A retail marketer reviewing holiday campaign figures on a laptop with a product feed dashboard open beside a printed survey footnote page.

คู่มือเทศกาลช้อปปิ้งของ Google ชูตัวเลขใช้ AI 61% ซึ่งแปลว่านักช้อปสองในห้ายังไม่ได้ใช้เลย

อีคอมเมิร์ซAugust 23, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • ตัวเลขการใช้ AI 61% ในคู่มือของ Google มาจากงานวิจัย Ipsos Holiday Shopping ที่ Google ว่าจ้าง เก็บจากผู้บริโภคสหรัฐ 8,237 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป ระหว่างตุลาคม 2568 ถึงมกราคม 2569
  • ตัวเลข 94% ที่ Google ชูขึ้นหัวอีเมลวัดความพึงพอใจของผู้ที่ใช้ AI อยู่แล้ว ไม่ใช่อัตราการใช้งาน และคู่มืออ้างอิงไปที่งาน Google I/O แทนที่จะเป็นแบบสำรวจ
  • แบบสำรวจ Ipsos Consumer Continuous จากผู้ตอบ 2,241 คนในสิบหกตลาด เมื่อมกราคม 2569 พบว่า 64% เสียดายที่ไม่ได้ใช้ AI มากกว่านี้ โดยกลุ่มตัวอย่างไม่ได้ถ่วงน้ำหนักตามขนาดประชากร
  • คู่มือของ Google ระบุว่า Etsy ทำยอดขายรวมสินค้าโต 36% เมื่อเทียบปีต่อปีในเทศกาลช้อปปิ้งปี 2568 โดยส่วนหนึ่งมาจาก AI Max แต่ไม่ได้ระบุกรอบเวลาการวัดผลหรือกลุ่มควบคุม
  • PPC Land รายงานเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ว่าข้ออ้างผู้ใช้ AI Overviews 2.5 พันล้านคนต่อเดือนถูกอ้างอิงไปยังกลุ่มตัวอย่าง Ipsos เพียง 1,275 คน ซึ่งผลิตตัวเลขระดับแพลตฟอร์มไม่ได้

Google ส่งคู่มือเทศกาลช้อปปิ้งสำหรับธุรกิจค้าปลีกปี 2569 ให้ผู้ลงโฆษณาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ภายใต้หัวข้ออีเมล "Lead the AI-driven holiday shift" และเปิดเอกสารด้วยการต้อนรับผู้อ่านเข้าสู่สิ่งที่คู่มือเรียกว่าเทศกาลช้อปปิ้งครั้งแรกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตัวเลขการใช้งานที่คู่มือชูขึ้นมาเป็นอันดับแรกคือ 61% ซึ่งเป็นสัดส่วนของนักช้อปที่ใช้แพลตฟอร์มหรือฟีเจอร์ AI ในเทศกาลช้อปปิ้งปีที่แล้ว ตามผลสำรวจของ Ipsos ที่ Google เป็นผู้ว่าจ้าง คู่มือวางตัวเลขนี้ไว้ในฐานะหลักฐานว่าการเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าอ่านกลับด้าน ตัวเลขเดียวกันบอกว่านักช้อปราวสองในห้าคนไม่ได้ใช้ AI เลย PPC Land ซึ่งได้เอกสารฉบับนี้มาและไล่ตรวจรายการอ้างอิงทั้งหมด รายงานเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ว่าเชิงอรรถที่รองรับตัวเลขหลักหลายตัวไม่ตรงกับข้อความที่ตัวเลขเหล่านั้นถูกใช้สนับสนุน อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ที่ PPC Land

เอกสารฉบับนี้ใช้ชื่อว่า Supercharge your business this season ซึ่งเป็นคู่มือสำหรับนักการตลาดค้าปลีกในเทศกาลช้อปปิ้งที่ขับเคลื่อนด้วย AI ประจำปี 2569 จัดทำร่วมกับ YouTube และระบุเดือนสิงหาคม 2569 ไว้บน Think with Google เนื้อหาแบ่งเป็นสามบท ได้แก่ พฤติกรรมผู้บริโภค รายการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ Google เรียกว่า Commerce 4 และกรณีศึกษาลูกค้าสามราย คำว่าครั้งแรกในการเปิดเรื่องนั้นขัดกับประวัติของ Google เอง เพราะบริษัทเปิดใช้ agentic checkout และการช้อปปิ้งแบบสนทนาบน Search และแอป Gemini มาตั้งแต่เทศกาลปี 2568 พร้อมกับออกคู่มือ Holiday Essentials แยกอีกฉบับในเดือนพฤศจิกายน 2568

ตัวเลข 61% นับอะไรกันแน่

สถิติเปิดเรื่องของคู่มือคือนักช้อป 61% ใช้แพลตฟอร์มหรือฟีเจอร์ AI ในเทศกาลช้อปปิ้งปีที่ผ่านมา เชิงอรรถชี้ไปที่งานวิจัย Ipsos Holiday Shopping ที่ Google ว่าจ้าง เก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 จากผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา 8,237 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีกิจกรรมช้อปปิ้งช่วงเทศกาลภายในสองวันก่อนหน้าที่ถูกสัมภาษณ์

ทุกส่วนของฐานตัวอย่างนี้มีน้ำหนัก ประเทศที่สำรวจคือสหรัฐอเมริกา ตัวเลขจึงไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับตลาดอื่น เงื่อนไขคัดกรองคือกิจกรรมช้อปปิ้งภายในกรอบสองวัน กลุ่มตัวอย่างจึงเป็นคนที่กำลังช้อปอยู่จริงในจังหวะที่ถูกถาม ไม่ใช่ประชากรผู้ใหญ่ทั่วไป และช่วงเก็บข้อมูลกินเวลาสี่เดือนคร่อมช่วงพีคของเทศกาลกับช่วงหลังเทศกาล เงื่อนไขทั้งสามข้อนี้ถ้าเปลี่ยนข้อใดข้อหนึ่งตัวเลขก็ขยับ และไม่มีข้อไหนที่จะหายไปได้ด้วยการปัดเศษหรือด้วยการยกตัวเลขไปพูดลอย ๆ

ตัวเลขอีกตัวที่อยู่ใกล้เรื่องการใช้งานมาจากคนละงานวิจัย คู่มือระบุว่านักช้อปช่วงเทศกาลที่ถูกสำรวจ 64% รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ใช้ AI ให้มากกว่านี้ ข้อมูลมาจากแบบสำรวจ Ipsos Consumer Continuous ที่เก็บในเดือนมกราคม 2569 ครอบคลุมสิบหกตลาด ผู้ตอบ 2,241 คน หมายเหตุแหล่งที่มาระบุว่ากลุ่มตัวอย่างนี้ไม่ได้ถ่วงน้ำหนักตามขนาดประชากร กลุ่มตัวอย่างรวมสิบหกตลาดที่ไม่ได้ถ่วงน้ำหนักจึงอ่านเป็นค่าเฉลี่ยระดับโลกไม่ได้ และ PPC Land รายงานข้อจำกัดนี้ตามที่ปรากฏในเอกสาร ไม่ใช่จากการตีความเพิ่ม

ตัวเลขที่ Google เอาขึ้นหัวอีเมลเป็นอีกตัวหนึ่ง ตามเนื้อความในอีเมล นักช้อปช่วงเทศกาลในสหรัฐอเมริกาที่ใช้ AI จำนวน 94% มองว่าเครื่องมือ ทรัพยากร หรือเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI มีคุณค่าต่อการช้อปปิ้งของตน ฐานของตัวเลขนี้คือกลุ่มผู้ที่ใช้งานแล้ว มันวัดความพึงพอใจของคนที่ใช้ AI อยู่ก่อนแล้ว และไม่ได้บอกว่าคนกลุ่มนั้นมีกี่คน เมื่อวางคู่กับ 61% ตัวเลขสองตัวนี้อธิบายตลาดที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่พอใจ ขณะที่นักช้อปราวสองในห้ายังไม่ได้เป็นผู้ใช้เลย การหยิบ 94% ไปพูดโดยไม่บอกฐาน คือวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะเปลี่ยนคู่มือฉบับนี้ให้กลายเป็นข้ออ้างที่มันไม่ได้พูด

