Google ยื่นคำฟ้องฉบับแก้ไข หรือ Amended Complaint ต่อ SerpApi เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 หลังจากศาลสหรัฐยกฟ้องคดีเดิมที่ Google ฟ้องเครื่องมือสเครปหน้าผลการค้นหารายนี้ไปราวหนึ่งเดือนก่อนหน้า Search Engine Roundtable รายงานการยื่นฟ้องใหม่นี้เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 และคำฟ้องฉบับใหม่เปลี่ยนแนวการต่อสู้ จากประเด็นเดิมที่ศาลยกฟ้อง มาเป็นการวางกรอบคดีรอบการปกป้องเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าผลการค้นหาของ Google เอง
ตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมา ตามรายงานของ MediaPost ที่ Search Engine Roundtable อ้างถึง คือ Reddit โดย Google กล่าวหาว่า Reddit ซึ่งให้สิทธิ์เนื้อหาแก่ Google ได้สั่งการกับ Google โดยเฉพาะว่าอย่าเปิดทางให้บุคคลที่สามดึงเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตออกไปแล้วนำไปหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ด้วยตัวเอง และ Google ยังระบุว่าพันธมิตรผู้ให้สิทธิ์เนื้อหาได้ร้องขออย่างชัดแจ้งให้ Google ป้องกันการเข้าถึงเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อโต้แย้งของ Google คือตนมีพันธะตามสัญญาที่ต้องดูแลไม่ให้เนื้อหาของพันธมิตรที่ปรากฏในผลการค้นหาถูกสเครปออกไป
อะไรคือเรื่องใหม่ และอะไรคือเรื่องเก่า
Relevant Audience เคยรายงานเรื่องศาลสหรัฐยกฟ้องคดีที่ Google ฟ้อง SerpApi ตามกฎหมาย DMCA ไปแล้ว ส่วนนั้นเป็นข่าวเก่าและไม่ควรถูกเล่าซ้ำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นสัปดาห์นี้ ศาลยกฟ้องคำฟ้องฉบับเดิมไปราวหนึ่งเดือนก่อนการยื่นฉบับแก้ไขครั้งนี้
สิ่งที่ใหม่จริงมีขอบเขตแคบและเฉพาะเจาะจง Google ไม่ได้อุทธรณ์ไปยังศาลอื่นและไม่ได้ถอนคดี แต่ยื่นคำฟ้องฉบับแก้ไขเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 โดยสร้างคำฟ้องฉบับใหม่บนทฤษฎีเรื่องเนื้อหาที่ได้รับอนุญาต และระบุชื่อ Reddit เป็นตัวอย่างของพันธมิตรผู้ให้สิทธิ์ที่ Google บอกว่าตนต้องทำตามคำสั่ง การเปลี่ยนทฤษฎีทางกฎหมายนี้คือตัวข่าว ไม่ใช่การที่คดีนี้มีอยู่
ข้อจำกัดของแหล่งข้อมูล ที่ต้องพูดให้ชัด
Barry Schwartz ระบุว่าคำฟ้องฉบับเต็มยังไม่ปรากฏบน CourtListener ในเวลาที่เขียนรายงาน ทุกอย่างที่คนภายนอกรู้เกี่ยวกับเนื้อหาของคำฟ้องฉบับแก้ไขจึงตั้งอยู่บนรายงานของ MediaPost เกี่ยวกับเอกสารที่ยื่น ซึ่ง Search Engine Roundtable นำมาอ้างและยกข้อความ ส่วน Search Engine Journal รายงานเรื่องการแก้คำฟ้องเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026
