Google Trends เปรียบเทียบคำค้นหาได้สูงสุด 400 คำในครั้งเดียวแล้ว โดยแบ่งเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 50 คำ จากเดิมที่ทำได้ 125 คำใน 5 กลุ่ม กลุ่มละ 25 คำ Barry Schwartz รายงานเรื่องนี้บน Search Engine Roundtable เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 และเขาพบมันจากการที่ Google แก้ไขเอกสารช่วยเหลือแบบเงียบ ๆ ไม่ใช่จากประกาศใด ๆ และมีข้อควรรู้ก่อนวางแผนใช้งาน นั่นคือ classic explore ไม่ได้ถูกอัปเกรดตามไปด้วย ยังคงเพดานเดิมทุกอย่าง
เอกสารช่วยเหลือเขียนไว้ว่าอย่างไร
ก่อนหน้านี้เอกสารช่วยเหลือของ Google Trends เขียนว่า "You can explore multiple search terms in different languages in real time. Compare up to 5 groups of terms at once and up to 25 terms in each group." ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น "You can explore multiple search terms in different languages in real time. Compare up to 8 groups of terms at once and up to 50 terms in each group."
เท่านี้คือหลักฐานทั้งหมดที่เผยแพร่ออกมา Google ไม่ได้ออกบล็อกโพสต์ ไม่ได้ประกาศฟีเจอร์ และไม่ได้ระบุวันที่ จึงไม่มีใครนอก Google รู้ว่าเพดานนี้ขยับจริงเมื่อไร สิ่งที่ Schwartz เจอคือร่องรอยการแก้เอกสาร ซึ่งเป็นสัญญาณที่เชื่อถือได้ แต่ไม่เท่ากับการเปิดตัวฟีเจอร์
classic explore ไม่ได้อัปเกรดตาม
เอกสารฉบับเดียวกันมีหมายเหตุระบุไว้ว่า "Note: Classic explore supports comparing 5 groups of terms at once and up to 25 terms in each group." แปลว่าเพดานเดิมยังบังคับใช้อยู่ในหน้านั้น Schwartz เขียนไว้ตรง ๆ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 ว่า "the classic export has not yet been upgraded to support 220% more search terms but maybe it will in the near future."
เรื่องนี้สำคัญกว่าที่ฟังดู เพราะหน้าจอที่คุณเปิดใช้เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะได้เพดานไหน ถ้าวางแผนเปรียบเทียบไว้ 400 คำแล้วไปรันใน classic explore คุณก็ชนเพดาน 125 คำ และต้องซอยงานออกเป็นหลายรอบอยู่ดี ส่วนคำถามว่า classic explore จะถูกยกเพดานหรือไม่ และเมื่อไร ไม่มีระบุไว้ที่ใดในแหล่งข่าว
ตัวเลข 220% เป็นของ Schwartz ไม่ใช่ของ Google
Schwartz อธิบายการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าเป็น "a 220% increase, if my math is correct" ซึ่งเป็นการคำนวณของเขาเองพร้อมกับข้อแม้ของเขาเอง และควรยกมาทั้งสองส่วน Google ไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ใด ๆ เพราะ Google ไม่ได้เผยแพร่อะไรเลย ตัวเลขที่ตรวจสอบได้คือตัวเลขในเอกสารช่วยเหลือเท่านั้น จาก 5 กลุ่มเป็น 8 กลุ่ม และจากกลุ่มละ 25 คำเป็นกลุ่มละ 50 คำ
ตารางเทียบก่อนและหลัง
ตารางด้านล่างเทียบเพดานเดิมกับเพดานใหม่ โดยใช้เฉพาะตัวเลขที่ระบุในเอกสารช่วยเหลือของ Google Trends ตามที่ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026
| เพดาน | เดิม | ปัจจุบัน |
|---|---|---|
| จำนวนกลุ่มที่เทียบพร้อมกัน | 5 กลุ่ม | 8 กลุ่ม |
| จำนวนคำในแต่ละกลุ่ม | 25 คำ | 50 คำ |
| จำนวนคำรวมในหนึ่งการเปรียบเทียบ | 125 คำ | 400 คำ |
| classic explore | 5 กลุ่ม กลุ่มละ 25 คำ | เท่าเดิม 5 กลุ่ม กลุ่มละ 25 คำ |
สิ่งที่นักการตลาดไทยควรรู้
แหล่งข่าวไม่ได้พูดถึงประเทศไทย และไม่ได้ระบุว่าเพดานนี้ต่างกันตามประเทศหรือภาษาหรือไม่ ดังนั้นย่อหน้าต่อจากนี้คือการวิเคราะห์ ไม่ใช่การรายงาน
การเทียบ 400 คำในหน้าจอเดียวเปลี่ยนลักษณะงานไปเลย การดูดีมานด์ตามฤดูกาลของสินค้าทั้งหมวด ที่เมื่อก่อนต้องทำสี่กราฟแล้วเอามาต่อกันในสเปรดชีต จนค่ามาตรฐานระหว่างกราฟเพี้ยนไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้อยู่ในกราฟเดียวสเกลเดียวได้ สำหรับร้านค้าไทยที่เทียบดีมานด์รายหมวดตลอดทั้งปี หรือทีมที่กำลังประเมินขนาดของกลุ่มหัวข้อใหม่ก่อนตัดสินใจลงแรง นี่คือเวลาที่ประหยัดได้จริงและความคลาดเคลื่อนที่ลดลงจริง และมันส่งผลตรงถึงการวางขอบเขตแผน content marketing เพราะการเปรียบเทียบที่ทำได้จริงเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะเลือกทำหมวดไหน
มีข้อควรระวังสองข้อ ทั้งสองข้อมาจากแหล่งข่าวไม่ใช่จากเรา ข้อแรกคือไม่มีการระบุว่าข้อมูลเบื้องหลัง วิธีสุ่มตัวอย่าง หรือรูปแบบการส่งออกเปลี่ยนไปหรือไม่ ให้ใช้ตัวเลขแบบเดิมทุกประการ ข้อสองคือเช็กก่อนว่าคุณอยู่บนหน้าจอไหน ก่อนจะวางแผนใด ๆ บนเพดานใหม่
คำถามที่พบบ่อยเรื่องเพดานใหม่ของ Google Trends
Google ยกเพดานนี้เมื่อไร
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ Google ไม่ได้ประกาศและไม่ได้ให้วันที่ Schwartz สังเกตเห็นว่าเอกสารช่วยเหลือถูกแก้ไขแล้วรายงานเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 วันเดียวที่แน่ชัดในข่าวนี้จึงเป็นวันที่มีคนไปเจอเข้า
เพดาน 400 คำใช้ได้ใน classic explore หรือไม่
ไม่ได้ เอกสารช่วยเหลือระบุว่า classic explore ยังรองรับ 5 กลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 25 คำ ซึ่งก็คือเพดานเดิมที่ 125 คำ มีเพียงหน้า explore ปัจจุบันเท่านั้นที่รองรับ 8 กลุ่ม กลุ่มละ 50 คำ
classic explore จะได้รับการอัปเกรดตามไหม
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ Schwartz เขียนว่ามันยังไม่ถูกอัปเกรดและคาดว่าอาจจะได้ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นการคาดเดาของเขา ไม่ใช่สิ่งที่ Google ให้คำมั่นไว้
เพดานนี้ต่างกันในไทยหรือกับคำภาษาไทยหรือไม่
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ ไม่มีส่วนใดของรายงานที่พูดถึงความแตกต่างตามประเทศหรือภาษา จึงไม่มีข้อมูลรองรับทั้งการอ้างว่าคำภาษาไทยทำงานต่างออกไป และการอ้างว่าทำงานเหมือนกัน
ข้อมูลใน Trends เปลี่ยนไปด้วยหรือเปล่า
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับตัวข้อมูล วิธีสุ่มตัวอย่าง หรือรูปแบบไฟล์ที่ส่งออก สิ่งที่รายงานคือจำนวนคำที่เปรียบเทียบพร้อมกันได้เท่านั้น
นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ และควรมองมันแบบนั้น เพดานที่สูงขึ้นช่วยลดงานประกอบข้อมูลในการวิจัยคีย์เวิร์ดและหมวดสินค้า แต่ไม่ได้เปลี่ยนความหมายของข้อมูล ถ้าอยากแปลงงานวิจัยชุดนั้นเป็นแผนไต่อันดับ ทีม SEO ประเทศไทย ของเราทำงานจากข้อมูลดีมานด์ระดับคำค้นหา และการทำ SEO audit คือจุดเริ่มต้นตามปกติ อ่านรายงานต้นฉบับของ Schwartz ได้ที่ Search Engine Roundtable