ตัวเลขเส้นทางผู้ซื้อ และประโยคที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลขนั้น

ข้อค้นพบเชิงพฤติกรรมสองข้อรองรับเนื้อหาบทแรก ข้อแรกคือผู้ใช้สามในสี่บอกว่า AI Mode หรือ AI Overviews ช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้นและมั่นใจขึ้น ข้อมูลมาจากแบบสำรวจ Ipsos Global Consumer Journeys ที่เก็บจากนักช้อปออนไลน์ 13,189 คนใน 25 ประเทศ เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ข้อที่สองคือ นักช้อปที่ใช้แพลตฟอร์ม AI ระหว่างเส้นทางการซื้อมีปฏิสัมพันธ์กับจุดสัมผัสมากกว่าคนที่ไม่ใช้ 2.8 เท่า โดยเปรียบเทียบระหว่างผู้ใช้ AI 14,305 คนกับผู้ไม่ใช้ 21,881 คนในการเก็บข้อมูลรอบเดียวกันของเดือนธันวาคม 2568

หัวข้อของบทเขียนไว้ว่า AI doesn't cut the journey short. It expands the horizon. คู่มือระบุชัดว่าสิ่งที่ถูกขจัดออกไปไม่ใช่จำนวนจุดสัมผัส แต่เป็นสิ่งที่คู่มือเรียกว่าความหงุดหงิดในการหาคำตอบที่ดี และเมื่อนักช้อปเดินทางมาถึงเว็บไซต์ของร้านค้า การตัดสินใจก็เกิดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว ประโยคหลังนี่แหละคือประโยคที่มีผลจริงกับคนที่ดูแลงาน การตลาดอีคอมเมิร์ซ เพราะมันอธิบายภาพของลูกค้าที่มาถึงหน้าร้านพร้อมคำตอบในใจ โดยทำการเปรียบเทียบเสร็จไปแล้วในพื้นที่ที่ร้านค้าไม่ได้เป็นเจ้าของ

ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าว จุดสัมผัสที่มากขึ้น 2.8 เท่าไม่ได้ขัดแย้งกับการที่ร้านค้ารายใดรายหนึ่งได้ทราฟฟิกน้อยลง หากจุดสัมผัสที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดขึ้นภายในพื้นที่ของ Google เอง คำอธิบายของคู่มือที่ว่านักช้อปตรวจสอบและยืนยันตัวเลือกก่อนจะมาถึงเว็บไซต์ก็ชี้ไปทางนั้น PPC Land ตั้งข้อสังเกตแบบเดียวกัน โดยระบุว่าตัวเลขอัตราการคลิกที่ลดลงในฝั่งผู้เผยแพร่เนื้อหา กับข้ออ้างเรื่องจุดสัมผัสที่ขยายตัวของ Google สามารถเป็นจริงพร้อมกันได้

จุดที่เชิงอรรถเลิกตรงกับข้อความ

คู่มือระบุว่า AI Overviews มีผู้ใช้ต่อเดือนเกิน 2.5 พันล้านคน และ AI Mode บน Search มีผู้ใช้ต่อเดือนเกินหนึ่งพันล้านคน ตามรายงานของ PPC Land ตัวเลข 2.5 พันล้านมีเชิงอรรถชี้ไปที่แบบสำรวจหลังเทศกาลของ Ipsos ที่เก็บจากผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา 1,275 คน อายุ 18 ถึง 64 ปี ที่ช้อปออนไลน์ในเทศกาลปี 2568 กลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคขนาด 1,275 คนไม่มีทางผลิตตัวเลขจำนวนผู้ใช้ทั้งแพลตฟอร์มออกมาได้ และ PPC Land รายงานความไม่ตรงกันนี้ในฐานะข้อค้นพบเกี่ยวกับตัวเอกสาร ไม่ใช่เกี่ยวกับตัวเลขจริง

ตัวเลข AI Mode ที่อยู่ติดกันมีเชิงอรรถชี้ไปที่งาน Google I/O ซึ่งเป็นเวทีที่ตัวเลขนั้นถูกเปิดเผยจริง ความคลาดเคลื่อนแบบเดียวกันโผล่อีกครั้งในหน้าถัดไป ตรงที่สถิติ 94% เรื่องเครื่องมือที่มีคุณค่าก็ถูกอ้างอิงไปที่งาน Google I/O แทนที่จะเป็นแบบสำรวจ PPC Land ประเมินว่าคำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือรายการอ้างอิงเลื่อนไปหนึ่งลำดับ มากกว่าจะเป็นการอ้างแหล่งที่มาผิดโดยเจตนา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเอกสารที่เผยแพร่ออกไปคือสิ่งที่ผู้ลงโฆษณาได้รับ

ตัวเลขระดับแพลตฟอร์มทั้งสองตัวมีเอกสารยืนยันจากที่อื่นอยู่แล้ว Google ยืนยันหลักหมายผู้ใช้ AI Mode หนึ่งพันล้านคนต่อเดือนเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ส่วนตัวเลข 2.5 พันล้านของ AI Overviews ปรากฏอยู่ในเอกสารประกอบ Search Console ของ Google เองในส่วนที่ให้เจ้าของเว็บไซต์เลือกออกจากทั้งสองพื้นที่ ตัวเลขจึงไม่ใช่ประเด็น รายการอ้างอิงต่างหากที่เป็น

Etsy กับคำว่าบางส่วน

Etsy คือกรณีศึกษาที่คู่มือชูเป็นตัวเอก ตามเนื้อหาในคู่มือ มาร์เก็ตเพลสรายนี้ใช้ AI Max for Search campaigns ในการตีความเจตนาของผู้ซื้อและปรับพาดหัวโฆษณาให้เข้ากับผู้ซื้อโดยอัตโนมัติ ควบคู่กับวิดีโอ YouTube แบบช้อปได้ ในเทศกาลช้อปปิ้งปี 2568 Etsy ทำยอดขายรวมของสินค้าเติบโต 36% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยส่วนหนึ่งถูกระบุว่ามาจาก AI Max ผ่านโฆษณา Search ที่ไม่ใช่คำค้นแบรนด์ ขณะที่ยังรักษาเป้าหมายผลตอบแทนที่เข้มงวดไว้ได้ คู่มือยังระบุว่าการผสมระหว่างโครงสร้างข้อมูลของ Etsy กับ AI Max หนุนให้การได้ผู้ซื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 21%

คำว่าส่วนหนึ่งในประโยคนั้นเป็นคำของ Google เอง คู่มือใช้คำว่า partially attributed และ PPC Land รายงานว่ากรณีศึกษาทั้งสามรายในเอกสารไม่มีรายใดระบุกรอบเวลาการวัดผล กลุ่มควบคุม หรือวิธีการวัดผลเชิงส่วนเพิ่ม สิ่งที่มีหลักฐานจึงเป็นการเปรียบเทียบยอดปีต่อปีที่มีปัจจัยร่วมหนึ่งตัวถูกเอ่ยชื่อ สิ่งที่ไม่มีหลักฐานคือ 36% นั้นมาจากเครื่องมือเท่าไร สถานการณ์เปรียบเทียบคืออะไร และเปรียบเทียบกันในช่วงเวลาไหน ใครก็ตามที่เอาตัวเลขนี้ไปพูดว่าเป็นผลงานของ AI Max กำลังเติมข้ออ้างเชิงสาเหตุที่ต้นทางไม่ได้พูดไว้

กรณีศึกษาอีกสองรายเป็นรูปแบบเดียวกัน คู่มือระบุว่า Wall Blush มียอดคอนเวอร์ชันเพิ่ม 98% เมื่อเทียบปีต่อปี อัตราการคลิกเพิ่ม 13% และรายได้เพิ่ม 111% หลังใช้วิดีโอ Demand Gen ร่วมกับฟีดสินค้าใน Performance Max ส่วน Nex Playground ถูกอธิบายว่าทำยอดขายเพิ่มเป็นสามเท่าเมื่อเทียบปีต่อปีผ่าน YouTube Connected TV และ Demand Gen ทั้งสองรายไม่มีกรอบเวลาการวัดผลและไม่มีกลุ่มควบคุมเช่นกัน

สถิติผลงานของ AI Max ยังเป็นที่ถกเถียงมากกว่าที่คู่มือทำให้เห็น

ข้ออ้างด้านผลงานของคู่มือเองคือ ผู้ลงโฆษณาที่นำ AI Max มาใช้ใน Search หรือใน Performance Max เห็นคอนเวอร์ชันหรือมูลค่าคอนเวอร์ชันบน Search เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15% ที่ต้นทุนต่อการได้ลูกค้าหรือผลตอบแทนใกล้เคียงเดิม โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีงบประมาณพอที่จะรองรับมูลค่าส่วนเพิ่มนั้น PPC Land รายงานฐานของตัวเลขไว้ว่า ข้อมูลตั้งต้นครอบคลุมวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 12 มีนาคม 2569 และจำกัดเฉพาะผู้ลงโฆษณาที่ไม่ใช่กลุ่มค้าปลีก ซึ่งมีคอนเวอร์ชันจากโฆษณาข้อความบน Search อย่างน้อย 30% ผ่านชุดฟีเจอร์ AI Max แบบเต็ม พูดอีกอย่างคือคู่มือสำหรับค้าปลีกกำลังอ้างผลวัดที่จำกัดอยู่กับบัญชีที่ไม่ใช่ค้าปลีก

ผลการวัดจากภายนอกออกมาคนละทาง PPC Land อ้างถึงการวิเคราะห์ของ Smarter Ecommerce ที่ดูแคมเปญค้าปลีกกว่า 250 แคมเปญเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 แล้วพบว่าคอนเวอร์ชันมาที่ผลตอบแทนจากค่าโฆษณาต่ำกว่าการจับคู่คำค้นแบบดั้งเดิมราว 35% และอ้างถึงรายงานของ Lunio ที่พบว่าแคมเปญ Search แบบ AI Max ในกลุ่มค้าปลีกมีทราฟฟิกที่ไม่ถูกต้องสูงกว่าค่าเฉลี่ยของแพลตฟอร์ม 72% คิดเป็น 68% ของคลิกที่ไม่ถูกต้องทั้งหมดในชุดข้อมูลของบริษัท ข้ออ้างหลักของ Google เกี่ยวกับ AI Max เองก็ขยับไปมา จาก 14% ตอนเปิดตัวเดือนพฤษภาคม 2568 มาเป็น 7% สำหรับชุดฟีเจอร์เต็มตอนประกาศยุติ Dynamic Search Ads ในเดือนเมษายน 2569 และมาเป็น 15% ในคู่มือฉบับนี้ภายใต้คำนิยามคนละแบบ

ตัวเลข 37% ที่ Google เอาขึ้นหัวอีเมลก็ควรถูกอ่านด้วยวิธีเดียวกัน ตามคู่มือ โมเดล marketing mix ที่ TransUnion รันในสหรัฐอเมริกาพบว่าการรันแคมเปญ Google Search กับ YouTube พร้อมกันให้ผลตอบแทนจากค่าโฆษณาสูงกว่าสื่ออื่นทั้งหมดรวมกัน 37% หมายเหตุแหล่งที่มาอธิบายว่าเป็นการวิเคราะห์อภิมานและการจำลองผลเสริมกันข้ามทุกกลุ่มธุรกิจ อ้างอิงจากงานวิจัย 40 ชิ้นและโมเดลกว่า 800 โมเดล ครอบคลุมไตรมาสแรกของปี 2567 ถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 นี่คือการจำลอง ไม่ใช่การทดลองแบบมีกลุ่มควบคุม และเป็นการเทียบกับสื่ออื่นทั้งหมดที่ถูกรวมเป็นก้อนเดียว ไม่ใช่เทียบกับทางเลือกที่ระบุชื่อ

จังหวะเวลามีผลกับคนที่ดูแลบัญชี Google Ads อยู่ตอนนี้ แคมเปญที่เปิดใช้ automatically created assets หรือการตั้งค่า broad match ระดับแคมเปญจะถูกแปลงเป็น AI Max for Search ในวันที่ 1 กันยายน 2569 ส่วนการเปลี่ยนวิธีปรับเป้าหมายการเสนอราคาเริ่มทยอยปล่อยตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยดันแคมเปญ Target CPA และ Target ROAS ที่ติดเพดานงบให้วิ่งเข้าหาเป้าหมายที่ตั้งไว้ ครอบคลุม Search, Shopping, Performance Max, Demand Gen และ Travel คำแนะนำในคู่มือที่ให้ใช้งบแบบยืดหยุ่นจึงมาถึงในไตรมาสที่กลไกการเสนอราคาของแคมเปญที่ติดเพดานงบเพิ่งเปลี่ยนไป

ตัวเลขหลักทุกตัวพร้อมฐานของมัน

ตารางด้านล่างวางตัวเลขที่คู่มือชูขึ้นมาไว้คู่กับสิ่งที่ตัวเลขนั้นวัดจริงและกลุ่มตัวอย่างที่อยู่เบื้องหลัง ตามที่ PPC Land บันทึกเชิงอรรถไว้ การอ่านแถวใดแถวหนึ่งโดยตัดคอลัมน์ที่สามออกจะได้ความหมายคนละเรื่อง

ตัวเลขหลักทุกตัวพร้อมฐานของมัน
ตัวเลขวัดอะไรฐานตัวอย่าง ช่วงเก็บข้อมูล และหมายเหตุ
61%นักช้อปที่ใช้แพลตฟอร์มหรือฟีเจอร์ AI ในเทศกาลช้อปปิ้งปีที่แล้วงานวิจัย Ipsos Holiday Shopping ผู้บริโภคสหรัฐ 8,237 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป เก็บข้อมูลตุลาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 คัดกรองด้วยการช้อปช่วงเทศกาลภายในสองวันก่อนหน้า
94%ความพึงพอใจของผู้ที่ใช้งานแล้ว ไม่ใช่อัตราการใช้งาน คือผู้ใช้ AI ที่มองว่าเครื่องมือ AI มีคุณค่าต่อการช้อปนักช้อปช่วงเทศกาลในสหรัฐที่ใช้ AI คู่มืออ้างอิงไปที่งาน Google I/O แทนที่จะเป็นแบบสำรวจ
64%นักช้อปช่วงเทศกาลที่เสียดายว่าน่าจะใช้ AI ให้มากกว่านี้Ipsos Consumer Continuous ผู้ตอบ 2,241 คนจากสิบหกตลาด เดือนมกราคม 2569 ไม่ได้ถ่วงน้ำหนักตามขนาดประชากร
2.8 เท่าจุดสัมผัสของผู้ใช้ AI เทียบกับผู้ไม่ใช้ผู้ใช้ AI 14,305 คน เทียบกับผู้ไม่ใช้ 21,881 คน จาก Ipsos Global Consumer Journeys เดือนธันวาคม 2568
36%ยอดขายรวมสินค้าของ Etsy ที่โตขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี โดยส่วนหนึ่งระบุว่ามาจาก AI Maxเทศกาลช้อปปิ้งปี 2568 คู่มือไม่ได้ระบุกรอบเวลาการวัดผล กลุ่มควบคุม หรือวิธีวัดผลเชิงส่วนเพิ่ม

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย

ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าว และประเด็นแรกคือข้อจำกัด งานวิจัยเฉพาะช่วงเทศกาลในคู่มือครอบคลุมสหรัฐอเมริกา ส่วนคำถามเรื่องเส้นทางผู้ซื้อและความไว้วางใจครอบคลุมค่าเฉลี่ยรวมสูงสุด 25 ตลาด ไม่มีจุดใดในเอกสารที่แยกข้อมูลของประเทศไทยออกมา และ PPC Land ระบุว่างานวิจัยผู้บริโภคเหล่านี้ไม่ได้ถ่วงน้ำหนักตามขนาดประชากร ผู้ค้าปลีกไทยที่อ่านตัวเลข 61% กำลังอ่านอัตราการใช้งานของสหรัฐที่เก็บจากนักช้อปสหรัฐ และไม่มีวิธีใดที่จะแปลงมันเป็นตัวเลขของไทยได้อย่างมีเหตุผลรองรับ

เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าคู่มือไร้ประโยชน์กับตลาดไทย มันแค่ย้ายจุดที่มีประโยชน์ไปอยู่ที่อื่น คำถามที่โอนย้ายมาใช้ได้จริงไม่ใช่ว่าจะเชื่อตัวเลขการใช้งานระดับโลกหรือไม่ แต่คือฟีดและเนื้อหาแบบไหนที่ขยับการมองเห็นบนพื้นที่ AI ได้จริง เพราะงานส่วนนั้นทดสอบได้ในบัญชีไทยภายในไตรมาสนี้ไม่ว่าผลสำรวจจะบอกอะไร ข้อมูลสินค้ากลายเป็นตัวกำหนดตำแหน่งการแสดงผลพร้อมกันทั้งใน Shopping ads รายการใน AI Mode ใน AI Overviews และในแอป Gemini ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของการทำข้อมูลให้ถูกต้องกระจุกตัวสูงขึ้น PPC Land อ้างถึงงานวิจัยของ Productrise ที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งพบว่า AI Mode แสดงรายการสินค้าจาก Shopping น้อยกว่าผลการค้นหาแบบเดิมถึง 95% ยิ่งทำให้การได้ปรากฏตัวมีค่ามากขึ้น

สิ่งที่ควรตรวจสามข้อมาจากปฏิทิน ไม่ได้มาจากผลสำรวจ ข้อแรก ตรวจว่ามีแคมเปญที่ยังรันอยู่ตัวไหนใช้ automatically created assets หรือการตั้งค่า broad match ระดับแคมเปญบ้าง เพราะแคมเปญเหล่านั้นจะถูกแปลงเป็น AI Max for Search ในวันที่ 1 กันยายน 2569 ข้อสอง ดูว่าแคมเปญ Target CPA และ Target ROAS ที่ติดเพดานงบมีพฤติกรรมการใช้งบเปลี่ยนไปหรือไม่หลังวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ข้อสาม ตรวจความครบถ้วนของแอตทริบิวต์ในฟีดเทียบกับ conversational attributes ที่ Google เปิดตัวในงาน Google Marketing Live เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ซึ่งส่งคำถามคำตอบของลูกค้า ตัวเลือกรุ่นสินค้า และกรณีการใช้งานเข้าไปให้โมเดลของ Google โดยตรง ทีมที่กำลังทำเนื้อหาให้เครื่องมือตอบคำถามอ่านงานฟีดและเนื้อหาชุดเดียวกันนี้เป็นแกนปฏิบัติของ การทำ GEO ได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ตัวเลข 61% แปลว่านักช้อปส่วนใหญ่ใช้ AI ช้อปแล้วใช่ไหม

แปลว่า 61% ของกลุ่มตัวอย่างในสหรัฐกลุ่มหนึ่งบอกว่าตัวเองใช้แพลตฟอร์มหรือฟีเจอร์ AI ในเทศกาลช้อปปิ้งปีที่แล้ว ซึ่งเหลืออีกราวสองในห้าที่ไม่ได้ใช้ กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริโภค 8,237 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป คัดกรองด้วยการช้อปช่วงเทศกาลภายในสองวันก่อนหน้า เก็บข้อมูลระหว่างตุลาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 มันเป็นเสียงข้างมาก และยังห่างจากคำว่าทุกคนอยู่มาก

มีข้อมูลส่วนไหนแยกเป็นของประเทศไทยบ้างไหม

ไม่มี และแหล่งข่าวไม่ได้พูดถึงประเทศไทยเลย คำถามเรื่องเทศกาลถามเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ส่วนคำถามเรื่องเส้นทางผู้ซื้อและความไว้วางใจรวมสูงสุด 25 ตลาดเข้าเป็นค่าเฉลี่ยเดียว และหมายเหตุแหล่งที่มาของคู่มือเองระบุว่ากลุ่มตัวอย่างไม่ได้ถ่วงน้ำหนักตามขนาดประชากร การอ่านตัวเลขเหล่านี้เข้ากับตลาดไทยจึงเป็นการอนุมาน ไม่ใช่ข้อมูล

AI Max ทำให้ยอดขายรวมสินค้าของ Etsy โต 36% ใช่หรือไม่

คู่มือไม่ได้พูดแบบนั้น และบทความนี้ก็จะไม่พูดแบบนั้นเช่นกัน คู่มือระบุว่าการเติบโต 36% เมื่อเทียบปีต่อปีในเทศกาลช้อปปิ้งปี 2568 มีส่วนหนึ่งที่ระบุว่ามาจาก AI Max PPC Land รายงานว่ากรณีศึกษานี้ไม่มีกรอบเวลาการวัดผล ไม่มีกลุ่มควบคุม และไม่มีการระบุวิธีวัดผลเชิงส่วนเพิ่ม ขนาดของส่วนที่ AI Max มีส่วนร่วมจึงไม่มีใครทราบ

สัปดาห์นี้ต้องแก้อะไรในบัญชีหรือเปล่า

ต้องแก้ก็ต่อเมื่อเส้นตายเดือนกันยายนเกี่ยวข้องกับบัญชีของคุณ แคมเปญที่ใช้ automatically created assets หรือการตั้งค่า broad match ระดับแคมเปญจะถูกแปลงเป็น AI Max for Search ในวันที่ 1 กันยายน 2569 จึงควรตรวจตอนนี้มากกว่าจะไปตรวจเดือนตุลาคม ส่วนการเปลี่ยนวิธีปรับเป้าหมายการเสนอราคาที่เริ่มเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 มีผลกับแคมเปญ Target CPA และ Target ROAS ที่ติดเพดานงบ และกำลังเดินหน้าอยู่แล้ว

ทำไมรายการอ้างอิงของคู่มือถึงถูกตั้งข้อสังเกต

เพราะ PPC Land พบตัวเลขที่เชิงอรรถชี้ไปยังแหล่งที่ผลิตตัวเลขนั้นไม่ได้ รวมถึงข้ออ้างผู้ใช้ต่อเดือน 2.5 พันล้านคนที่อ้างอิงไปยังกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภค 1,275 คน PPC Land อ่านว่าน่าจะเป็นรายการอ้างอิงที่เลื่อนไปหนึ่งลำดับมากกว่าจะเป็นการอ้างแหล่งที่มาผิดโดยตั้งใจ ส่วนตัวเลขระดับแพลตฟอร์มที่แท้จริงนั้น Google มีเอกสารยืนยันไว้ที่อื่นอยู่แล้ว

ถ้าคุณขายของออนไลน์ในไทยและอยากได้คำตอบชัด ๆ ว่าผลิตภัณฑ์และการปรับฟีดชุดไหนคุ้มค่าที่จะลงมือก่อนเข้าไตรมาสสี่ แทนที่จะได้แค่บทสรุปของคู่มือจากผู้ขายแพลตฟอร์ม ตอนนี้คือจังหวะที่ควรคุยกัน เพราะเส้นตายเดือนกันยายนยังอยู่ข้างหน้า

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: