหรับ Google AI และ Grok, YouTube สำหรับ Perplexity และ Wikipedia สำหรับ ChatGPT และเว็บไซต์ 6 ถึง 10 แห่งใน 10 อันดับแรกของแต่ละเครื่องมือเปิดรับโพสต์จากผู้ใช้ทั่วไป งานวิจัยเสริมว่าในระดับ 10 อันดับแรก Google AI กับ Grok มีโดเมนซ้อนทับกันมากที่สุด คือใช้ร่วมกันแปดโดเมน เครื่องมือจีนบางตัวพึ่งพาเว็บในเครือของบริษัทแม่ Doubao อ้างอิงโดเมนในเครือ ByteDance 25.9 เปอร์เซ็นต์ และ Wenxin อ้างอิงโดเมนในเครือ Baidu 24.4 เปอร์เซ็นต์
ข้อสรุปของผู้วิจัยจากขั้นนี้คือ ความเสี่ยงด้านการอ้างอิงต้องตรวจทีละเครื่องมือ เพราะเครื่องมือส่วนใหญ่อ้างอิงโดเมนจำนวนมากที่เครื่องมืออื่นแทบไม่เคยหรือไม่เคยอ้างอิงเลย
ขั้นที่สอง: การโพสต์บนเว็บไซต์เหล่านั้นง่ายแค่ไหน
ในเดือนเมษายน 2569 ทีมวิจัยทดสอบแพลตฟอร์มเผยแพร่ 22 แห่งที่เชื่อมโยงกับโดเมนที่ถูกอ้างอิง แต่ละแห่งพยายามสมัครบัญชีสามบัญชี และโพสต์เนื้อหาทดสอบที่ไม่เป็นอันตรายได้สูงสุด 20 โพสต์ต่อบัญชี งานวิจัยรายงานว่า 15 จาก 22 แห่งมีอุปสรรคต่ำหรือปานกลาง ทั้งด้านการสร้างบัญชีและการโพสต์
ตามรายงานของ Search Engine Journal นั้น Medium, GitHub, LinkedIn และ Facebook ถูกจัดว่าสมัครและโพสต์ได้ง่าย ส่วน Reddit ยากกว่าเพราะมีเงื่อนไขเรื่องคะแนน karma และการลบโพสต์ที่เข้มงวด งานวิจัยระบุว่า Toutiao, Sina Blog, NetEase, Reddit และ Yahoo มีอุปสรรคระดับสูงอย่างน้อยหนึ่งข้อ เช่น การยืนยันตัวตน การถูกบล็อกการเข้าถึง กฎเรื่อง karma หรือความเสี่ยงที่โพสต์จะถูกลบ
ขั้นที่สาม: โพสต์แนวคิดที่แต่งขึ้นแล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น
สำหรับเครื่องมือ AI แต่ละตัว นักวิจัยเลือกเว็บไซต์ที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดซึ่งบัญชีใหม่โพสต์ได้จริง ได้ออกมาเป็นแพลตฟอร์มเผยแพร่เก้าแห่ง ได้แก่ Baijiahao, WeChat Official Account, CSDN, SMZDM, Zhihu, Sohu, YouTube, Douyin และ Medium ทีมวิจัยเผยแพร่บทความ 27 ชิ้น แพลตฟอร์มละหนึ่งชิ้นต่อหัวข้อ ในสามหัวข้อ ได้แก่
- แนวคิดที่แต่งขึ้น คือ "Cactus Gravity Protocol"
- คำถามเชิงความคิดเห็น ว่า AI จะมาแทนที่โปรแกรมเมอร์ระดับจูเนียร์ภายในห้าปีหรือไม่
- คีย์บอร์ดสมมติ
ตามรายงานของ Search Engine Journal ร่างแรกของบทความเขียนด้วย ChatGPT แล้วแก้ไขด้วยมือ และแต่ละบทความฝังรายละเอียดที่แต่งขึ้น เช่น ชื่อและตัวเลขสมมติ เพื่อให้ทีมรู้ว่าเครื่องมือนำข้อมูลนั้นไปพูดซ้ำหรือไม่ ก่อนโพสต์ ทีมตรวจสอบแล้วว่าไม่มีเครื่องมือใดให้คำตอบที่มีสาระเกี่ยวกับหัวข้อสมมติหรือพูดถึงรายละเอียดที่ฝังไว้ หลังโพสต์ ทีมถามคำถามชุดเดิมห้าข้อต่อหัวข้อกับทุกเครื่องมือทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
