สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Google ประกาศเมื่อ 20 สิงหาคม 2569 ว่าจะเปิดการทดสอบ A/B งบประมาณและเป้าหมาย ROI ข้ามหลายแคมเปญ Search ในการทดสอบชุดเดียว โดยปล่อยในเดือนกันยายนแต่ไม่ได้ระบุวันที่
- ความสามารถใหม่ใน AI Max experiments ให้ผู้ลงโฆษณารันการทดสอบโดยเปิดการควบคุมด้านแบรนด์และด้านทำเลไว้ได้ จึงไม่ต้องปิดราวกันตกสองอย่างนี้เพื่อทดสอบ AI Max
- Performance Planner แสดงผลกระทบของการเปลี่ยนการประมูลหรือเป้าหมายงบประมาณต่อแคมเปญที่รันอยู่ และนำคำแนะนำไปใช้กับแคมเปญได้ในคลิกเดียว
- เครื่องมือเหล่านี้มาพร้อมกับการอัปเกรดอัตโนมัติวันที่ 1 กันยายน 2569 ของแอสเซทที่สร้างอัตโนมัติและ broad match ระดับแคมเปญไปเป็น AI Max ขณะที่การตั้งค่า broad match ระดับแคมเปญใหม่ถูกปิดตั้งแต่ 3 สิงหาคม 2569
- โพสต์ของ Google ยังชี้ให้ผู้ลงโฆษณาไปดูงานเสมือนจริง Rethink 2026 เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม
Google ประกาศเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ว่ากำลังเปิดวิธีทดสอบงบประมาณและเป้าหมาย ROI ที่ต่างกันข้ามหลายแคมเปญ Search ภายในการทดสอบ A/B ชุดเดียว และความสามารถนี้จะทยอยปล่อยในเดือนกันยายน ประกาศดังกล่าวเผยแพร่บน Google Ads & Commerce Blog โดยต่อยอดจาก AI Max experiments แบบคลิกเดียวที่มีอยู่เดิม และมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงอีกสองเรื่อง คือ AI Max experiments สามารถรันโดยเปิดการควบคุมด้านแบรนด์และด้านทำเลไว้ได้แล้ว และ Performance Planner แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนค่าอย่างการประมูลหรือเป้าหมายงบประมาณอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของแคมเปญที่รันอยู่อย่างไร พร้อมนำคำแนะนำไปใช้กับแคมเปญได้ในคลิกเดียว
Google ประกาศอะไรบ้างเมื่อ 20 สิงหาคม 2569
มีสามเรื่อง และการแยกพิจารณาทีละเรื่องจะเห็นภาพชัดกว่ามองรวมเป็นก้อนเดียว เรื่องแรกคือ Google กำลังเปิดการทดสอบ A/B ข้ามแคมเปญสำหรับงบประมาณและเป้าหมาย ROI ซึ่งอธิบายว่าครอบคลุมหลายแคมเปญ Search ในการทดสอบชุดเดียว และจะปล่อยในเดือนกันยายน เรื่องที่สองคือความสามารถใหม่ใน AI Max experiments ที่ให้ผู้ลงโฆษณารันการทดสอบโดยเปิดการควบคุมด้านแบรนด์และด้านทำเลไว้ได้ จึงไม่ต้องปิดราวกันตกสองอย่างนี้เพื่อจะทดสอบ AI Max อีกต่อไป เรื่องที่สามคือ Performance Planner ที่เพิ่มการคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนการประมูลหรือเป้าหมายงบประมาณจะกระทบประสิทธิภาพของแคมเปญเดิมอย่างไร พร้อมปุ่มนำคำแนะนำไปใช้กับแคมเปญโดยตรงในคลิกเดียว นอกจากนี้โพสต์ของ Google ยังชี้ให้ผู้ลงโฆษณาไปดูงานเสมือนจริง Rethink 2026 เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม
ตารางด้านล่างจัดวางแต่ละเรื่องเทียบกับกรอบเวลาที่ระบุไว้ โดยใช้เฉพาะวันที่ที่มาจากประกาศของ Google เอง
| การเปลี่ยนแปลง | กรอบเวลาที่ระบุไว้ | วันที่ของแหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| ทดสอบ A/B งบประมาณและเป้าหมาย ROI ข้ามหลายแคมเปญ Search | ปล่อยในเดือนกันยายน ไม่ได้ระบุวันที่ชัดเจน | ประกาศ 20 สิงหาคม 2569 |
| รัน AI Max experiments โดยเปิดการควบคุมด้านแบรนด์และทำเล | ระบุว่าเป็นความสามารถใหม่ ไม่ได้ให้วันที่แยกต่างหาก | ประกาศ 20 สิงหาคม 2569 |
| Performance Planner คาดการณ์ผล พร้อมนำไปใช้ในคลิกเดียว | อธิบายไว้ในประกาศว่าใช้ได้แล้ว | ประกาศ 20 สิงหาคม 2569 |
| อัปเกรดอัตโนมัติของแอสเซทที่สร้างอัตโนมัติและ broad match ระดับแคมเปญไปเป็น AI Max | 1 กันยายน 2569 | Google ยืนยันไว้ก่อนหน้านี้ |
| ปิดการตั้งค่า broad match ระดับแคมเปญใหม่ | มีผลแล้ว | 3 สิงหาคม 2569 |
ทำไมการทดสอบข้ามแคมเปญจึงเป็นเครื่องมือคนละชนิดกับ experiment ในแคมเปญเดียว
Experiment แบบเดิมของ Google Ads คือการแบ่งทราฟฟิกภายในแคมเปญเดียวแล้วเปรียบเทียบสองเวอร์ชันของแคมเปญนั้น วิธีนี้ตอบคำถามเรื่องการตั้งค่าได้ แต่ตอบคำถามเรื่องการจัดสรรงบไม่ได้ เพราะเส้นงบที่กำลังทดสอบเป็นของแคมเปญที่กำลังถูกทดสอบอยู่ และเงินที่ควรจะไหลข้ามไปมาระหว่างแคมเปญนั้นอยู่นอกกรอบการทดลองตั้งแต่แรก
สิ่งที่ Google อธิบายไว้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 คือการทดสอบที่ครอบหลายแคมเปญ Search ในการทดสอบ A/B ชุดเดียว ครอบคลุมทั้งงบประมาณและเป้าหมาย ROI นั่นคือคำถามเรื่องการจัดสรร ซึ่งเป็นเรื่องที่การถกเถียงในทีมเอเจนซีส่วนใหญ่พูดถึงกันจริง ๆ ว่าควรผ่อนเป้าหมายให้แคมเปญที่ขยายตัวได้ และรัดเป้าหมายกับแคมเปญที่ได้คอนเวอร์ชันถูก หรือไม่ และการย้ายงบข้ามชุดแคมเปญให้ผลตอบแทนดีกว่าการจูนทีละแคมเปญหรือเปล่า ที่ผ่านมาวิธีตอบอย่างซื่อสัตย์คือเปลี่ยนหลายแคมเปญพร้อมกันแล้วยอมรับว่าฤดูกาล พฤติกรรมคู่แข่ง และช่วงเรียนรู้ของระบบ ตกลงมาในหน้าต่างเวลาเดียวกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด การทดสอบแบบมีกลุ่มควบคุมช่วยตัดความคลุมเครือนั้นออก ซึ่งถือเป็นการยกระดับคุณภาพหลักฐาน ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ที่ทำให้สะดวกขึ้น
สิ่งที่โพสต์ของ Google ไม่ได้ทำคืออธิบายกลไก ไม่ว่าจะเป็นวิธีแบ่งทราฟฟิกหรือแบ่งงบ หน่วยที่ใช้เปรียบเทียบ หรือวิธีประมวลผลทางสถิติของผลลัพธ์ ให้ถือว่าความสามารถนี้ถูกประกาศแล้ว แต่ระเบียบวิธียังไม่ถูกเผยแพร่
การเปิดการควบคุมด้านแบรนด์และทำเลไว้ได้ ตัดข้อคัดค้านหลักของการทดสอบ AI Max ทิ้ง
Google ระบุเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ว่าความสามารถใหม่ใน AI Max experiments ให้ผู้ลงโฆษณารันการทดสอบโดยเปิดการควบคุมด้านแบรนด์และด้านทำเลไว้ได้ ประโยคเดียวนี้ตอบเหตุผลที่ผู้ลงโฆษณาที่ทำงานจริงจังจำนวนมากปฏิเสธจะรันการทดสอบตั้งแต่ต้น
การควบคุมด้านแบรนด์และด้านทำเลไม่ใช่เรื่องความชอบส่วนตัว สำหรับธุรกิจที่มีเครื่องหมายการค้าต้องปกป้อง หรือมีพื้นที่ให้บริการที่ไปถึงได้จริงเท่านั้น สองอย่างนี้คือเส้นแบ่งระหว่าง "การทดสอบ" กับ "การใช้งบแบบไร้การควบคุม" การทดลองที่บังคับให้ปิดมันทิ้ง ไม่ได้กำลังเทียบ AI Max กับการตั้งค่าปัจจุบัน แต่กำลังเทียบ AI Max บวกกับการถอดราวกันตกสองอันออก กับการตั้งค่าปัจจุบัน และผลลัพธ์ที่ได้ก็ถูกปนเปื้อนด้วยการถอดนั้นไปแล้ว ผู้ลงโฆษณาที่ปฏิเสธจึงตัดสินใจถูกต้องในเชิงระเบียบวิธี
เมื่อเปิดการควบคุมไว้ได้ในการทดสอบ การเปรียบเทียบก็แคบลงมาเหลือเฉพาะสิ่งที่ต้องการทดสอบจริง และเรื่องนี้สำคัญในเดือนนี้มากกว่าไตรมาสที่เงียบ ๆ เพราะหน้าต่างเวลาที่การทดสอบยังเป็น "ทางเลือก" กำลังจะปิดลง
Performance Planner นำการคาดการณ์ของตัวเองไปใช้ได้ในคลิกเดียว ซึ่งเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานพอ ๆ กับที่เพิ่มฟีเจอร์
ตามประกาศวันที่ 20 สิงหาคม 2569 Performance Planner แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนค่าอย่างการประมูลหรือเป้าหมายงบประมาณอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของแคมเปญที่รันอยู่อย่างไร และผู้ลงโฆษณาสามารถนำคำแนะนำนั้นไปใช้กับแคมเปญได้โดยตรงในคลิกเดียว
ครึ่งแรกที่เป็นการคาดการณ์นั้นมีประโยชน์ ส่วนครึ่งหลังที่เป็นปุ่มนำไปใช้ในคลิกเดียวควรมองให้ช้าลง เพราะมันยุบสองขั้นตอนที่เคยแยกกันให้เหลือขั้นเดียว คือการตัดสินว่าคาดการณ์นี้น่าเชื่อถือ กับการลงมือทำตามนั้น เมื่อสองขั้นตอนแยกกัน มักจะมีคนถามว่าคาดการณ์นี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานอะไร ช่วงข้อมูลย้อนหลังที่ใช้มีช่วงเวลาที่จะไม่เกิดซ้ำอีกหรือไม่ และข้อมูลคอนเวอร์ชันที่ป้อนเข้าไปครบถ้วนแค่ไหน แต่เมื่อทุกอย่างเหลือปุ่มเดียว คำถามเหล่านี้ต้องถูกถามอย่างตั้งใจ ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีใครถาม
เกราะป้องกันที่ใช้ได้จริงเป็นเรื่องกระบวนการมากกว่าเรื่องเทคนิค ตอนนี้ใครก็ตามที่มีสิทธิ์แก้ไขบัญชี สามารถย้ายงบและเป้าหมายตามคาดการณ์ได้ในการกระทำเดียว ทีมที่แชร์สิทธิ์เข้าถึงบัญชีจึงควรตกลงกันก่อนว่าใครมีสิทธิ์กดปุ่มนั้น ก่อนที่จะมีใครกดไปแล้ว และควรไล่ดูประวัติการเปลี่ยนแปลงทุกสัปดาห์ที่มีการนำแผนไปใช้ เพื่อไม่ให้คาดการณ์ที่ถูกกดใช้กลายเป็นสิ่งที่ภายหลังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การวัดผลที่เชื่อถือได้ทำให้ทั้งสองอย่างนี้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ควรดูแลการวัดคอนเวอร์ชันและระบบอนาลิติกส์ให้อยู่ในสภาพดีจริง ไม่ใช่แค่พอใช้ได้
จังหวะเวลานี้อยู่ก่อนวันที่ผู้ลงโฆษณาจะหมดสิทธิ์เลือกโดยปริยายเพียงไม่กี่วัน
Google ยืนยันแล้วว่าแอสเซทที่ถูกสร้างอัตโนมัติและ broad match ระดับแคมเปญ จะถูกอัปเกรดไปเป็น AI Max โดยอัตโนมัติในวันที่ 1 กันยายน 2569 และ Google ได้ปิดการตั้งค่า broad match ระดับแคมเปญใหม่ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ขณะที่เครื่องมือทดสอบซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 จะทยอยปล่อยในเดือนกันยายน
อ่านวันที่เหล่านี้เรียงกันแล้วภาพก็ชัดพอสมควร เครื่องมือที่ให้ผู้ลงโฆษณาประเมิน AI Max ภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมได้ มาถึงในเดือนเดียวกับที่การอัปเกรดเกิดขึ้นเองโดยปริยายกับการตั้งค่าที่ได้รับผลกระทบ และ Google ไม่ได้ให้วันที่ภายในเดือนกันยายนสำหรับการปล่อยการทดสอบข้ามแคมเปญ ผู้ลงโฆษณาที่อยากได้หลักฐานก่อนการเปลี่ยนแปลง จึงอาจยังไม่มีเครื่องมือในมือก่อนการเปลี่ยนแปลงนั้น และไม่มีข้อมูลเผยแพร่ใดที่ให้สมมติได้ว่าเครื่องมือจะมาถึงวันที่ 1 กันยายน แทนที่จะเป็นปลายเดือน
นี่ไม่ใช่การกล่าวหาว่าใครมีเจตนาไม่ดี และแหล่งข่าวก็ไม่ได้ให้ความเห็นเรื่องลำดับเวลานี้เลย มันเป็นเพียงข้อเท็จจริงด้านตารางเวลาที่ควรวางแผนรองรับ คือให้สร้างฐานข้อมูลตั้งต้นสำหรับวัดผลเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงคือส่วนเดียวของไทม์ไลน์นี้ที่คุณควบคุมได้
สิ่งที่ประกาศของ Google ไม่ได้บอกไว้
โพสต์ไม่ได้ให้วันที่เจาะจงภายในเดือนกันยายนสำหรับการปล่อยการทดสอบข้ามแคมเปญ ไม่ได้บอกว่าการปล่อยครอบคลุมทั่วโลก ทยอยตามตลาด หรือจำกัดตามประเภทบัญชีหรือระดับการใช้จ่าย ไม่ได้อธิบายว่างบถูกแบ่งอย่างไรภายในการทดสอบข้ามแคมเปญ ควรรันการทดสอบนานเท่าไร หรือใช้เกณฑ์อะไรตัดสินว่าผลลัพธ์มีนัยสำคัญ ไม่ได้บอกว่าการควบคุมด้านแบรนด์และทำเลทำงานเหมือนกันทั้งในและนอกการทดลองหรือไม่ และไม่ได้พูดถึงค่าใช้จ่าย เงื่อนไขคุณสมบัติ หรือจำนวนแคมเปญขั้นต่ำ สิ่งที่คุณอ่านเจอเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ล้วนเป็นการอนุมาน รวมถึงการอนุมานในบทความนี้ด้วย
สิ่งที่ควรทำในบัญชีของคุณภายในเดือนนี้
- บันทึกฐานข้อมูลตั้งต้นให้สะอาดตั้งแต่ตอนนี้ สำหรับแคมเปญที่ได้รับผลจากการอัปเกรดอัตโนมัติวันที่ 1 กันยายน 2569 ทั้งต้นทุนต่อการได้ลูกค้า จำนวนคอนเวอร์ชัน โปรไฟล์ของคำค้นหา และสัดส่วนงบที่ลงไปกับคำแบรนด์ เพราะหลังอัปเกรดแล้วจะย้อนสร้างฐานนี้ขึ้นมาใหม่ไม่ได้
- ทำรายชื่อแคมเปญที่การควบคุมด้านแบรนด์หรือด้านทำเลเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณไม่เคยทดสอบ AI Max เพราะข้อคัดค้านนั้นถูกแก้ไปแล้วเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 และรายชื่อนั้นคือคิวการทดสอบของคุณ
