Google แจ้งผู้ค้าเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 ว่าการเปลี่ยนแปลงรายงานประสิทธิภาพใน Merchant Center สี่รายการจะมีผลวันที่ 24 สิงหาคม 2026 และผลลัพธ์แรกที่จะเห็นคือตัวเลขทราฟฟิก Organic ที่รายงานจะลดลง Search Engine Roundtable รายงานประกาศนี้เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ในเนื้อข่าวเรื่อง การอัปเดตรายงานประสิทธิภาพของ Merchant Center โดยคลิกจาก YouTube บนสินค้าที่เข้าเกณฑ์รับค่าคอมมิชชันจะถูกย้ายออกจากกลุ่ม Organic ไปอยู่ในหมวด YouTube affiliate ที่ตั้งขึ้นใหม่ และ Google บอกผู้ค้าให้เตรียมรับการลดลงครั้งเดียวอย่างมีนัยสำคัญของทราฟฟิก Organic ที่รายงาน
สี่รายการที่ Google ระบุ
ประกาศวันที่ 11 สิงหาคม 2026 แบ่งออกเป็นสี่รายการ สามรายการมีผลวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ส่วนรายการที่สี่ยังไม่มีวันที่
รายการแรกคือการย้ายคลิกจาก YouTube บนสินค้าที่เข้าเกณฑ์รับค่าคอมมิชชันออกจาก Organic ไปยังหมวด YouTube affiliate ใหม่ Google ระบุว่าผู้ค้าควรคาดหมายการลดลงครั้งเดียวอย่างมีนัยสำคัญของทราฟฟิก Organic ที่รายงาน และการเปลี่ยนแปลงนี้จะถูกนำไปปรับย้อนหลังถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 โดย Google ระบุว่าการปรับย้อนหลังครอบคลุมเฉพาะการเปลี่ยนแปลงฝั่ง YouTube เท่านั้น ส่วนทราฟฟิกจาก YouTube ที่ไม่เข้าเกณฑ์รับค่าคอมมิชชันยังคงอยู่ใน Organic ตามเดิม
รายการที่สองคือการปรับตัววัด Organic ใน Merchant Center ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ Google เรียกว่ามาตรฐานการรายงานของ YouTube ที่ใช้กันอยู่ ผลคือตัวเลขจะลดลงอีกครั้งหนึ่งซ้อนทับกับรายการแรก Google ไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดว่านิยามเดิมกับนิยามใหม่ต่างกันตรงไหน ผู้ค้าจึงคำนวณขนาดของส่วนนี้ล่วงหน้าไม่ได้ และแยกออกจากส่วนแรกหลังจากเกิดขึ้นแล้วก็ไม่ได้เช่นกัน
รายการที่สามวิ่งไปคนละทาง รายงานระดับสินค้าของ Google Ads ภายใน Merchant Center จะขยายให้ครอบคลุมเครือข่ายทั้งหมดของ Performance Max รวมถึงแคมเปญ Video, App และ Demand Gen ซึ่งทำให้จำนวนการแสดงผลและคลิกที่รายงานเพิ่มขึ้นแบบครั้งเดียว รายการนี้ไม่มีการปรับย้อนหลัง
รายการที่สี่เป็นสัญญาณมากกว่าการเปลี่ยนแปลง Google ส่งสัญญาณว่าจะมีมิติการแบ่งตามเครือข่ายใน Merchant Center ที่สะท้อนของที่มีอยู่ใน Google Ads แต่ยังไม่ได้ให้วันเปิดใช้งาน
อะไรเปลี่ยนในวันไหน
ตารางด้านล่างจับคู่แต่ละรายการเข้ากับทิศทางที่ตัวเลขในรายงานจะขยับ และระบุว่ามีการปรับข้อมูลย้อนหลังหรือไม่ ส่วนนี้คือส่วนที่ควรติดไว้ให้เห็นก่อนวันที่ 24 สิงหาคม
| การเปลี่ยนแปลง | ผลต่อตัวเลขที่รายงาน | ปรับย้อนหลังหรือไม่ |
|---|---|---|
| แยกคลิก YouTube affiliate ออกจาก Organic | Organic ลดลงครั้งเดียวอย่างมีนัยสำคัญ | ปรับย้อนหลังถึง 1 กรกฎาคม 2026 |
| ปรับตัววัด Organic ให้ตรงมาตรฐานการรายงานของ YouTube | Organic ลดลงอีกครั้งหนึ่ง | Google ระบุว่าการปรับย้อนหลังครอบคลุมเฉพาะการเปลี่ยนแปลงฝั่ง YouTube |
| ขยายรายงานสินค้าของ Google Ads ให้ครอบคลุมทุกเครือข่าย Performance Max รวมถึง Video, App และ Demand Gen | การแสดงผลและคลิกเพิ่มขึ้นแบบครั้งเดียว | ไม่ปรับย้อนหลัง |
| มิติการแบ่งตามเครือข่ายที่สะท้อน Google Ads | ไม่ได้ระบุ | ยังไม่มีวันเปิดใช้งาน |
สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ผลงานของคุณ
ผู้ค้าที่เปิด Merchant Center ในวันที่ 25 สิงหาคมแล้วเห็นคลิก Organic ลดลง กำลังมองผลจากการเปลี่ยนนิยาม ไม่ใช่ผลงานที่ตกลง คลิกจาก YouTube ชุดเดียวกับที่ถูกนับเป็น Organic ในวันที่ 23 สิงหาคม ยังเกิดขึ้นเหมือนเดิมในวันที่ 25 สิงหาคม เพียงแต่ถูกนับในกลุ่มใหม่ภายใต้ป้ายชื่อที่สัปดาห์ก่อนหน้ายังไม่มี ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการมองเห็นสินค้า อันดับ คุณภาพฟีด หรือพฤติกรรมผู้ซื้อที่ขยับในวันนั้น
Google อธิบายชุดการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าเพื่อเพิ่มความชัดเจนและทำให้ข้อมูลสอดคล้องกันมากขึ้นระหว่างพื้นผิวต่างๆ ของ Google คำอธิบายนั้นก็มีเหตุผลในตัวมันเอง เพราะคลิกบนสินค้าที่เข้าเกณฑ์รับค่าคอมมิชชันในพื้นผิวช้อปปิ้งของ YouTube เป็นคนละสิ่งกับการแสดงผลของรายการฟรีใน Search และการยัดสองอย่างนี้ไว้ในตัวเลข Organic ก้อนเดียวก็เป็นการลดทอนมาตลอด แต่ต้นทุนของการแก้ตกอยู่กับคนที่ต้องอธิบายกราฟทั้งหมด
ความไม่สมมาตรคือปัญหาจริง
ฝั่ง Organic ลดลงพร้อมการปรับย้อนหลังเพียงบางส่วน ฝั่ง Paid เพิ่มขึ้นโดยไม่มีการปรับย้อนหลังเลย ข้อเท็จจริงสองข้อนี้ไม่ได้หักล้างกัน และทำให้การเทียบช่วงเวลาพังคนละแบบ
ฝั่ง Organic การปรับย้อนหลังถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ทำให้เดือนกรกฎาคมและสิงหาคมอยู่ภายใต้นิยามใหม่ด้วยกัน การเทียบกรกฎาคมกับสิงหาคมจึงยังสอดคล้องกันภายใน แต่เดือนมิถุนายนไม่ใช่ การเทียบใดก็ตามที่ย้อนไปก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม ทั้งไตรมาสต่อไตรมาส ครึ่งปี และปีต่อปี จะข้ามเส้นแบ่งนิยาม และจะแสดงการลดลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงในโลกความเป็นจริง
ฝั่ง Paid ไม่มีการปรับย้อนหลัง และการเปลี่ยนแปลงมาถึงในวันที่ 24 สิงหาคม ไม่ใช่วันที่หนึ่งของเดือน เดือนสิงหาคมจึงกลายเป็นเดือนที่ถูกผ่าครึ่ง คือ 23 วันแรกนับภายใต้ขอบเขตรายงานแบบเดิม และแปดวันสุดท้ายนับภายใต้ขอบเขตที่กว้างขึ้น สิ่งนี้บิดการเทียบสิงหาคมกับกรกฎาคม และบิดการเทียบสิงหาคมกับกันยายนด้วย เพราะกันยายนคือเดือนเต็มเดือนแรกที่สะอาดภายใต้ขอบเขตใหม่ ใครที่รายงานว่าการแสดงผลระดับสินค้าเพิ่มขึ้นในเดือนกันยายน กำลังรายงานการเปลี่ยนขอบเขต เว้นแต่จะบอกไว้เป็นอย่างอื่น
ผลรวมคือผู้ค้าที่เทียบสิงหาคมกับกรกฎาคมจะเห็น Organic ดูปกติแต่ Paid พองขึ้น ส่วนผู้ค้าที่เทียบสิงหาคมกับเดือนเดียวกันของปีก่อนจะเห็น Organic ทรุดและ Paid พองพร้อมกัน ไม่มีภาพไหนที่เป็นภาพจริง
สิ่งที่ Google ไม่ได้อธิบาย
มีสี่เรื่องที่ประกาศฉบับนี้ปล่อยค้างไว้ตามที่มีรายงาน
- Google ไม่ได้เผยแพร่ว่านิยาม Organic แบบเดิมกับแบบใหม่ต่างกันอย่างไร ผู้ค้าได้รับแจ้งว่าจะลดลงอีก แต่ประเมินขนาดล่วงหน้าไม่ได้
- Google ไม่ได้ให้ตัวเลขกำกับคำว่ามีนัยสำคัญ คำนี้แบกคำเตือนทั้งหมดของรายการแรกไว้ โดยไม่มีเปอร์เซ็นต์หรือช่วงตัวเลขแนบมาด้วย
- Google ระบุว่าการปรับย้อนหลังถึง 1 กรกฎาคมครอบคลุมเฉพาะการเปลี่ยนแปลงฝั่ง YouTube แต่ไม่ได้บอกตรงๆ ว่าการปรับให้ตรงมาตรฐานการรายงานของ YouTube นับรวมอยู่ในนั้นหรือไม่ เส้นแบ่งระหว่างสองรายการฝั่ง Organic คือสิ่งที่ผู้ค้าอยากรู้ชัดที่สุด และมันยังไม่ชัด
- Google ไม่ได้ให้วันเปิดใช้งานของมิติการแบ่งตามเครือข่าย จึงวางแผนล่วงหน้าไม่ได้
รายงานข่าวก็ไม่ได้ระบุว่าหมวด YouTube affiliate จะถูกแยกย่อยลงไปอีกหรือไม่ ไฟล์ที่ดาวน์โหลดไว้แล้วจะตรงกับสิ่งที่หน้าจอแสดงหลังวันที่ 24 สิงหาคมหรือไม่ และการเปลี่ยนแปลงนี้แตะพื้นผิวอื่นของ Google ด้วยหรือเปล่า ตรงไหนที่แหล่งข่าวเงียบ ก็ควรปล่อยให้เงียบ แทนที่จะเติมเอง
เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับผู้ค้าไทย
ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่สิ่งที่ Google หรือ Search Engine Roundtable พูดไว้ ผู้ค้าไทยที่ลงรายการฟรีควบคู่กับแคมเปญ Shopping คือกลุ่มที่ได้รับผลมากที่สุด เพราะรายงานของกลุ่มนี้มักวางตัวเลข Organic กับ Paid จาก Merchant Center ไว้บนกราฟเดียวกัน และอ่านสัดส่วนระหว่างสองตัวนี้เป็นสัญญาณสุขภาพของบัญชี ในวันที่ 24 สิงหาคม สัดส่วนนั้นจะขยับด้วยเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับบัญชีเลย
ความเสี่ยงจริงคือบทสนทนา ไม่ใช่ตัวเงินที่หายไป รายงานรายเดือนที่แสดงทราฟฟิกสินค้าฝั่ง Organic ลดลงโดยไม่มีคำอธิบาย จะเรียกคำถามเรื่องงบประมาณตามมา แล้วคำตอบจะมาถึงอีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลังตอนที่มีคนไปเจอประกาศ การชิงอธิบายก่อนใช้ต้นทุนแค่หมายเหตุหนึ่งบรรทัดกับย่อหน้าหนึ่งย่อหน้า ส่วนการอธิบายทีหลังใช้ต้นทุนเป็นความน่าเชื่อถือ
เรื่องการส่งออกข้อมูลสำคัญกว่าเรื่องหมายเหตุ เพราะประวัติก่อนเดือนกรกฎาคมจะไม่ถูกปรับย้อนหลังเลย ผู้ค้ารายใดที่อยากเก็บมุมมองแบบเทียบกันได้ของทราฟฟิกสินค้าฝั่ง Organic ในครึ่งแรกของปี 2026 ต้องดึงข้อมูลชุดนั้นออกมาก่อนที่หน้าจอจะเริ่มแสดงตัวเลขตามนิยามใหม่ เมื่อการเปลี่ยนรายงาน 24 สิงหาคม มีผลแล้ว ตัวเลขชุดเดิมจะเหลืออยู่แค่ในไฟล์ที่คุณเก็บไว้เอง นี่คืองานบ้านของการทำรายงาน อีคอมเมิร์ซ ที่ตรงไปตรงมา และมันมีเส้นตาย
สิ่งที่ควรทำก่อนวันที่ 24 สิงหาคม
- ส่งออกฐานข้อมูล Organic ชุดปัจจุบัน ดึงการแสดงผลและคลิกฝั่ง Organic ของ Merchant Center ในระดับสินค้า แยกตามเดือน ย้อนหลังเท่าที่บัญชีเก็บไว้ แล้วเก็บไฟล์ไว้นอกหน้าจอระบบ การปรับย้อนหลังเริ่มที่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ทุกอย่างก่อนหน้านั้นจะคงรูปแบบเดิมไว้เฉพาะจนกว่าการเปลี่ยนแปลงจะมาถึง
- ส่งออกฐานข้อมูลสินค้าฝั่ง Paid ด้วย การแสดงผลและคลิกระดับสินค้าภายใต้ขอบเขตเดิมจะไม่ถูกปรับย้อนหลัง ตัวเลขก่อนวันที่ 24 สิงหาคมจึงเป็นเวอร์ชันเดียวของขอบเขตแบบแคบที่คุณจะเก็บไว้ได้
- ใส่หมายเหตุวันที่ 24 สิงหาคมในทุกแดชบอร์ดและทุกไฟล์นำเสนอที่มีตัวเลขจาก Merchant Center รวมถึงไฟล์ที่ลูกค้าเปิดอ่านเองโดยไม่มีคุณอยู่ด้วย หมายเหตุที่ใส่ไว้ก่อนตัวเลขตกอ่านแล้วดูเป็นความเอาใจใส่ ส่วนหมายเหตุที่ใส่ทีหลังอ่านแล้วเป็นข้อแก้ตัว
- ตรวจว่าตัวเลขแต่ละตัวในรายงานของคุณมาจากไหนจริงๆ แดชบอร์ดที่ดึงผลงานสินค้าฝั่ง Organic จาก Merchant Center ทำงานคนละแบบกับแดชบอร์ดที่ดึงข้อมูล Google Shopping ผ่าน GA4 หรือ Search Console และมีเฉพาะแหล่งที่เป็น Merchant Center เท่านั้นที่ได้รับผล แดชบอร์ดที่ผสมแหล่งข้อมูลจะขัดแย้งกันเองหลังวันที่ 24 สิงหาคม
- เขียนกฎแจ้งเตือนใหม่ทุกตัวที่ทำงานเมื่อคลิก Organic ตกเกินกี่เปอร์เซ็นต์ การลดลงครั้งเดียวจากการเปลี่ยนนิยามจะทำให้เกณฑ์ที่ตั้งไว้สำหรับการตกจริงทำงานทันที และการแจ้งเตือนลวงติดกันสองสัปดาห์จะสอนให้คนเลิกสนใจการแจ้งเตือนนั้น
- แจ้งลูกค้าก่อนถึงวันดังกล่าว เป็นลายลักษณ์อักษร ความยาวย่อหน้าเดียวก็พอ สำหรับผู้ค้าที่ใช้หน้าร้าน Shopify และมีรายการฟรีเป็นสัดส่วนสำคัญของการมองเห็นสินค้า การลดลงครั้งนี้จะชัดพอให้ลูกค้าสังเกตเห็นเองโดยไม่ต้องมีใครชี้
คำถามที่ผู้ค้ากำลังถาม
ทราฟฟิก Organic ของผมลดลงจริงหรือเปล่า
ไม่ได้ลดจริง คลิกถูกจัดหมวดใหม่ ไม่ได้หายไป คลิกจาก YouTube บนสินค้าที่เข้าเกณฑ์รับค่าคอมมิชชันย้ายจากกลุ่ม Organic ไปยังหมวด YouTube affiliate ใหม่ในวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ตัวเลข Organic จึงลดลงในขณะที่ทราฟฟิกจริงยังเดินต่อเหมือนเดิมทุกประการ
ต้องทำอะไรบ้างไหม
ไม่มีอะไรที่คุณต้องทำในระบบ และไม่มีการตั้งค่าให้เปลี่ยน งานที่เหลือคือความเรียบร้อยของการทำรายงาน ได้แก่ ส่งออกฐานข้อมูล Organic ปัจจุบันก่อนวันที่ 24 สิงหาคม ใส่หมายเหตุวันที่ และบอกคนที่ต้องอ่านตัวเลขล่วงหน้า Google อธิบายเรื่องนี้ว่าเป็นการเปลี่ยนการรายงาน และไม่ได้ระบุว่าผู้ค้าต้องดำเนินการใด
การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลในไทยหรือไม่
Google อธิบายการเปลี่ยนแปลงด้วยวันที่ ไม่ได้อธิบายด้วยตลาด และประกาศตามที่มีรายงานก็ไม่ได้แนบรายชื่อประเทศหรือแผนทยอยเปิดตามภูมิภาค จึงไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าบัญชีในไทยถูกปฏิบัติต่างออกไป หาก Google ทยอยเปิดตามภูมิภาคจริง แหล่งข่าวก็ไม่ได้ระบุไว้
รายงานย้อนหลังของผมจะถูกแก้ให้ตรงกันไหม
ถูกแก้เพียงบางส่วน Google จะปรับการเปลี่ยนแปลงฝั่ง YouTube ย้อนหลังถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ข้อมูลตั้งแต่กรกฎาคมเป็นต้นมาจึงถูกปรับใหม่ ส่วนทุกอย่างก่อนวันที่ 1 กรกฎาคมยังคงนิยามเดิมไว้ ขณะที่การขยายรายงานสินค้าของ Google Ads ไม่มีการปรับย้อนหลังเลย ประวัติฝั่ง Paid จึงอยู่ภายใต้ขอบเขตแบบแคบ ส่วนข้อมูลนับจากนี้ใช้ขอบเขตแบบกว้าง
ทำไมตัวเลขฝั่ง Paid ถึงเพิ่มขึ้นในสัปดาห์เดียวกัน
เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงคนละรายการที่ขยายขอบเขตของรายงานระดับสินค้าฝั่ง Google Ads ภายใน Merchant Center ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมเป็นต้นไป ขอบเขตนี้จะรวมทุกเครือข่ายของ Performance Max พร้อมด้วยแคมเปญ Video, App และ Demand Gen ทำให้การแสดงผลและคลิกที่รายงานเพิ่มขึ้นแบบครั้งเดียว โดยที่ค่าใช้จ่ายและผลงานจริงไม่ได้เปลี่ยน
ถ้ารายงานรายเดือนของคุณวางตัวเลข Organic กับ Paid จาก Merchant Center ไว้ข้างกัน สองสัปดาห์ก่อนวันที่ 24 สิงหาคมคือช่วงเวลาที่ควรส่งออกฐานข้อมูลชุดสะอาดและเขียนหมายเหตุไว้ ทีมงานยินดีช่วยดูว่าโครงสร้างรายงานแบบที่คุณใช้อยู่จะอ่านออกมาเป็นอย่างไรหลังการเปลี่ยนแปลง