ผลของแนวคิดที่แต่งขึ้นคือประเด็นหลัก ตารางด้านล่างแสดงสำหรับเครื่องมือฝั่งเว็บภาษาอังกฤษทั้งสี่ตัวว่า แต่ละตัวอ้างอิงโพสต์บ่อยแค่ไหน และคำตอบพูดซ้ำรายละเอียดที่ฝังไว้บ่อยแค่ไหน โดยนับตั้งแต่วันแรกที่เครื่องมือนั้นอ้างอิงโพสต์ ตัวเลขมาจากตาราง Table III ของงานวิจัย
| เครื่องมือ AI Search | คำตอบที่อ้างอิงโพสต์ | คำตอบที่มีรายละเอียดที่ฝังไว้ |
|---|---|---|
| Grok | 30 จาก 32 (93.7%) | 17 จาก 32 (53%) |
| Google AI | 15 จาก 33 (45.5%) | 6.1% |
| Perplexity | 13 จาก 35 (37.1%) | 0% |
| ChatGPT | 7 จาก 20 (35.0%) | 10.0% |
| ทั้ง 10 เครื่องมือ ทุกหัวข้อ ตลอดสัปดาห์ | 176 จาก 1,004 (17.5%) | 75 จาก 1,004 (7.5%) |
ช่องว่างระหว่างสองคอลัมน์นี้สำคัญ การถูกอ้างอิงไม่เหมือนกับการถูกนำไปพูดซ้ำ Perplexity อ้างอิงโพสต์ใน 13 คำตอบ แต่ไม่ได้ใช้รายละเอียดที่ฝังไว้เลยสักข้อ งานวิจัยก็ชี้ประเด็นเดียวกันในหัวข้อสินค้า คือเครื่องมืออาจอ้างอิงหน้าที่ถูกวางไว้ โดยที่ข้อความเฉพาะของหน้านั้นไม่ได้เข้าไปอยู่ในคำตอบ
ทำไมแนวคิดที่แต่งขึ้นได้ผล แต่หัวข้ออื่นส่วนใหญ่ไม่ได้ผล
เมื่อรวมทุกเครื่องมือหลังการอ้างอิงครั้งแรก แนวคิดที่แต่งขึ้นถูกอ้างอิงใน 62.9 เปอร์เซ็นต์ของคำตอบ และรายละเอียดที่ฝังไว้ปรากฏใน 32.2 เปอร์เซ็นต์ คำถามเชิงความคิดเห็นได้ 18.8 เปอร์เซ็นต์และ 3.5 เปอร์เซ็นต์ คีย์บอร์ดสมมติได้ 36.4 เปอร์เซ็นต์และ 4.7 เปอร์เซ็นต์ แนวคิดที่แต่งขึ้นให้สัญญาณในแปดจาก 10 เครื่องมือ ส่วนอีกสองหัวข้อให้สัญญาณในสามเครื่องมือเท่ากัน
ตามรายงานของ Search Engine Journal ในกลุ่มเครื่องมือฝั่งเว็บภาษาอังกฤษ Perplexity เป็นตัวเดียวที่อ้างอิงโพสต์เชิงความคิดเห็น คือใน 11.4 เปอร์เซ็นต์ของ 35 คำตอบ และไม่มีตัวใดในสี่ตัวอ้างอิงโพสต์เรื่องคีย์บอร์ดภายในสัปดาห์นั้น ส่วน DeepSeek ไม่มีการอ้างอิงหรือรายละเอียดที่ฝังไว้ในทุกหัวข้อ
ผู้วิจัยไม่ได้อ้างว่ารู้สาเหตุ หัวข้อ ระดับการแข่งขัน และประเภทของคำถามเปลี่ยนไปพร้อมกันทั้งสามหัวข้อ จึงบอกว่าแยกสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งไม่ได้ การตีความของผู้วิจัยคือผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับหัวข้อนั้นอยู่แล้วมากแค่ไหน และแต่ละแพลตฟอร์มพร้อมดึงข้อมูลจากหน้าที่อ้างอิงมากแค่ไหน ส่วนการพูดคุยที่มีอยู่แล้วบนเว็บในหัวข้อเชิงความคิดเห็นอาจเจือจางทั้งการอ้างอิงและการนำรายละเอียดที่ฝังไว้ไปใช้
โพสต์ที่ไหนสำคัญกว่าโพสต์มากแค่ไหน
ทีมวิจัยทดสอบแบบจับคู่กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ค่อนข้างไม่เป็นที่รู้จักห้าแห่ง แต่ละแห่งมีโพสต์หนึ่งชิ้นบนเว็บไซต์ที่เครื่องมืออ้างอิงบ่อย และอีกหนึ่งชิ้นบนเว็บไซต์ที่แทบไม่ถูกอ้างอิง ในทุกคู่ โพสต์บนเว็บที่ถูกอ้างอิงบ่อยได้รับการอ้างอิงหรือมีรายละเอียดที่ฝังไว้ปรากฏก่อนเสมอ ผลที่ดีที่สุดฝั่งเว็บที่แทบไม่ถูกอ้างอิงต้องใช้ 20 โพสต์ และ 40 โพสต์บนเว็บไซต์ WordPress ที่โฮสต์เองไม่ได้รับการอ้างอิงเลยภายในเจ็ดวัน บทคัดย่อของงานวิจัยเสริมว่าบทความหนึ่งชิ้นบนแพลตฟอร์มที่เครื่องมือชอบอ้างอิง ส่งผลต่อการอ้างอิงมากกว่าโพสต์ที่จับคู่กันมากกว่า 20 ชิ้นบนแพลตฟอร์มที่เครื่องมือไม่ค่อยอ้างอิง
การทดสอบอีกชุดใช้หัวข้อสมมติหกหัวข้อ โพสต์บน Sohu หัวข้อละ 1 ถึง 20 โพสต์ จำนวนการอ้างอิงรวมจากทั้ง 10 เครื่องมือเพิ่มจาก 24 เป็น 128 ตามปริมาณโพสต์ที่เพิ่มขึ้น แต่เพราะแต่ละระดับปริมาณใช้หัวข้อต่างกันและโพสต์คนละช่วงเวลา ผู้วิจัยจึงเรียกสิ่งนี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างหัวข้อ ไม่ใช่ผลของการเพิ่มโพสต์ Search Engine Journal เสริมว่า ChatGPT ไม่เคยอ้างอิงโพสต์บน Sohu ชุดนั้นเลย และ Google AI อ้างอิงเฉพาะสามหัวข้อที่มีปริมาณโพสต์น้อยที่สุด
การทดสอบต่อเนื่อง: การทำซ้ำและการลบโพสต์
เพื่อเช็กว่าผลลัพธ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สามหัวข้อ ทีมวิจัยโพสต์หัวข้อสมมติความเสี่ยงต่ำอีก 10 หัวข้อ หัวข้อละหนึ่งโพสต์บนแพลตฟอร์มที่ถูกอ้างอิงบ่อยสามแห่ง (Search Engine Journal ระบุว่าเป็น Sohu, YouTube และ CSDN) เก้าจาก 10 หัวข้อได้รับการอ้างอิงหรือมีรายละเอียดที่ฝังไว้ปรากฏอย่างน้อยหนึ่งครั้งจากทั้ง 10 เครื่องมือ มีเพียงหัวข้อกล่องเก็บกลิ่นหอมที่ไม่มีผลใดเลย
การทดสอบ 15 วันดูว่าเกิดอะไรขึ้นหลังลบโพสต์ ทีมลบบทความทั้ง 27 ชิ้นหลังเก็บข้อมูลวันที่ 11 แล้วถามต่อไป การอ้างอิงลดลงแต่ไม่หายไป งานวิจัยรายงานว่า Doubao ยังอ้างอิงเนื้อหาแนวคิดที่แต่งขึ้นซึ่งถูกลบไปแล้วในวันที่ 12 ถึง 15 และเครื่องมืออื่นอีกหลายตัวยังมีการอ้างอิงระดับต่ำ ผู้วิจัยอธิบายว่าเกิดจากหน้าที่แคชไว้ การรีเฟรชดัชนีที่ล่าช้า หรือสถานะการดึงข้อมูลที่ค้างอยู่
การซื้อบริการ GEO ราคา 14 ดอลลาร์
งานวิจัยยังดูด้วยว่าเส้นทางนี้ถูกขายเป็นบริการหรือไม่ ผู้วิจัยสำรวจผู้ให้บริการ GEO ที่พบในช่วงมกราคม 2568 ถึงมีนาคม 2569 และพบผู้ให้บริการ 13 ราย เป็นรายที่เน้นตลาดภาษาอังกฤษห้าราย และตลาดจีนแปดราย ใน 13 รายนี้ 12 รายโฆษณาว่าติดตามการมองเห็นในคำตอบของ AI, 11 รายผลิตหรือเขียนเนื้อหาใหม่, เจ็ดรายเจาะจงแพลตฟอร์ม AI เฉพาะ และสามรายกระจายเนื้อหาลงแพลตฟอร์มเนื้อหาจากผู้ใช้หรือแพลตฟอร์มสื่อ
