สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Google เพิ่ม rel="sponsored" และ rel="ugc" เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 และเริ่มถือว่า nofollow, sponsored และ ugc เป็นคำใบ้สำหรับการจัดอันดับ
- ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 nofollow กลายเป็นคำใบ้สำหรับการ crawl และการทำดัชนีด้วย และไม่จำเป็นต้องแก้ลิงก์ nofollow เดิม
- ลิงก์ที่จ่ายเงิน advertorial และ affiliate ควรติด sponsored (nofollow ก็รับได้) ส่วนลิงก์ในคอมเมนต์และเว็บบอร์ดควรติด ugc
- noopener และ noreferrer เป็นการตั้งค่าของเบราว์เซอร์ที่ไม่มีผลต่ออันดับ และ rel=canonical ใช้ในส่วน head ของหน้า ไม่ใช่บนลิงก์
Link attributes (แอตทริบิวต์ของลิงก์) คือค่าที่ใส่ในแอตทริบิวต์ rel ของลิงก์ เพื่อบอกเสิร์ชเอนจินว่าลิงก์นั้นเป็นลิงก์ประเภทไหน สำหรับ SEO ค่าที่สำคัญมีสามค่า ได้แก่ rel="nofollow", rel="sponsored" สำหรับลิงก์ที่จ่ายเงินหรือลิงก์ affiliate และ rel="ugc" สำหรับลิงก์ในเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้าง ตั้งแต่ปี 2562 Google ถือว่าทั้งสามค่าเป็น "คำใบ้" (hint) ไม่ใช่คำสั่งเด็ดขาด และการใส่ค่าที่ถูกต้องบนลิงก์ที่จ่ายเงินคือสิ่งที่ทำให้เว็บไซต์อยู่ในกรอบนโยบายสแปมของ Google
rel=nofollow, sponsored และ ugc คืออะไร
แต่ละค่าจะใส่อยู่ในแอตทริบิวต์ rel ของแท็กลิงก์ เช่น <a href="https://example.com/" rel="sponsored"> ไม่มีค่าไหนเปลี่ยนสิ่งที่ผู้เข้าชมเห็นหรือปลายทางของลิงก์ มันแค่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างหน้าของคุณกับหน้าที่คุณลิงก์ไป
- rel="sponsored" ใช้กับลิงก์ที่มีอยู่เพราะมีการจ่ายเงินหรือค่าตอบแทนอื่น เช่น โฆษณา พื้นที่ที่ซื้อ บทความสปอนเซอร์ และลิงก์ affiliate
- rel="ugc" ใช้กับลิงก์ในเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้าง เช่น คอมเมนต์ กระทู้ในเว็บบอร์ด และรีวิวที่ผู้เข้าชมเขียน
- rel="nofollow" เป็นค่าทั่วไปสำหรับลิงก์ที่คุณไม่ต้องการรับรองหรือส่งเครดิตการจัดอันดับให้ ในกรณีที่อีกสองค่าไม่ตรง
ใส่หลายค่ารวมกันได้โดยเว้นวรรค rel="nofollow sponsored" และ rel="ugc nofollow" ใช้ได้ทั้งคู่ ซึ่งมีประโยชน์เพราะเสิร์ชเอนจินและเครื่องมือรุ่นเก่าบางตัวเข้าใจแค่ nofollow
Google เปลี่ยน nofollow จากคำสั่งเป็นคำใบ้เมื่อไร
Google เริ่มใช้ nofollow ในปี 2548 เพื่อต่อสู้กับสแปมในคอมเมนต์ และหลายปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นคำสั่ง คือลิงก์ nofollow จะไม่ถูกใช้ในการจัดอันดับเลย วันที่ 10 กันยายน 2562 Google ประกาศการเปลี่ยนแปลงสองเรื่อง คือเพิ่มค่า sponsored และ ugc และบอกว่าทั้งสามแอตทริบิวต์จะถูกถือเป็นคำใบ้ว่าลิงก์ไหนควรพิจารณาหรือไม่พิจารณาใน Search การเปลี่ยนนี้มีผลกับการจัดอันดับตั้งแต่วันนั้น และตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 nofollow กลายเป็นคำใบ้สำหรับการ crawl และการทำดัชนีด้วย
