A ChatGPT Ads campaign builder screen with the bid strategy field already filled in before the advertiser reaches it.

OpenAI ตั้งการประมูลอัตโนมัติเป็นค่าเริ่มต้นใน ad group ใหม่ของ ChatGPT Ads

aiAugust 23, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • OpenAI ตั้งให้ Maximize results ซึ่งเป็นกลยุทธ์ประมูลอัตโนมัติที่ไม่มีเป้าหมายด้านต้นทุน เป็นตัวเลือกที่ถูกเลือกไว้ล่วงหน้าสำหรับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไขใน ChatGPT Ads
  • PPC Land รายงานว่าเรื่องนี้อยู่ลำดับแรกจากหกรายการในอีเมลอัปเดตผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงผู้ลงโฆษณาใน ChatGPT Ads Manager Beta ในสัปดาห์ที่เริ่มวันที่ 17 สิงหาคม 2569
  • OpenAI ระบุว่ากลยุทธ์นี้ไม่รับประกันผลตามเป้าหมาย CPA, CPC, ROAS หรือเป้าหมายต้นทุนอื่นในเวลานี้ และ Manual: Max bid ยังเป็นเส้นทางเดียวที่มีเอกสารรองรับสำหรับเพดานราคาประมูล
  • อีเมลฉบับเดียวกันเพิ่มการกำหนดเป้าหมายระดับแพลตฟอร์มสามค่า คือ iOS App, Android App และ Web โดย Web รวมทั้งเว็บบนเดสก์ท็อปและมือถือ จึงแยกเฉพาะเดสก์ท็อปไม่ได้
  • หน้า Insights ยังรายงานข้อมูลอุปกรณ์เป็น Mobile กับ Desktop เท่านั้น และนับเว็บบนมือถือรวมใน Mobile ปุ่มควบคุมจึงละเอียดกว่ารายงานที่จะใช้วัดผล

OpenAI ปรับให้กลยุทธ์การประมูล Maximize results กลายเป็นค่าเริ่มต้นของ ad group ที่สร้างใหม่ใน ChatGPT Ads โดยกลยุทธ์นี้จะตั้งและปรับราคาประมูลให้อัตโนมัติ และไม่มีการกำหนดเป้าหมายด้านต้นทุนใด ๆ กำกับไว้ สำนักข่าว PPC Land รายงานความเปลี่ยนแปลงนี้ ว่า OpenAI จัดให้เรื่องนี้อยู่ลำดับแรกจากทั้งหมดหกรายการในอีเมลแจ้งอัปเดตผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงผู้ลงโฆษณาในโครงการ ChatGPT Ads Manager Beta ในสัปดาห์ที่เริ่มวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นสัปดาห์เดียวกับที่ระบบเปิดใช้งานในเม็กซิโกและบราซิล และเป็นสัปดาห์ก่อนหน้าที่อินเวนทอรีในยุโรปมีกำหนดเปิด ส่วนหน้าเอกสารในศูนย์ช่วยเหลือที่รองรับเรื่องนี้อยู่ในหมวด Campaign setup และมีตราประทับว่าปรับปรุงล่าสุดในสัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม 2569 แปลว่าเอกสารทางเทคนิคมาก่อนอีเมลที่แจ้งผู้ลงโฆษณาว่ามีฟีเจอร์นี้อยู่

อีเมลฉบับเดียวกันยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องหนึ่ง คือ ChatGPT Ads เพิ่มการกำหนดเป้าหมายระดับแพลตฟอร์ม เป็นดรอปดาวน์แบบเลือกได้หลายค่า สำหรับจำกัดการแสดงผลของแคมเปญไว้ที่ iOS App, Android App หรือ Web ทั้งสองเรื่องนี้คือเรื่องเดียวกัน OpenAI กำลังพา ChatGPT Ads ออกจากการเป็นสินค้าที่ผู้ลงโฆษณากำหนดราคาเองและซื้อครบทุกพื้นผิว ไปสู่สินค้าที่แพลตฟอร์มตั้งราคาประมูลให้ แล้วยื่นสวิตช์ควบคุมการแสดงผลกลับมาให้ผู้ลงโฆษณาหนึ่งตัว ทั้งที่ระบบรายงานยังวัดผลสวิตช์ตัวนั้นได้ไม่ครบ

กลยุทธ์การประมูล Maximize results ทำอะไร

ตามเอกสารของ OpenAI กลยุทธ์ Maximize results จะให้ ChatGPT Ads ตั้งและปรับราคาประมูลโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้จำนวนผลลัพธ์มากที่สุดเท่าที่งบประมาณก้อนหนึ่งจะให้ได้ ระบบจะปรับให้เข้ากับเป้าหมายที่เลือกไว้แล้วในระดับแคมเปญ ซึ่งเอกสารระบุว่าเป็นคลิกหรือคอนเวอร์ชัน สิ่งที่คุมการใช้เงินอยู่คืองบประมาณ และมีเพียงงบประมาณเท่านั้น

การประมูลแบบไล่ตามปริมาณผลลัพธ์ไม่ใช่ของใหม่ในวงการเสิร์ช กลยุทธ์ที่ใช้งบให้หมดแล้ววิ่งไล่จำนวนมีอยู่ในแพลตฟอร์มใหญ่มานานหลายปี สิ่งที่ใหม่คือตำแหน่งที่กลยุทธ์นี้ไปยืนอยู่ในขั้นตอนการตั้งค่า เพราะสำหรับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข ระบบเลือก Maximize results ไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว ผู้ลงโฆษณาที่ต้องการอย่างอื่นต้องเข้าไปเปลี่ยนเองในส่วน Bid strategy ของ ad group นั้น

OpenAI เผยแพร่ขั้นตอนการตั้งค่าไว้ห้าขั้นอย่างชัดเจน คือสร้างแคมเปญใน Ads Manager Beta จากนั้นไปต่อที่ขั้นตอน ad group แล้วตรวจดูว่า Maximize results ถูกเลือกไว้ล่วงหน้าสำหรับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข ถ้าต้องการกลยุทธ์อื่นให้เลือก Manual: Max bid แทน แล้วจึงตั้งค่า ad group และโฆษณาให้เสร็จและเปิดใช้งาน ขั้นที่สามกับขั้นที่สี่คือจุดที่อำนาจตัดสินใจเรื่องราคาประมูลเปลี่ยนมือ

ค่าเริ่มต้นสำคัญกว่าตัวกลยุทธ์

ค่าเริ่มต้นเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมในระดับปริมาณมาก และค่าเริ่มต้นชุดนี้ถูกวางไว้ในรูปแบบที่ไม่ค่อยพบนัก ผู้ลงโฆษณาที่อ่านทุกช่องในหน้าสร้างแคมเปญจะเห็นว่ามีการเลือกไว้ให้แล้ว และจะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างตั้งใจ ส่วนคนที่กำลังสร้าง ad group ตัวที่สี่ตอนบ่ายแก่ ๆ จะปล่อยตามที่ระบบเลือกไว้

ในเอกสารไม่มีส่วนใดที่พูดถึงการแจ้งเตือนเมื่อค่าเริ่มต้นถูกนำมาใช้ ไม่มีการตั้งค่าระดับบัญชี และไม่มีวิธีกำหนดให้บัญชีใช้โหมดแมนนวลเป็นค่าเริ่มต้นครั้งเดียวแล้วจบ ระบบจะยื่นตัวเลือกนี้ให้ใหม่ทุกครั้งในระดับ ad group สำหรับเอเจนซีที่ดูแลหลายบัญชี นี่คือปัญหาเรื่องกระบวนการทำงาน ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการตั้งค่า เพราะไม่มีสวิตช์ให้กดครั้งเดียวแล้วลืมได้ มีแต่ขั้นตอนในเช็กลิสต์ที่ต้องมีคนทำซ้ำทุกครั้งที่สร้าง ad group และราคาของการลืมคือ ad group ที่วิ่งประมูลโดยไม่มีเพดานต้นทุน

สิ่งที่กลยุทธ์นี้บอกชัดว่าไม่รับประกัน

บรรทัดที่มีน้ำหนักที่สุดในเอกสารคือข้อจำกัด OpenAI ระบุว่า "Maximize results prioritizes result volume and does not guarantee delivery against a specific CPA, CPC, ROAS, or other cost-efficiency target at this time." ผู้ลงโฆษณาที่ต้องการเพดานต้นทุนต่อคลิกหรือต่อการแสดงผลแบบตายตัว ถูกแนะนำให้ไปใช้ Manual: Max bid

ประโยคนี้ทำให้ Maximize results ต่างจากระบบประมูลอัตโนมัติส่วนใหญ่ที่ขายกันอยู่ในตลาด กลยุทธ์แบบตั้งเป้าหมายจะประกาศตัวเลขที่ระบบต้องพยายามรักษาไว้ ส่วน Maximize results ประกาศเพียงจำนวน ต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่ออกมาจากการประมูลเป็นเท่าไรก็คือเท่านั้น และผู้ลงโฆษณาจะรู้ตัวเลขนั้นหลังจากใช้เงินไปแล้ว

คำว่า at this time ในประโยคดังกล่าวชี้ไปที่แผนในอนาคตโดยไม่ผูกมัดอะไร ทั้งเอกสารและรายงานข่าวไม่ได้บอกว่าเป้าหมายด้านต้นทุนจะมาเมื่อใด หรือจะมาหรือไม่ ควรถือว่าเรื่องนี้ยังเป็นคำถามที่เปิดอยู่ ไม่ใช่คำสัญญา

ส่วนต่อไปนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าว การประมูลแบบไล่ปริมาณจะประเมินง่ายที่สุดเมื่อผู้ลงโฆษณารู้อยู่แล้วว่าต้นทุนระดับไหนคือระดับที่สมเหตุสมผลในช่องทางนั้น การโฆษณาใน ChatGPT เริ่มต้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 และ Ads Manager แบบบริการตนเองเพิ่งเปิดให้ธุรกิจในสหรัฐทั้งหมดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ช่องทางที่อายุเท่านี้ยังไม่ให้เกณฑ์เปรียบเทียบต้นทุนที่นิ่งพอสำหรับบัญชีส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่กลยุทธ์แบบไม่มีเป้าหมายต้นทุนควบคุมดูแลได้ยากที่สุดพอดี

การเปลี่ยนแปลงเรื่องที่สอง คือการเลือกพื้นผิวที่จะซื้อ

การกำหนดเป้าหมายระดับแพลตฟอร์มมาในรูปดรอปดาวน์แบบเลือกได้หลายค่า มีสามค่าให้เลือก คือ iOS App, Android App และ Web มีการบันทึกไว้ในบทความศูนย์ช่วยเหลือที่ปรับปรุงภายใน 24 ชั่วโมงก่อนการเก็บข้อมูล และถูกระบุอยู่ในอีเมลอัปเดตผลิตภัณฑ์ฉบับเดียวกับที่แจ้งเรื่องค่าเริ่มต้นของการประมูล

ก่อนจะมีปุ่มควบคุมตัวนี้ การซื้อตำแหน่งโฆษณาในบทสนทนาของ ChatGPT หมายถึงการซื้อทุกพื้นผิวที่ผู้ช่วยตัวนี้ทำงานอยู่ การโฆษณาเริ่มในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยครอบคลุมทั้งมือถือและเดสก์ท็อปตั้งแต่วันแรก และไม่มีวิธีเลือกซื้ออย่างหนึ่งโดยไม่ซื้ออีกอย่าง ค่าเริ่มต้นของฟีเจอร์ใหม่นี้คือการแสดงผลแบบไม่จำกัดพื้นผิว ดังนั้นแคมเปญที่สร้างขึ้นโดยไม่แตะช่องนี้เลยจะทำงานเหมือนที่เคยเป็นมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

หนึ่งในสามค่านั้นเป็นค่ารวม และนี่คือรายละเอียดที่น่าจะทำให้คนซื้อสื่อเข้าใจผิดได้มากที่สุด เอกสารของ OpenAI ระบุชัดว่า Web ครอบคลุมทั้งเว็บบนเดสก์ท็อปและเว็บบนมือถือ ผู้ลงโฆษณาที่อยากเข้าถึงเฉพาะคนที่ใช้โน้ตบุ๊กจึงสั่งแบบนั้นผ่านปุ่มควบคุมนี้ไม่ได้ เพราะการเลือก Web รับเบราว์เซอร์บนโทรศัพท์เข้ามาด้วยพอกัน การแยกที่ทำได้จริงมีเพียงการแยกแอปเนทีฟสองตัวออกจากทุกอย่างที่เหลือ และการแยก iOS ออกจาก Android ภายในชั้นของแอป

ยังมีความไม่ตรงกันของชื่อเรียกระหว่างเอกสารสองฉบับ ศูนย์ช่วยเหลือเรียกช่องนี้ว่า Platforms ส่วนอีเมลอัปเดตผลิตภัณฑ์เรียกว่า Eligible platforms ไม่มีเอกสารฉบับใดยืนยันว่าป้ายกำกับในหน้าจอจริงเขียนว่าอะไร ผู้ที่จะไปหาการตั้งค่านี้จึงควรเผื่อใจไว้ทั้งสองแบบ

ระบบรายงานยังตามการซื้อไม่ทัน

นี่คือข้อควรระวังที่มีประโยชน์ที่สุดของการอัปเดตรอบนี้ OpenAI ระบุว่าหน้า Insights ยังจัดกลุ่มข้อมูลอุปกรณ์เป็น Mobile และ Desktop เท่านั้น โดยเว็บบนมือถือถูกนับรวมอยู่ในกลุ่ม Mobile และบอกว่ารายงานระดับแพลตฟอร์มที่ละเอียดกว่านี้อยู่ในแผน แต่ไม่มีวันที่กำกับไว้

สามค่าเข้าไปทางฝั่งการซื้อ สองค่าออกมาทางฝั่งรายงาน การแสดงผลในแอป iOS กับการแสดงผลในแอป Android ตกลงไปอยู่ในถัง Mobile ถังเดียวกัน ผู้ลงโฆษณาจึงยืนยันจาก Insights ไม่ได้ว่าเงินถูกแบ่งไปที่แอปไหนเท่าไร ส่วนการแสดงผลบนเบราว์เซอร์มือถือ ซึ่งฝั่งการซื้อจัดเป็น Web ก็ตกไปอยู่ในกลุ่ม Mobile เช่นกัน มีเพียงการแสดงผลบนเบราว์เซอร์เดสก์ท็อปเท่านั้นที่ไปโผล่ในแถว Desktop

ผลในทางปฏิบัติคือ ตั้งค่าได้ แต่อ่านผลของการตั้งค่านั้นกลับออกมาจากรายงานของแพลตฟอร์มเองในความละเอียดเดียวกันไม่ได้ เส้นแบ่งของการกำหนดเป้าหมายลากไปตามแกนของแอปพลิเคชัน ส่วนเส้นแบ่งของรายงานลากไปตามแกนของอุปกรณ์ สองเส้นนี้ตัดกัน และผู้ลงโฆษณาก็ถือคันโยกที่ยังไม่มีหน้าปัดวัดผลคู่กัน จนกว่ารายงานที่สัญญาไว้จะมาถึง

ไทม์ไลน์ของการเปลี่ยนแปลง

ตารางด้านล่างเรียงวันที่ที่ปรากฏในรายงานของ PPC Land และในหน้าศูนย์ช่วยเหลือของ OpenAI ที่รายงานนั้นอ้างถึง เทียบกับสิ่งที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน

ไทม์ไลน์ของการเปลี่ยนแปลง
วันที่สิ่งที่เปลี่ยนใน ChatGPT Ads
9 กุมภาพันธ์ 2569เริ่มมีโฆษณาในสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมทั้งมือถือและเดสก์ท็อปตั้งแต่วันแรก โดยผู้ลงโฆษณาไม่มีปุ่มควบคุมระดับแพลตฟอร์ม
5 พฤษภาคม 2569Ads Manager แบบบริการตนเองเปิดให้ธุรกิจในสหรัฐทั้งหมด พร้อมการประมูลแบบต้นทุนต่อคลิก
สัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม 2569หน้าเอกสาร Maximize results ในหมวด Campaign setup บันทึกตราประทับการปรับปรุงล่าสุด
สัปดาห์ที่เริ่ม 17 สิงหาคม 2569อีเมลอัปเดตผลิตภัณฑ์ระบุ Maximize results เป็นลำดับแรกจากหกรายการ และระบบเปิดใช้งานในเม็กซิโกและบราซิล
20 สิงหาคม 2569บทความศูนย์ช่วยเหลือเรื่องการสร้างแคมเปญบันทึกดรอปดาวน์การกำหนดแพลตฟอร์ม และหมายเหตุเรื่องรายงาน Mobile กับ Desktop

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย

เริ่มจากส่วนที่ต้องพูดตรง ๆ ก่อน เอกสารทั้งสองฉบับไม่ได้ระบุว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่เปิดใช้งานโฆษณาใน ChatGPT ตลาดที่ปรากฏในรายงานคือสหรัฐอเมริกา ประเทศในโครงการนำร่องที่แหล่งข่าวระบุไว้ และการขยายไปยุโรปที่มีกำหนดในสัปดาห์ถัดจากวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถ้าคุณซื้อสื่ออยู่ในกรุงเทพฯ นี่ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ลงมือทำอะไรได้ในบัญชี ChatGPT Ads วันนี้ และใครก็ตามที่บอกว่าทำได้ ก็กำลังพูดเกินกว่าที่เอกสารระบุ

สิ่งที่นำมาใช้ต่อได้คือรูปแบบของการเปลี่ยนแปลง และส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าว การตั้งระบบประมูลอัตโนมัติไว้เป็นค่าเริ่มต้นคือทิศทางที่ Google และ Microsoft เดินมาก่อนแล้วในหน้าสร้างแคมเปญของตัวเอง และบทเรียนจากแพลตฟอร์มเหล่านั้นใช้ได้กับกรณีนี้ คือการตั้งค่าที่คุณไม่เคยเลือก ก็ยังเป็นการตั้งค่าที่คุณกำลังใช้งานอยู่ดี การตรวจงานสร้างแคมเปญในบัญชีไทยจึงควรวางโครงรอบช่อง bid strategy เป็นพิเศษ เพราะเป็นช่องที่มีโอกาสถูก กดผ่าน มากกว่าถูกตัดสินใจ

บทเรียนข้อที่สองเป็นเรื่องวินัยด้านการวัดผล แพลตฟอร์มที่ปล่อยปุ่มควบคุมการแสดงผลออกมาก่อนรายงานที่คู่กัน เท่ากับขอให้ผู้ลงโฆษณาลงมือเปลี่ยนสิ่งที่ตรวจสอบไม่ได้ ทีมที่ทำงานด้าน GEO และ AI SEO เจอโจทย์รูปร่างเดียวกันอยู่แล้วในฝั่งออร์แกนิก ที่คำตอบจากผู้ช่วย AI ส่งคนที่มีคุณภาพเข้ามาได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยชัดเจนไว้ในระบบวิเคราะห์แบบเดิม นิสัยที่ช่วยได้ทั้งสองกรณีเหมือนกัน คือก่อนเปลี่ยนการตั้งค่าการแสดงผล ให้เขียนไว้ก่อนว่าคาดว่าตัวเลขไหนจะขยับ แล้วตรวจดูก่อนว่าแพลตฟอร์มรายงานตัวเลขนั้นจริงหรือไม่

สำหรับบัญชีไทยที่ใช้งบกับการค้นหาอยู่ในวันนี้ งานจริงยังอยู่ที่ Google Ads ซึ่งระบบประมูลอัตโนมัติโตเต็มที่แล้ว มีเป้าหมายให้ตั้ง และมีรายงานรองรับเป้าหมายเหล่านั้น การเฝ้าดูว่า ChatGPT Ads ประกอบชุดควบคุมแบบเดียวกันขึ้นมาอย่างไร จึงเป็นการเตรียมตัวมากกว่าเป็นงานเร่งด่วน

สัปดาห์นี้ควรตรวจอะไรถ้ามีสิทธิ์เข้าใช้งาน

  1. เปิดส่วน Bid strategy ของทุก ad group ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม 2569 แล้วบันทึกไว้ว่ากลยุทธ์ที่ทำงานอยู่จริงคืออะไร เพราะการเลือกล่วงหน้ามีผลกับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข
  2. ตัดสินใจเป็นลายลักษณ์อักษรว่าแคมเปญไหนอนุญาตให้วิ่งโดยไม่มีเพดานราคาประมูลได้ เพราะ Manual: Max bid คือเส้นทางเดียวที่มีเอกสารรองรับสำหรับการกำหนดเพดานแบบตายตัว
  3. เพิ่มช่อง bid strategy เข้าไปในเช็กลิสต์การสร้าง ad group เพราะไม่มีการตั้งค่าระดับบัญชีมาช่วยจำแทนคุณ
  4. ก่อนใช้การกำหนดเป้าหมายระดับแพลตฟอร์ม ให้ยืนยันก่อนว่ามีการวัดคอนเวอร์ชันของแต่ละพื้นผิวอยู่จริงหรือไม่ แล้วตรวจว่ารายงานที่คุณตั้งใจใช้ตัดสินผลนั้นมีอยู่จริง เพราะ Insights คืนค่ามาแค่ Mobile กับ Desktop

