Abstract illustration of a filter blocking unwanted page titles from an advertising feed

Microsoft Advertising เพิ่ม Excluded content terms บล็อกโฆษณาข้างชื่อหน้าเว็บได้ถึง 1,000 คำ

Google AdsAugust 7, 2026
By Antonio Fernandez

เอกสารช่วยเหลือเรื่อง content suitability ของ Microsoft Advertising ระบุถึงเครื่องมือด้าน brand safety ตัวใหม่ชื่อ Excluded content terms ซึ่งบล็อกไม่ให้โฆษณาแสดงข้าง ๆ ชื่อหน้าเว็บที่ไม่ต้องการ โดยใส่ได้สูงสุด 1,000 คำ เรื่องนี้ปรากฏต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 เมื่อ Search Engine Roundtable รายงานการทยอยเปิดใช้งาน และให้เครดิต Hana Kobzova จาก PPC News Feed เป็นผู้สังเกตเห็น Microsoft ไม่ได้ออกโพสต์ประกาศ เอกสารช่วยเหลือจึงเป็นหลักฐานหลักของเรื่องนี้

เอกสารของ Microsoft ระบุว่าอย่างไร

เอกสารช่วยเหลือของ Microsoft จัดให้ Excluded content terms เป็นเครื่องมือตัวที่สาม อยู่คู่กับ website control lists และ content exclusions โดยระบุว่า "Excluded content terms block your ads from showing next to unwanted terms (i.e., page titles). They can be added at the account or campaign level, with a maximum of 1000 terms. Any terms you add to your campaign will be automatically applied to all campaigns in your account to save you time later."

ตัวอย่างในเอกสารคือผู้ขายอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ยกเว้นคำว่า "faulty tech devices" เพื่อไม่ให้โฆษณาไปแสดงข้างชื่อหน้าเว็บที่มีคำนั้น ตัวอย่างนี้สำคัญ เพราะแสดงว่าเครื่องมือนี้จับคู่กับชื่อหน้าเว็บที่โฆษณาไปปรากฏ ไม่ใช่จับคู่กับคำค้นของผู้ใช้หรือกับกลุ่มเป้าหมาย

เอกสารยังมีหมายเหตุกำกับว่า "Not everyone has this feature yet" และไม่ได้ให้วันเปิดตัว ไม่มีส่วนใดในหน้านั้นที่อธิบายกำหนดการทยอยปล่อยหรือหมุดหมายการเปิดใช้งานทั่วไป

ใช้ได้กับแคมเปญประเภทไหนบ้าง

เอกสารของ Microsoft ระบุชื่อประเภทแคมเปญที่รองรับ Excluded content terms และประเภทที่ยังไม่รองรับ ซึ่งเป็นวิธีเร็วที่สุดในการดูว่าเครื่องมือนี้ครอบคลุมบัญชีของคุณหรือไม่

ใช้ได้กับแคมเปญประเภทไหนบ้าง
ประเภทแคมเปญExcluded content terms
Audienceรองรับ
Performance Maxรองรับ
Searchรองรับ
Shoppingรองรับ
Premium Streamingยังไม่รองรับ

หาได้จากตรงไหนในหน้าจอ

เอกสารของ Microsoft ให้ไว้สองเส้นทาง เส้นทางแรกคือเข้าที่ Tools ต่อด้วย Content suitability แล้วไปที่ Excluded content terms อีกเส้นทางคือใส่คำระหว่างสร้างแคมเปญ Performance Max ในส่วน Targeting settings

เส้นทางที่สองมีน้ำหนักกว่าที่เห็น การใส่รายการคำต้องห้ามตั้งแต่ตอนสร้างแคมเปญ Performance Max ทำให้การตัดสินใจเกิดขึ้นในจังหวะที่แผนสื่อยังถกกันอยู่ แทนที่จะไปเกิดในหน้าตั้งค่าที่มีคนเปิดเข้าไปดูหลังรายงานตำแหน่งโฆษณาออกมาแล้วไม่สวย

ทำไมการยกเว้นด้วยชื่อหน้าเว็บถึงน่าสนใจ

Performance Max บน Microsoft Advertising ให้การควบคุมตำแหน่งที่โฆษณาไปปรากฏน้อยมาตลอด การยกเว้นแบบคีย์เวิร์ดที่วัดกับชื่อหน้าเว็บจึงเอื้อมเข้าไปถึงอินเวนทอรีของ Performance Max ซึ่งเป็นสิ่งที่การควบคุมระดับ placement ทำได้ไม่ดีนัก

การกระจายไปทั้งบัญชีตามที่เอกสารระบุยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้เรื่องนี้ คำที่ใส่ไว้ในแคมเปญหนึ่งจะถูกนำไปใช้กับทุกแคมเปญในบัญชีโดยอัตโนมัติ รายการที่สร้างครั้งเดียวจึงครอบคลุมแคมเปญที่สร้างทีหลังด้วย ข้อนี้สะดวก และเป็นความเสี่ยงในตัวมันเอง เพราะคำที่ใส่เพื่อแก้ปัญหาของแคมเปญเดียวจะไปบีบอินเวนทอรีทั้งบัญชีอย่างเงียบ ๆ และเอกสารก็ไม่ได้อธิบายว่ามีทางยกเว้นรายแคมเปญ Search Engine Roundtable รายงานการเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 และ เอกสารช่วยเหลือของ Microsoft Advertising คือที่ที่อธิบายพฤติกรรมนี้ไว้

เพดาน 1,000 คำถือว่ามากพอสำหรับรายการที่คัดมาอย่างตั้งใจ และคับแคบสำหรับคนที่คิดจะวางรายการคำที่ดึงมาแบบเหมา ๆ มันจึงเข้าทางรายการสั้น ๆ ที่เป็นคำซึ่งทำให้แบรนด์เสียหายจริง ซึ่งเป็นคนละงานกับการจัดการ negative keyword แม้หน้าตาจะคล้ายกัน ผู้ลงโฆษณาที่จัดการ negative keyword อย่างเป็นระบบใน แคมเปญ Google Ads อยู่แล้วจะคุ้นกลไกนี้ทันที แต่ไม่ควรก็อปไฟล์เดิมมาใช้ซ้ำ เพราะฝั่งหนึ่งจับคู่กับคำค้น อีกฝั่งจับคู่กับชื่อหน้าเว็บ

เรื่องนี้หมายถึงอะไรสำหรับนักการตลาดไทย

เอกสารไม่ได้พูดถึงประเทศไทย และไม่ได้พูดถึงการจับคู่คำข้ามภาษา ส่วนต่อไปนี้คือการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อมูลจากแหล่งข่าว

Microsoft Advertising เป็นช่องทางรองสำหรับผู้ลงโฆษณาไทยส่วนใหญ่ เรื่องนี้จึงเป็นการตั้งค่าที่ทำครั้งเดียวให้เรียบร้อย ไม่ใช่เหตุผลให้ย้ายงบ และเพราะการยกเว้นทำงานด้วยการจับคู่ข้อความกับชื่อหน้าเว็บ แบรนด์ไทยจึงต้องเขียนรายการคำเป็นภาษาไทยควบคู่กับภาษาอังกฤษ การใช้รายการภาษาอังกฤษอย่างเดียวคือการเดาแทนอินเวนทอรีภาษาไทย ซึ่งเอกสารไม่ได้ยืนยันไปทางใดทางหนึ่ง

สำหรับร้านค้าที่รันแคมเปญ Shopping บนช่องทางนี้ รายการเดียวกันครอบคลุมทั้ง Shopping และ Performance Max การไล่ทบทวนถ้อยคำที่อ่อนไหวต่อแบรนด์รอบเดียวจึงคุ้มทั้งสองฝั่ง ทีมที่ทำรายการนี้ไปพร้อมกับงาน การตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยรวม จะได้ประโยชน์มากกว่าทีมที่มองว่าเป็นการตั้งค่าครั้งเดียวจบ

คำถามที่พบบ่อย

บัญชีของเราใช้ Excluded content terms ได้แล้วหรือยัง

อาจจะยัง เอกสารของ Microsoft มีหมายเหตุว่า "Not everyone has this feature yet" และไม่ได้ให้กำหนดการทยอยเปิดใช้งานหรือวันที่จะครบทุกบัญชี

ใส่คำได้สูงสุดกี่คำ

สูงสุด 1,000 คำ เอกสารของ Microsoft ระบุเพดานไว้ที่ 1000 คำ ใส่ได้ทั้งในระดับบัญชีและระดับแคมเปญ

ใช้กับ Performance Max ได้ไหม

ได้ เอกสารของ Microsoft ระบุว่าแคมเปญ Audience, Performance Max, Search และ Shopping รองรับ ส่วนแคมเปญ Premium Streaming ยังไม่รองรับ

ในไทยใช้ได้แล้วหรือยัง

เอกสารไม่ได้ระบุ ไม่มีการเอ่ยชื่อประเทศ ไม่มีการอธิบายการเปิดใช้งานรายภูมิภาค และไม่ได้พูดถึงว่าคำในภาษาอื่นนอกจากตัวอย่างภาษาอังกฤษจะทำงานอย่างไร

คำที่ใส่ในแคมเปญหนึ่งกระทบแคมเปญอื่นไหม

กระทบ และเป็นไปตามที่ออกแบบไว้ เอกสารของ Microsoft ระบุว่าคำที่ใส่ในแคมเปญจะถูกนำไปใช้กับทุกแคมเปญในบัญชีโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ต้องวางแผนเผื่อไว้ก่อนสร้างรายการยาว ๆ

ถ้า Microsoft Advertising อยู่ในส่วนผสมช่องทางของคุณ และปีนี้ยังไม่มีใครเข้าไปดูการตั้งค่า content suitability เลย นี่คืองานบ้านชิ้นเล็กที่ให้ผลจริง ทีม Relevant Audience ยินดีช่วยตรวจการตั้งค่าให้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: