สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Microsoft Advertising ส่งอีเมลหัวเรื่อง "Updates to Max CPC for new campaigns" ระบุว่าตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 จะตั้งค่า Max CPC ไม่ได้อีกเมื่อสร้างแคมเปญใหม่ที่ไม่ใช่พอร์ตโฟลิโอ
- ประกาศนี้ถูกนำมาเผยแพร่ในโพสต์ LinkedIn ของ Joey Bidner ฟรีแลนซ์ผู้ดูแลงาน PPC เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 และรายงานต่อโดย PPC Land
- Navah Hopkins ในฐานะ Microsoft Ads Liaison ระบุเมื่อ 20 สิงหาคม 2569 ว่า target impression share, eCPC และกลยุทธ์การประมูลแบบพอร์ตโฟลิโอ ยังเพิ่มค่า Max CPC ได้
- อีเมลไม่ได้พูดถึงแคมเปญที่รันอยู่แล้วและตั้ง Max CPC ไว้ และไม่มีการเผยแพร่เส้นทางการย้ายค่า ต่างจากการยุบรวมเมื่อสิงหาคม 2568 ที่แปลง Target CPA และ Target ROAS แบบเดี่ยวไปเป็น Maximize Conversions หรือ Maximize Conversion Value
- Hopkins ยังย้ำว่า Microsoft ยังปล่อยให้แคมเปญทำได้เกินเป้า TCPA/TROAS แม้จะติดเพดานงบประมาณ ซึ่งตรงข้ามกับการเปลี่ยนแปลงของ Google เมื่อ 17 สิงหาคม 2569
Microsoft Advertising ส่งอีเมลแจ้งผู้ลงโฆษณาว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จะไม่สามารถตั้งค่า Max CPC ได้อีกต่อไปเมื่อสร้างแคมเปญใหม่ที่ไม่ใช่พอร์ตโฟลิโอ อีเมลฉบับนี้ใช้หัวเรื่องว่า "Updates to Max CPC for new campaigns" และถูกนำมาเผยแพร่ในโพสต์บน LinkedIn โดย Joey Bidner ฟรีแลนซ์ผู้ดูแลงาน PPC เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ก่อนที่ PPC Land จะรายงานต่อ ในวันเดียวกัน Navah Hopkins ในฐานะ Microsoft Ads Liaison ได้ยืนยันข้อยกเว้นไว้ว่า "Target impression share, eCPC, and Portfolio bidding strategies will retain the ability to add a Max CPC."
Microsoft Advertising กำลังตัดอะไรออกในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
ข้อความในอีเมลของ Microsoft Advertising ระบุตรงตัวว่า "From 1 October 2026, Max CPC will no longer be available when creating new non-portfolio campaigns." มีคำสองคำในประโยคนี้ที่กำหนดขอบเขตของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด คำแรกคือ creating หรือขั้นตอนการสร้าง ซึ่งหมายความว่าข้อจำกัดตามที่เขียนไว้เกิดขึ้น ณ จังหวะที่ผู้ลงโฆษณากดสร้างแคมเปญ คำที่สองคือ non-portfolio ซึ่งหมายถึงแคมเปญที่ไม่ได้ผูกกับกลยุทธ์การประมูลแบบพอร์ตโฟลิโอ
ค่า Max CPC คือเพดานราคาสูงสุดที่ผู้ลงโฆษณายอมจ่ายต่อหนึ่งคลิก มันเป็นการควบคุมที่เก่าแก่ที่สุดในงานค้นหาแบบเสียเงิน และสำหรับทีมเอเจนซีส่วนใหญ่ มันคือค่าสุดท้ายที่ทำงานเหมือน "กุญแจล็อก" ไม่ใช่ "คำแนะนำ" กลยุทธ์อย่าง target CPA, target ROAS หรือกลุ่มที่เน้นคลิกสูงสุด ล้วนเป็นการบอกเป้าหมายที่ระบบอาจทำพลาดได้ทั้งสองทิศทาง ขณะที่ Max CPC คือตัวเลขที่การประมูลข้ามไปไม่ได้ การถอดมันออกจากขั้นตอนสร้างแคมเปญ จึงเท่ากับถอดค่าเดียวที่พังแบบปลอดภัยออกไป
สิ่งที่ยังอยู่ ตามคำยืนยันของ Navah Hopkins เมื่อ 20 สิงหาคม 2569
Hopkins ในฐานะ Microsoft Ads Liaison ระบุเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ว่ามีสามเส้นทางที่ยังคงเพิ่มค่า Max CPC ได้ ได้แก่ target impression share, enhanced CPC และกลยุทธ์การประมูลแบบพอร์ตโฟลิโอ คำพูดนี้คือรายละเอียดเพียงชิ้นเดียวที่เผยแพร่ออกมาเกี่ยวกับสิ่งที่ยังเหลืออยู่ ส่วนคำอธิบายทั้งหมดหลังจากนี้เป็นการตีความจากคำพูดดังกล่าว ไม่ใช่ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Microsoft
ตารางด้านล่างสรุปสถานะของแต่ละเส้นทางเทียบกับวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยใช้เฉพาะข้อความจากอีเมลและคำยืนยันของ Hopkins เท่านั้น
| แคมเปญหรือกลยุทธ์ | สถานะของ Max CPC หลัง 1 ตุลาคม 2569 |
|---|---|
| แคมเปญใหม่ที่ไม่ใช่พอร์ตโฟลิโอ | ตั้งค่าไม่ได้ในขั้นตอนสร้างแคมเปญ ตามอีเมลของ Microsoft |
| กลยุทธ์การประมูลแบบพอร์ตโฟลิโอ | ยังเพิ่มค่า Max CPC ได้ (Hopkins, 20 สิงหาคม 2569) |
| Enhanced CPC (eCPC) | ยังเพิ่มค่า Max CPC ได้ (Hopkins, 20 สิงหาคม 2569) |
| Target impression share | ยังเพิ่มค่า Max CPC ได้ (Hopkins, 20 สิงหาคม 2569) |
| แคมเปญที่รันอยู่แล้วและตั้ง Max CPC ไว้ | ไม่มีการพูดถึงทั้งในอีเมลและในคำยืนยันของ Hopkins |
กลยุทธ์การประมูลแบบพอร์ตโฟลิโอ
พอร์ตโฟลิโอคือชุดการตั้งค่าการประมูลที่อยู่เหนือระดับแคมเปญ และนำไปใช้กับหลายแคมเปญพร้อมกันได้ การที่ Max CPC ยังอยู่ตรงนั้น แปลว่าเพดานราคาจะไม่ใช่คุณสมบัติของแคมเปญเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็นคุณสมบัติของวัตถุที่ใช้ร่วมกัน สำหรับเอเจนซี นี่คือรูปแบบการทำงานคนละแบบ ไม่ใช่ของทดแทนแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะเพดานต้องถูกวางแผนก่อนเปิดแคมเปญ ต้องแก้ไขคนละที่กับหน้าแคมเปญ และการแก้ค่าเพื่อแคมเปญหนึ่งจะไปกระทบทุกแคมเปญที่ใช้พอร์ตโฟลิโอเดียวกัน ทีมที่ไม่เคยใช้พอร์ตโฟลิโอบน Microsoft Advertising มาก่อน จะต้องรับโครงสร้างใหม่ทั้งชั้นเข้ามา เพียงเพื่อรักษาการควบคุมที่เคยมีอยู่แล้ว
Enhanced CPC
Enhanced CPC คือรูปแบบลูกผสมที่อยู่ระหว่างการประมูลแบบแมนนวลกับระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผู้ลงโฆษณาเป็นคนใส่ราคาประมูล แล้วระบบปรับขึ้นลงรอบตัวเลขนั้น เมื่อมันยังใช้ราคาที่ผู้ลงโฆษณากำหนดเป็นข้อมูลตั้งต้น ค่า Max CPC จึงยังเป็นตัวเลขที่มีความหมาย นี่คือทางที่ใกล้เคียงกับการทำงานเดิมมากที่สุด โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือการปรับของ eCPC จะทำงานทับบนราคาที่ตั้งไว้ ไม่ใช่ทำงานคู่ขนานกับมัน
Target impression share
Target impression share วิ่งตามเป้าหมายด้านการมองเห็น ไม่ใช่เป้าหมายด้านต้นทุน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเพดานราคาจึงสำคัญมากในกลยุทธ์นี้ เพราะถ้าไม่มีเพดาน ระบบก็ไม่มีเหตุผลที่จะหยุดจ่ายเพิ่มเพื่อไล่ส่วนแบ่งการแสดงผลให้ถึงเป้า เส้นทางนี้ยังอยู่ก็จริง แต่เหมาะกับแคมเปญที่ส่วนแบ่งการแสดงผลคือวัตถุประสงค์จริงเท่านั้น การเลือกใช้มันเพียงเพื่อรักษาเพดาน CPC เท่ากับเปลี่ยนสิ่งที่แคมเปญกำลังปรับให้ดีขึ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นราคาที่แพงเกินไปสำหรับการแลกกับราวกันตกหนึ่งอัน
สิ่งที่อีเมลของ Microsoft Advertising ไม่ได้บอกไว้
ประกาศฉบับนี้สั้นมาก และสิ่งที่มันเงียบไว้สำคัญกว่าปกติ อีเมลไม่ได้พูดถึงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแคมเปญที่รันอยู่แล้วและมีการตั้งค่า Max CPC ไว้ ไม่ได้อธิบายเส้นทางการย้ายค่า ไม่ได้บอกว่าจะมีการแปลงค่าอัตโนมัติ และไม่ได้กำหนดเส้นตายที่ค่าเดิมต้องถูกเปลี่ยน อีเมลไม่ได้ระบุด้วยว่าช่องตั้งค่าจะหายไปจากหน้าจอของแคมเปญเหล่านั้น หรือยังอยู่และยังทำงาน หรือยังอยู่แต่ระบบเลิกให้ความสำคัญกับมัน รายงานของ PPC Land ก็ไม่ได้ให้คำตอบในจุดนี้เช่นกัน ใครก็ตามที่ฟันธงว่าเป็นแบบใดในสามแบบนี้ ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569 คือการเดา
ประกาศยังไม่ได้อธิบายเหตุผลเบื้องหลัง ไม่มีการอ้างเหตุผลด้านประสิทธิภาพ ไม่มีข้อมูลอ้างอิง และไม่มีการโยงไปยังแผนระยะยาวของระบบประมูล อีกทั้งไม่ได้แยกประเภทแคมเปญเป็นรายชื่อไว้นอกเหนือจากการแบ่งระหว่างพอร์ตโฟลิโอกับไม่ใช่พอร์ตโฟลิโอ ขอบเขตที่แท้จริงของคำว่า "non-portfolio campaigns" เมื่อเทียบกับประเภทแคมเปญทั้งหมดของ Microsoft จึงยังไม่ถูกอธิบายไว้ในสิ่งที่เผยแพร่ออกมา
ต่างจากการยุบรวมกลยุทธ์การประมูลเมื่อสิงหาคม 2568 อย่างไร
Microsoft เคยถอดกลยุทธ์ Target CPA และ Target ROAS แบบเดี่ยวออกในการยุบรวมเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 และการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นมาพร้อมเอกสารที่ระบุการแปลงค่าอัตโนมัติไปเป็น Maximize Conversions หรือ Maximize Conversion Value ผู้ลงโฆษณาจึงรู้ล่วงหน้าว่าแคมเปญเดิมของตัวเองจะไปจบที่ไหน แต่การถอด Max CPC ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถูกประกาศออกมาโดยไม่มีเอกสารลักษณะนั้น และนี่คือความต่างเชิงเนื้อหาระหว่างสองประกาศ ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำเสียง กรณีปี 2568 แสดงให้เห็นว่า Microsoft พร้อมจะเผยแพร่เส้นทางการแปลงค่าเมื่อมีเส้นทางนั้นอยู่จริง การที่รอบนี้ยังไม่มี จึงเป็นข้อมูลอย่างหนึ่งในตัวมันเอง แม้จะยังไม่ใช่คำตอบก็ตาม
Microsoft กับ Google กำลังเดินสวนทางกันเรื่องแคมเปญที่งบจำกัด
ในการให้ข้อมูลรอบเดียวกันเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 Hopkins ย้ำอีกครั้งว่า Microsoft "continues to allow campaigns to over achieve on TCPA/TROAS regardless of budget limited status" พร้อมชี้ให้ผู้ลงโฆษณาไปดูกฎด้านมูลค่าคอนเวอร์ชัน ท่าทีนี้ตรงกันข้ามกับการเปลี่ยนแปลงของ Google เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ดึงแคมเปญ target CPA และ target ROAS ซึ่งทำได้ดีเกินเป้า ให้กลับเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นในแคมเปญที่ติดเพดานงบประมาณ
อ่านสองเรื่องคู่กันจะเห็นว่าสองแพลตฟอร์มกำลังสลับที่กัน Google เลือกรัดให้แคมเปญวิ่งเกินเป้าได้น้อยลงเมื่องบถูกจำกัด ส่วน Microsoft ยังเปิดช่องนั้นไว้ แต่ไปปิดเพดานแบบแมนนวลในขั้นตอนสร้างแคมเปญแทน ผู้ลงโฆษณาที่รันทั้งสองแพลตฟอร์มด้วยโครงสร้างบัญชีชุดเดียวกันและรายงานชุดเดียวกัน จึงสมมติไม่ได้อีกต่อไปว่าสมมติฐานเรื่องการประมูลจากฝั่งหนึ่งจะให้ผลแบบเดียวกันบนอีกฝั่งหลังเดือนตุลาคม
สิ่งที่ควรตรวจในบัญชี Microsoft Advertising ก่อน 1 ตุลาคม 2569
ไม่มีอะไรที่ต้องรีบทำวันนี้ และในแหล่งข่าวก็ไม่มีหลักฐานว่าแคมเปญที่รันอยู่จะพัง สิ่งที่จำเป็นจริงคือการทำบัญชีรายการเอาไว้ เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดตอนสร้างแคมเปญ ซึ่งเป็นจังหวะที่ทีมงานมีโอกาสสังเกตเห็นช่องที่หายไปน้อยที่สุด
- นับว่ามีแคมเปญที่ยังรันอยู่กี่แคมเปญที่ใช้ Max CPC เป็นเครื่องมือคุมต้นทุนหลัก และแคมเปญไหนที่จะรันต่อโดยไม่มีมันแล้วรู้สึกไม่สบายใจ
- เช็กว่าบัญชีของคุณใช้กลยุทธ์การประมูลแบบพอร์ตโฟลิโออยู่แล้วหรือยัง ถ้ายัง การสร้างและทดสอบสักชุดก่อนถึงเดือนตุลาคมย่อมถูกกว่าการมาสร้างตอนที่มีกำหนดเปิดแคมเปญจ่อคออยู่
- ดูปฏิทินการเปิดแคมเปญ ทุกแคมเปญ Microsoft ที่มีกำหนดสร้างหลังวันที่ 1 ตุลาคม จะได้รับผลกระทบตั้งแต่ตอนสร้าง รวมถึงแคมเปญตามฤดูกาลที่สร้างใหม่ทุกปีและแคมเปญที่ก๊อบปี้มาจากเทมเพลตเก่า
- ไล่ดูเช็กลิสต์และเทมเพลตภายในที่มีขั้นตอนเขียนไว้ว่า "ตั้งค่า Max CPC" เอกสารเหล่านั้นจะเลิกตรงกับหน้าจอจริงโดยไม่มีใครประกาศให้
- ยืนยันว่าการวัดผลคอนเวอร์ชันสะอาดพอ เพราะเพดาน CPC คือสิ่งที่คุ้มกันคุณอยู่เวลาสัญญาณคอนเวอร์ชันผิดพลาด เมื่อเพดานถูกย้ายออกไปไกลขึ้น คุณภาพของสัญญาณจะกลายเป็นราวกันตกแทน การรีวิวการวัดผล ไม่ว่าจะเป็นแท็กในแพลตฟอร์มหรือโครงสร้างการวัดผลฝั่งอนาลิติกส์ มีค่ามากกว่าถ้าทำก่อนเดือนตุลาคม
- ถามตัวแทน Microsoft เป็นลายลักษณ์อักษรว่าแคมเปญเดิมจะเป็นอย่างไร แล้วเก็บคำตอบไว้ เพราะยังไม่มีเอกสารสาธารณะฉบับใดครอบคลุมเรื่องนี้
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย
Microsoft Advertising มีตำแหน่งที่ค่อนข้างเฉพาะในตลาดไทย มันแทบไม่เคยเป็นช่องทางหลักของแคมเปญภาษาไทยที่ยิงหาผู้บริโภคทั่วไป แต่จะโผล่ในบัญชีสาย B2B ในกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม และในธุรกิจส่งออกที่ขายให้ผู้ซื้อในสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งผู้ชมเอียงไปทางเดสก์ท็อปและเครื่องที่ใช้ทำงาน บัญชีกลุ่มนี้มักรันด้วยงบระดับกลางถึงเล็กในสกุลเงินบาท ขณะที่ราคาคลิกคิดเป็นดอลลาร์ และเพดาน CPC แบบแมนนวลคือสิ่งที่กันไม่ให้การประมูลในตลาดต่างประเทศที่ยังไม่คุ้นเคย ใช้งบทั้งเดือนหมดภายในสัปดาห์เดียว
สำหรับโปรไฟล์แบบนี้ เส้นทางพอร์ตโฟลิโอคือคำตอบที่ใช้งานได้จริง และควรตั้งไว้แต่เนิ่น ๆ ดีกว่าไปพบว่าช่องหายตอนกำลังจะเปิดแคมเปญ อีกทั้งยังเป็นเหตุผลให้ต้องคิดให้ชัดว่าแพลตฟอร์มไหนรับหน้าที่อะไร ถ้า Microsoft เป็นช่องทางเสริมในส่วนผสมที่นำโดย Google Ads การเปลี่ยนแปลงเดือนตุลาคมก็เป็นเรื่องของกระบวนการสร้างแคมเปญ ไม่ใช่เรื่องกลยุทธ์ แต่ถ้า Microsoft แบกรายได้จากงานส่งออกจริง ๆ คำถามเรื่องเพดานราคาก็สมควรได้รับการตัดสินใจอย่างจริงจังก่อนที่ปฏิทินเปิดแคมเปญจะบังคับให้ตัดสินใจ
มีข้อควรระวังเฉพาะตลาดนี้อยู่ข้อหนึ่ง แหล่งข่าวระบุวันที่เดียวโดยไม่ได้พูดถึงการทยอยปล่อยเป็นรายประเทศ จึงไม่มีฐานให้สมมติว่าไทยจะได้ไทม์ไลน์ที่ต่างออกไป และในทางกลับกันก็ไม่มีการยืนยันสาธารณะว่าจะปล่อยพร้อมกันทุกที่ ให้ยึดวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นวันทำงาน แล้วไปตรวจสอบซ้ำในหน้าจอบัญชีจริง
คำถามที่พบบ่อย
Max CPC จะถูกถอดออกจากแคมเปญเดิมที่รันอยู่ด้วยหรือเปล่า
แหล่งข่าวไม่ได้บอกไว้ อีเมลของ Microsoft พูดถึงเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นตอนสร้างแคมเปญใหม่ที่ไม่ใช่พอร์ตโฟลิโอตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และทั้งอีเมลกับคำชี้แจงสาธารณะของ Hopkins ก็ไม่ได้ครอบคลุมแคมเปญที่ตั้งค่า Max CPC ไว้อยู่แล้ว ตราบใดที่ Microsoft ยังไม่เผยแพร่ข้อมูลเรื่องแคมเปญเดิม คำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือยังไม่มีใครรู้
หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ยังตั้งเพดานราคาต่อคลิกแบบตายตัวได้ไหม
ได้ ผ่านสามเส้นทางที่ Hopkins ยืนยันเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 คือกลยุทธ์การประมูลแบบพอร์ตโฟลิโอ, enhanced CPC และ target impression share แต่ทุกเส้นทางล้วนเปลี่ยนอย่างอื่นในวิธีทำงานของแคมเปญไปด้วย จึงไม่มีทางไหนที่เป็นของทดแทนแบบตรงตัวของค่าที่กำลังถูกถอดออก
ต้องทำอะไรก่อนวันที่ 1 ตุลาคมไหม
จากข้อมูลที่เผยแพร่ออกมา ยังไม่มีอะไรที่บังคับต้องทำ สิ่งที่ควรเตรียมคือการไล่รายการว่าแคมเปญไหนพึ่งพา Max CPC และตัดสินใจว่าจะรับกลยุทธ์การประมูลแบบพอร์ตโฟลิโอเข้ามาใช้หรือไม่ เพื่อไม่ให้แคมเปญที่สร้างในเดือนตุลาคมเปิดตัวโดยไม่มีการควบคุมที่เจ้าของแคมเปญคิดว่ามีอยู่
การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลในประเทศไทยแล้วหรือยัง
อีเมลระบุวันที่เดียวคือ 1 ตุลาคม 2569 และไม่ได้พูดถึงการปล่อยเป็นรายประเทศ จึงไม่มีรายละเอียดเฉพาะประเทศไทยที่เผยแพร่ออกมาไม่ว่าในทางใด ผู้ลงโฆษณาไทยควรวางแผนตามวันที่ประกาศไว้ แล้วยืนยันในบัญชีของตัวเอง แทนที่จะอาศัยการคาดเดาระดับภูมิภาค
เรื่องนี้กระทบการประมูลบน Google Ads ด้วยไหม
ไม่กระทบ นี่คือการเปลี่ยนแปลงของ Microsoft Advertising และมีผลเฉพาะแคมเปญบน Microsoft เท่านั้น ส่วน Google มีการเปลี่ยนแปลงแยกต่างหากเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ซึ่งกระทบพฤติกรรมของแคมเปญ target CPA และ target ROAS ที่ทำได้เกินเป้าเมื่อติดเพดานงบประมาณ และทั้งสองแพลตฟอร์มกำลังเดินสวนทางกันในประเด็นนี้
สรุปสั้น ๆ
การเปลี่ยนแปลงเรื่อง Max CPC ของ Microsoft Advertising มีถ้อยคำที่แคบแต่ส่งผลกว้าง เพดาน CPC แบบตายตัวคือราวกันตกที่เอเจนซีใช้เวลาส่งงบให้ระบบอัตโนมัติดูแล และบน Microsoft Advertising มันจะหายไปจากขั้นตอนสร้างแคมเปญใหม่ที่ไม่ใช่พอร์ตโฟลิโอในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยยังอยู่ต่อในกลยุทธ์การประมูลแบบพอร์ตโฟลิโอ, enhanced CPC และ target impression share ส่วนคำถามที่ยังค้างคือแคมเปญที่ตั้งค่าไว้แล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งแหล่งข่าวไม่ได้ตอบ ถ้า Microsoft เป็นส่วนหนึ่งของส่วนผสมสื่อแบบเสียเงินของคุณ งานของเดือนนี้คือการไล่รายการและตัดสินใจเรื่องพอร์ตโฟลิโอ หากต้องการคนช่วยแมปว่าแคมเปญไหนกำลังจะเสียการควบคุมที่มันพึ่งพาอยู่ Relevant Audience รับดูงานส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานดูแลบัญชีค้นหาแบบเสียเงิน