- ตรวจว่ามีการใช้ broad match ระดับแคมเปญอยู่ตรงไหนบ้าง เพราะการตั้งค่าใหม่ถูกปิดไปตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 และของเดิมอยู่ในเส้นทางของการอัปเกรดอัตโนมัติ
- ตัดสินใจเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใครมีสิทธิ์กดปุ่มนำแผนไปใช้ในคลิกเดียวของ Performance Planner และตกลงกันว่าทุกแผนต้องมีคนอ่านทวนอีกคนก่อนกด
- เฝ้าดูว่าตัวเลือกการทดสอบข้ามแคมเปญจะโผล่มาเมื่อไรระหว่างเดือนกันยายน แทนที่จะเดาวันเอาไว้ล่วงหน้า และออกแบบการทดสอบชุดแรกไว้ก่อน เพื่อให้การทดสอบพร้อมตั้งแต่วันที่เครื่องมือพร้อม
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย
การเปลี่ยนแปลงเรื่องการควบคุมด้านแบรนด์และทำเลคือส่วนที่สำคัญที่สุดในตลาดนี้ ด้วยเหตุผลที่เฉพาะเจาะจง คำค้นหาที่เป็นชื่อแบรนด์ภาษาไทยคือทรัพย์สินประเภทที่ผู้ลงโฆษณาปล่อยให้ไร้การควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อชื่อแบรนด์เป็นคำไทยธรรมดาอยู่แล้ว หรือถอดเสียงได้หลายแบบ ส่วนการกำหนดทำเลเฉพาะกรุงเทพฯ หรือระดับจังหวัด ก็เป็นมาตรฐานของคลินิก ดีลเลอร์รถ โครงการอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการที่ให้บริการได้เฉพาะพื้นที่ที่ไปถึง ทั้งสองอย่างนี้คือราวกันตกที่ขั้นตอนการทดลองแบบเดิมบังคับให้ปิดทิ้ง ซึ่งแปลว่าผู้ลงโฆษณาไทยที่มีข้อจำกัดข้อใดข้อหนึ่ง แทบไม่มีทางทดลอง AI Max อย่างมีเหตุผลรองรับได้เลย นับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569 การทดลองแบบมีการควบคุมในตลาดไทยจึงเป็นไปได้ และนั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่มีผลจริงต่อสิ่งที่ทีมในประเทศเสนอให้ลูกค้าได้
ประเด็นที่สองคือเลขคณิตของงบประมาณ การทดสอบงบและเป้าหมายข้ามแคมเปญจะมีค่ามากขึ้นเมื่อจำนวนแคมเปญมากขึ้น และมีค่าน้อยลงในบัญชีเล็กที่มีสองแคมเปญกับงบรายเดือนระดับกลาง ๆ ในสกุลบาท เพราะเมื่อแบ่งครึ่งแล้วแต่ละฝั่งเหลือข้อมูลน้อยเกินกว่าจะอ่านผลได้ บัญชีในไทยโดยทั่วไปเล็กกว่าบัญชีในสหรัฐฯ ที่ฟีเจอร์เหล่านี้ถูกออกแบบมารองรับ การทดสอบที่พิสูจน์อะไรได้ในบัญชีใหญ่ จึงอาจให้ผลที่เป็นเพียงสัญญาณรบกวนในบัญชีเล็ก ให้วางแผนหน้าต่างเวลาที่ยาวขึ้นและทดสอบน้อยครั้งแต่ใหญ่ขึ้น แทนที่จะทดสอบถี่ ๆ และรักษาโครงสร้างบัญชี Google Adsให้เรียบง่ายพอที่การทดสอบข้ามแคมเปญจะมีอะไรให้เปรียบเทียบอย่างสะอาด
ส่วนเรื่องการเปิดให้ใช้งาน แหล่งข่าวไม่ได้ระบุอะไรที่เจาะจงรายตลาด ไม่มีการยืนยันว่าบัญชีในไทยจะได้รับการปล่อยในเดือนกันยายนพร้อมตลาดอื่น และก็ไม่มีข้อความว่าจะไม่ได้รับ ให้ตรวจในหน้าจอบัญชีจริงแทนการเดาไปทางใดทางหนึ่ง
คำถามที่พบบ่อย
การทดสอบ A/B ข้ามแคมเปญจะมาถึงเมื่อไรกันแน่
Google บอกว่าจะปล่อยในเดือนกันยายน แต่ไม่ได้ระบุวันที่ภายในเดือนนั้น ประกาศออกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 คำตอบที่ใช้ได้จริงจึงคือให้เฝ้าดูตัวเลือกในหน้าจอบัญชี แทนที่จะวางแผนการทดสอบโดยอิงวันเปิดตัวที่ตายตัว
ตอนนี้ยังต้องปิดการควบคุมด้านแบรนด์และทำเลเพื่อทดสอบ AI Max อยู่ไหม
ไม่ต้องแล้ว Google ระบุเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ว่าความสามารถใหม่ใน AI Max experiments ให้รันการทดสอบโดยเปิดการควบคุมด้านแบรนด์และด้านทำเลไว้ได้ ซึ่งตัดเงื่อนไขที่เคยทำให้การทดสอบเหล่านี้ใช้ไม่ได้กับผู้ลงโฆษณาที่อ่อนไหวเรื่องแบรนด์และผู้ที่มีพื้นที่ให้บริการจำกัดออกไป
เรื่องนี้เปิดใช้ในประเทศไทยแล้วหรือยัง
แหล่งข่าวไม่ได้บอกไว้ โพสต์ของ Google อธิบายเพียงว่าจะปล่อยในเดือนกันยายนโดยไม่มีรายละเอียดรายตลาด ผู้ลงโฆษณาไทยจึงควรตรวจในบัญชีของตัวเองระหว่างเดือนกันยายน แทนการอาศัยการคาดเดาระดับภูมิภาค
สิ่งเหล่านี้หยุดการอัปเกรดเป็น AI Max วันที่ 1 กันยายนได้ไหม
ไม่ได้ Google ยืนยันแล้วว่าแอสเซทที่สร้างอัตโนมัติและ broad match ระดับแคมเปญจะถูกอัปเกรดไปเป็น AI Max โดยอัตโนมัติในวันที่ 1 กันยายน 2569 และประกาศเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ไม่ได้เปลี่ยนวันดังกล่าว เครื่องมือทดสอบมาคู่ขนานกับการอัปเกรด ไม่ได้มาแทนที่
ควรใช้ปุ่มนำแผนไปใช้ในคลิกเดียวของ Performance Planner หรือไม่
ควรใช้ก็ต่อเมื่อคุณซักคาดการณ์นั้นด้วยมาตรฐานเดียวกับตอนที่การนำไปใช้ต้องผ่านสิบขั้นตอน ฟีเจอร์นี้ลดแรงเสียดทานในการลงมือทำ ไม่ได้ลดแรงเสียดทานในการใช้วิจารณญาณ และสมมติฐานเบื้องหลังแผนก็ไม่ได้เปลี่ยนไปตามความเร็วที่กดใช้ได้
สรุปสั้น ๆ
Google ประกาศเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ว่างบประมาณและเป้าหมาย ROI สามารถทดสอบ A/B ข้ามหลายแคมเปญ Search ได้ในการทดสอบชุดเดียว โดยจะปล่อยในเดือนกันยายน ว่า AI Max experiments รันได้โดยเปิดการควบคุมด้านแบรนด์และทำเลไว้ และว่า Performance Planner คาดการณ์ผลของการเปลี่ยนการประมูลและงบประมาณ พร้อมนำไปใช้ได้ในคลิกเดียว การเปลี่ยนแปลงเรื่องการควบคุมคือส่วนที่มีเนื้อหาสำคัญที่สุด เพราะทำให้การทดลอง AI Max แบบมีการควบคุมเป็นไปได้สำหรับผู้ลงโฆษณาที่ปฏิเสธการทดลองแบบไร้การควบคุมอย่างถูกต้องมาตลอด ส่วนจังหวะเวลานั้นชิดกับการอัปเกรดอัตโนมัติวันที่ 1 กันยายน 2569 และ Google ไม่ได้ให้วันที่ภายในเดือนกันยายน หากต้องการให้มีการบันทึกฐานข้อมูลตั้งต้นที่สะอาดและออกแบบการทดสอบชุดแรกไว้ก่อนหน้าต่างเวลาจะปิด Relevant Audience รับงานส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลบัญชีค้นหาแบบเสียเงิน







