Glassmorphism illustration of a court ruling protecting SERP-data and rank-tracking tools

ศาลสหรัฐยกฟ้องคดี DMCA ของ Google ต่อ SerpApi

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 ศาลกลางสหรัฐมีคำสั่งยกฟ้องคดีลิขสิทธิ์ที่ Google ยื่นฟ้อง SerpApi โดยผู้พิพากษาวินิจฉัยว่า การปิดกั้นเครื่องมืออัตโนมัติไม่ให้เข้าถึงผลการค้นหาสาธารณะที่ไม่มีเนื้อหาอันมีลิขสิทธิ์อยู่ ไม่ถือเป็นการหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคนิคตามที่กฎหมาย DMCA มุ่งเอาผิด หากทีมของคุณพึ่งพาการติดตามอันดับหรือ API ที่ดึงข้อมูลผลการค้นหา คำตัดสินนี้เป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ

ที่มาของคดี

Google ยื่นฟ้องเมื่อเดือนธันวาคม 2025 โดยกล่าวหาว่า SerpApi หลบเลี่ยงเทคโนโลยีป้องกันการดึงข้อมูลที่ Google เรียกว่า SearchGuard แล้วเก็บรวบรวมผลการค้นหาไปขายต่อให้ลูกค้า ทั้งนี้ SerpApi เป็นหนึ่งในบริการหลายรายที่เปิดให้นักพัฒนาและนักการตลาดสอบถามผลการค้นหาของ Google ผ่านโปรแกรมแทนการตรวจอันดับด้วยมือ

ศาลตัดสินว่าอย่างไร

ศาลอนุมัติคำร้องขอให้ยกฟ้องของ SerpApi กฎหมาย DMCA คุ้มครองมาตรการทางเทคนิคที่ปกป้องงานอันมีลิขสิทธิ์ ผู้พิพากษาเห็นว่าผลการค้นหาสาธารณะทั่วไปไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์ในความหมายที่กฎหมายกำหนด การปิดกั้นเครื่องมือดึงข้อมูลไม่ให้เข้าถึงผลเหล่านั้นจึงไม่เหมือนการหลบเลี่ยงการป้องกันภาพยนตร์ เพลง หรือซอฟต์แวร์ ข้อกล่าวหาหลักถูกยกฟ้องโดยไม่อนุญาตให้แก้ไขคำฟ้อง หมายความว่า Google ไม่สามารถยื่นฟ้องส่วนนั้นซ้ำในศาลเดิมได้

ประเด็นที่ยังเปิดอยู่

ไม่ใช่ทุกข้อกล่าวหาที่ปิดลง ข้อกล่าวหาที่แคบกว่าเกี่ยวกับภาพใน Knowledge Panel ถูกยกฟ้องแบบอนุญาตให้แก้ไขคำฟ้อง Google มีเวลา 21 วันในการยื่นส่วนนี้ใหม่พร้อมข้อโต้แย้งที่หนักแน่นขึ้น เนื่องจาก Knowledge Panel อาจมีภาพที่มีลิขสิทธิ์ของตนเอง ศาลจึงเปิดช่องให้ Google ลองอีกครั้งเฉพาะประเด็นนี้ ส่วนทฤษฎีกว้างที่ว่าการดึงผลการค้นหาละเมิด DMCA นั้นไม่ผ่าน ขณะที่คำถามเรื่องภาพยังคงอยู่

ควรมองขอบเขตให้ชัด นี่เป็นคำตัดสินของศาลชั้นต้นเพียงคดีเดียว ไม่ใช่คำพิพากษาจากศาลอุทธรณ์ และยังไม่ได้วางบรรทัดฐานทั่วสหรัฐ ผู้พิพากษาท่านอื่นอาจชั่งน้ำหนักข้อเท็จจริงเดียวกันต่างออกไป และ Google ยังอาจเดินหน้าประเด็นเรื่องภาพหรือยื่นอุทธรณ์ได้ อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Search Engine Journal

เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรต่อนักการตลาดและทีม SEO ในไทย

การติดตามอันดับเป็นหัวใจของการทำรายงาน SEO ส่วนใหญ่ ไม่ว่าคุณจะติดตามตำแหน่งคีย์เวิร์ดให้ร้านอีคอมเมิร์ซในกรุงเทพ หรือติดตามการมองเห็นของแบรนด์ระดับประเทศ ตัวเลขเหล่านั้นมักมาจากเครื่องมือที่อ่านผลการค้นหาสาธารณะในปริมาณมาก คำตัดสินที่มองว่าการดึงผลสาธารณะซึ่งไม่มีลิขสิทธิ์ไม่ใช่การละเมิด DMCA โดยอัตโนมัติ ช่วยให้เครื่องมือเหล่านี้มีที่ยืนทางกฎหมายมากขึ้นเล็กน้อย

สำหรับทีมการตลาดในไทย แนวทางปฏิบัติในสัปดาห์นี้ยังไม่เปลี่ยนไปมากนัก ใช้ผู้ให้บริการติดตามอันดับและข้อมูล SERP ที่น่าเชื่อถือต่อไป และใส่ใจเงื่อนไขการใช้งานรวมถึงวิธีที่พวกเขาจัดการข้อมูล หากคุณกำลังทบทวนระบบรายงานของตัวเอง นี่เป็นจังหวะที่เหมาะจะตรวจว่าข้อมูลอันดับของคุณมาจากไหนและแหล่งนั้นมั่นคงเพียงใด การทำ SEO audit อย่างเป็นระบบเป็นจุดเริ่มที่ดีในการดูเครื่องมือที่ป้อนข้อมูลให้แดชบอร์ด

สำหรับทีมที่วางแผนระยะยาว โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังการรายงาน SEO ในแต่ละวันดูมั่นคงขึ้นเล็กน้อยหลังคำตัดสินนี้ มันไม่ได้ลบความเสี่ยงทิ้ง และไม่ได้เปลี่ยนวิธีที่คุณควรวางแผน SEO ในประเทศไทย แต่ช่วยลดความไม่แน่นอนหนึ่งจุดเกี่ยวกับข้อมูลที่คุณพึ่งพาอยู่แล้ว

คำถามที่พบบ่อย

แปลว่าการดึงข้อมูลจาก Google ถูกกฎหมายทุกที่แล้วหรือ

ไม่ใช่ คำตัดสินนี้ครอบคลุมเพียงคดีเดียวในศาลชั้นต้นแห่งหนึ่งของสหรัฐ และยึดตามนิยามเฉพาะของมาตรการป้องกันทางเทคนิคใน DMCA มันไม่ได้ให้อนุญาตแบบเหมารวมในการดึงข้อมูล และไม่ได้พูดถึงกฎหมายของไทยหรือประเทศอื่น

เครื่องมือติดตามอันดับของฉันจะหยุดทำงานไหม

ยังไม่มีสัญญาณว่าจะเป็นเช่นนั้น คำตัดสินนี้กลับสนับสนุนรูปแบบที่เครื่องมือข้อมูล SERP หลายรายใช้ ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องภาพที่เหลืออยู่นั้นแคบและไม่กระทบการติดตามตำแหน่งคีย์เวิร์ดตามปกติ

เราควรเปลี่ยนเครื่องมือ SEO เพราะเรื่องนี้ไหม

ไม่ควรตัดสินจากคำตัดสินเดียว เลือกเครื่องมือจากคุณภาพข้อมูล ความครอบคลุม และความน่าเชื่อถือ แล้วค่อยทบทวนภาพทางกฎหมายเมื่อคดีมีความคืบหน้า

บทสรุป

ในเวลานี้ ทางเลือกที่สมเหตุสมผลคือทำรายงานตามปกติต่อไป และจับตาดูว่า Google จะตอบสนองอย่างไรภายในกรอบ 21 วัน หากคุณอยากเห็นภาพข้อมูลเบื้องหลังอันดับของคุณชัดเจนขึ้น ทีมงาน Relevant Audience พร้อมช่วยคุณทบทวนและวางระบบรายงานที่ไว้ใจได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: