สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Citizen Lab รายงานเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ว่าอุปกรณ์ของ Al Jazeera อย่างน้อย 45 เครื่องตกเป็นเป้าหมายในปี 2567 และ 2568 ด้วยสปายแวร์ Candiru ที่ส่งผ่านโฆษณาแบบกำหนดเป้าหมายของ Discover-Tech
- Discover-Tech อยู่ในรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองของ Google และ Global Vendor List ของ IAB Europe มาตั้งแต่ปี 2563 IAB Europe ระงับรายชื่อเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 และ Google ตัดการเข้าถึงตลาดกลางโฆษณาในต้นเดือนตุลาคม
- ระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2569 แพลตฟอร์ม MyDSP เสนอราคา 3,770 ล้านการแสดงผล และดูเหมือนจะชนะ 441,954,291 ครั้ง โดย 24.74% ของการเสนอราคาผ่าน Google Ad Manager และ 67.4% ผ่าน Yandex
- โฆษณามีสคริปต์ที่ส่งโค้ดให้เฉพาะอุปกรณ์ที่ถูกเลือก และส่งการตอบกลับว่างเปล่าให้คนอื่นทั้งหมด ซึ่ง Eskimi ระบุว่าทำให้แท็กผ่านการตรวจสอบของบุคคลที่สาม
- รายงานระบุว่าการแสดงผลโฆษณาไม่ได้ยืนยันการกำหนดเป้าหมาย และระบุให้ไทยเป็นหนึ่งใน 24 ประเทศที่พบการแสดงผลในเครือข่ายของรัฐ แต่ไม่ได้รายงานการกำหนดเป้าหมายในไทย
Citizen Lab กลุ่มวิจัยของ University of Toronto รายงานเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ว่ามีการใช้โฆษณาออนไลน์แบบกำหนดเป้าหมายเพื่อติดตั้งสปายแวร์ของ Candiru บริษัทสปายแวร์ที่ก่อตั้งในอิสราเอล ลงในอุปกรณ์ของสำนักข่าว Al Jazeera โฆษณาเหล่านี้ซื้อโดย Discover-Tech บริษัทอิสราเอลที่แสดงตัวเป็นแพลตฟอร์มซื้อโฆษณา (Demand-Side Platform หรือ DSP) และอยู่ในรายชื่อผู้ให้บริการโฆษณาที่ "ได้รับการรับรอง" หรือ "ได้รับอนุมัติ" ของ Google และองค์กรอุตสาหกรรม IAB Europe มาตั้งแต่ปี 2563 Citizen Lab เรียกเทคนิคนี้ว่า "AdFection" และระบุว่าเป็นการยืนยันทางเทคนิคต่อสาธารณะครั้งแรกว่ามีการส่งสปายแวร์รับจ้างแบบไม่ต้องคลิก (zero-click) ผ่านโฆษณาแบบกำหนดเป้าหมาย ตามรายงาน Google ได้ถอด Discover-Tech ออกจากรายชื่อผู้ให้บริการ และ IAB Europe ได้ระงับ Discover-Tech จาก Global Vendor List แล้วในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569
รายงานฉบับเต็มชื่อ Exposing AdFection (Citizen Lab Report 195) เขียนโดย Bill Marczak, Wolfie Christl, John Scott-Railton, Astrid Perry, Siena Anstis และ Ron Deibert เผยแพร่พร้อมกับการสืบสวนคู่ขนานของ Confiant บริษัทด้านความปลอดภัยของโฆษณา บทความนี้ยึดตามสิ่งที่รายงานระบุไว้เท่านั้น เพราะประเด็นที่สำคัญสำหรับผู้ลงโฆษณาและเจ้าของสื่อคือการที่ห่วงโซ่อุปทานโฆษณาตามปกติถูกนำไปใช้ ไม่ใช่รายละเอียดของตัวสปายแวร์
