สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- OpenAI ตั้งให้ Maximize results ซึ่งเป็นกลยุทธ์ประมูลอัตโนมัติที่ไม่มีเป้าหมายด้านต้นทุน เป็นตัวเลือกที่ถูกเลือกไว้ล่วงหน้าสำหรับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไขใน ChatGPT Ads
- PPC Land รายงานว่าเรื่องนี้อยู่ลำดับแรกจากหกรายการในอีเมลอัปเดตผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงผู้ลงโฆษณาใน ChatGPT Ads Manager Beta ในสัปดาห์ที่เริ่มวันที่ 17 สิงหาคม 2569
- OpenAI ระบุว่ากลยุทธ์นี้ไม่รับประกันผลตามเป้าหมาย CPA, CPC, ROAS หรือเป้าหมายต้นทุนอื่นในเวลานี้ และ Manual: Max bid ยังเป็นเส้นทางเดียวที่มีเอกสารรองรับสำหรับเพดานราคาประมูล
- อีเมลฉบับเดียวกันเพิ่มการกำหนดเป้าหมายระดับแพลตฟอร์มสามค่า คือ iOS App, Android App และ Web โดย Web รวมทั้งเว็บบนเดสก์ท็อปและมือถือ จึงแยกเฉพาะเดสก์ท็อปไม่ได้
- หน้า Insights ยังรายงานข้อมูลอุปกรณ์เป็น Mobile กับ Desktop เท่านั้น และนับเว็บบนมือถือรวมใน Mobile ปุ่มควบคุมจึงละเอียดกว่ารายงานที่จะใช้วัดผล
OpenAI ปรับให้กลยุทธ์การประมูล Maximize results กลายเป็นค่าเริ่มต้นของ ad group ที่สร้างใหม่ใน ChatGPT Ads โดยกลยุทธ์นี้จะตั้งและปรับราคาประมูลให้อัตโนมัติ และไม่มีการกำหนดเป้าหมายด้านต้นทุนใด ๆ กำกับไว้ สำนักข่าว PPC Land รายงานความเปลี่ยนแปลงนี้ ว่า OpenAI จัดให้เรื่องนี้อยู่ลำดับแรกจากทั้งหมดหกรายการในอีเมลแจ้งอัปเดตผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงผู้ลงโฆษณาในโครงการ ChatGPT Ads Manager Beta ในสัปดาห์ที่เริ่มวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นสัปดาห์เดียวกับที่ระบบเปิดใช้งานในเม็กซิโกและบราซิล และเป็นสัปดาห์ก่อนหน้าที่อินเวนทอรีในยุโรปมีกำหนดเปิด ส่วนหน้าเอกสารในศูนย์ช่วยเหลือที่รองรับเรื่องนี้อยู่ในหมวด Campaign setup และมีตราประทับว่าปรับปรุงล่าสุดในสัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม 2569 แปลว่าเอกสารทางเทคนิคมาก่อนอีเมลที่แจ้งผู้ลงโฆษณาว่ามีฟีเจอร์นี้อยู่
อีเมลฉบับเดียวกันยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องหนึ่ง คือ ChatGPT Ads เพิ่มการกำหนดเป้าหมายระดับแพลตฟอร์ม เป็นดรอปดาวน์แบบเลือกได้หลายค่า สำหรับจำกัดการแสดงผลของแคมเปญไว้ที่ iOS App, Android App หรือ Web ทั้งสองเรื่องนี้คือเรื่องเดียวกัน OpenAI กำลังพา ChatGPT Ads ออกจากการเป็นสินค้าที่ผู้ลงโฆษณากำหนดราคาเองและซื้อครบทุกพื้นผิว ไปสู่สินค้าที่แพลตฟอร์มตั้งราคาประมูลให้ แล้วยื่นสวิตช์ควบคุมการแสดงผลกลับมาให้ผู้ลงโฆษณาหนึ่งตัว ทั้งที่ระบบรายงานยังวัดผลสวิตช์ตัวนั้นได้ไม่ครบ
กลยุทธ์การประมูล Maximize results ทำอะไร
ตามเอกสารของ OpenAI กลยุทธ์ Maximize results จะให้ ChatGPT Ads ตั้งและปรับราคาประมูลโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้จำนวนผลลัพธ์มากที่สุดเท่าที่งบประมาณก้อนหนึ่งจะให้ได้ ระบบจะปรับให้เข้ากับเป้าหมายที่เลือกไว้แล้วในระดับแคมเปญ ซึ่งเอกสารระบุว่าเป็นคลิกหรือคอนเวอร์ชัน สิ่งที่คุมการใช้เงินอยู่คืองบประมาณ และมีเพียงงบประมาณเท่านั้น
การประมูลแบบไล่ตามปริมาณผลลัพธ์ไม่ใช่ของใหม่ในวงการเสิร์ช กลยุทธ์ที่ใช้งบให้หมดแล้ววิ่งไล่จำนวนมีอยู่ในแพลตฟอร์มใหญ่มานานหลายปี สิ่งที่ใหม่คือตำแหน่งที่กลยุทธ์นี้ไปยืนอยู่ในขั้นตอนการตั้งค่า เพราะสำหรับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข ระบบเลือก Maximize results ไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว ผู้ลงโฆษณาที่ต้องการอย่างอื่นต้องเข้าไปเปลี่ยนเองในส่วน Bid strategy ของ ad group นั้น
OpenAI เผยแพร่ขั้นตอนการตั้งค่าไว้ห้าขั้นอย่างชัดเจน คือสร้างแคมเปญใน Ads Manager Beta จากนั้นไปต่อที่ขั้นตอน ad group แล้วตรวจดูว่า Maximize results ถูกเลือกไว้ล่วงหน้าสำหรับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข ถ้าต้องการกลยุทธ์อื่นให้เลือก Manual: Max bid แทน แล้วจึงตั้งค่า ad group และโฆษณาให้เสร็จและเปิดใช้งาน ขั้นที่สามกับขั้นที่สี่คือจุดที่อำนาจตัดสินใจเรื่องราคาประมูลเปลี่ยนมือ
ค่าเริ่มต้นสำคัญกว่าตัวกลยุทธ์
ค่าเริ่มต้นเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมในระดับปริมาณมาก และค่าเริ่มต้นชุดนี้ถูกวางไว้ในรูปแบบที่ไม่ค่อยพบนัก ผู้ลงโฆษณาที่อ่านทุกช่องในหน้าสร้างแคมเปญจะเห็นว่ามีการเลือกไว้ให้แล้ว และจะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างตั้งใจ ส่วนคนที่กำลังสร้าง ad group ตัวที่สี่ตอนบ่ายแก่ ๆ จะปล่อยตามที่ระบบเลือกไว้
ในเอกสารไม่มีส่วนใดที่พูดถึงการแจ้งเตือนเมื่อค่าเริ่มต้นถูกนำมาใช้ ไม่มีการตั้งค่าระดับบัญชี และไม่มีวิธีกำหนดให้บัญชีใช้โหมดแมนนวลเป็นค่าเริ่มต้นครั้งเดียวแล้วจบ ระบบจะยื่นตัวเลือกนี้ให้ใหม่ทุกครั้งในระดับ ad group สำหรับเอเจนซีที่ดูแลหลายบัญชี นี่คือปัญหาเรื่องกระบวนการทำงาน ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการตั้งค่า เพราะไม่มีสวิตช์ให้กดครั้งเดียวแล้วลืมได้ มีแต่ขั้นตอนในเช็กลิสต์ที่ต้องมีคนทำซ้ำทุกครั้งที่สร้าง ad group และราคาของการลืมคือ ad group ที่วิ่งประมูลโดยไม่มีเพดานต้นทุน
สิ่งที่กลยุทธ์นี้บอกชัดว่าไม่รับประกัน
บรรทัดที่มีน้ำหนักที่สุดในเอกสารคือข้อจำกัด OpenAI ระบุว่า "Maximize results prioritizes result volume and does not guarantee delivery against a specific CPA, CPC, ROAS, or other cost-efficiency target at this time." ผู้ลงโฆษณาที่ต้องการเพดานต้นทุนต่อคลิกหรือต่อการแสดงผลแบบตายตัว ถูกแนะนำให้ไปใช้ Manual: Max bid
ประโยคนี้ทำให้ Maximize results ต่างจากระบบประมูลอัตโนมัติส่วนใหญ่ที่ขายกันอยู่ในตลาด กลยุทธ์แบบตั้งเป้าหมายจะประกาศตัวเลขที่ระบบต้องพยายามรักษาไว้ ส่วน Maximize results ประกาศเพียงจำนวน ต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่ออกมาจากการประมูลเป็นเท่าไรก็คือเท่านั้น และผู้ลงโฆษณาจะรู้ตัวเลขนั้นหลังจากใช้เงินไปแล้ว
คำว่า at this time ในประโยคดังกล่าวชี้ไปที่แผนในอนาคตโดยไม่ผูกมัดอะไร ทั้งเอกสารและรายงานข่าวไม่ได้บอกว่าเป้าหมายด้านต้นทุนจะมาเมื่อใด หรือจะมาหรือไม่ ควรถือว่าเรื่องนี้ยังเป็นคำถามที่เปิดอยู่ ไม่ใช่คำสัญญา
ส่วนต่อไปนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าว การประมูลแบบไล่ปริมาณจะประเมินง่ายที่สุดเมื่อผู้ลงโฆษณารู้อยู่แล้วว่าต้นทุนระดับไหนคือระดับที่สมเหตุสมผลในช่องทางนั้น การโฆษณาใน ChatGPT เริ่มต้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 และ Ads Manager แบบบริการตนเองเพิ่งเปิดให้ธุรกิจในสหรัฐทั้งหมดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ช่องทางที่อายุเท่านี้ยังไม่ให้เกณฑ์เปรียบเทียบต้นทุนที่นิ่งพอสำหรับบัญชีส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่กลยุทธ์แบบไม่มีเป้าหมายต้นทุนควบคุมดูแลได้ยากที่สุดพอดี
การเปลี่ยนแปลงเรื่องที่สอง คือการเลือกพื้นผิวที่จะซื้อ
การกำหนดเป้าหมายระดับแพลตฟอร์มมาในรูปดรอปดาวน์แบบเลือกได้หลายค่า มีสามค่าให้เลือก คือ iOS App, Android App และ Web มีการบันทึกไว้ในบทความศูนย์ช่วยเหลือที่ปรับปรุงภายใน 24 ชั่วโมงก่อนการเก็บข้อมูล และถูกระบุอยู่ในอีเมลอัปเดตผลิตภัณฑ์ฉบับเดียวกับที่แจ้งเรื่องค่าเริ่มต้นของการประมูล
ก่อนจะมีปุ่มควบคุมตัวนี้ การซื้อตำแหน่งโฆษณาในบทสนทนาของ ChatGPT หมายถึงการซื้อทุกพื้นผิวที่ผู้ช่วยตัวนี้ทำงานอยู่ การโฆษณาเริ่มในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยครอบคลุมทั้งมือถือและเดสก์ท็อปตั้งแต่วันแรก และไม่มีวิธีเลือกซื้ออย่างหนึ่งโดยไม่ซื้ออีกอย่าง ค่าเริ่มต้นของฟีเจอร์ใหม่นี้คือการแสดงผลแบบไม่จำกัดพื้นผิว ดังนั้นแคมเปญที่สร้างขึ้นโดยไม่แตะช่องนี้เลยจะทำงานเหมือนที่เคยเป็นมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
หนึ่งในสามค่านั้นเป็นค่ารวม และนี่คือรายละเอียดที่น่าจะทำให้คนซื้อสื่อเข้าใจผิดได้มากที่สุด เอกสารของ OpenAI ระบุชัดว่า Web ครอบคลุมทั้งเว็บบนเดสก์ท็อปและเว็บบนมือถือ ผู้ลงโฆษณาที่อยากเข้าถึงเฉพาะคนที่ใช้โน้ตบุ๊กจึงสั่งแบบนั้นผ่านปุ่มควบคุมนี้ไม่ได้ เพราะการเลือก Web รับเบราว์เซอร์บนโทรศัพท์เข้ามาด้วยพอกัน การแยกที่ทำได้จริงมีเพียงการแยกแอปเนทีฟสองตัวออกจากทุกอย่างที่เหลือ และการแยก iOS ออกจาก Android ภายในชั้นของแอป
ยังมีความไม่ตรงกันของชื่อเรียกระหว่างเอกสารสองฉบับ ศูนย์ช่วยเหลือเรียกช่องนี้ว่า Platforms ส่วนอีเมลอัปเดตผลิตภัณฑ์เรียกว่า Eligible platforms ไม่มีเอกสารฉบับใดยืนยันว่าป้ายกำกับในหน้าจอจริงเขียนว่าอะไร ผู้ที่จะไปหาการตั้งค่านี้จึงควรเผื่อใจไว้ทั้งสองแบบ
ระบบรายงานยังตามการซื้อไม่ทัน
นี่คือข้อควรระวังที่มีประโยชน์ที่สุดของการอัปเดตรอบนี้ OpenAI ระบุว่าหน้า Insights ยังจัดกลุ่มข้อมูลอุปกรณ์เป็น Mobile และ Desktop เท่านั้น โดยเว็บบนมือถือถูกนับรวมอยู่ในกลุ่ม Mobile และบอกว่ารายงานระดับแพลตฟอร์มที่ละเอียดกว่านี้อยู่ในแผน แต่ไม่มีวันที่กำกับไว้
สามค่าเข้าไปทางฝั่งการซื้อ สองค่าออกมาทางฝั่งรายงาน การแสดงผลในแอป iOS กับการแสดงผลในแอป Android ตกลงไปอยู่ในถัง Mobile ถังเดียวกัน ผู้ลงโฆษณาจึงยืนยันจาก Insights ไม่ได้ว่าเงินถูกแบ่งไปที่แอปไหนเท่าไร ส่วนการแสดงผลบนเบราว์เซอร์มือถือ ซึ่งฝั่งการซื้อจัดเป็น Web ก็ตกไปอยู่ในกลุ่ม Mobile เช่นกัน มีเพียงการแสดงผลบนเบราว์เซอร์เดสก์ท็อปเท่านั้นที่ไปโผล่ในแถว Desktop
ผลในทางปฏิบัติคือ ตั้งค่าได้ แต่อ่านผลของการตั้งค่านั้นกลับออกมาจากรายงานของแพลตฟอร์มเองในความละเอียดเดียวกันไม่ได้ เส้นแบ่งของการกำหนดเป้าหมายลากไปตามแกนของแอปพลิเคชัน ส่วนเส้นแบ่งของรายงานลากไปตามแกนของอุปกรณ์ สองเส้นนี้ตัดกัน และผู้ลงโฆษณาก็ถือคันโยกที่ยังไม่มีหน้าปัดวัดผลคู่กัน จนกว่ารายงานที่สัญญาไว้จะมาถึง
ไทม์ไลน์ของการเปลี่ยนแปลง
ตารางด้านล่างเรียงวันที่ที่ปรากฏในรายงานของ PPC Land และในหน้าศูนย์ช่วยเหลือของ OpenAI ที่รายงานนั้นอ้างถึง เทียบกับสิ่งที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน
| วันที่ | สิ่งที่เปลี่ยนใน ChatGPT Ads |
|---|---|
| 9 กุมภาพันธ์ 2569 | เริ่มมีโฆษณาในสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมทั้งมือถือและเดสก์ท็อปตั้งแต่วันแรก โดยผู้ลงโฆษณาไม่มีปุ่มควบคุมระดับแพลตฟอร์ม |
| 5 พฤษภาคม 2569 | Ads Manager แบบบริการตนเองเปิดให้ธุรกิจในสหรัฐทั้งหมด พร้อมการประมูลแบบต้นทุนต่อคลิก |
| สัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม 2569 | หน้าเอกสาร Maximize results ในหมวด Campaign setup บันทึกตราประทับการปรับปรุงล่าสุด |
| สัปดาห์ที่เริ่ม 17 สิงหาคม 2569 | อีเมลอัปเดตผลิตภัณฑ์ระบุ Maximize results เป็นลำดับแรกจากหกรายการ และระบบเปิดใช้งานในเม็กซิโกและบราซิล |
| 20 สิงหาคม 2569 | บทความศูนย์ช่วยเหลือเรื่องการสร้างแคมเปญบันทึกดรอปดาวน์การกำหนดแพลตฟอร์ม และหมายเหตุเรื่องรายงาน Mobile กับ Desktop |
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย
เริ่มจากส่วนที่ต้องพูดตรง ๆ ก่อน เอกสารทั้งสองฉบับไม่ได้ระบุว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่เปิดใช้งานโฆษณาใน ChatGPT ตลาดที่ปรากฏในรายงานคือสหรัฐอเมริกา ประเทศในโครงการนำร่องที่แหล่งข่าวระบุไว้ และการขยายไปยุโรปที่มีกำหนดในสัปดาห์ถัดจากวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถ้าคุณซื้อสื่ออยู่ในกรุงเทพฯ นี่ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ลงมือทำอะไรได้ในบัญชี ChatGPT Ads วันนี้ และใครก็ตามที่บอกว่าทำได้ ก็กำลังพูดเกินกว่าที่เอกสารระบุ
สิ่งที่นำมาใช้ต่อได้คือรูปแบบของการเปลี่ยนแปลง และส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าว การตั้งระบบประมูลอัตโนมัติไว้เป็นค่าเริ่มต้นคือทิศทางที่ Google และ Microsoft เดินมาก่อนแล้วในหน้าสร้างแคมเปญของตัวเอง และบทเรียนจากแพลตฟอร์มเหล่านั้นใช้ได้กับกรณีนี้ คือการตั้งค่าที่คุณไม่เคยเลือก ก็ยังเป็นการตั้งค่าที่คุณกำลังใช้งานอยู่ดี การตรวจงานสร้างแคมเปญในบัญชีไทยจึงควรวางโครงรอบช่อง bid strategy เป็นพิเศษ เพราะเป็นช่องที่มีโอกาสถูก กดผ่าน มากกว่าถูกตัดสินใจ
บทเรียนข้อที่สองเป็นเรื่องวินัยด้านการวัดผล แพลตฟอร์มที่ปล่อยปุ่มควบคุมการแสดงผลออกมาก่อนรายงานที่คู่กัน เท่ากับขอให้ผู้ลงโฆษณาลงมือเปลี่ยนสิ่งที่ตรวจสอบไม่ได้ ทีมที่ทำงานด้าน GEO และ AI SEO เจอโจทย์รูปร่างเดียวกันอยู่แล้วในฝั่งออร์แกนิก ที่คำตอบจากผู้ช่วย AI ส่งคนที่มีคุณภาพเข้ามาได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยชัดเจนไว้ในระบบวิเคราะห์แบบเดิม นิสัยที่ช่วยได้ทั้งสองกรณีเหมือนกัน คือก่อนเปลี่ยนการตั้งค่าการแสดงผล ให้เขียนไว้ก่อนว่าคาดว่าตัวเลขไหนจะขยับ แล้วตรวจดูก่อนว่าแพลตฟอร์มรายงานตัวเลขนั้นจริงหรือไม่
สำหรับบัญชีไทยที่ใช้งบกับการค้นหาอยู่ในวันนี้ งานจริงยังอยู่ที่ Google Ads ซึ่งระบบประมูลอัตโนมัติโตเต็มที่แล้ว มีเป้าหมายให้ตั้ง และมีรายงานรองรับเป้าหมายเหล่านั้น การเฝ้าดูว่า ChatGPT Ads ประกอบชุดควบคุมแบบเดียวกันขึ้นมาอย่างไร จึงเป็นการเตรียมตัวมากกว่าเป็นงานเร่งด่วน
สัปดาห์นี้ควรตรวจอะไรถ้ามีสิทธิ์เข้าใช้งาน
- เปิดส่วน Bid strategy ของทุก ad group ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม 2569 แล้วบันทึกไว้ว่ากลยุทธ์ที่ทำงานอยู่จริงคืออะไร เพราะการเลือกล่วงหน้ามีผลกับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข
- ตัดสินใจเป็นลายลักษณ์อักษรว่าแคมเปญไหนอนุญาตให้วิ่งโดยไม่มีเพดานราคาประมูลได้ เพราะ Manual: Max bid คือเส้นทางเดียวที่มีเอกสารรองรับสำหรับการกำหนดเพดานแบบตายตัว
- เพิ่มช่อง bid strategy เข้าไปในเช็กลิสต์การสร้าง ad group เพราะไม่มีการตั้งค่าระดับบัญชีมาช่วยจำแทนคุณ
- ก่อนใช้การกำหนดเป้าหมายระดับแพลตฟอร์ม ให้ยืนยันก่อนว่ามีการวัดคอนเวอร์ชันของแต่ละพื้นผิวอยู่จริงหรือไม่ แล้วตรวจว่ารายงานที่คุณตั้งใจใช้ตัดสินผลนั้นมีอยู่จริง เพราะ Insights คืนค่ามาแค่ Mobile กับ Desktop
สิ่งที่แหล่งข่าวไม่ได้บอก
- ad group เดิมที่ทำงานอยู่จะได้รับผลกระทบหรือไม่ เอกสารพูดถึงการเลือกล่วงหน้าสำหรับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข และไม่ได้พูดถึงการเปลี่ยนกลยุทธ์ของ ad group ที่รันอยู่แล้ว
- เป้าหมายด้านประสิทธิภาพต้นทุนจะมาเมื่อใด เอกสารใช้คำว่า at this time และไม่มีการประกาศกรอบเวลา
- รายงานระดับแพลตฟอร์มที่ละเอียดกว่านี้จะมาเมื่อใด OpenAI บอกว่าอยู่ในแผน แต่ไม่ระบุวัน
- การเลือกแพลตฟอร์มแก้ไขได้หรือไม่หลังแคมเปญเริ่มทำงานแล้ว ซึ่งทำให้ยังไม่ชัดว่าการแยกพื้นผิวต้องสร้างแคมเปญซ้ำหรือไม่
- ป้ายกำกับของช่องนี้ในหน้าจอจริงเขียนว่าอะไร ในเมื่อศูนย์ช่วยเหลือกับอีเมลใช้ชื่อคนละชื่อ
คำถามที่พบบ่อย
โฆษณาบน ChatGPT เปิดใช้งานในประเทศไทยแล้วหรือยัง
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่เปิดใช้งาน และไม่มีเอกสารฉบับใดเอ่ยถึงไทย รายงานครอบคลุมการเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ตลาดนำร่องรวมถึงเม็กซิโกและบราซิลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 และการขยายไปยุโรปที่มีกำหนดในสัปดาห์ถัดมา ควรถือว่าการเปิดใช้งานในไทยยังไม่มีการยืนยัน จนกว่า OpenAI จะระบุเอง
ตอนนี้ต้องทำอะไรหรือไม่
ต้องทำก็ต่อเมื่อคุณสร้าง ad group ใน ChatGPT Ads Manager Beta ซึ่งกรณีนั้นให้เข้าไปตรวจส่วน Bid strategy ของทุก ad group ใหม่ นอกจากนั้นวันนี้ยังไม่มีอะไรต้องเปลี่ยน คุณค่าของข่าวนี้สำหรับผู้ลงโฆษณาไทยคือรูปแบบของการตั้งค่าเริ่มต้นแบบอัตโนมัติที่ได้รับการยืนยันอีกครั้ง ไม่ใช่งานที่ต้องลงมือในบัญชี
Maximize results คุมต้นทุนต่อคอนเวอร์ชันหรือ ROAS ให้ได้ตามเป้าหรือไม่
ไม่ได้ OpenAI ระบุว่ากลยุทธ์นี้ให้ความสำคัญกับปริมาณผลลัพธ์ และไม่รับประกันการแสดงผลให้ได้ตามเป้าหมาย CPA, CPC, ROAS หรือเป้าหมายด้านประสิทธิภาพต้นทุนอื่นใดในเวลานี้ ผู้ที่ต้องการเพดานราคาประมูลแบบตายตัวถูกแนะนำให้ใช้ Manual: Max bid แทน
ใช้ปุ่มควบคุมใหม่เพื่อยิงเฉพาะเดสก์ท็อปได้หรือไม่
ไม่ได้ เพราะในเอกสารของ OpenAI ค่า Web ครอบคลุมทั้งเว็บบนเดสก์ท็อปและเว็บบนมือถือ การแยกที่สั่งได้จริงมีเพียงการแยกแอปเนทีฟสองตัวออกจากส่วนที่เหลือ และการแยก iOS ออกจาก Android
ad group ที่มีอยู่เดิมจะถูกเปลี่ยนเป็นกลยุทธ์ใหม่โดยอัตโนมัติหรือไม่
แหล่งข่าวไม่ได้บอกไว้ พฤติกรรมที่มีเอกสารรองรับคือการเลือกล่วงหน้าสำหรับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข และไม่มีเนื้อหาส่วนใดอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไปมีผลกับ ad group ที่รันอยู่แล้ว ถ้าคุณดูแลบัญชี ChatGPT Ads อยู่ การเข้าไปตรวจเองเร็วกว่ารอคำชี้แจง
ถ้าอยากให้มีคนช่วยดูอีกสายตาว่าค่าเริ่มต้นของระบบประมูลอัตโนมัติกำลังทำอะไรกับบัญชีเสิร์ชและช่องทาง AI ของคุณ ทีมงานของเราตรวจโครงสร้างบัญชี กลยุทธ์การประมูล และการวัดผลไปพร้อมกัน ไม่ใช่แยกทีละส่วน ทักมาคุยกันได้ แล้วเราจะเริ่มจากสิ่งที่บัญชีของคุณตั้งค่าไว้จริง







