สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- ทำ Local SEO แล้วไม่เห็นผล มักพังที่พื้นฐานสามอย่าง คือ NAP เขียนไม่ตรงกันในแต่ละที่ โปรไฟล์ Google Business Profile ที่ยังไม่ยืนยันหรือกรอกไม่ครบ และคีย์เวิร์ดที่กว้างเกินจะแข่งไหว
- ตัวเลขฝั่งโปรไฟล์อย่างจำนวนการแสดงผล การค้นแบบไม่รู้จักชื่อร้าน และการกดโทรหรือกดเส้นทาง จะขยับก่อน ส่วนอันดับในกล่องแผนที่สำหรับคำที่แข่งสูงขยับช้าที่สุด อย่าใช้เป็นตัววัดเดียวในช่วงแรก
- ไม่มีราคากลางของตลาดไทยที่เชื่อถือได้ ให้เทียบใบเสนอราคาที่ขอบเขตงานแทน คือจำนวนสาขา งานเก็บกวาดข้อมูลเก่า จำนวนหน้าที่สร้าง งานตอบรีวิวรายเดือน และใครเป็นเจ้าของบัญชีเมื่อเลิกจ้าง
- ไม่มีเครื่องมือ local seo checker ตัวไหนที่ Google รับรองอย่างเป็นทางการ การตรวจด้วยมือ 12 ข้อในบทความนี้บวกกับรายงานในโปรไฟล์ของคุณเองแม่นกว่าคะแนนจากเครื่องมือภายนอก
ทำ local seo มาหลายเดือนแล้วยังไม่มีสายเข้า อย่าเพิ่งสรุปว่ามันไม่ได้ผลกับธุรกิจของคุณ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่ทำน้อยเกินไป แต่เป็นพื้นฐานสามอย่างที่ยังไม่นิ่ง คือข้อมูลธุรกิจที่เขียนไม่ตรงกันในแต่ละเว็บ โปรไฟล์ Google Business Profile ที่ยังไม่ผ่านการยืนยันหรือกรอกไม่ครบ และคีย์เวิร์ดที่กว้างจนไปชนกับเว็บระดับประเทศที่ไม่มีทางแข่งได้ในระยะสั้น บทความนี้ไล่ให้ดูทีละจุดว่าอะไรพังได้บ้าง ต้องรอนานแค่ไหนกว่าอันดับจะขยับ ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับอะไร และปิดท้ายด้วยเช็คลิสต์ที่คุณเอาไปตรวจสถานะของตัวเองได้ในบ่ายวันเดียว
ธุรกิจแบบไหนควรทำ local seo (และแบบไหนไม่ต้องรีบ)
เกณฑ์ตัดสินง่ายมาก ถ้าลูกค้าของคุณต้องเดินทางมาหาคุณ หรือคุณต้องเดินทางไปหาลูกค้า ธุรกิจนั้นควรทำ Local SEO ถ้าคำตอบคือไม่ใช่ทั้งสองข้อ งบก้อนเดียวกันเอาไปลงกับ SEO ปกติจะได้ผลมากกว่า
กลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดเจน
- ธุรกิจที่มีหน้าร้านให้คนเดินเข้า เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ คลินิก ร้านทำผม อู่ซ่อมรถ ร้านขายวัสดุก่อสร้าง
- ธุรกิจบริการที่วิ่งไปหาลูกค้าถึงที่ เช่น ช่างแอร์ ช่างประปา บริการทำความสะอาด ขนย้าย กำจัดปลวก กลุ่มนี้ไม่มีหน้าร้านให้ลูกค้าเดินเข้า แต่ยังตั้งพื้นที่ให้บริการในโปรไฟล์ได้
- ธุรกิจที่มีหลายสาขาและแต่ละสาขาแย่งลูกค้าคนละย่าน
- ธุรกิจ B2B ที่ลูกค้าต้องเข้ามาดูของหรือมาคุยที่ออฟฟิศ เช่น โรงพิมพ์ โรงงานรับผลิต ตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักร
กลุ่มที่ยังไม่ต้องรีบคือร้านค้าออนไลน์ล้วนที่ส่งของทั่วประเทศ ธุรกิจดิจิทัลที่ทำงานทางไกลทั้งหมด และแบรนด์ที่ขายผ่านมาร์เก็ตเพลสอย่างเดียวโดยไม่มีที่ตั้งให้ลูกค้าไปถึง สำหรับกลุ่มนี้ให้เริ่มจากการทำ SEO บนเว็บไซต์ก่อน แล้วค่อยกลับมาดู Local SEO ตอนที่เปิดหน้าร้านจริง
6 ข้อผิดพลาดทั่วไปในการทำ local seo ที่คุณต้องแก้ไข
ทั้งหกข้อนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้งานที่ลงแรงไปแล้วไม่ส่งผล และเกือบทุกข้อแก้ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดหรือจ้างใครเพิ่ม
1. ข้อมูล NAP ไม่ตรงกันในแต่ละที่
NAP ย่อมาจากชื่อธุรกิจ ที่อยู่ และเบอร์โทร สามอย่างนี้ต้องเขียนแบบเดียวกันทุกที่ที่ธุรกิจของคุณถูกลงไว้ ทั้งในโปรไฟล์ Google เว็บไซต์ตัวเอง เพจ Facebook ไดเรกทอรีธุรกิจ และหน้ารายชื่อร้านของห้างหรือตลาดที่คุณเช่าพื้นที่อยู่
ในไทยข้อนี้พังง่ายกว่าที่คิด เพราะที่อยู่ไทยเขียนได้หลายแบบมากโดยที่ทุกแบบก็ถูกหมด บางที่เขียน ซ.อารีย์ บางที่เขียน ซอยอารีย์ บางที่ตัดคำว่าแขวงกับเขตออก บางที่ใส่ชั้นและเลขห้องของห้าง บางที่ไม่ใส่ เบอร์โทรก็เขียนได้ทั้ง 02-xxx-xxxx และ +66 2 xxx xxxx ส่วนชื่อร้านมีทั้งเวอร์ชันไทยและอังกฤษที่สะกดไม่เหมือนกัน ผลคือระบบมองว่าอาจเป็นคนละธุรกิจ ความมั่นใจในข้อมูลลดลง
วิธีแก้คือเลือกรูปแบบมาตรฐานมาหนึ่งแบบ เขียนลงไฟล์ไว้ แล้วไล่แก้ทุกที่ให้ตรงกันแบบตัวต่อตัว รวมถึงต้องตามหาโปรไฟล์เก่าที่พนักงานคนก่อนสร้างค้างไว้ด้วย โปรไฟล์ซ้ำที่มีที่อยู่เก่าเป็นตัวก่อกวนที่เจอบ่อยที่สุดตัวหนึ่ง
2. ไม่ตอบรีวิวบน Google Business Profile
รีวิวและคำตอบของเจ้าของธุรกิจแสดงเป็นสาธารณะ ใครก็อ่านได้ ดังนั้นช่องคำตอบไม่ได้มีไว้คุยกับคนที่รีวิวคนเดียว แต่มีไว้ให้คนอีกสิบคนที่กำลังตัดสินใจอ่าน โปรไฟล์ที่มีรีวิวสี่ดาวแต่เจ้าของตอบทุกอันด้วยข้อมูลที่ใช้ได้จริง ดูน่าไว้ใจกว่าโปรไฟล์ห้าดาวที่เงียบสนิท
ข้อผิดพลาดที่เจอคือตอบเฉพาะรีวิวที่ชม แล้วปล่อยรีวิวที่ด่าไว้เฉยๆ หรือแย่กว่านั้นคือไปเถียงกลับ วิธีที่ใช้ได้คือตอบสั้น รับเรื่องให้ชัด บอกว่าจะแก้ยังไง แล้วเสนอช่องทางคุยต่อแบบส่วนตัว ไม่ต้องอธิบายยาวในหน้าสาธารณะ
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือห้ามซื้อรีวิวหรือให้พนักงานรีวิวร้านตัวเอง Google มีระบบตรวจจับและลบรีวิวที่ผิดนโยบายอยู่แล้ว รีวิวปลอมที่ถูกลบทีเดียวหลายสิบอันทำให้คะแนนตกฮวบและกู้กลับยาก