จากนั้นทีมซื้อตัวเลือกที่ถูกที่สุดของผู้ให้บริการ GEO รายหนึ่ง คือแพ็กเกจโพสต์ฝั่งเว็บภาษาจีนราคา 14 ดอลลาร์สหรัฐ งานวิจัยระบุว่าผู้ให้บริการเผยแพร่หัวข้องานวิจัยที่แต่งขึ้นบนแพลตฟอร์มสาธารณะห้าแห่งภายใน 28 นาที โดยบทคัดย่อนับได้ 13 โพสต์สาธารณะ และ Doubao อ้างอิงหนึ่งในโพสต์เหล่านั้นพร้อมรายละเอียดที่ฝังไว้ภายในหนึ่งชั่วโมง ผู้วิจัยนำเสนอว่าเป็นกรณีเดียว ไม่ใช่อัตราความสำเร็จ
สิ่งที่งานวิจัยไม่ได้แสดง
- ไม่มีการทดสอบกับแบรนด์หรือสินค้าจริง ทุกหัวข้อถูกแต่งขึ้น ผลลัพธ์จึงไม่ได้บอกว่าคำค้นหาเกี่ยวกับแบรนด์หรือสินค้าจะเป็นแบบเดียวกันหรือไม่ ซึ่ง Search Engine Journal ก็ชี้ข้อจำกัดนี้ไว้
- เครื่องมือที่ทดสอบเป็นแพลตฟอร์มฝั่งเว็บภาษาอังกฤษและภาษาจีน ไม่มีการทดสอบภาษาไทยและไม่มีข้อมูลภาษาไทยในงานวิจัย
- งานวิจัยไม่ได้บอกว่า "Google AI" หมายถึงผลิตภัณฑ์ใดของ Google
- อัตราทั้งหมดมาจากการทดลองชุดเดียวช่วงมีนาคมถึงเมษายน 2569 ผู้วิจัยบอกว่าตัวเลขเปอร์เซ็นต์และอันดับแพลตฟอร์มน่าจะเปลี่ยนไปเมื่อเครื่องมือเปลี่ยน
- แนวทางป้องกันในงานวิจัย (ความหลากหลายของโดเมนต้นทาง การจัดอันดับใหม่โดยคำนึงถึงที่มา และการตรวจจับความผิดปกติตามช่วงเวลา) ผู้วิจัยเรียกเองว่าเป็นข้อพิจารณาด้านการออกแบบที่ยังไม่ได้ประเมิน ไม่ใช่วิธีแก้ที่ทดสอบแล้ว
Search Engine Journal ให้บริบทเพิ่มสองข้อ คู่มือฟีเจอร์ AI ของ Google ระบุว่าการพยายามสร้างการกล่าวถึงที่ไม่จริง "ไม่ได้มีประโยชน์อย่างที่คิด" และ Google ชี้แจงเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงหลังการทดลองเหล่านี้ ว่านโยบายสแปมใช้กับคำตอบของ AI แบบรู้สร้างใน Google Search ด้วย ตามบันทึกการอัปเดตเอกสารของ Google งานวิจัยระบุว่า Doubao, Qwen, Kimi, ChatGPT, Perplexity และ Google AI ตอบรับว่าได้รับการแจ้งเตือนจากนักวิจัยแล้ว
บทวิเคราะห์: เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรต่อ GEO และความปลอดภัยของแบรนด์
ประเด็นในส่วนนี้เป็นการตีความผลการศึกษาของ Relevant Audience ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างของนักวิจัย
แผนที่แพลตฟอร์มคือส่วนที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ข้อค้นพบที่ใช้งานได้จริงที่สุดของการศึกษาคือเครื่องมือ AI แต่ละตัวมีรายชื่อเว็บไซต์สั้น ๆ ที่อ้างอิงซ้ำ รายชื่อนั้นต่างกันไปตามเครื่องมือ และการวางเนื้อหาบนเว็บเหล่านั้นชนะปริมาณบนเว็บอื่นแบบห่างมาก สำหรับข้อมูลแบรนด์ที่ถูกต้อง นี่หมายความว่าควรหาให้เจอว่าเอนจินแต่ละตัวอ้างอิงเว็บไซต์ไหนในหมวดธุรกิจของคุณ และทำให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับแบรนด์อยู่ที่นั่น แทนที่จะเพิ่มหน้าในบล็อกของตัวเองไปเรื่อย ๆ ผลจาก WordPress (40 โพสต์ ไม่มีการอ้างอิงในหนึ่งสัปดาห์) เป็นคำเตือนว่าอย่าพึ่งปริมาณบนโดเมนที่เครื่องมือไม่ชอบอ้างอิง