เรื่องนี้สำคัญต่อวิธีอ่านข้อความที่ถูกยกมา ถ้อยคำเรื่องการดึงเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตไปหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ และเรื่องพันธมิตรผู้ให้สิทธิ์ที่ร้องขอให้ Google ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต มาถึงเราผ่านรายงานของ MediaPost ไม่ใช่จากเอกสารที่ผู้อ่านคนใดได้เห็นด้วยตนเอง ยังไม่มีใครนอกคู่ความยืนยันขอบเขตทั้งหมดของข้อกล่าวหาฉบับแก้ไข ฐานความผิดที่ยกขึ้นอ้าง หรือคำขอท้ายฟ้องของ Google จึงควรอ่านข้อความเหล่านั้นในฐานะสิ่งที่ถูกรายงาน ไม่ใช่ตัวบทที่ตรวจสอบแล้ว
ทำไมทฤษฎีเรื่องเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตจึงเป็นคนละเรื่องกับของเดิม
คดีเดิมพึ่งข้อโต้แย้งตามกฎหมาย DMCA ซึ่งศาลปฏิเสธไปแล้ว ส่วนทฤษฎีเรื่องเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตไม่ได้พึ่งเหตุผลชุดนั้นเลย แต่เดินข้อโต้แย้งผ่านสัญญาที่ Google ทำไว้กับผู้เผยแพร่และแพลตฟอร์มที่เนื้อหาของพวกเขาปรากฏอยู่ในผลการค้นหา ซึ่งเปลี่ยนไปว่า Google กำลังโต้แย้งในนามของใคร
ภายใต้กรอบแบบนี้ Google ไม่ได้อ้างสิทธิ์เหนือหน้าผลการค้นหาของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่กำลังอ้างพันธะที่มีต่อบุคคลที่สามซึ่งให้สิทธิ์เนื้อหาแก่ตน หากศาลรับกรอบนี้ พื้นที่ที่บังคับใช้ได้จะถูกกำหนดโดยสัญญาให้สิทธิ์ของ Google มากกว่าจะถูกกำหนดโดยกฎหมายลิขสิทธิ์ที่ใช้กับหน้าผลการค้นหา และสัญญาให้สิทธิ์เหล่านั้นเป็นเอกสารส่วนตัว มีจำนวนมาก และบริษัทที่ถูกฟ้องมองไม่เห็น นี่จึงเป็นช่องทางที่กว้างกว่าและคาดเดายากกว่าสำหรับใครก็ตามที่สร้างผลิตภัณฑ์อยู่บนข้อมูลผลการค้นหาที่ได้มาจากการสเครป
ทั้งหมดนี้ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ ยังไม่มีคำวินิจฉัยใดต่อคำฟ้องฉบับแก้ไข ยังไม่มีรายงานวันนัดพิจารณา และยังไม่มีการระบุชื่อพันธมิตรผู้ให้สิทธิ์รายอื่นนอกจาก Reddit ส่วนคำถามที่ว่าทฤษฎีนี้จะรอดจากคำร้องขอให้ยกฟ้องหรือไม่ คือสิ่งที่ยังไม่มีใครรู้
สรุปข้อมูลการยื่นฟ้องในตารางเดียว
ตารางด้านล่างมีเฉพาะสิ่งที่ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 และสิ่งที่รายงานนั้นอ้างอิงถึง MediaPost
| รายการ | รายละเอียด | ที่มาของข้อมูล |
|---|---|---|
| คดีเดิม | คดีที่ Google ฟ้อง SerpApi ถูกยกฟ้องราวหนึ่งเดือนก่อนการยื่นฉบับแก้ไข | รายงานโดย Search Engine Roundtable |
| Amended Complaint | ยื่นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 | รายงานโดย Search Engine Roundtable |
| ทฤษฎีใหม่ | การปกป้องเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตซึ่งปรากฏอยู่ในผลการค้นหาของ Google | ตามรายงานของ MediaPost เกี่ยวกับเอกสารที่ยื่น |
| พันธมิตรที่ถูกระบุชื่อ | Reddit ซึ่งถูกอ้างว่าสั่งการกับ Google ไม่ให้เปิดทางให้บุคคลที่สามดึงเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตไปหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ | ตามรายงานของ MediaPost เกี่ยวกับเอกสารที่ยื่น |
| เอกสารต้นฉบับ | ยังไม่ปรากฏบน CourtListener ในเวลาที่เขียนรายงาน | ระบุโดย Barry Schwartz |
ทำไมทีม SEO ต้องสนใจคดีเรื่องการสเครป
ตัวเลขเกือบทุกตัวในรายงาน SEO มาตรฐานที่ไม่ได้มาจาก Search Console ล้วนมาจากข้อมูลผลการค้นหาที่ได้จากการสเครปในบางจุดของห่วงโซ่ เครื่องมือติดตามอันดับใช้การสเครป เครื่องมือติดตามฟีเจอร์บนหน้าผลการค้นหาใช้การสเครป เครื่องมือวัดการมองเห็นของคู่แข่งก็ใช้การสเครป ส่วนเครื่องมือติดตามการมองเห็นบน AI รุ่นใหม่ที่บอกว่าแบรนด์ถูกอ้างอิงใน AI Overviews หรือในคำตอบของผู้ช่วย AI หรือไม่ ก็สร้างอยู่บนการเก็บข้อมูลแบบเดียวกัน และหลายรายซื้อข้อมูลนั้นจากผู้ให้บริการต้นทางแทนที่จะเก็บเอง
ความเสี่ยงอยู่ตรงนั้น ไม่มีอะไรในคดีนี้แตะบัญชี Google อันดับ หรือทราฟฟิกของผู้ลงโฆษณาหรือผู้เผยแพร่รายใด สิ่งที่คดีนี้แตะคือห่วงโซ่อุปทานข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังเครื่องมือรายงานที่ทีมเหล่านั้นจ่ายเงินซื้อ ถ้าการบังคับใช้สิทธิ์กับผู้สเครปทำได้ง่ายขึ้นสำหรับ Google ผลกระทบจะโผล่ออกมาในรูปของราคาที่เปลี่ยนไป ความครอบคลุมของฟีเจอร์บางอย่างที่ลดลง ความถี่ในการอัปเดตข้อมูลที่ช้าลง หรือผู้ให้บริการที่ค่อย ๆ ลดขอบเขตสิ่งที่ตนเก็บลงเงียบ ๆ ทั้งหมดนี้เป็นผลกระทบเชิงพาณิชย์และเชิงปฏิบัติการต่อผู้ให้บริการ ไม่ใช่ผลกระทบเชิงอัลกอริทึมต่อเว็บไซต์
ควรพูดให้ตรงเรื่องมุม AI ด้วย เพราะจุดนี้มักเป็นจุดเริ่มของการคาดเดาเกินข้อมูล ข้อกล่าวหาที่ถูกรายงานเป็นเรื่องการสเครปเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตในผลการค้นหาของ Google ไม่ได้พูดถึงการจัดอันดับใน AI Overviews ไม่ได้พูดถึงวิธีที่เนื้อหาถูกอ้างอิงในคำตอบของ AI และไม่ได้พูดถึงสิ่งที่ผู้เผยแพร่ควรทำเพื่อให้ถูกรวมเข้าไป ใครก็ตามที่ขยายเรื่องนี้ไปเป็นคำแนะนำเรื่อง การมองเห็นในคำตอบของ AI กำลังพูดเกินสิ่งที่ถูกรายงาน ความเชื่อมโยงที่มีจริงคือเรื่องแหล่งข้อมูล ถ้าเครื่องมือวัดการมองเห็นบน AI พึ่งข้อมูล SERP ที่มาจากการสเครป ข้อมูลนำเข้าของเครื่องมือเหล่านั้นก็อยู่ในขอบเขต ส่วนพฤติกรรมการอ้างอิงของผู้ช่วย AI ไม่อยู่ในขอบเขต
สิ่งที่ยังไม่มีใครรู้
- ยังไม่มีคำวินิจฉัยใดต่อคำฟ้องฉบับแก้ไข
- ยังไม่มีรายงานวันนัดพิจารณาคดี
- ยังไม่มีการระบุชื่อพันธมิตรผู้ให้สิทธิ์รายอื่นนอกจาก Reddit
- ข้อความเต็มของคำฟ้องฉบับแก้ไขยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะบน CourtListener ในเวลาที่มีรายงาน
- ยังไม่มีรายงานคำชี้แจงจากฝั่ง SerpApi ต่อการแก้คำฟ้องครั้งนี้
- ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อเครื่องมือติดตามอันดับหรือเครื่องมือ SEO รายใดเป็นการเฉพาะ
คำฟ้องฉบับแก้ไขย่อมมีคำให้การตอบ และจำเลยมักยื่นคำร้องขอให้ยกฟ้องเป็นปกติ การยื่นฟ้องคือข้อกล่าวหา ไม่ใช่ข้อยุติ ข้อมูลจริงชิ้นถัดไปคือท่าทีของศาลต่อคำฟ้องฉบับแก้ไข เมื่อใดก็ตามที่ออกมา
บทวิเคราะห์สำหรับนักการตลาดไทย
ส่วนต่อไปนี้เป็นบทวิเคราะห์ของ Relevant Audience รายงานต้นทางไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทยหรือธุรกิจไทยรายใดเลย
เอเจนซีไทยและทีมอินเฮาส์ใช้เครื่องมือติดตามอันดับ และเริ่มใช้เครื่องมือติดตามการมองเห็นบน AI มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วเครื่องมือเหล่านั้นซื้อข้อมูล SERP ที่มาจากการสเครปจากใครสักราย ความเสี่ยงจึงอยู่ที่ผู้ให้บริการเหล่านั้น ทั้งเรื่องราคา ความครอบคลุม และความสดของข้อมูล ไม่ได้อยู่ในบัญชี Google Ads พร็อพเพอร์ตี้ Search Console หรือเว็บไซต์ของใคร ถ้าลูกค้าถามว่าคดีนี้กระทบอันดับของเขาไหม คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือไม่ และคำตอบที่มีประโยชน์คือมันอาจกระทบต้นทุนและความสมบูรณ์ของชุดเครื่องมือรายงานที่ใช้อยู่
วิธีป้องกันความเสี่ยงที่สมเหตุสมผลนั้นน่าเบื่อและราคาถูก ให้ไล่ดูตัวชี้วัดทุกตัวในรายงานประจำเดือน แล้วทำเครื่องหมายว่าข้อมูลแต่ละตัวมาจากไหน ยอดการแสดงผล คลิก อันดับเฉลี่ย และข้อมูลคำค้นหา มาจาก Search Console ซึ่งเป็นข้อมูลจากแหล่งของเราเองและไม่ได้รับผลกระทบ ค่าใช้จ่าย คอนเวอร์ชัน และส่วนแบ่งการแสดงผล มาจาก Google Ads ซึ่งเป็นข้อมูลจากแหล่งของเราเองเช่นกัน ส่วนอันดับคำค้นหาที่ติดตามไว้ การปรากฏของฟีเจอร์บนหน้าผลการค้นหา คะแนนการมองเห็นของคู่แข่ง และส่วนแบ่งเสียงในคำตอบของ AI มาจากการเก็บข้อมูลของบุคคลที่สาม และนั่นคือบรรทัดที่จะขยับถ้าแหล่งข้อมูลของผู้ให้บริการแพงขึ้นหรือบางลง
การแมปแบบนี้มักทำให้เกิดคำถามสองข้อที่ควรตอบให้ได้ ข้อแรกคือรายงานพึ่งพาผู้ให้บริการเพียงรายเดียวอยู่มากแค่ไหน ข้อที่สองคือมีตัวชี้วัดที่ส่งให้ลูกค้าตัวไหนบ้างที่ไม่มีข้อมูลจากแหล่งของเราเองมาทดแทนได้เลย ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงด้านการรายงานผลไม่ว่าคดีนี้จะจบอย่างไร การออกแบบรายงานให้ตัวเลขพาดหัวมาจากข้อมูลของเราเอง แล้วใช้ข้อมูลบุคคลที่สามเป็นบริบทเชิงการแข่งขัน เป็นแนวปฏิบัติที่ดีกว่าสำหรับใครก็ตามที่ทำงาน SEO อย่างจริงจัง แม้ว่าจะไม่มีศาลไหนตัดสินคดีนี้เลยก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย
เรื่องนี้กระทบอันดับเว็บไซต์ของเราไหม
ไม่กระทบ เพราะนี่คือข้อพิพาททางพาณิชย์ระหว่าง Google กับผู้ให้บริการเครื่องมือสเครป และไม่มีอะไรในรายงานที่อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงการจัดอันดับ การจัดทำดัชนี หรือการรวบรวมข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป
เครื่องมือติดตามอันดับของเราจะใช้ไม่ได้หรือเปล่า
ยังไม่มีรายงานใดที่บอกเช่นนั้น ยังไม่มีคำวินิจฉัยต่อคำฟ้องฉบับแก้ไข ไม่มีรายงานคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และไม่มีการระบุชื่อเครื่องมือ SEO รายใดว่าได้รับผลกระทบ ผลกระทบใด ๆ จะมาจากการตัดสินใจของผู้ให้บริการ มากกว่าจะมาจากสิ่งที่เห็นได้ในบัญชีของคุณ
Google ชนะคดีแล้วหรือยัง
ยังไม่ชนะ คำฟ้องฉบับเดิมถูกยกฟ้องราวหนึ่งเดือนก่อนการยื่นครั้งนี้ และการแก้คำฟ้องคือความพยายามของ Google ที่จะยกทฤษฎีใหม่ขึ้นสู้ ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยฉบับแก้ไข และการยื่นฟ้องไม่ใช่คำตัดสิน
อ่านคำฟ้องตัวจริงได้ไหม
ยังไม่ได้ในเวลาที่มีรายงาน Barry Schwartz ระบุว่าคำฟ้องฉบับเต็มยังไม่ปรากฏบน CourtListener รายละเอียดที่หมุนเวียนอยู่จึงมาจากรายงานของ MediaPost เกี่ยวกับเอกสารที่ยื่น ไม่ได้มาจากตัวเอกสารเอง
เรื่องนี้เกี่ยวกับการมองเห็นบน AI search หรือไม่
เกี่ยวโดยอ้อมผ่านแหล่งข้อมูลเท่านั้น ข้อกล่าวหาที่ถูกรายงานเป็นเรื่องการสเครปเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตในผลการค้นหาของ Google และถ้าเครื่องมือติดตามการมองเห็นบน AI พึ่งข้อมูล SERP ที่มาจากการสเครป ข้อมูลนำเข้าของเครื่องมือเหล่านั้นก็อยู่ในขอบเขต แต่ไม่มีอะไรในรายงานที่พูดถึงวิธีที่คำตอบของ AI เลือกหรืออ้างอิงแหล่งข้อมูล
ก้าวต่อไปที่ควรทำ
สิ่งที่นำไปใช้ได้จริงคือการตรวจสอบรายงาน ไม่ใช่การตรวจสอบข้อกฎหมาย ให้รู้ว่าตัวเลขไหนที่คุณส่งให้ลูกค้าหรือผู้บริหารพึ่งพาการที่ใครสักคนไปสเครป Google และตัวเลขไหนมาจากพร็อพเพอร์ตี้ของคุณเองโดยตรง ถ้าอยากได้อีกสายตาช่วยดูว่าข้อมูลในรายงานของคุณมาจากไหนจริง ๆ และตัวชี้วัดไหนจะอยู่รอดถ้าแหล่งข้อมูลถูกบีบ เรายินดีนั่งดูไปด้วยกัน