สิ่งที่ Citizen Lab พบที่ Al Jazeera
ตามรายงาน อุปกรณ์อย่างน้อย 45 เครื่องภายใน Al Jazeera ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแบบไม่ต้องคลิกหลายครั้งในปี 2567 และ 2568 Citizen Lab เชื่อมโยงการโจมตีเหล่านี้ "ด้วยความมั่นใจสูง" กับสปายแวร์ของ Candiru ที่ส่งผ่านโฆษณาของ Discover-Tech ปัจจุบัน Candiru ดำเนินงานภายใต้ชื่อ Integrity Labs และถูกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีรายชื่อนิติบุคคลต้องห้าม (Entity List) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564
หลักฐานมาจากบันทึกการใช้งานเครือข่ายที่ Al Jazeera ส่งให้ผู้วิจัย อุปกรณ์ที่ติดเชื้อติดต่อกับโครงสร้างพื้นฐานของ Discover-Tech ก่อน ซึ่งบ่งบอกว่ามีการแสดงโฆษณา จากนั้นจึงติดต่อเซิร์ฟเวอร์ "validator" ของ Candiru ที่ใช้ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนเก็บข้อมูลเพิ่ม และสุดท้ายติดต่อเซิร์ฟเวอร์สั่งการและควบคุม (command-and-control) ของ Candiru นอกจากนี้ Al Jazeera ยังแยกไฟล์ Windows จากอุปกรณ์ที่ถูกเจาะได้ ซึ่ง Citizen Lab วิเคราะห์แล้วสรุปว่าเป็นเวอร์ชันใหม่ของชุดการโจมตีของ Candiru ที่เคยบันทึกไว้ครั้งแรกในปี 2564 ทั้งนี้ Al Jazeera ยินยอมให้ระบุชื่อในรายงาน
คำว่า zero-click หมายถึงผู้ใช้ไม่ต้องแตะหรือคลิกอะไรเลย รายงานระบุว่าเพียงแค่โฆษณาที่กำหนดเป้าหมายไว้แสดงขึ้นมา ก็เพียงพอที่จะเริ่มกระบวนการโจมตีแล้ว
การโจมตีทำงานอยู่ภายในการประมูลโฆษณาตามปกติอย่างไร
รายงานเริ่มต้นด้วยการอธิบายระบบประมูลโฆษณาแบบเรียลไทม์ (Real-Time Bidding หรือ RTB) อย่างตรงไปตรงมา เมื่อแอปหรือเว็บไซต์มีพื้นที่โฆษณาว่าง โค้ดจากแพลตฟอร์มฝั่งขาย (Supply-Side Platform หรือ SSP) จะส่งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้และอุปกรณ์ไปยังตลาดกลางโฆษณา (ad exchange) เพื่อขอรับการเสนอราคา ข้อมูลนี้อาจรวมถึงรหัสอุปกรณ์ ที่อยู่ IP และตำแหน่ง จากนั้น DSP จะตัดสินใจว่าจะเสนอราคาหรือไม่ และโฆษณาที่ชนะจะถูกส่งไปแสดงบนอุปกรณ์ โฆษณาแต่ละชิ้นยังสามารถพกโค้ดไปด้วยได้ ซึ่งเป็นโค้ดประเภทเดียวกับแท็กและพิกเซลที่ผู้ลงโฆษณาใช้นับการแสดงผลและการคลิกอยู่ทุกวัน
Discover-Tech ใช้ทั้งสองคุณสมบัตินี้ โฆษณาจำนวนมากของบริษัทมีแท็กสคริปต์ที่เรียกกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ซึ่งบริษัทเรียกว่าเซิร์ฟเวอร์ "NOAS" หรือ "getAd" พร้อมส่งรหัสคุกกี้หรือรหัสโฆษณาบนมือถือของผู้ใช้ไปด้วย จากนั้นเซิร์ฟเวอร์จะตัดสินใจว่าอุปกรณ์นั้นเป็นเป้าหมายหรือไม่ โดยดูจากที่อยู่ IP และรหัสเหล่านั้น อุปกรณ์ที่เป็นเป้าหมายจะได้รับโค้ด JavaScript ส่วนอุปกรณ์อื่นทั้งหมดจะได้รับการตอบกลับที่ว่างเปล่า ขนาดศูนย์ไบต์
การออกแบบแบบนี้สำคัญสำหรับทุกคนที่พึ่งพาระบบตรวจสอบโฆษณา (ad verification) เพราะโค้ดอันตรายถูกส่งให้เฉพาะอุปกรณ์ที่ถูกเลือก Discover-Tech จึงไม่ต้องส่งโค้ดนั้น หรือแม้แต่ลิงก์ไปยังโค้ด ให้กับบริษัทที่ให้บริการและแสดงโฆษณา Eskimi หนึ่งใน DSP ที่ Discover-Tech ใช้ แจ้งกับ Citizen Lab ว่าแท็กของผู้ลงโฆษณารายนี้ถูกสร้างมาเพื่อหลบการสแกนอัตโนมัติ และโหลดโค้ดต่างกันไปตามผู้ชม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผ่านการตรวจสอบของบุคคลที่สามได้
รายงานยังอธิบายถึง Controlium แพลตฟอร์มของ Discover-Tech ที่มีโค้ดส่วนหน้าเปิดให้เห็นได้สาธารณะ แพลตฟอร์มนี้ให้ลูกค้าเลือกเป้าหมายด้วยรหัสโฆษณาของ iOS หรือ Android รหัสคุกกี้ หรือที่อยู่ IP และเลือกช่องทางส่งโฆษณาได้ คือ Beeswax, Eskimi หรือ MyDSP ของ Discover-Tech เอง ซึ่ง MyDSP สามารถเสนอราคาผ่านตลาดกลางของ Google หรือ Yandex ได้อีกทอดหนึ่ง
ข้อมูลการประมูลในรูปตัวเลข
Citizen Lab พบฐานข้อมูลที่เปิดให้อ่านได้สาธารณะบนโดเมนของ Discover-Tech ซึ่งเก็บบันทึกการประมูลของ MyDSP ระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2569 ข้อมูลนี้ครอบคลุมเฉพาะ MyDSP ไม่รวม Beeswax หรือ Eskimi ตัวเลขด้านล่างมาจากส่วนที่ 5 ของรายงาน
| รายการ (MyDSP มีนาคมถึงมิถุนายน 2569) | ตัวเลขในรายงาน |
|---|---|
| จำนวนการแสดงผลที่เสนอราคา | 3,770,286,576 |
| จำนวนการแสดงผลที่น่าจะชนะการประมูล | 441,954,291 (11.7%) |
| สัดส่วนการเสนอราคาในแอปเทียบกับเว็บ | ในแอป 76.7% เว็บ 23.3% |
| สัดส่วนการเสนอราคาแยกตามตลาดกลาง | Yandex 67.4%, Google Ad Manager 24.74%, Vungle 7.24%, Google retargeting 0.05%, Sunteng 0.03% |
| การเสนอราคาสำหรับโฆษณาที่มีแท็กสคริปต์ NOAS | อย่างน้อย 718,748,885 ครั้ง (ราว 19%) |
| จุดที่โฆษณาซึ่งมีแท็กสคริปต์แสดงผลจริง | แอป Android และ iOS 75,373 แอป และเว็บไซต์ 120,768 เว็บ |
| จำนวนประเทศที่มีการเสนอราคาโฆษณาซึ่งมีแท็กสคริปต์ (ตามตำแหน่ง IP) | 161 ประเทศ |
| ค่าใช้จ่ายที่บันทึกไว้ | ราว 109,091 ดอลลาร์สหรัฐ หากต้นทุนบันทึกเป็นหน่วยไมโครของดอลลาร์ |
มีรายละเอียดบางอย่างในข้อมูลนี้ที่ควรอธิบายเพิ่ม ฐานข้อมูลมีผู้ลงโฆษณาเพียงสามราย และส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเป็น Discover-Tech เองหรือหน่วยงานที่รายงานเชื่อมโยงกับบริษัท ช่องข้อมูลรายได้เป็นศูนย์ทั้งหมด ยกเว้นช่วงสามวันในเดือนมิถุนายน และช่องข้อมูลคอนเวอร์ชันเป็นศูนย์ทั้งหมด ซึ่งรายงานระบุว่าผิดปกติมากสำหรับผู้ให้บริการโฆษณา Citizen Lab สรุปว่าไม่มีหลักฐานที่ดีว่า MyDSP หารายได้จากการขายโฆษณาตามวิธีปกติ