สิ่งที่แหล่งข่าวไม่ได้บอก

  • ad group เดิมที่ทำงานอยู่จะได้รับผลกระทบหรือไม่ เอกสารพูดถึงการเลือกล่วงหน้าสำหรับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข และไม่ได้พูดถึงการเปลี่ยนกลยุทธ์ของ ad group ที่รันอยู่แล้ว
  • เป้าหมายด้านประสิทธิภาพต้นทุนจะมาเมื่อใด เอกสารใช้คำว่า at this time และไม่มีการประกาศกรอบเวลา
  • รายงานระดับแพลตฟอร์มที่ละเอียดกว่านี้จะมาเมื่อใด OpenAI บอกว่าอยู่ในแผน แต่ไม่ระบุวัน
  • การเลือกแพลตฟอร์มแก้ไขได้หรือไม่หลังแคมเปญเริ่มทำงานแล้ว ซึ่งทำให้ยังไม่ชัดว่าการแยกพื้นผิวต้องสร้างแคมเปญซ้ำหรือไม่
  • ป้ายกำกับของช่องนี้ในหน้าจอจริงเขียนว่าอะไร ในเมื่อศูนย์ช่วยเหลือกับอีเมลใช้ชื่อคนละชื่อ

คำถามที่พบบ่อย

โฆษณาบน ChatGPT เปิดใช้งานในประเทศไทยแล้วหรือยัง

แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่เปิดใช้งาน และไม่มีเอกสารฉบับใดเอ่ยถึงไทย รายงานครอบคลุมการเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ตลาดนำร่องรวมถึงเม็กซิโกและบราซิลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 และการขยายไปยุโรปที่มีกำหนดในสัปดาห์ถัดมา ควรถือว่าการเปิดใช้งานในไทยยังไม่มีการยืนยัน จนกว่า OpenAI จะระบุเอง

ตอนนี้ต้องทำอะไรหรือไม่

ต้องทำก็ต่อเมื่อคุณสร้าง ad group ใน ChatGPT Ads Manager Beta ซึ่งกรณีนั้นให้เข้าไปตรวจส่วน Bid strategy ของทุก ad group ใหม่ นอกจากนั้นวันนี้ยังไม่มีอะไรต้องเปลี่ยน คุณค่าของข่าวนี้สำหรับผู้ลงโฆษณาไทยคือรูปแบบของการตั้งค่าเริ่มต้นแบบอัตโนมัติที่ได้รับการยืนยันอีกครั้ง ไม่ใช่งานที่ต้องลงมือในบัญชี

Maximize results คุมต้นทุนต่อคอนเวอร์ชันหรือ ROAS ให้ได้ตามเป้าหรือไม่

ไม่ได้ OpenAI ระบุว่ากลยุทธ์นี้ให้ความสำคัญกับปริมาณผลลัพธ์ และไม่รับประกันการแสดงผลให้ได้ตามเป้าหมาย CPA, CPC, ROAS หรือเป้าหมายด้านประสิทธิภาพต้นทุนอื่นใดในเวลานี้ ผู้ที่ต้องการเพดานราคาประมูลแบบตายตัวถูกแนะนำให้ใช้ Manual: Max bid แทน

ใช้ปุ่มควบคุมใหม่เพื่อยิงเฉพาะเดสก์ท็อปได้หรือไม่

ไม่ได้ เพราะในเอกสารของ OpenAI ค่า Web ครอบคลุมทั้งเว็บบนเดสก์ท็อปและเว็บบนมือถือ การแยกที่สั่งได้จริงมีเพียงการแยกแอปเนทีฟสองตัวออกจากส่วนที่เหลือ และการแยก iOS ออกจาก Android

ad group ที่มีอยู่เดิมจะถูกเปลี่ยนเป็นกลยุทธ์ใหม่โดยอัตโนมัติหรือไม่

แหล่งข่าวไม่ได้บอกไว้ พฤติกรรมที่มีเอกสารรองรับคือการเลือกล่วงหน้าสำหรับ ad group ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข และไม่มีเนื้อหาส่วนใดอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไปมีผลกับ ad group ที่รันอยู่แล้ว ถ้าคุณดูแลบัญชี ChatGPT Ads อยู่ การเข้าไปตรวจเองเร็วกว่ารอคำชี้แจง

ถ้าอยากให้มีคนช่วยดูอีกสายตาว่าค่าเริ่มต้นของระบบประมูลอัตโนมัติกำลังทำอะไรกับบัญชีเสิร์ชและช่องทาง AI ของคุณ ทีมงานของเราตรวจโครงสร้างบัญชี กลยุทธ์การประมูล และการวัดผลไปพร้อมกัน ไม่ใช่แยกทีละส่วน ทักมาคุยกันได้ แล้วเราจะเริ่มจากสิ่งที่บัญชีของคุณตั้งค่าไว้จริง

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: