Google AI Mode แสดงโฆษณาข้อความบนคำค้นเชิงพาณิชย์เกือบ 30% ตามผลศึกษาของ SE Ranking ตัวเลขเต็มคือ 29.45% มาจากการวิเคราะห์คำค้นเชิงพาณิชย์ 50,032 คำ ใน 20 กลุ่มธุรกิจ เก็บข้อมูลวันที่ 30 มิถุนายน 2026 และไม่นับ product carousel โดย Search Engine Land รายงานผลศึกษานี้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม สิ่งที่ต้องตั้งหลักไว้ก่อนอ่านตัวเลขคือ นี่เป็นข้อมูลของ SE Ranking จากการค้นหาเชิงพาณิชย์ในสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ข้อมูลจาก Google และไม่ใช่ข้อมูลของไทย
SE Ranking วัดอะไรบ้าง
SE Ranking ดูคำค้นเชิงพาณิชย์ 50,032 คำ ใน 20 กลุ่มธุรกิจ และพบคำค้นที่ทำให้เกิดโฆษณาข้อความใน AI Mode จำนวน 14,733 คำ ซึ่งคิดเป็น 29.45% ในกลุ่มคำค้นที่มีโฆษณาขึ้นนั้น 71.1% แสดงโฆษณาสองชิ้น และ 28.9% แสดงชิ้นเดียว
ขอบเขตของข้อมูลควรย้ำอีกครั้ง เพราะมันกำหนดว่าตัวเลขนี้ใช้อ้างอิงได้แค่ไหน คือการค้นหาเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ เก็บข้อมูลวันเดียวคือ 30 มิถุนายน 2026 และตัดโฆษณาแบบ product carousel ออกจากการนับ
โฆษณาไปตามเงิน
SE Ranking พบว่าคีย์เวิร์ดที่มี CPC ตั้งแต่ 10 ดอลลาร์ขึ้นไป มีโฆษณาขึ้น 53.56% ขณะที่คีย์เวิร์ดที่ CPC ต่ำกว่า 2 ดอลลาร์ อยู่ที่ 24.33% ความตั้งใจซื้อที่ราคาแพงได้โฆษณา ส่วนคำค้นราคาถูกมักไม่ได้
ช่องว่างระหว่างกลุ่มธุรกิจกว้างกว่าช่องว่างระหว่างช่วงราคาอีก กลุ่มสัตว์เลี้ยงมีอัตราโฆษณาสูงสุดในผลศึกษาที่ 72.38% ส่วนกลุ่มสุขภาพต่ำสุดที่ 2.64% นี่ไม่ใช่ความต่างระดับปัดเศษ แต่คือของสองอย่างที่เรียกชื่อเดียวกัน ตามข้อมูลชุดนี้ คนขายสินค้าสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ กำลังมองพื้นที่โฆษณาที่มีอยู่จริง ส่วนคนทำธุรกิจสุขภาพในสหรัฐฯ กำลังมองพื้นที่ที่แทบไม่มี
ตัวเลขที่ควรทำให้คุณแยกงบ
มีสองตัวเลขในผลศึกษาที่สำคัญกว่าเปอร์เซ็นต์พาดหัว
- มีเพียง 11.53% ของโดเมนผู้ลงโฆษณา ที่ปรากฏเป็นแหล่งอ้างอิงในคำตอบ AI ที่โฆษณาของตัวเองไปแสดงอยู่ด้วย
- มีเพียง 2.32% ของ URL ที่ลงโฆษณา ที่ติดอันดับ organic ในคำค้นเดียวกัน
การจ่ายเงินเพื่อไปอยู่ข้างคำตอบ AI ไม่ได้ทำให้คุณถูกอ้างอิงในคำตอบนั้น และแทบไม่เกี่ยวกับว่าคุณจะติดอันดับในคำค้นเดียวกันหรือไม่ ตำแหน่งโฆษณากับการถูกอ้างอิงเป็นประตูคนละบาน ล็อกคนละดอก ซื้อบานหนึ่งไม่ได้เปิดอีกบาน
นี่คือเหตุผลที่งบโฆษณากับงานสร้างการมองเห็นใน AI ควรวางแผนแยกกัน มีเป้าหมายของตัวเอง และรายงานผลแยกกัน แคมเปญที่ซื้อตำแหน่งใน AI Mode ก็ได้ตำแหน่งใน AI Mode เท่านั้น ถ้าเป้าหมายคือการเป็นแหล่งที่คำตอบหยิบไปอ้าง นั่นเป็นงานคนละชุด ใช้อินพุตคนละอย่าง และตามตัวเลขของ SE Ranking งบโฆษณาไม่ได้แอบทำงานนั้นให้คุณ
นักการตลาดไทยควรอ่านตัวเลขนี้อย่างไร
ชุดข้อมูลของ SE Ranking คือการค้นหาเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ ไม่ได้พูดถึงประเทศไทย และไม่ควรยกเปอร์เซ็นต์มาใช้ข้ามตลาด อัตราโฆษณา 29.45% ในสหรัฐฯ ไม่ได้ทำนายว่าคำค้นภาษาไทยจะอยู่ที่ 29.45% และตัวเลขรายกลุ่มธุรกิจยิ่งใช้ข้ามตลาดไม่ได้มากกว่าตัวเลขพาดหัวเสียอีก
สิ่งที่ข้ามตลาดได้คือเรื่องเชิงโครงสร้าง ซึ่งไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ นั่นคือโฆษณาใน AI Mode กับการถูกอ้างอิงใน AI Mode ถูกตัดสินด้วยกลไกคนละชุด นี่เป็นข้อเท็จจริงว่าพื้นที่นี้ทำงานอย่างไร ไม่ใช่เรื่องปริมาณการค้นหาในสหรัฐฯ และเป็นส่วนที่ควรเอามาวางแผน
สิ่งที่ทำได้จริงคือไปวัดคำค้นของตัวเอง แทนที่จะยืมเกณฑ์ของคนอื่นมาใช้ ใช้ผลศึกษาจากสหรัฐฯ เป็นสมมติฐานที่ต้องทดสอบ ไม่ใช่ตัวเลขตั้งต้นสำหรับตั้งงบ ถ้า AI Mode มีโฆษณาขึ้นบนคำค้นเชิงพาณิชย์ของคุณ นั่นคือคำถามเรื่องตำแหน่งลงโฆษณา และควรอยู่ในแผน Google Ads ร่วมกับตำแหน่งอื่น ตัดสินด้วยหลักฐานเรื่องต้นทุนและคอนเวอร์ชันแบบเดียวกัน ส่วนถ้าคุณอยากเป็นแหล่งที่คำตอบ AI หยิบไปอ้างด้วย งานนั้นอยู่ฝั่ง generative engine optimisation และผลศึกษานี้ก็เป็นเหตุผลที่ดีพอจะตั้งงบให้มันแยกบรรทัด แทนที่จะหวังว่ามันจะแถมมากับการซื้อสื่อ
คำถามที่ควรถาม
ซื้อโฆษณาใน AI Mode แล้วช่วยให้ถูกอ้างอิงในคำตอบไหม
ตามข้อมูลของ SE Ranking คือไม่ช่วย มีเพียง 11.53% ของโดเมนผู้ลงโฆษณาที่ปรากฏเป็นแหล่งอ้างอิงในคำตอบ AI ที่โฆษณาตัวเองไปแสดงอยู่
เปอร์เซ็นต์เหล่านี้ใช้กับประเทศไทยได้ไหม
ไม่ได้ ผลศึกษาครอบคลุมเฉพาะการค้นหาเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ เก็บข้อมูลวันที่ 30 มิถุนายน 2026 ไม่มีส่วนใดวัดคำค้นภาษาไทย
AI Mode แสดงโฆษณากี่ชิ้นต่อครั้ง
ในกลุ่มคำค้นที่มีโฆษณาขึ้นตามผลศึกษา 71.1% แสดงสองชิ้น และ 28.9% แสดงชิ้นเดียว
กลุ่มธุรกิจไหนมีโฆษณามากสุดและน้อยสุด
กลุ่มสัตว์เลี้ยงสูงสุดที่ 72.38% และกลุ่มสุขภาพต่ำสุดที่ 2.64% จาก 20 กลุ่มธุรกิจที่ SE Ranking เก็บตัวอย่างในสหรัฐฯ
หน้าที่ลงโฆษณาติดอันดับ organic ในคำค้นเดียวกันด้วยไหม
ตามข้อมูลชุดนี้คือน้อยมาก มีเพียง 2.32% ของ URL ที่ลงโฆษณา ที่ติดอันดับ organic ในคำค้นที่ตรงกัน
สรุปสั้น ๆ
AI Mode เป็นพื้นที่ขายโฆษณาจริงแล้ว อย่างน้อยก็บนคำค้นเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ และ SE Ranking ก็ใส่ตัวเลขให้มันแล้ว แต่ข้อค้นพบที่ใช้งานได้จริงกว่าอยู่ข้างล่างนั้น คือเงินที่จ่ายไปเพื่อไปโผล่ตรงนั้น ไม่ได้ซื้อการถูกอ้างอิงหรืออันดับให้คุณ แยกงบ แยกการวัดผล และไปทดสอบอัตราโฆษณาบนคำค้นของคุณเอง ก่อนจะเชื่อว่าเปอร์เซ็นต์จากสหรัฐฯ อธิบายตลาดของคุณได้ ถ้าอยากรู้ชัด ๆ ว่าคำค้นเชิงพาณิชย์ตัวไหนของคุณมีโฆษณาขึ้นบ้าง ควรวัดก่อนรอบงบถัดไป ไม่ใช่หลังจากนั้น