หนึ่งในชื่อผู้ลงโฆษณาในข้อมูลคือ AliExpress ซึ่งผูกอยู่กับชิ้นงานโฆษณา "SALE" แบบทั่วไป รายงานระบุว่าไม่มีหลักฐานว่า Discover-Tech มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ AliExpress และโฆษณาเหล่านี้น่าจะไม่ได้ซื้อในนามของ AliExpress รายงานยังระบุแยกต่างหากว่าโฆษณาบางชิ้นใน Controlium ใช้แบรนด์ของบริษัทที่ดูเหมือนไม่รู้เรื่อง รวมถึง Amazon และ AliExpress
โฆษณาที่มีแท็กสคริปต์ปรากฏในแอปและเว็บไซต์กระแสหลักหลากหลายประเภท ตั้งแต่เว็บข่าวและพยากรณ์อากาศ ไปจนถึงเกม แอปแชต และแอปอีเมล ไม่มีส่วนใดในรายงานที่บ่งบอกว่าเจ้าของสื่อเหล่านั้นรู้ว่ามีอะไรถูกส่งผ่านพื้นที่โฆษณาของตน
ผู้ให้บริการรายหนึ่งอยู่ในรายชื่อ "ได้รับการรับรอง" ได้นานหกปีอย่างไร
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโฆษณามากที่สุดคือเรื่องทะเบียนผู้ให้บริการ ตามตารางที่ 9 ของรายงาน
- IAB Europe ระบุชื่อ Discover-Tech ไว้ใน Global Vendor List (GVL) ของ Transparency and Consent Framework (TCF) หมายเลขผู้ให้บริการ 778 ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ถึง 8 ตุลาคม 2569
- Google ระบุชื่อบริษัทไว้ในรายชื่อ Ad Manager Certified External Vendors และ EU Ad Technology Providers สำหรับ Ad Manager, AdSense, AdMob และ Display & Video 360 ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงต้นเดือนตุลาคม 2569
- รายชื่อผู้ให้บริการปรับแต่งโฆษณาเฉพาะบุคคล (ads personalization providers) ของ Google ระบุชื่อ Discover-Tech และระบุว่าโดเมน mtrtb.com และ mydsp.io เป็นของบริษัทนี้
รายงานโต้แย้งว่ารายชื่อเหล่านี้ดูเหมือนจะอาศัยคำรับรองของผู้ให้บริการเองเป็นหลัก และข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่าง Discover-Tech กับบุคคลในอุตสาหกรรมสปายแวร์นั้นหาได้จากเอกสารทะเบียนบริษัท นี่เป็นการประเมินของ Citizen Lab รายงานยังระบุว่าการอยู่ใน GVL แทบจะกลายเป็นเงื่อนไขจำเป็นสำหรับผู้ให้บริการโฆษณาที่ต้องการทำงานในยุโรป และโค้ดติดตามของ Discover-Tech ใช้ TCF ในการประมวลผลสัญญาณความยินยอมของผู้ใช้ในยุโรป ตามรายงาน ณ เดือนตุลาคม 2569 Discover-Tech ยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนของ Trustworthy Accountability Group (TAG)