"คำใบ้" หมายความว่า Google อาจเลือกใช้ลิงก์ nofollow, sponsored หรือ ugc เป็นสัญญาณได้ เช่น เพื่อทำความเข้าใจหน้าเว็บหรือค้นพบ URL แทนที่จะเมินเฉยทั้งหมด Google ยังบอกว่าไม่จำเป็นต้องแก้ลิงก์ nofollow เดิม และ nofollow ยังเป็นวิธีที่ยอมรับได้สำหรับลิงก์สปอนเซอร์ แม้ว่า Google จะแนะนำ sponsored มากกว่า
ควรใช้แอตทริบิวต์ไหน แยกตามประเภทลิงก์
ตารางนี้จับคู่สถานการณ์ลิงก์ที่พบบ่อยกับแอตทริบิวต์ที่แนวทางของ Google ชี้ไป
| สถานการณ์ของลิงก์ | แอตทริบิวต์ที่แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| โฆษณา บทความสปอนเซอร์ หรือ advertorial | sponsored (nofollow ก็รับได้) | ลิงก์ที่จ่ายเงินและส่งเครดิตการจัดอันดับ ผิดนโยบายสแปมลิงก์ของ Google |
| ลิงก์ affiliate ไปยังมาร์เก็ตเพลสหรือร้านค้า | sponsored | ผู้เผยแพร่ได้ค่าคอมมิชชันเมื่อผู้ใช้คลิกลิงก์ |
| ลิงก์ในคอมเมนต์ กระทู้ หรือรีวิว | ugc (ใส่ nofollow ร่วมได้) | เจ้าของเว็บไม่ได้เขียนหรือตรวจสอบเอง |
| ลิงก์เชิงบรรณาธิการที่คุณเชื่อถือและเลือกเอง | ไม่ต้องใส่ | ลิงก์ปกติคือสัญญาณที่ถูกต้องสำหรับการแนะนำจริง |
| ลิงก์ที่ต้องใส่แต่รับรองไม่ได้ | nofollow | ค่าทั่วไปเมื่อ sponsored และ ugc ไม่ตรงกรณี |
ลิงก์ nofollow ส่งคุณค่าอะไรบ้างหรือไม่
ในแง่การจัดอันดับ คำตอบตรง ๆ คือ Google ไม่เปิดเผยว่าใช้ลิงก์ที่เป็นคำใบ้บ่อยแค่ไหน เพราะแอตทริบิวต์เป็นคำใบ้ ลิงก์ nofollow จึงอาจถูกใช้ในบางกรณี แต่ไม่มีใครนอก Google วัดได้ว่ามันส่งเครดิตไปเท่าไร ควรวางแผนโดยสมมติว่าลิงก์ nofollow, sponsored และ ugc ส่งเครดิตการจัดอันดับน้อยมากหรือไม่ส่งเลย
แต่ลิงก์เหล่านี้ยังมีคุณค่าที่ไม่เกี่ยวกับ PageRank ลิงก์ nofollow บนเว็บที่มีคนเข้าเยอะส่งผู้เข้าชมจริงมาให้ พื้นที่สปอนเซอร์ในสื่อที่เกี่ยวข้องสร้างการรับรู้และการค้นหาชื่อแบรนด์ การถูกพูดถึงในกระทู้อาจพาคนมาหาแบรนด์ แม้ลิงก์จะถูกติด ugc ไว้ ในโปรไฟล์ลิงก์ การมีทั้งลิงก์ปกติและลิงก์ nofollow ปนกันคือลักษณะของลิงก์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะแพลตฟอร์มใหญ่หลายแห่งตั้งค่าลิงก์ออกเป็น nofollow โดยค่าเริ่มต้น
ทำบทความสปอนเซอร์อย่างไรไม่ให้เสี่ยงโดนลงโทษ
นโยบายสแปมของ Google ระบุว่าการซื้อขายลิงก์ที่ส่งเครดิตการจัดอันดับเป็น link scheme ซึ่งรวมถึงการแลกเงิน สินค้า หรือบริการกับลิงก์ และการส่งสินค้าฟรีแลกกับรีวิวที่มีลิงก์ บทความสปอนเซอร์เองทำได้ สิ่งที่ต้องทำคือระบุประเภทลิงก์ในบทความให้ถูกต้อง
- ใส่ rel="sponsored" ในทุกลิงก์ของบทความที่จ่ายเงิน รวมถึงลิงก์ในประวัติผู้เขียนและลิงก์บนรูปภาพ
- ติดป้ายว่าเป็นเนื้อหาสปอนเซอร์หรือโฆษณาให้ผู้อ่านเห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายตลาดคาดหวังในแง่การคุ้มครองผู้บริโภคด้วย
- ใส่ให้กับลิงก์ affiliate ที่สร้างจากเครื่องมือของมาร์เก็ตเพลสด้วย โปรแกรม affiliate จำนวนมากสร้างลิงก์ผ่านโดเมน redirect แต่ลิงก์บนหน้าของคุณก็ยังต้องมีแอตทริบิวต์
- ถ้าซื้อพื้นที่ ให้ขอเป็นลายลักษณ์อักษรว่าผู้เผยแพร่ต้องใช้ rel="sponsored" และตรวจหน้าจริงหลังเผยแพร่
ถ้าเกิด manual action เรื่องลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ จะแสดงใน Search Console ที่เมนู Security and Manual Actions เอกสารของ Google อธิบายทั้ง manual action สำหรับลิงก์ขาออกและลิงก์ขาเข้า และการลบหรือระบุประเภทลิงก์ให้ถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งของการยื่นขอพิจารณาใหม่ (reconsideration request)
ตรวจแอตทริบิวต์ลิงก์ขาออกบนเว็บไซต์ของคุณอย่างไร
รายงาน Links ใน Search Console แสดงว่าเว็บไหนลิงก์มาหาคุณและหน้าที่ถูกลิงก์มากที่สุด แต่ไม่แสดงค่า rel ถ้าจะตรวจลิงก์ขาออกของตัวเองต้อง crawl เว็บไซต์
- Crawl เว็บไซต์ด้วยโปรแกรมบนเครื่อง เช่น Screaming Frog SEO Spider หรือ Sitebulb หรือ crawler บนคลาวด์ โดยเปิดการเก็บข้อมูลลิงก์ขาออก
- Export ลิงก์ภายนอกทั้งหมด พร้อม anchor text หน้าต้นทาง และค่า rel
- กรองลิงก์ในส่วนสปอนเซอร์ ประวัติผู้เขียน หน้าพาร์ทเนอร์ และเนื้อหา affiliate แล้วตรวจว่าทุกลิงก์มี sponsored
- ตรวจว่าเทมเพลตคอมเมนต์และเว็บบอร์ดแสดง ugc หรือ nofollow บนลิงก์ของผู้เข้าชม WordPress ใส่ค่าเหล่านี้ให้ลิงก์ผู้เขียนคอมเมนต์โดยค่าเริ่มต้น แต่ธีมหรือปลั๊กอินที่ปรับแต่งอาจเปลี่ยนได้
- มองหาปัญหากลับด้าน คือลิงก์เชิงบรรณาธิการไปยังแหล่งที่เชื่อถือได้ถูกติด nofollow จากกฎของปลั๊กอินที่ใช้กับทุกลิงก์ภายนอก ไม่เป็นอันตราย แต่ก็ไม่ถูกต้อง
- ตรวจซ้ำหลังเปลี่ยนเทมเพลตครั้งใหญ่ และอย่างน้อยปีละครั้ง
noopener, noreferrer และ canonical มีผลอะไร และไม่มีผลอะไร
ค่า rel อื่นอีกหลายค่ามักโผล่มาในการตรวจแบบเดียวกัน และมักถูกสับสนกับแอตทริบิวต์ด้าน SEO
- rel="noopener" เป็นค่าด้านความปลอดภัย เมื่อลิงก์เปิดในแท็บใหม่ด้วย target="_blank" ค่านี้ป้องกันไม่ให้หน้าใหม่เข้าถึงหน้าเดิมผ่าน window.opener ไม่มีผลต่ออันดับ และเบราว์เซอร์รุ่นใหม่ใช้พฤติกรรมนี้เป็นค่าเริ่มต้นกับลิงก์ target="_blank" อยู่แล้ว
- rel="noreferrer" ทำให้เบราว์เซอร์ไม่ส่ง Referer header ระบบวิเคราะห์ของเว็บปลายทางจึงไม่เห็นว่าเว็บคุณเป็นแหล่งที่มาของการเข้าชม และมีผลเหมือน noopener ด้วย ไม่เปลี่ยนวิธีที่ Google มองลิงก์ แต่อาจซ่อนทราฟฟิกที่คุณส่งให้พาร์ทเนอร์
- rel="canonical" ไม่ใช่แอตทริบิวต์บนลิงก์ปกติ ใช้ในแท็ก link ในส่วน head ของหน้า หรือใน HTTP header เพื่อบอกเสิร์ชเอนจินว่า URL ไหนเป็นเวอร์ชันหลักของหน้าที่ซ้ำหรือคล้ายกัน มีผลต่อการทำดัชนีและการรวมสัญญาณ ไม่เกี่ยวกับว่าลิงก์ขาออกส่งเครดิตหรือไม่
ความหมายสำหรับเว็บไซต์ไทย
บทความจ่ายเงินและรีวิวเป็นส่วนปกติของการตลาดดิจิทัลในไทย ทั้งโพสต์สปอนเซอร์บนบล็อกไลฟ์สไตล์ advertorial บนพอร์ทัลข่าว และรีวิวสินค้าบนเว็บไซต์ของอินฟลูเอนเซอร์ ลิงก์ในเนื้อหาเหล่านั้นควรมี rel="sponsored" ทั้งหมด ผู้เผยแพร่และนักทำ affiliate ไทยที่โปรโมตสินค้า Shopee และ Lazada ผ่านโปรแกรม affiliate ก็กำลังเผยแพร่ลิงก์สปอนเซอร์ตามความหมายของ Google เช่นกัน สำหรับแบรนด์ที่ซื้อพื้นที่ เรื่องแอตทริบิวต์ควรอยู่ในสัญญา คู่กับค่าบริการและวันเผยแพร่ สำหรับแบรนด์ที่สร้างความน่าเชื่อถือ บทเรียนคือแยกงบเป็นสองก้อน ก้อนแรกคือพื้นที่ที่จ่ายเงินเพื่อการเข้าถึงซึ่งติดแอตทริบิวต์ถูกต้อง ก้อนที่สองคือลิงก์เชิงบรรณาธิการที่ได้จากคอนเทนต์และงาน PR บริการ link building ควรบอกชัดว่าลิงก์ไหนเป็นแบบไหน และ งานแบ็คลิงก์ ที่พึ่งลิงก์จ่ายเงินที่ไม่ติดแอตทริบิวต์คือความเสี่ยงของเว็บไซต์ ไม่ใช่สินทรัพย์ การตรวจ SEO เชิงเทคนิค ช่วยตรวจแอตทริบิวต์ลิงก์ขาออกทั้งเว็บได้ และ content marketing คือวิธีได้ลิงก์เชิงบรรณาธิการโดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ link attributes
nofollow กับ sponsored ต่างกันอย่างไร
sponsored ใช้เฉพาะกับลิงก์ที่จ่ายเงินหรือลิงก์ affiliate ส่วน nofollow เป็นค่าทั่วไปสำหรับลิงก์ที่คุณไม่อยากรับรอง Google แนะนำ sponsored สำหรับลิงก์จ่ายเงิน แต่ก็ยังยอมรับ nofollow
ต้องเปลี่ยนลิงก์ nofollow เก่าเป็น sponsored หรือ ugc ไหม
ไม่จำเป็น Google บอกไว้ในปี 2562 ว่าไม่ต้องแก้ลิงก์ nofollow เดิม ให้ใช้ค่าใหม่กับลิงก์ใหม่ในกรณีที่ตรง
link attributes มีผลต่ออันดับเว็บของเราโดยตรงหรือไม่
มีผลกับวิธีที่ Google อาจใช้ลิงก์นั้น ไม่ใช่อันดับของหน้าคุณเอง การปล่อยลิงก์จ่ายเงินไว้โดยไม่ระบุประเภทอาจนำไปสู่ manual action ส่วนลิงก์ที่ติดแอตทริบิวต์ถูกต้องไม่มีบทลงโทษ
rel="noopener" ทำให้ SEO แย่ลงไหม
ไม่ noopener คือการตั้งค่าความปลอดภัยของเบราว์เซอร์สำหรับลิงก์ที่เปิดในแท็บใหม่ และไม่มีผลต่อการจัดอันดับหรือการที่เสิร์ชเอนจินมองลิงก์
ลิงก์ affiliate ต้องใส่ rel="sponsored" หรือไม่
ต้องใส่ ลิงก์ affiliate เป็นลิงก์ที่มีค่าตอบแทน แนวทางของ Google จึงให้ติด sponsored หรือ nofollow ไม่ว่าลิงก์จะผ่าน redirect สำหรับติดตามหรือไม่ก็ตาม
ถ้าไม่แน่ใจว่าบทความสปอนเซอร์ ลิงก์ affiliate หรือพื้นที่ที่ซื้อไว้ติดแอตทริบิวต์ถูกต้องหรือยัง Relevant Audience ช่วยตรวจ link attributes และวางแผน link building ที่อยู่ในกรอบนโยบายของ Google ได้