คำค้นหาที่มีการแข่งขันต่ำคือจุดที่เปราะบาง แนวคิดที่แต่งขึ้นได้ผลเพราะไม่มีเนื้อหาอื่นเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย แบรนด์จริงจำนวนมาก โดยเฉพาะแบรนด์เล็กและสินค้าใหม่ มีเนื้อหาเกี่ยวกับชื่อตัวเองน้อย ตามเหตุผลของผู้วิจัย คำค้นหาแบบนี้คือจุดที่โพสต์เดียวบนแพลตฟอร์มที่เครื่องมือชอบมีคู่แข่งน้อยที่สุด ไม่ว่าโพสต์นั้นจะถูกต้องหรือไม่ การศึกษาไม่ได้ทดสอบแบรนด์จริง นี่จึงเป็นการอนุมาน แต่เป็นสิ่งที่ควรตรวจสอบกับแบรนด์ของตัวเองเป็นอันดับแรก
การถูกอ้างอิงไม่ใช่การรับรอง และการลบไม่ใช่การกำจัด ช่องว่างระหว่างอัตราการอ้างอิงกับอัตรารายละเอียดที่ฝังไว้แสดงว่าเครื่องมือมักอ้างอิงหน้าเว็บโดยไม่ได้นำข้อความไปพูดซ้ำ ส่วนการทดสอบการลบแสดงว่าโพสต์ที่ถูกลบแล้วยังถูกอ้างอิงต่อได้หลายวัน ทั้งสองเรื่องสำคัญกับงานดูแลชื่อเสียงแบรนด์ การติดตามควรดูว่าคำตอบพูดว่าอะไร ไม่ใช่แค่ลิงก์ไหนปรากฏ และการลบโพสต์ที่ผิดอาจไม่ได้ทำให้มันหายจากคำตอบของ AI ทันที
การซื้อบริการแบบนี้มีความเสี่ยงด้านนโยบาย แพ็กเกจ 14 ดอลลาร์คือทางลัดแบบที่งานวิจัยมองว่าเป็นปัญหาความปลอดภัย และตามการอัปเดตเอกสารของ Google เมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 นโยบายสแปมของ Google ใช้กับคำตอบของ AI แบบรู้สร้างอย่างชัดเจนแล้ว โปรแกรม GEO ที่สร้างจากโพสต์ที่ปลอมตัวเป็นเสียงอิสระมีความเสี่ยงนั้น ส่วนโปรแกรมที่สร้างจากข้อมูลที่ถูกต้องและระบุที่มาได้ บนแพลตฟอร์มที่เอนจินแต่ละตัวเชื่อถืออยู่แล้วไม่มีความเสี่ยงแบบเดียวกัน
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย
งานวิจัยนี้ไม่มีข้อมูลภาษาไทย ทดสอบเฉพาะเครื่องมือฝั่งเว็บภาษาอังกฤษและภาษาจีน และข้อค้นพบใด ๆ ไม่สามารถอ่านเป็นข้อสรุปเกี่ยวกับคำตอบ AI ภาษาไทยได้
แต่วิธีการนำมาใช้ได้ แบรนด์ไทยทำขั้นแรกแบบเดียวกันในขนาดเล็กได้ คือถาม ChatGPT, Perplexity, Gemini และฟีเจอร์ AI ของ Google ด้วยคำถามภาษาไทยที่ลูกค้าถามจริงในหมวดธุรกิจของตน แล้วบันทึกว่าเว็บไซต์ไหนถูกอ้างอิง ถ้าเว็บชุมชน วิดีโอ หรือมาร์เก็ตเพลสไม่กี่แห่งปรากฏซ้ำ ๆ นั่นคือที่ที่ข้อมูลแบรนด์ที่ถูกต้องมีโอกาสเข้าถึงคำตอบของ AI มากที่สุด และเป็นที่ที่ข้อมูลผิดจะเดินทางเร็วที่สุดเช่นกัน การทำแผนที่นี้คือจุดเริ่มต้นของ Generative Engine Optimization สำหรับแบรนด์ไทย และของ งาน AI SEO ที่ตั้งเป้าที่แหล่งอ้างอิง ไม่ใช่แค่อันดับ
การติดตามแบรนด์ก็ต้องมองแบบเดียวกัน การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่า ChatGPT และผู้ช่วย AI อื่น ๆ พูดถึงแบรนด์ของคุณอย่างไร และพึ่งพาแหล่งข้อมูลไหน คือการป้องกันเชิงปฏิบัติที่การศึกษานี้ชี้ไปถึง วิธีนี้หยุดไม่ให้โพสต์ที่ผิดถูกอ้างอิงไม่ได้ แต่ช่วยให้รู้ตัวเร็วขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องมือ AI Search อ้างอิงแนวคิดที่ไม่มีอยู่จริงจริงหรือ
จริง ในการทดลองของฟูตั้น เครื่องมือ 8 จาก 10 ตัวอ้างอิงโพสต์เกี่ยวกับ "Cactus Gravity Protocol" ที่แต่งขึ้นภายในเจ็ดวัน รวมถึง ChatGPT, Perplexity, Grok และ Google AI แนวคิดนี้มีอยู่เฉพาะในโพสต์ของนักวิจัยเท่านั้น
เครื่องมือ AI Search ตัวไหนถูกชักจูงได้ง่ายที่สุดในการศึกษา
ในกลุ่มเครื่องมือฝั่งเว็บภาษาอังกฤษคือ Grok หลังการอ้างอิงครั้งแรก Grok ลิงก์ไปยังโพสต์ของนักวิจัยใน 30 จาก 32 คำตอบ และพูดซ้ำรายละเอียดที่ฝังไว้ใน 17 จาก 32 คำตอบ เมื่อดูทั้ง 10 เครื่องมือในหัวข้อแนวคิดที่แต่งขึ้น Doubao มีอัตรารายละเอียดที่ฝังไว้สูงที่สุดที่ 65.7 เปอร์เซ็นต์
โพสต์เนื้อหามากขึ้นทำให้ถูกอ้างอิงมากขึ้นหรือไม่
ไม่ใช่ด้วยตัวมันเอง ตามการศึกษานี้ ตำแหน่งที่โพสต์สำคัญกว่าจำนวนโพสต์ ในการทดสอบแบบจับคู่ โพสต์บนเว็บที่ถูกอ้างอิงบ่อยถูกอ้างอิงก่อนเสมอ ขณะที่ 40 โพสต์บนเว็บไซต์ WordPress ที่โฮสต์เองไม่ได้รับการอ้างอิงเลยในหนึ่งสัปดาห์
ผลนี้ใช้กับการค้นหาภาษาไทยได้หรือไม่
แหล่งข้อมูลไม่ได้บอก เพราะงานวิจัยทดสอบเฉพาะเครื่องมือ AI ฝั่งเว็บภาษาอังกฤษและภาษาจีน แบรนด์ไทยทดสอบรูปแบบเดียวกันเองได้ ด้วยการบันทึกว่าเครื่องมือ AI อ้างอิงเว็บไซต์ไหนสำหรับคำค้นหาภาษาไทยในหมวดธุรกิจของตน
การศึกษานี้ทดสอบกับแบรนด์จริงหรือไม่
ไม่ ทุกหัวข้อในการทดลองถูกแต่งขึ้น งานวิจัยจึงไม่ได้แสดงว่าคำค้นหาแบรนด์หรือสินค้าที่มีเนื้อหาอยู่แล้วจะเป็นอย่างไร ผู้วิจัยยังระบุด้วยว่าตัวเลขมาจากช่วงมีนาคมและเมษายน 2569 และอาจเปลี่ยนไปเมื่อเครื่องมือได้รับการอัปเดต
งานวิจัยของฟูตั้นให้ภาพที่ผ่านการทดสอบว่า AI Search เลือกแหล่งข้อมูลอย่างไร และเตือนชัดเจนว่าเส้นทางเดียวกันนี้พาทั้งข้อมูลที่ถูกและผิดไปได้ดีพอกัน ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องมือ AI อ้างอิงเว็บไซต์ไหนในหมวดธุรกิจของคุณ และตอนนี้พูดถึงแบรนด์ของคุณว่าอะไร ทีม GEO ของ Relevant Audience พร้อมช่วยทำแผนที่นี้ร่วมกับคุณ