รายงานระมัดระวังในประเด็นหนึ่งที่ผู้ลงโฆษณาควรทราบ คือระบุว่าผู้ให้บริการโฆษณากระแสหลักที่ถูกกล่าวถึงนั้นแตกต่างจากผู้ขายสปายแวร์หรือผู้ให้บริการสอดแนม เพราะไม่จำเป็นต้องรู้ว่าโครงสร้างพื้นฐานของตนถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
สิ่งที่ Google, IAB Europe และผู้ให้บริการรายอื่นดำเนินการ
รายงานบันทึกการดำเนินการหลังได้รับแจ้งข้อมูลไว้ดังนี้
- Google ซึ่งร่วมมือในการสืบสวน ได้ถอด Discover-Tech ออกจากทะเบียนผู้ให้บริการ และยุติการเข้าถึงแพลตฟอร์มตลาดกลางโฆษณาของ Google ในสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม 2569 Google แจ้ง Citizen Lab ว่าการดำเนินการนี้ปิดกั้นไม่ให้บริษัทเสนอราคาหรือแสดงโฆษณาได้ทั่วทั้งระบบของ Google และได้เปิดใช้การป้องกันของ Safe Browsing เพื่อเตือนผู้ใช้ที่อาจเข้าถึงโดเมนที่ทราบว่าอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้โจมตี
- IAB Europe ระงับ Discover-Tech จาก Global Vendor List เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 องค์กรไม่ได้ตอบกลับภายในกำหนดเวลาของ Citizen Lab แต่ส่งคำตอบมาในวันที่ 15 ตุลาคม
- Beeswax (FreeWheel ในเครือ Comcast) ถอด Discover-Tech ออกจากแพลตฟอร์มซื้อโฆษณา
- Vungle (Liftoff) ระงับการเข้าถึงของ Discover-Tech ระหว่างดำเนินการตรวจสอบของตนเอง
- Eskimi ปิดกั้นบัญชีและโดเมนของ Discover-Tech และระบุว่า Discover-Tech เป็นผู้ลงโฆษณาแบบบริการตนเองมาตั้งแต่ปี 2565 มียอดใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มเพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ และแคมเปญสุดท้ายถูกหยุดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569
Discover-Tech, Candiru, Xandr (Microsoft Advertising), Sunteng และบริษัทอื่นอีกหลายแห่งไม่ได้ตอบกลับ Citizen Lab ภายในกำหนดเวลา
สิ่งที่รายงานไม่ได้ระบุ
ข้อจำกัดหลายข้อในรายงานอาจหายไปได้ง่ายเมื่อกลายเป็นพาดหัวข่าว
- การแสดงผลโฆษณาไม่เท่ากับการติดสปายแวร์ รายงานระบุตรงๆ ว่าการแสดงผลโฆษณาของ Discover-Tech เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่ามีการกำหนดเป้าหมายหรือติดสปายแวร์
- ข้อมูลการประมูลครอบคลุมเพียงแพลตฟอร์มเดียวคือ MyDSP ในช่วงสี่เดือน ไม่รวมกิจกรรมบน Beeswax หรือ Eskimi จึงยังไม่ทราบขนาดที่แท้จริงทั้งหมด
- ตัวเลขรายประเทศอ้างอิงจากการระบุตำแหน่งด้วย IP ซึ่งรายงานระบุว่าอาจคลาดเคลื่อนได้ เพราะการใช้ VPN ผู้ให้บริการดาวเทียม และปัจจัยอื่นๆ
- รายงานระบุให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 24 ประเทศที่พบการแสดงผลโฆษณาของ Discover-Tech ภายในเครือข่ายที่ดำเนินการโดยหน่วยงานรัฐ แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขของไทย และข้อควรระวังเดียวกันยังใช้อยู่ คือการแสดงผลในเครือข่ายเหล่านั้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่ามีการกำหนดเป้าหมายหรือการติดสปายแวร์
- ผู้ไม่หวังดีอีกรายที่ Citizen Lab เรียกว่า DARK CARTOGRAPHER ใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Discover-Tech พยายามจับคู่รหัสโฆษณากับหมายเลขโทรศัพท์ผ่านจุดอ่อนของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในกว่า 30 ประเทศ รายละเอียดยังไม่เปิดเผยและจะออกเป็นรายงานแยกภายหลัง ระหว่างที่ยังแจ้งข้อมูลกับผู้ให้บริการเครือข่ายอยู่
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ของ RA ไม่ใช่ข้อค้นพบของรายงาน
สำหรับผู้ลงโฆษณา ความเสี่ยงโดยตรงจากกรณีนี้มีไม่มาก แต่บทเรียนเรื่องห่วงโซ่อุปทานโฆษณานั้นสำคัญ Discover-Tech ใช้ชื่อแบรนด์ค้าปลีกจริงในชิ้นงานโฆษณา โดยเท่าที่รายงานแสดง ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับแบรนด์เหล่านั้น แบรนด์ที่มีคนค้นหาหรือลงโฆษณามากสามารถตรวจดูได้ว่าชื่อหรือชิ้นงานของตนไปปรากฏในที่ที่ไม่ได้ซื้อไว้หรือไม่ ผู้ลงโฆษณาที่ซื้อพื้นที่ดิสเพลย์ ในแอป หรือแบบโปรแกรมแมติก รวมถึงแคมเปญ Google Ads ที่เข้าถึงตำแหน่งดิสเพลย์และแอป ก็ควรถามพาร์ตเนอร์ว่ามีตัวกลางใดบ้างอยู่ระหว่างงบประมาณกับการแสดงผลสุดท้าย รายงานนี้แสดงให้เห็นว่าป้าย "ได้รับการรับรอง" เพียงอย่างเดียวไม่ได้ตอบคำถามนั้น
เจ้าของเว็บไซต์และแอปในไทยคือผู้ขายพื้นที่โฆษณาที่การโจมตีลักษณะนี้ต้องพึ่งพา รายงานพบโฆษณาที่มีแท็กสคริปต์ในเว็บไซต์กว่า 120,000 เว็บและแอปกว่า 75,000 แอป และไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเจ้าของเหล่านั้นทำผิด ถึงอย่างนั้น กรณีนี้ก็เป็นเหตุผลที่ควรทบทวนว่าพาร์ตเนอร์ฝั่งซื้อและแท็กของบุคคลที่สามรายใดได้รับอนุญาตให้ทำงานบนเว็บไซต์หรือในแอป และแบนเนอร์ขอความยินยอม (consent banner) แสดงรายชื่อผู้ให้บริการใดบ้าง การตรวจสอบแท็กและการขอความยินยอมเป็นระยะ ซึ่งมักทำควบคู่กับการ ตรวจสอบการตั้งค่า GA4 และระบบติดตามผล คือจุดที่เหมาะสำหรับการตรวจเรื่องนี้
สำหรับองค์กรที่พนักงานอาจเป็นที่สนใจของผู้โจมตีระดับรัฐ เช่น สื่อมวลชน ผู้รับงานจากภาครัฐ หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ คำแนะนำของ Citizen Lab เองคือให้บล็อกโฆษณาและการติดตามบนอุปกรณ์ที่ใช้ทำงานและที่เกตเวย์ของเครือข่าย รวมถึงปิดการกำหนดเป้าหมายโฆษณาบนอุปกรณ์ที่บริษัทออกให้ คำแนะนำนี้มาจากรายงานและมุ่งไปที่ทีมความปลอดภัยมากกว่านักการตลาด
สุดท้าย รายงานเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลสอบสวน Discover-Tech และ Candiru และเสนอให้มีการตรวจสอบโดยบุคคลที่สามและการตรวจสอบตัวตนลูกค้า (know-your-customer) แบบบังคับสำหรับผู้ให้บริการที่อยู่ในทะเบียนของอุตสาหกรรม ยังไม่ทราบว่าจะมีหน่วยงานใดดำเนินการหรือไม่ ทีมที่ใช้รายชื่อผู้ให้บริการในการตัดสินใจเรื่องความยินยอมหรือเรื่องซัพพลายควรติดตามว่า Google และ IAB Europe จะเปลี่ยนวิธีตรวจสอบบริษัทในรายชื่อหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ลงโฆษณาบน Google Ads ได้รับผลกระทบหรือไม่
รายงานไม่ได้ระบุว่าแคมเปญของผู้ลงโฆษณาทั่วไปรายใดถูกเจาะ สิ่งที่รายงานแสดงคือ Discover-Tech เสนอราคาผ่านตลาดกลางของ Google Ad Manager ซึ่งคิดเป็น 24.74% ของการเสนอราคาทั้งหมดของ MyDSP ควบคู่กับ Yandex ที่ 67.4% และ Google ได้ตัดการเข้าถึงของบริษัทแล้วในต้นเดือนตุลาคม 2569
AdFection คืออะไร
AdFection คือชื่อที่ Citizen Lab ใช้เรียกการส่งสปายแวร์แบบไม่ต้องคลิกผ่านโฆษณาแบบกำหนดเป้าหมาย โฆษณาชนะการประมูล โหลดสคริปต์ที่ส่งรหัสโฆษณาหรือรหัสคุกกี้ของอุปกรณ์ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Discover-Tech แล้วส่งโค้ดอันตรายให้เฉพาะเป้าหมายที่ถูกเลือก เพียงแค่โฆษณาแสดงขึ้นมาก็เริ่มการติดเชื้อได้
รายงานพบการกำหนดเป้าหมายในประเทศไทยหรือไม่
รายงานไม่ได้ระบุว่าพบการกำหนดเป้าหมายในไทย ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อ 24 ประเทศที่พบการแสดงผลโฆษณาของ Discover-Tech ในเครือข่ายที่ดำเนินการโดยหน่วยงานรัฐ และรายงานระบุว่าการแสดงผลไม่ได้ยืนยันว่ามีการกำหนดเป้าหมายหรือการติดสปายแวร์
ทำไมระบบตรวจสอบโฆษณาจึงจับไม่ได้
เพราะโค้ดอันตรายไม่เคยอยู่ในโฆษณาที่เครื่องมือตรวจสอบสแกน เซิร์ฟเวอร์ของ Discover-Tech ส่ง JavaScript ให้เฉพาะอุปกรณ์ที่ถูกเลือก และส่งการตอบกลับว่างเปล่าให้ทุกคนที่เหลือ Eskimi แจ้งกับ Citizen Lab ว่านี่คือวิธีที่แท็กผ่านการตรวจสอบของบุคคลที่สาม
ต้องเปลี่ยนอะไรในบัญชีโฆษณาหรือไม่
รายงานไม่ได้กำหนดสิ่งที่ผู้ลงโฆษณาต้องทำ แต่แนะนำให้ผู้ให้บริการโฆษณาตรวจสอบพาร์ตเนอร์เข้มงวดขึ้น และให้องค์กรที่มีความเสี่ยงบล็อกโฆษณาบนอุปกรณ์ที่ใช้ทำงาน สำหรับผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่ ขั้นตอนที่สมเหตุสมผลคือทบทวนพาร์ตเนอร์ฝั่งซัพพลาย แท็ก และรายชื่อผู้ให้บริการในระบบขอความยินยอม
กรณีของ Discover-Tech แสดงให้เห็นว่าผู้ให้บริการรายหนึ่งสามารถอยู่ในรายชื่อสำคัญของอุตสาหกรรมได้นานหลายปี ขณะใช้เครื่องมือโฆษณาธรรมดาไปทำสิ่งอื่นโดยสิ้นเชิง หากต้องการให้ช่วยตรวจดูอีกครั้งว่าแคมเปญของคุณพึ่งพาพาร์ตเนอร์ แท็ก และตำแหน่งการแสดงผลใดบ้าง ทีม Relevant Audience ยินดีช่วยวางภาพรวมให้