3. โปรไฟล์ Google Business Profile กรอกข้อมูลไม่ครบ
ข้อแรกสุดคือโปรไฟล์ต้องผ่านการยืนยันก่อน ถ้ายังไม่ยืนยันหรือถูกระงับอยู่ ต่อให้ทำอย่างอื่นดีแค่ไหนก็ไม่ขึ้น ให้เข้าไปดูสถานะการยืนยันเป็นอย่างแรกเสมอ
เมื่อยืนยันแล้ว ช่องที่คนมักปล่อยว่างและควรกรอกให้ครบมีดังนี้
- หมวดหมู่หลัก ต้องตรงกับสิ่งที่คุณขายจริงมากที่สุด ไม่ใช่หมวดที่ฟังดูใหญ่กว่า และเลือกหมวดหมู่รองเพิ่มเฉพาะที่คุณให้บริการจริง
- เวลาทำการ รวมถึงเวลาพิเศษช่วงวันหยุดยาว สงกรานต์และปีใหม่คือช่วงที่ข้อมูลผิดแล้วเสียลูกค้าเยอะที่สุด
- พื้นที่ให้บริการ สำหรับธุรกิจที่วิ่งไปหาลูกค้า
- รูปภาพ ทั้งหน้าร้านจากมุมถนน ด้านใน สินค้า และทีมงาน รูปหน้าร้านจากมุมถนนช่วยให้ลูกค้าที่ขับรถมาหาทางเข้าถูก
- รายการสินค้าและบริการ พร้อมคำอธิบายที่เขียนด้วยคำที่ลูกค้าใช้จริง
- คำถามและคำตอบ คุณตั้งคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยแล้วตอบเองได้ ถ้าปล่อยว่าง คนอื่นจะมาตอบแทนและอาจตอบผิด
- ลิงก์เว็บไซต์ ควรชี้ไปหน้าที่ตรงกับสาขานั้น ไม่ใช่หน้าแรกทุกครั้ง
ไม่มีใครบอกได้ว่าช่องไหนมีน้ำหนักต่ออันดับเท่าไร Google ไม่เคยเปิดตัวเลขนั้น แต่ทุกช่องข้างบนคือข้อมูลที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจว่าจะกดโทรหรือกดออก ซึ่งวัดผลได้จริงกว่าอันดับ
4. ใช้คีย์เวิร์ดกว้างเกินไป
ร้านอาหารเล็กๆ ที่ตั้งเป้าคำว่า ร้านอาหาร คือการเอาตัวเองไปแข่งกับเว็บรีวิวและมาร์เก็ตเพลสระดับประเทศที่สะสมลิงก์มาสิบปี คำที่ควรตั้งเป้าคือคำที่มีพื้นที่ ประเภท และเงื่อนไขติดมาด้วย เช่น ร้านอาหารอีสาน อารีย์ หรือ คลินิกทันตกรรม จัดฟัน ลาดพร้าว
คนไทยค้นด้วยจุดอ้างอิงที่ไม่ใช่ชื่อเขตราชการด้วย เช่น ชื่อสถานีรถไฟฟ้า ชื่อห้าง ชื่อซอย ชื่อย่านที่คนเรียกกันเอง คำพวกนี้แทบไม่มีใครทำ และเป็นคำที่คนกำลังจะเดินทางมาหาคุณใช้จริง วิธีหาคำเหล่านี้แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือคือดูว่าลูกค้าพิมพ์อะไรมาถามในแชท และดูคำค้นที่แสดงในรายงานของโปรไฟล์ธุรกิจ
5. ไม่มีหน้า landing page ตามพื้นที่
ถ้าคุณมีสามสาขาแต่เว็บไซต์มีหน้าติดต่อเราหน้าเดียวที่ใส่ที่อยู่ทั้งสามไว้รวมกัน แปลว่าไม่มีหน้าไหนเลยที่พูดถึงสาขาใดสาขาหนึ่งอย่างชัดเจนพอ ทางแก้คือทำหน้าแยกต่อสาขาหรือต่อพื้นที่ให้บริการ
หน้าแบบนี้ที่ทำแล้วได้ผลต้องมีเนื้อหาเฉพาะของพื้นที่นั้นจริง ไม่ใช่ก็อปหน้าเดิมมาแล้วเปลี่ยนชื่อเขต ของที่ควรมีคือที่อยู่และเบอร์ของสาขานั้น เวลาทำการของสาขานั้น แผนที่และคำอธิบายเส้นทางแบบที่คนในพื้นที่เข้าใจ เช่น ทางเข้าอยู่ฝั่งไหนของถนน จอดรถตรงไหน ออกทางออกไหนของสถานี รายการบริการที่สาขานั้นมีจริง รูปถ่ายจริงของสาขานั้น และรีวิวของลูกค้าสาขานั้น
หน้าพื้นที่ที่มีแต่ชื่อเขตเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาสิบหน้าเป็นเนื้อหาซ้ำ ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรและอาจทำให้หน้าที่ดีของคุณถูกกลบไปด้วย ถ้ายังทำเนื้อหาเฉพาะพื้นที่ได้ไม่ครบ ให้ทำสามหน้าที่ดีดีกว่าสิบหน้าที่ว่างเปล่า
6. ละเลย citation และ backlink ในพื้นที่
Citation คือที่ไหนก็ตามบนอินเทอร์เน็ตที่ระบุชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ของธุรกิจคุณ ถึงจะไม่มีลิงก์กลับมาก็นับ ส่วน backlink ในพื้นที่คือลิงก์จากเว็บที่คนในย่านนั้นอ่านจริง
แหล่งที่หาได้จริงในไทยโดยไม่ต้องซื้อลิงก์ ได้แก่ หน้ารายชื่อร้านค้าของห้างหรืออาคารที่คุณเช่าอยู่ สมาคมการค้าหรือหอการค้าจังหวัดที่คุณเป็นสมาชิก มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนที่คุณเข้าไปสนับสนุนกิจกรรม เว็บข่าวท้องถิ่นและเพจชุมชนของย่าน คู่ค้าและซัพพลายเออร์ที่มีหน้ารายชื่อตัวแทนจำหน่าย และงานอีเวนต์ที่คุณออกบูธแล้วผู้จัดลงรายชื่อผู้ร่วมงาน
ถ้าธุรกิจของคุณแข่งในคำที่มีการแข่งขันสูงและติดอยู่แค่หน้าสอง งาน การสร้างลิงก์ มักเป็นจุดที่ขาดมากกว่าเรื่องบนหน้าเว็บ
เมื่อเจออาการแล้วไม่แน่ใจว่าต้นเหตุอยู่ตรงไหน ตารางนี้จับคู่สิ่งที่คุณเห็นกับจุดที่ควรไปเปิดดูก่อนเป็นอันดับแรก
| อาการที่คุณเห็น | สาเหตุที่มักเป็นไปได้ | จุดที่ต้องไปตรวจก่อน |
|---|---|---|
| โปรไฟล์ไม่ขึ้นในแผนที่เลย แม้ค้นชื่อร้านตรงๆ | โปรไฟล์ยังไม่ผ่านการยืนยัน หรือถูกระงับ | สถานะการยืนยันในหน้าจัดการโปรไฟล์ |
| ขึ้นเฉพาะตอนค้นชื่อร้าน แต่ไม่ขึ้นตอนค้นประเภทบริการ | หมวดหมู่หลักไม่ตรงกับสิ่งที่ขายจริง | ช่องหมวดหมู่หลักและหมวดหมู่รอง |
| คนเห็นโปรไฟล์แต่ไม่กดโทรและไม่กดขอเส้นทาง | ข้อมูลไม่ครบ ไม่มีรูป หรือเวลาทำการไม่ตรง | เวลาทำการ รูปภาพ และลิงก์เว็บไซต์ |
| เว็บไซต์ติดคำค้นทั่วไป แต่ไม่ติดคำที่มีชื่อพื้นที่ | ไม่มีหน้าเพจที่พูดถึงพื้นที่นั้นโดยตรง | หน้า landing page ของแต่ละสาขา |
| ข้อมูลธุรกิจคนละแบบในแต่ละเว็บไดเรกทอรี | NAP ไม่ตรงกัน หรือมีโปรไฟล์เก่าค้างอยู่ | รายชื่อทุกที่ที่ธุรกิจถูกลงไว้ รวมโปรไฟล์เก่า |
local seo ใช้เวลานานแค่ไหนถึงเห็นผล
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ และใครที่รับปากเป็นจำนวนเดือนตายตัวตั้งแต่ยังไม่ดูข้อมูลของคุณคือกำลังเดา สิ่งที่บอกได้คือระยะเวลาขึ้นกับอะไร และอะไรจะขยับก่อนขยับหลัง
ตัวแปรที่กำหนดระยะเวลาจริงๆ
- โปรไฟล์ยืนยันแล้วหรือยัง ถ้ายังต้องรอไปรษณียบัตรหรือรอการตรวจสอบ นาฬิกายังไม่เริ่มเดินด้วยซ้ำ
- ข้อมูลเก่าที่ผิดกระจายอยู่มากแค่ไหน ถ้าที่อยู่เก่าถูกคัดลอกไปหลายสิบเว็บ การไล่แก้กินเวลามากกว่าการกรอกโปรไฟล์ใหม่หลายเท่า
- ความหนาแน่นของคู่แข่งในรัศมีที่ลูกค้ายอมเดินทาง คลินิกในสุขุมวิทกับคลินิกในอำเภอรอบนอกเจอสนามคนละแบบ
- หมวดธุรกิจ บางหมวดมีร้านหลายร้อยแห่งในพื้นที่เดียว บางหมวดมีสิบแห่ง
- เว็บไซต์ของคุณติดอันดับอะไรอยู่บ้างแล้ว เว็บที่มีฐานอยู่แล้วขยับเร็วกว่าเว็บที่เพิ่งเปิด
สิ่งที่ควรขยับก่อนคือตัวเลขฝั่งโปรไฟล์ ได้แก่จำนวนครั้งที่โปรไฟล์ถูกแสดง สัดส่วนการค้นแบบที่คนไม่ได้ค้นชื่อร้าน จำนวนการกดโทร กดขอเส้นทาง และกดเข้าเว็บไซต์ ตัวเลขพวกนี้ตอบสนองต่อการกรอกข้อมูลให้ครบและการเพิ่มรูปได้ค่อนข้างเร็ว เพราะมันวัดพฤติกรรมคน ไม่ใช่การจัดอันดับ
สิ่งที่ขยับช้าที่สุดคืออันดับในกล่องแผนที่สำหรับคำที่มีการแข่งขันสูงในย่านนั้น เพราะมันขึ้นกับทั้งข้อมูลของคุณและของคู่แข่งทุกรายพร้อมกัน อย่าใช้ตัวนี้เป็นตัวชี้วัดเดียวในเดือนแรกๆ
วิธีตั้งความคาดหวังที่ใช้ได้จริงคือบันทึกค่าเริ่มต้นของตัวเลขฝั่งโปรไฟล์ไว้ในวันที่เริ่มแก้ แล้วเทียบเดือนต่อเดือนกับตัวเองแทนที่จะเทียบกับค่ากลางของอุตสาหกรรมที่ไม่มีอยู่จริง ถ้าอยากได้ภาพรวมของสถานะเว็บไซต์ก่อนเริ่มนับ การตรวจสอบเว็บไซต์ จะให้จุดตั้งต้นที่ชัดกว่าการเดา
การทำ local seo มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
ไม่มีราคากลางของตลาดไทยที่เชื่อถือได้ให้อ้างอิง และตัวเลขที่เห็นลอยอยู่ตามเว็บมักเป็นราคาของแพ็กเกจที่ขอบเขตงานไม่เหมือนกันเลย สิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือรู้ว่าอะไรคือตัวผลักต้นทุน แล้วเอาไปเทียบใบเสนอราคาเอง
ตัวผลักต้นทุนที่ทำให้ราคาต่างกันหลายเท่า
- จำนวนสาขาและจำนวนโปรไฟล์ที่ต้องดูแล งานหนึ่งสาขากับสิบสาขาไม่ได้ต่างกันสิบเท่า แต่ต่างกันมาก
- ต้องไล่เก็บกวาดข้อมูลเก่าหรือไม่ ถ้ามีโปรไฟล์ซ้ำ ที่อยู่เก่า หรือเบอร์ที่เลิกใช้แล้วกระจายอยู่ นี่คืองานมือล้วนและกินเวลามากที่สุดส่วนหนึ่ง
- ต้องสร้างหน้าเว็บใหม่กี่หน้า หน้าพื้นที่ที่มีเนื้อหาจริงต้องเขียนใหม่ทีละหน้า
- ต้องเขียนเนื้อหาภาษาไทยใหม่หรือแค่ปรับของเดิม และต้องทำสองภาษาหรือไม่
- งานตอบรีวิวและอัปเดตโปรไฟล์รายเดือน ซึ่งเป็นงานที่ไม่มีวันจบ ต่างจากงานตั้งค่าครั้งเดียว
- ต้องถ่ายรูปใหม่หรือไม่ ร้านที่ไม่มีรูปที่ใช้ได้เลยต้องบวกงานถ่ายภาพเข้าไปด้วย
ส่วนคำถามว่าทำเองหรือจ้าง ให้คิดเป็นเวลาและทักษะ ไม่ใช่เป็นเงิน งานที่เจ้าของทำเองได้แน่ๆ คือยืนยันโปรไฟล์ กรอกข้อมูลให้ครบ ถ่ายรูป ตอบรีวิว และตั้งคำถามคำตอบ งานพวกนี้ไม่ต้องใช้ทักษะเทคนิค แต่ต้องใช้ความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นจุดที่คนทำเองมักหลุดหลังเดือนที่สอง
งานที่มักคุ้มกว่าถ้าให้คนนอกทำคือการไล่แก้ข้อมูลเก่าจำนวนมาก การสร้างหน้าพื้นที่หลายหน้าพร้อมโครงสร้างข้อมูลบนเว็บ และการหาลิงก์จากแหล่งในพื้นที่ เพราะสามอย่างนี้ทั้งกินเวลาและทำผิดแล้วแก้ยาก
เวลาขอใบเสนอราคา ให้ขอสี่อย่างนี้เสมอ หนึ่ง รายการงานที่แยกชัดว่าอะไรเป็นงานตั้งค่าครั้งเดียวและอะไรเป็นงานรายเดือน สอง จำนวนชิ้นงานที่ระบุเป็นตัวเลข เช่น กี่หน้า กี่โปรไฟล์ กี่ไดเรกทอรี ไม่ใช่คำว่าดูแลให้ทั้งหมด สาม ใครเป็นเจ้าของบัญชีและเว็บไซต์เมื่อเลิกจ้าง ข้อนี้สำคัญที่สุดและคนถามน้อยที่สุด สี่ รายงานที่จะได้รับ วัดอะไร ส่งบ่อยแค่ไหน ถ้าเทียบสองเจ้าด้วยสี่ข้อนี้แล้ว ตัวเลขราคาจะเทียบกันได้เอง สำหรับขอบเขตงานที่ครอบคลุมมากกว่าเรื่องพื้นที่ ให้ดูขอบเขตของบริการ Local SEO ประกอบกับงาน SEO ส่วนอื่น
local seo checker: เช็คลิสต์ตรวจสถานะด้วยตัวเอง
ไม่มีเครื่องมือกลางตัวไหนที่ Google รับรองว่าเป็นตัววัดสุขภาพ Local SEO อย่างเป็นทางการ สิ่งที่ทำได้และแม่นกว่าคือตรวจด้วยมือตามลำดับนี้ ให้คะแนนตัวเองข้อละหนึ่งคะแนน
- เปิดโหมดไม่ระบุตัวตนในเบราว์เซอร์ แล้วค้นชื่อธุรกิจของคุณตรงๆ โปรไฟล์ขึ้นครบไหม ข้อมูลที่เห็นถูกต้องทุกช่องไหม
- ค้นด้วยคำว่า ประเภทบริการ บวกชื่อย่านของคุณ ธุรกิจคุณอยู่ในกล่องแผนที่หรือเปล่า ถ้าไม่อยู่ ใครอยู่แทน และโปรไฟล์ของคนนั้นมีอะไรที่คุณไม่มี
- เข้าไปดูสถานะการยืนยันในหน้าจัดการโปรไฟล์ ต้องยืนยันแล้วและไม่มีการแจ้งเตือนค้าง
- เปิดหมวดหมู่หลักขึ้นมาอ่านออกเสียง มันตรงกับสิ่งที่คุณอยากให้คนหาเจอไหม
- ไล่เช็ก NAP ทีละที่ ให้เขียนที่อยู่และเบอร์มาตรฐานลงกระดาษหนึ่งบรรทัด แล้วเปิดทุกที่ที่ธุรกิจคุณถูกลงไว้เทียบทีละตัวอักษร รวมเว็บตัวเอง เพจโซเชียล ไดเรกทอรี และหน้ารายชื่อร้านของห้าง
- ค้นชื่อธุรกิจของคุณดูว่ามีโปรไฟล์ซ้ำหรือโปรไฟล์เก่าที่ยังลอยอยู่ไหม
- นับรีวิวสามสิบอันล่าสุด มีกี่อันที่เจ้าของตอบ ถ้าน้อยกว่าครึ่ง ข้อนี้ไม่ได้คะแนน
- ดูรูปในโปรไฟล์ มีรูปหน้าร้านจากมุมถนนไหม รูปล่าสุดเก่าเกินหนึ่งปีหรือเปล่า
- เปิดโปรไฟล์บนมือถือแบบที่ลูกค้าเห็น กดปุ่มโทรและปุ่มขอเส้นทางจริง มันไปถูกที่ไหม
- เปิดเว็บไซต์ตัวเอง มีหน้าที่พูดถึงพื้นที่ให้บริการโดยเฉพาะไหม และหน้านั้นมีที่อยู่กับเบอร์เป็นข้อความที่ก็อปได้ ไม่ใช่ฝังอยู่ในรูปภาพ
- เปิดรายงานในหน้าจัดการโปรไฟล์ ดูคำค้นที่คนใช้เจอคุณ มีคำไหนที่คุณไม่เคยคิดถึงและควรเอาไปทำเนื้อหา
- ตรวจเวลาทำการช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะถึง ตั้งไว้แล้วหรือยัง
สิบสองข้อ ถ้าได้ต่ำกว่าแปด อย่าเพิ่งไปลงทุนกับงานสร้างลิงก์หรือเนื้อหาใหม่ ให้กลับไปปิดช่องว่างพื้นฐานก่อน เพราะงานปลายน้ำจะไม่ส่งผลถ้าข้อมูลต้นทางยังขัดกันเอง
บริบทของตลาดไทยที่ต่างจากตำราต่างประเทศ
เรื่องแรกคือที่อยู่ ระบบที่อยู่ไทยมีทั้งเลขที่ หมู่ ซอย ถนน แขวงหรือตำบล เขตหรืออำเภอ และรหัสไปรษณีย์ ซึ่งคนละเว็บก็ตัดคำต่างกัน การเลือกรูปแบบมาตรฐานหนึ่งแบบแล้วยึดตามนั้นจึงสำคัญกว่าในภาษาอื่น
เรื่องที่สองคือชื่อสองภาษา หลายธุรกิจมีชื่อไทยและชื่ออังกฤษที่ไม่ตรงกัน ให้เลือกชื่อที่ตรงกับป้ายหน้าร้านจริงเป็นหลัก และห้ามยัดคำค้นเข้าไปในชื่อธุรกิจเพื่อหวังอันดับ เพราะผิดนโยบายและถูกแก้กลับหรือถูกระงับได้
เรื่องที่สามคือช่องทางติดต่อ ลูกค้าไทยจำนวนมากอยากทักแชทมากกว่าโทร ให้เตรียมทางเข้าแชทไว้บนหน้าเว็บของสาขานั้น และตอบให้ไวในเวลาทำการที่ประกาศไว้ ถ้าประกาศว่าเปิดแล้วไม่มีคนตอบ นั่นคือรีวิวหนึ่งดาวที่รออยู่
เรื่องที่สี่คือจุดอ้างอิงในการเดินทาง คนกรุงเทพฯ บอกตำแหน่งด้วยสถานีรถไฟฟ้าและชื่อห้างมากกว่าชื่อเขต ส่วนต่างจังหวัดใช้ชื่อตลาด วัด และโรงเรียนเป็นหมุด เนื้อหาบนหน้าพื้นที่ควรเขียนด้วยภาษาแบบนั้น เพราะมันตรงกับสิ่งที่คนพิมพ์ค้นและช่วยให้ลูกค้าหาทางมาถูกจริง
เรื่องสุดท้ายคือฤดูกาล สงกรานต์ ปีใหม่ วันหยุดยาว และช่วงเทศกาลกินเจสำหรับร้านอาหาร ล้วนเปลี่ยนทั้งเวลาทำการและสิ่งที่คนค้นหา การตั้งเวลาพิเศษล่วงหน้าเป็นงานเล็กที่กันปัญหาใหญ่ได้ ธุรกิจที่แข่งทั้งในพื้นที่และทั่วประเทศควรวางแผนร่วมกับ งาน SEO สำหรับตลาดไทย ตั้งแต่ต้น
คำถามที่พบบ่อย
ทำ Local SEO เองได้ไหม ถ้าไม่มีทีมการตลาด
ได้ และงานส่วนที่ให้ผลมากที่สุดก็เป็นงานที่เจ้าของทำเองได้พอดี คือยืนยันโปรไฟล์ กรอกข้อมูลให้ครบ ถ่ายรูปใหม่ ตอบรีวิวทุกอัน และตั้งคำถามคำตอบที่ลูกค้าถามบ่อย ข้อจำกัดไม่ได้อยู่ที่ความยาก แต่อยู่ที่ความสม่ำเสมอ ให้ลองล็อกเวลาไว้สัปดาห์ละสามสิบนาทีเป็นงานประจำ แล้วค่อยพิจารณาจ้างคนช่วยตอนที่งานขยายไปถึงการสร้างหน้าพื้นที่และการเก็บกวาดข้อมูลเก่าจำนวนมาก
ต้องมีหน้าร้านจริงถึงจะทำ Local SEO ได้หรือเปล่า
ไม่ต้อง ธุรกิจที่เดินทางไปหาลูกค้าตั้งค่าเป็นแบบพื้นที่ให้บริการได้ โดยไม่ต้องแสดงที่อยู่ให้คนเดินเข้ามา แต่ต้องมีที่ตั้งจริงที่ยืนยันได้ในขั้นตอนการยืนยันโปรไฟล์ สิ่งที่ทำไม่ได้คือใช้ที่อยู่ตู้ไปรษณีย์หรือที่อยู่ที่ไม่มีอยู่จริง เพราะจะถูกระงับ
ตอบรีวิวแย่ๆ อย่างไรไม่ให้เสียลูกค้าเพิ่ม
ตอบสั้น ตอบเร็ว และตอบให้คนที่สามอ่าน รับเรื่องอย่างตรงไปตรงมา บอกว่าจะแก้อะไร แล้วชวนคุยต่อในช่องทางส่วนตัว อย่าลงรายละเอียดถกเถียงในหน้าสาธารณะ และอย่าลบหรือกลบด้วยรีวิวที่ปลอมขึ้นมา เพราะรีวิวที่ผิดนโยบายถูกลบได้และทำให้คะแนนรวมเสียหายหนักกว่าเดิม
มีเครื่องมือ local seo checker ตัวไหนที่เชื่อถือได้
ไม่มีเครื่องมือตัวไหนที่ Google รับรองอย่างเป็นทางการ และผลจากเครื่องมือภายนอกเป็นการประมาณค่าเสมอ วิธีที่แม่นกว่าคือตรวจด้วยมือตามเช็คลิสต์สิบสองข้อในบทความนี้ บวกกับดูรายงานในหน้าจัดการโปรไฟล์ของคุณเอง ซึ่งเป็นข้อมูลจากต้นทางโดยตรง
ย้ายที่อยู่ธุรกิจแล้วต้องทำอะไรบ้าง
แก้ที่อยู่ในโปรไฟล์ธุรกิจก่อนเป็นอันดับแรก แล้วอาจต้องยืนยันใหม่ จากนั้นไล่แก้ทุกที่ที่ที่อยู่เก่าถูกลงไว้ ทั้งเว็บไซต์ เพจโซเชียล ไดเรกทอรี ใบเสนอราคา และลายเซ็นอีเมล ที่อยู่เก่าที่ยังค้างอยู่คือสาเหตุของข้อมูลขัดกันที่ลากยาวได้เป็นปี ให้ทำรายการไว้ตั้งแต่วันย้ายและไล่ปิดทีละรายการ
เริ่มจากจุดที่พังก่อน
ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วนึกออกว่าธุรกิจตัวเองติดอยู่ข้อไหน นั่นคือจุดเริ่มที่ถูกแล้ว ให้แก้เรียงตามลำดับ ยืนยันโปรไฟล์ ทำ NAP ให้ตรง กรอกข้อมูลให้ครบ แล้วค่อยขยับไปเรื่องหน้าพื้นที่และลิงก์ ทีมของ Relevant Audience ดูแลงาน Local SEO และงาน SEO ให้ธุรกิจในไทยอยู่แล้ว ถ้าอยากให้ช่วยดูว่าจุดไหนควรแก้ก่อน ทักมาคุยกันได้







